LOGINปลุกปลอบตัวเองแบบโลกสวยสุด ๆ มาธวีก็หยิบรีโมตมากดเปลี่ยนช่องเพื่อหาหนังดู คิ้วเรียวขมวดมุ่นงุนงงเมื่อเห็นเบอร์แปลกติดต่อมาหาบิดาผู้ซึ่งชอบทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน
ด้วยนิสัยไม่ชอบยุ่งกับของส่วนตัวของใคร กอรปกับมิจฉาชีพขยันเป็นข่าวทุกวี่วันเธอเลยปล่อยให้โทรศัพท์มันดังอยู่อย่างนั้น
ซึ่งดูท่าว่าอีกฝ่ายจะมีธุระสำคัญมากจริง ๆ ถึง ถึงได้กดต่อสายเข้ามาใหม่ กระทั่งรอบที่สามนั่นแหละ เธอถึงยอมหยิบมันมากดรับแทนบิดา
แล้วนาทีต่อมาเธอก็ต้องลากเจ้ารถจักรยานสีชมพูแปร๊ดคันที่เคยใช้ตั้งแต่สมัยมัธยมปลายออกจากมุมบ้าน ปั่นออกมาหาบิดาถึงสวนเพราะเรื่องด่วนที่ปลายสายฝากไว้
แต่ได้มาสวนก็ดีเหมือนกัน เพราะปั่นเลยไปอีกนิดจะมีซอยเล็ก ๆ ที่สามารถลัดเลาะทะลุไปถึงตลาดสดได้ เธอจะแวะไปเดินตากแอร์ในมินิมาร์ท 24 ชม. เล่น แล้วซื้อไอศกรีมกลับมาแช่ติดไว้ในตู้เย็นที่บ้านสักสี่ห้าแท่ง
เพียงแต่ ...
มาธวีมองรถจักรยานยนต์คันเก่งของบิดาที่ยังจอดนิ่งอยู่แล้วขมวดคิ้วฉับ รถก็อยู่แล้วตัวคนล่ะไปไหน คนตะโกนแหกปากร้องหาพ่ออยู่นานสองนานก็ยังไม่ได้ยินเสียงตอบรับชักใจคอไม่ดี
สอดโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องเก็บลงกระเป๋ากางเกงขาสั้นฝั่งละเครื่องก่อนจะค่อย ๆ ย่อลง สอดตัวลอดช่องว่างระหว่างรั้วลวดหนามเข้าไปในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์
นี่คือหนึ่งในมรดกจากบรรพบุรุษ หลังแบ่งสรรปันส่วนกับญาติพี่น้องแล้วที่ดินก็เหลือตกมาถึงบิดาของเธอจำนวนสิบไร่ ครั้นจะขายตรงนี้ก็ดันเป็นที่ดินตาบอด ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างที่ดินผืนอื่น ๆ ของญาติพี่น้อง นายหน้าจึงกดราคาสุด ๆ
สุดท้ายบิดาเลยตัดสินใจเก็บเอาไว้ รอให้ถึงวันหนึ่งที่อาจมีถนนตัดผ่าน นำพาความเจริญมาให้ถึงตรงนี้ ระหว่างนี้ก็แบ่งที่ดินให้ชาวบ้านที่รู้จักกันใช้ทำนาแล้วเก็บค่าเช่าเป็นข้าวสาร ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ปลูกพืชผักผลไม้ตามประสาคนชอบต้นไม้
“พ่อจ๋าาาา”
“...”
“พ๊อออออออออ”
มาธวีร้องตะโกนพลางเดินย่ำผ่านหญ้าที่เพิ่งตัดเสร็จใหม่ ๆ จนยังทิ้งกลิ่นเหม็นเขียวจาง ๆ ไว้ในอากาศ เดินเข้าไปราวร้อยเมตรเธอก็มองเห็นร่างที่คุ้นตากำลังก้ม ๆ เงย ๆ ในมือมีเครื่องตัดหญ้าที่กำลังส่งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม
มิน่าเล่า เมื่อกี้ถึงไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอเลย
หญิงสาวพรูลมหายใจแรง ๆ โล่งอกกึ่งระอิดระอา เตรียมสับเท้าเข้าไปบิดา หากพอหางตาเหลือบไปเห็นต้นมะม่วงที่ติดผลเต็มต้นเธอก็ร้องอุทานตาโต
“โหว ทำไมพ่อไม่เคยถ่ายรูปโซนนี้ส่งมาให้ดูเลย ก็รู้ทั้งรู้ว่าลูกชอบกินมะม่วง”
หญิงสาวบ่นอุบ คราวก่อนได้ยินบิดาเปรยถึงวิธีบังคับให้ผลไม้ออกนอกฤดูให้ฟัง สงสัยจะเอามาลองใช้จริงแล้วสินะ
เธอมองบิดาที่กำลังตัดหญ้าสลับกับเป้าหมายใหม่ไปมา ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเดินเลี้ยวไปทางต้นมะม่วง ระหว่างพ่อกับมะม่วง นาทีนี้มะม่วงต้องมาก่อน
ความประหลาดฉายวาบในแววตาเมื่อพบว่าโซนนี้ได้รับการดูแลตัดแต่งหญ้าเป็นอย่างดี แต่ก็นะ ติดผลเยอะขนาดนี้ ไม่ให้เอาใจได้ยังไง
“ไหนดูสิ สุกหรือยังน้าาาา”
ถึงจะได้ยินกลิ่นตอนยื่นหน้าไปใกล้ หากเธอก็ไม่อยากเสี่ยงเก็บลูกที่ยังไม่สุกงอม มาธวีชะเง้อชะแง้แล้วเลือกดึงถุงกระดาษของลูกที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วเธอก็ต้องตาลุกวาวกับสีเหลืองอมส้ม และกลิ่นหอมที่อวลฟุ้งออกมาเตะจมูกทันทีที่แกะมัน
มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองด้วย ลาภปากนังน้ำขิง!
“ฮี่ฮี่ ตอนไปตลาดแวะดูข้าวเหนียวมูนด้วยดีกว่า”
หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เขย่งเท้าดึงมะม่วงที่พิสูจน์แล้วว่าพร้อมกินติดมือมาอีกสามผล ก่อนจะหอบประคองพวกมันทั้งหมด เดินลอดรั้วกลับไปยังรถจักรยานที่จอดอยู่ด้านนอก
และเพราะมัวแต่ดีใจกับมะม่วงที่เพิ่งได้มา เธอจึงไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าใต้กอหญ้าพุ่มหนาที่ตนกระโจนข้ามไปข้ามมานั้น มันมีลวดหนามสามเส้นนอนนิ่งอยู่ด้านใต้
ทว่าพอเอาเข้าจริง ท่าทางของสามพ่อลูกที่กำลังช่วยกันซักเสื้อผ้าที่เลอะโคลนก็เก้กังเหลือทน แถมมีแววจะทำเสื้อขาวเลอะกว่าเดิม เพราะเล่นวางแผ่บนพื้นปูนของลานซักล้างไม่น่ารอด ...มาธวีส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ หยิบโทรศัพท์มากดถ่ายภาพความน่าบ่นแต่ก็น่าเอ็นดูนั้นเก็บไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยแต่แล้วไป ๆ มา ๆ การซักผ้าก็กลับกลายเป็นความโกลาหล เมื่อเธอบอกให้ภีมวัจน์เดินไปลากสายยางมาให้ ทว่าน้ำที่ควรลงกะละมังกลับพุ่งใส่เธอแทน“กรี๊ดดดดด”เด็กหญิงภัณฑิราที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลอยได้รับลูกหลงไปเต็ม ๆ เจ้าตัวน้อยร้องกรี๊ดกร๊าด ครั้นพอเห็นคนถือสายยางหัวเราะลั่น แลบลิ้นเย้ยเยาะก็โมโห พุ่งเข้าไปผลักจนพี่ชายหงายหลังลงกะละมังผ้าภีมวัจน์ตาลุกวาว ถึงจะรักน้องแค่ไหนแต่ด้วยนิสัยไม่ยอมคนเลยดึงร่างเล็กให้ล้มลงมาในกะละมังด้วยกันโพละ!น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้กะละมังแตก แยกเป็นสองส่วน“คลื่น! แคลร์!”มาธวีหวีดลั่น ภูผาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน ทั้งสองรีบฉุดลูก ๆ ให้ลุกขึ้นเพราะกลัวโดนกะละมังบาดแต่ยังไม่ทันจะได้สำรวจหาร่องรอยบาดแผล เจ้าสองแสบที่หลงคิดว่าแม่ดุและจะตีอีกก็พากันวิ่งแจ้นหนีออกไปทางสวนของบ้านเธอ ซึ่งจวบจนถึงบ
การเป็นแม่ลูกสองและใช้ชีวิตในต่างจังหวัดไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายเลยเมื่อดันมีปู่ยาตายายที่ขยันเอาอกเอาใจหลาน และมีพ่อที่ขยันตามใจลูก แล้วพากันเล่นอะไรแผลง ๆอย่างเช่นวันนี้!มาธวียืนเท้าเอว กราดสายตามองสามพ่อลูกที่ยืนก้มหน้า ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมแล้วสูดลมหายใจลึก พยายามระงับความโมโหอย่างยิ่งยวด“พี่ผา หนูบอกให้พี่ไปทำอะไรคะ”เจ้าของชื่อกลืนน้ำลายเอื้อก เงยขึ้นสบสายตากรุ่นด้วยความโมโหของภรรยาแล้วอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว“ไป...ไปตามลูกมากินข้าวครับ”“แล้วพี่ไปตามลูกอีท่าไหน ถึงได้กลับมาตัวเปื้อนโคลนกันหมดแบบนี้!!”“อ่า ก็...ก็ลงไปตามลูกในสระครับ”วันนี้ภูผาสั่งให้คนงานสูบน้ำในบ่อปลาท้ายสวนเพื่อเอาปลามาขาย เจ้าสองแสบขอตามไปดูด้วย ตอนแรกก็เห็นนั่งเล่นกับเจ้าเปี๊ยกเจ้าต๋องที่ใต้ร่มไม้ แต่พอหันมาอีกทีลูก ๆ ก็ลงไปวิ่งกรี๊ด ๆ ล้มหน้าทิ่มกันอยู่ในสระแล้ว“ลงไปตามหรือลงไปเล่นด้วยกันกันแน่คะ ดูสิเนี่ย เสื้อสีอ่อนกันทั้งนั้นเลยด้วย”เธอบ่นเสียงดัง พลางใช้ไม้เรียวในมือชี้ไปยังกะละมังที่มีเสื้อแช่อยู่ นี่ถ้าไม่เอะใจเดินไปเก็บมะละกอที่หลังบ้านมาทำแกงส้มแล้วเจอเข้า เธอก็คงไม่รู้เลยว่าสามหน่อหนีไปเล่นโคลนกันมา“ม
“เจ้าคลื่น!!”เด็กชายภีมวัจน์สะดุ้ง ยกมือปิดปาก เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอพูดความจริงเยอะเกินไป“โอ๊ะ คลื่นไม่ค่อยหิวแล้วครับ”แล้วเด็กชายก็วิ่งตึง ๆ หนีออกไปด้านนอก ปากตะโกนเรียกหาน้าเปี๊ยกน้าต๋อง สององค์รักษ์ที่ไม่เพียงใจดีแต่ยังคอยปกป้องเสมอยามพ่อแม่ดุหรือตีภูผาทำท่าจะวิ่งตาม แต่เพิ่งก้าวขาได้ก้าวเดียว เสียงเย็นเยียบด้านหลังก็ดังขึ้น“พี่ผา”เท้าที่ก้าวไปข้างหน้า พลันหดกลับมาวางชิดกับอีกข้างตามเดิมทันที พร้อมกับความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว‘ซวยแล้วกู!’“ครับ”ภูผาขานรับ และเมื่อสบเข้ากับสายตาดุ ๆ ของภรรยาเขาก็ส่งยิ้มประจบแล้วเดินไปโอบกอดเธอหลวม ๆ อิงสันกรามกับข้างขมับเธอ เอ่ยเสียงอ่อย ๆ อย่างที่รู้ว่าจะทำให้เธอใจอ่อน“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้ลูกกินเยอะ แต่หันมาอีกทีลูกก็แกะห่อที่สองแล้ว พอพี่จะเก็บลูกก็แบะปาก ทำท่าจะร้องไห้กลางตลาด”“...”“ไม่ใช่ว่าพี่อยากตามใจลูกทุกเรื่องนะ แต่พี่ก็แพ้ลูกอ้อนเจ้าลูกหมู เหมือนที่หนูแพ้นั่นแหละครับ”ภูผาทำหน้าสลด มาธวีมองเขาแล้วคลายหัวคิ้ว เข้าใจสถานการณ์นั้นเป็นอย่างดีภีมวัจน์เป็นเด็กช่างพูดช่างอ้อนตามประสาเด็กเติบโตมาท่ามกลางสองครอบครัวที่รุมเอาอ
“แม๊~”เสียงใส ๆ ร้องตะโกนดังลั่นแล้วตามมาด้วยเสียงตึงตัง ดึงให้คนที่กำลังจมอยู่กับห้วงความคิดหันไปมอง ชั่วอึดใจเธอก็ได้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กชายภีมวัจน์วัยสามขวบ ซอยขาวิ่งเข้าบ้านมาอย่างที่คาดคิดไว้“คลื่นนน แม่บอกแล้วไงครับว่าอย่าวิ่ง!”มาธวีร้องเอ็ดลูกชายที่สอนกี่ครั้งก็ไม่ยอมจำ หากพอเจ้าตัวแสบกลับกระโจนเข้ามากอดขา แหงนหน้าขึ้นมองเธอแล้วทำตาปริบ ๆ ใส่ ปากอ้อนว่า“หิวจังเลยครับบบบ”หัวใจคนของเป็นแม่ก็อ่อนยวบ ดุต่อไม่ลง เธอโคลงศีรษะให้กับนิสัยที่แก้ไม่เคยหายของตน ยื่นมือไปหยิบเศษฟางที่ติดอยู่ตามกลุ่มผมของลูกลิงที่เกาะเธอไม่ปล่อย“เรานี่น้าาา”เหมือนจะบ่นทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ถ้าหิวแล้วก็รีบไปอาบน้ำ วันนี้แม่ทำแกงจืดวุ้นเส้นไว้ให้ด้วยน้าาา”“วันนี้คลื่นอยากกินไข่เจียวอีก”คำขอทำเอาคนตั้งใจล้างและหั่นผักทุกชิ้น ปั้นหมูสับปรุงรสเองกับมือตามสูตรที่ได้จากมารดาถึงกับชะงักลูกชายเธอติดไข่เจียว แต่ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นเด็กกินง่ายเลี้ยงง่ายอะไรหรอกนะ เจ้าอ้วนแค่ไม่ชอบกินผัก แล้วไข่เจียวก็เป็นเมนูที่ได้กินไวที่สุดเท่านั้นเองสงสัยต้องปรับทัศนคติกันหน่อย ...หญิงสาวย่อตัวลงนั่งยอง
“พี่รักหนูที่สุดเลย”ภูผากระซิบบอกชิดขมับชื้น งับหัวไหล่มนจนขึ้นรอยแดงพลางบดควงสะโพก กระทั่งร่องรักรีดเค้นความรักจากเขาไปจนครบทุกหยาดหยด เขาก็ค่อย ๆ ถอดถอน รูดถุงยางออกจากตัวตน“พะ...พัก พี่ ฮื่อ หนูขอพักก่อน พักก่อน”คนยังหอบฮักพยายามเค้นเสียงบอก แล้วทิ้งตัวนอนแผ่บนที่นอนอย่างอ่อนแรง หางตาเธอเปียกชื้น จุดที่ถูกทารุณก็ชาดิก กระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเติมเต็มของเขา ทำเธออิ่มเอมความสุขจนแทบล้นทะลักออกทางปากเห็นเธอเหมือนจะไม่ไหวภูผาเลยยอมยั้งใจ หยุดชั่วคราว เขารั้งเธอมานอนเกยบนอก พรมจูบตามดวงหน้าชื้นเหงื่อของคนเพิ่งเสร็จสมหนที่สี่เป็นเชิงปลอบ ก่อนแววตาพราวระยับเปี่ยมด้วยความสุขจะเลื่อนไปมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอนี่ไม่ใช่แหวนขอแต่งงานแต่เป็นแหวนขอจอง อย่างน้อย ๆ ก็จองไปจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยลงตัวมาธวีเห็นว่าเขายิ้ม มองแหวนด้วยแววตาหวามหวานอีกแล้ว เธอก็คลี่ยิ้ม อิงศีรษะกับสันกรามคนตัวโตแล้วถูไถในกิริยาออดอ้อน“จริง ๆ หนูมีแหวนมาให้พี่ด้วยนะ แต่ว่ามันอยู่ในกระเป๋า”เมื่อเย็นเธอรีบจนลืมหยิบมันออกมาจากช่องลับของกระเป๋าเดินทาง ทั้งที่ตั้งใจจะเอาไปร้านอาหารด้วยครั้นพอตั้งใจว่ากล
“โล่งอกที่หนูชอบ”“ไม่ใช่แค่ชอบ แต่หนูยังเซอร์ไพรส์มาก ๆ ด้วยที่พี่จองร้านนี้ได้”Mystery ไม่เพียงเป็นร้านดังในโลกโซเซียล แต่ยังเป็นร้านที่เธอเคยยื่นรีวิวให้เขาดูพร้อมกับเปรยเอาไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็อยากมาลองสักครั้ง ไม่คิดเลยว่าเขาจะยังจำได้ที่สำคัญตำแหน่งโต๊ะของพวกเธอยังตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมของหาด ทำให้สามารถมองวิวสวย ๆ ของทะเลยามเย็นได้เกือบ 360 องศาเลยทีเดียว“ก็พี่เก่ง”ภูผายืดอกโอ้อวด แม้ในความเป็นจริงคือเขาแชทมาขอจองกับทางร้านล่วงหน้าตั้งแต่หลายเดือนก่อน“ค่า ๆ เก่งที่สุด”มาธวีหัวเราะคิก พยักหน้าว่าเห็นด้วย แล้วเธอก็นึกอยากเปลี่ยนคำชมหลังจากได้เห็นบรรดาอาหารที่ภูผาสั่งไว้ล่วงหน้า หนึ่ง สอง สาม ...เธอนับในใจแล้วก็ทำตาโตหะ...หก หกจานแล้ว!“พี่ผา คือ...โต๊ะเราได้ของครบแล้วใช่ไหมคะ?”“ยังครับ เหลือของหวาน แต่พี่บอกให้เขาเสิร์ฟตอนเราใกล้จะกินเสร็จ ทำไมครับ หรือว่าหนูอยากให้เขาเสิร์ฟเลย ได้นะเดี๋ยวพี่บอกเขาให้”ภูผาวางมือจากกุ้งที่กำลังแกะแล้วทำท่าจะยกมือขึ้น มาธวีเห็นแบบนั้นก็รีบคว้าเอาไว้ก่อนที่เขาจะเรียกพนักงานมาจริง ๆ“ไม่ ๆ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ที่หนูถามคือหนูกลัวว่าเราจะกินไม่หมด







