Masukคำพูดกับท่าทางของแก้วบ่งบอกความเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง แถมการแต่งตัวก็ยิ่งตอกย้ำว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน แค่คิดผมก็ถึงกับใจสั่นแล้ว คืนนี้ผมกับเจ้าต้นคงต้องเป็นเหยื่อให้แก้วขย้ำจนพอใจเหมือนกับที่คุยกันในแชตก่อนนัดเจอกันวันนี้ ผมได้แต่ลุ้นว่าน้องชายผมมันจะกล้าพอที่จะเล่นเกมนี้ด้วยหรือเปล่า!!??
ผมมาถึงหอพักของเจ้าต้นตอนทุ่มนึงพอดี น้องมันลงมานั่งรออยู่แล้วพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ที่พร้อมเดินทาง ลูกพี่ลูกน้องผมคนนี้ถือว่าเป็นคนหน้าตาดีคนหนึ่งแถมรูปร่างก็สันทัดสไตล์หนุ่มไทยแท้ ผมแอบเห็นสายตาแก้วที่มองต้นอย่างพอใจ ถึงตอนนี้มีแค่เจ้าต้นเท่านั้นที่ยังไม่รู้ว่าคืนนี้เราจะทำกิจกรรมอะไรกัน
“ต้นนั่งหลังนะ วันนี้มีแขกคนพิเศษมาด้วย” ผมพูดเอาใจแก้วตามประสาคนชอบหยอดคำหวาน
“แก้วนี่ต้นน้องชายพี่ ต้นนี่แก้ว วันนี้เราไม่ต้องนั่งเหงากันสองคนละ”
“สวัสดีค่ะ แล้วแก้วเป็นน้องหรือเป็นพี่คะเนี่ย”
“อายุน่าจะไล่เลี่ยกันนะครับ เป็นเพื่อนกันก็ได้”
“ก็ดีค่ะจะได้ดูเป็นกันเองหน่อย ให้พี่นนท์แก่อยู่คนเดียวพอ”
“อ่าวแก้ว อย่างพี่ยังไม่เรียกแก่ต้องเรียกว่ากำลังกลัดมัน”
“หื่นล่ะไม่ว่า ฮ่าๆๆๆๆ” แก้วกับผมแซวกันไปมาในขณะที่น้องผมนั่งตัวเกร็งอยู่ที่เบาะหลังจนผมเริ่มคิดหนักว่าคืนนี้ภาพที่วาดไว้จะสมหวังหรือเปล่า
พอรับต้นเสร็จก็ค่ำพอดี ผมให้แก้วเป็นคนเลือกร้านที่เราจะไปกินดื่มกัน แก้วเลือกร้านที่บรรยากาศเป็นแบบเปิดโล่ง มีดนตรีสดเล่นเพลงยุค 90 ตอนที่เราเข้าไปถึง แต่แก้วบอกว่าร้านนี้มีสองสามวงสลับกันเล่น
“แก้วกับต้นอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ พี่ขอเป็นหมึกไข่นึ่งมะนาวอย่างเดียว เครื่องดื่มพี่ถือมาละ ถ้าเขาคิดค่าเปิดก็ให้คิดไป พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน ขับรถมาไกลก่อนมายังสังสรรค์กับลูกน้องพอตึง ๆ ขอล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นก่อน”
ผมแยกตัวออกมาเข้าห้องน้ำส่วนหนึ่งอยากให้แก้วกับต้นได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ผมว่าแก้วคงหาเรื่องชวนน้องผมคุยได้ไม่ยาก พอเข้ามาในห้องน้ำก็มีพนักงานคอยนวดและหาผ้าอุ่น ๆ มาบริการช่วยให้ผมสดชื่นขึ้นหน่อย
แล้วผมก็ต้องแปลกใจเพราะพอกลับมาถึงโต๊ะแก้วลุกไปนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับต้นจากที่ตอนแรกนั่งติดกับผม เห็นแบบนี้ผมชักกลัวว่าผมกับน้องจะรุมแก้วหรือจะโดนแก้วรุมกันแน่ แถมประสบการณ์แนวทรีซัมของผมก็เป็นศูนย์ซะด้วยในตอนนั้น
“พี่ต้นมาเลย แก้วกับต้นล่วงหน้าไปจะสองแก้วแล้วเนี่ย ตามให้ทันน้องหน่อย”
“สองแก้วนี่ไม่ว่าแต่ไหงไปนั่งฝั่งนั้นได้ พี่พลาดอะไรไปรึป่าวเนี่ย”
“ก็พี่อยากไปนาน แก้วขาดความอบอุ่นเลยย้ายมานั่งกับต้นแทน”
“ก็คนมันหล่ออ่ะเฮีย ทำใจหน่อยนะ” น้องผมได้เหล้าไปสองแก้วเริ่มต่อปากต่อคำมากขึ้น
“เออ หล่อ แก้วระวังนะไอ้เนี่ยมันเสือซ่อนลาย เห็นหงิม ๆ ติ๋ม ๆ แบบเนี่ย โดนมันกลืนทั้งตัวไม่รู้ด้วย”
“กลืนไม่กลัว กลัวไม่กลืน”
“ไงวะต้น เจอตัวแม่เข้าแล้วไหมล่ะเรา”
“ผมกำลังอยากมีแม่ใหม่อยู่พอดีเลยเฮีย แต่แม่ต้องให้ลูกดูดนมด้วยนะครับ”
“ตรงนี้เลยมั้ยคะลูกแม่พร้อมเสมอนะ ฮ่าๆๆๆๆ”
“เออว่ะเฮีย ผมชักกลัวแล้ว นี่ขนาดเราเป็นผู้ชายสองคนนะเนี่ย”
“สองคนแล้วไงอ่ะ แก้วเอาอยู่บอกเลย”
เราสามคนนั่งดื่มและพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ ยิ่งเหล้าเข้าปากก็ยิ่งคุยสนุกและติดเรต 18+ มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะแก้วที่เมาแล้วแก้มแดงเรื่อน่ามองดูเซ็กซี่มากขึ้นไปอีก จังหวะที่แก้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำผมเลยมีโอกาสได้คุยกับน้องผมว่าคืนนี้เราจะทำอะไรกัน
“เป็นไงวะต้นคนนี้ ชอบป่ะ”
“โหเฮีย ไม่ชอบเซ็นเซอร์ลูกผู้ชายผมก็คงชำรุดแล้วอ่ะ แต่ก็นะเด็กเฮีย ผมก็ได้แค่แซวแค่มองนี่ล่ะ”
“แล้วถ้าเฮียบอกว่าทำได้มากกว่าที่พูดล่ะ ว่าไงสนมั้ย เฮียอยากลองสองต่อหนึ่งดูว่ะ เคยเห็นแต่ในหนังโป๊”
“จริงดิเฮีย ผมอ่ะตอนนี้ยังไงก็ได้แล้ว แก้วสวยเซ็กซะขนาดนี้ แถมยังดูรอบจัดอีกต่างหาก คงผ่านมาเยอะเหมือนกันนะผมว่า”
“เอ็งไม่รู้อะไร แก้วบอกเฮียว่าเคยลองสองต่อหนึ่งมาแล้วด้วยนะเว้ย ไม่งั้นคงไม่มากับเราสองคนแบบนี้หรอก”
“เอาจริงเหรอเฮีย แค่พูดนี่ผมยังใจสั่นเลยนะเนี่ย แต่ก็อาย ๆ อ่ะ”
“อายอะไรวะ เราแก้ผ้าอาบน้ำด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก”
“แต่ตอนนี้ผมไม่เด็กแล้วนะค้าบ”
“ขี้คุยอีกน้องเรา ตกลงว่าไง เดี๋ยวแก้วมาก่อน”
“งั้นเฮียเปิดก่อนแล้วกัน ผมจะแกล้งหลับ อยากให้แจมตอนไหนก็สะกิดผม”
“เออ ตามนี้นะงั้น แก้วมาโน่นแล้ว”
“คุยอะไรกันคะสองพี่น้อง ให้ทายนะ นินทาแก้วอยู่แน่ ๆ ห้ามปฏิเสธแก้วรู้ทัน” แก้วเปลี่ยนมานั่งข้างผมบ้าง
“ขอนั่งข้างพี่นนท์หน่อยนะต้นเดี๋ยวคนแก่น้อยใจ”
“ว่าไปนั่น คำก็แก่สองคำก็แค่ บอกแล้วไงพี่อ่ะกำลังอยู่ในวัยกลัดมัน”
“เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ ว่าใครจะได้เป็นจ่าฝูง”
“ว่าไงต้น แก้วเปิดก่อนแล้วนะไหวไหมพวกเรา”
“ไม่รู้เฮีย รู้แต่ตอนนี้โลกเริ่มหมุนแล้ว ผมขอไปเข้าห้องน้ำบ้างนะ ขืนหลับคาโต๊ะเสียเชิงเด็กก่อสร้างหมด”
ผมรู้ว่าน้องผมคงยังไม่เมาขนาดที่พูดออกมาแต่อยากเปิดทางให้ผมคุยกับแก้วว่าตกลงคืนนี้จะจบลงที่ตรงไหน ถึงตอนนี้ผมกล้าที่โอบแก้วไว้หลวม ๆ ซึ่งแก้วเองก็ไม่ว่าอะไร
“เมาแล้วเหรอพี่นนท์ ไม่ใช่พากันหลับทั้งพี่ทั้งน้องนะ”
“แค่นี้จิ๊บ ๆ ถ้าจะหลับคงต้องหลับคาอกแล้วล่ะ” ผมพูดพร้อมกับเอามาเฉียดไปแถว ๆ ราวนมของแก้วแล้วลูบไล้เบา ๆ”
“แล้วเมื้อกี้คุยอะไรกับต้นอ่ะ บอกแก้วมาเลยนะ วางแผนอะไรไว้”
“โหแก้ว ถามแบบนี้พี่จะตอบยังไงเนี่ย”
“ก็ตอบแบบที่คุยกับต้นตอนแก้วไปห้องน้ำ นะ ๆ แก้วจะได้เตรียมตัวถูก ยิ่งรักนวลสงวนตัวอยู่ด้วย ฮ่าๆๆๆ”
“อ่ะ ๆ ไหน ๆ ก็โดนจับได้แล้ว เล่าก็ได้ คือตอนแรกต้นมันบอกว่าจะแกล้งหลับเปิดทางให้เราสองคนก่อน แต่แบบนี้คงไม่ต้องแล้วมั้ง โดนรู้ไต๋แล้วนี่”
“โธ่ แก้วก็นึกว่าอะไร แก้วบอกแล้วไงแก้วเอาอยู่ แต่ขอแบบไม่สดนะ ซื้อถุงยางอนามัยเข้าไปด้วย”
“โอ๊ยยย แก้ว พี่ยอมแล้ว พี่สองคนยอมเป็นเหยื่อให้แก้วขย้ำเลยตอนนี้”
“ฮ่าๆๆๆๆ ก็เราคุยกันมาพักใหญ่แล้วนี่พี่นนท์ รู้ ๆ กันอยู่ว่ามาเจอกันด้วยเหตุผลอะไร จะกั๊กไปทำไม เข้าใจนะว่าพวกพี่ไม่เคยแนวนี้ เดี๋ยวปล่อยเป็นหน้าที่แก้วเอง เดี๋ยวพี่จะสอนบทเรียนให้นะน้อง ๆ”
เจอแบบนี้เข้าไปเลยกลายเป็นผมกับต้นที่เป็นไก่อ่อนในสถานการณ์คืนนี้ พอน้องมันกลับมาผมก็สั่งเช็คบิล เพราะแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้วกับจินตนาการที่กำลังจะเป็นจริงในอีกไม่นานนี้แล้ว....
หลังจากวันที่ฝ้ายเปิดใจเล่าความจริงให้ผมฟัง ฝ้ายก็กลับบ้านทุกวันและทำหน้าที่แฟนที่แสนดีเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิมด้วยเพื่อเอาใจผม ยิ่งฝ้ายเป็นแบบนี้ผมยิ่งได้ใจ ผมยังนัดเจอกับฝนเป็นระยะ แต่ไม่ได้ค้างคืนด้วยกันเพราะต้องกลับบ้านมาหาฝ้ายนานวันเข้าผมกับฝนก็ยิ่งมีความสัมพันธ์ทางใจจนถึงขั้นพูดได้เต็มปากว่าผมกำลังนอกใจฝ้ายแล้วปันใจให้ฝน และผมก็พอดูออกว่าฝนเองก็เริ่มมีใจให้ผมเช่นกัน แต่คนที่ไม่ใช่สุดท้ายก็ต้องมีเหตุให้ได้เลิกรากันจนได้ แล้วไอ้เหตุที่ว่าผมก็เพิ่งเจอเป็นครั้งแรกในชีวิตคาสโนวาของตัวเองขณะที่ผมกับฝนกำลังเปลือยกายเล่นเสียวกันอยู่ มือถือของฝนก็สั่น ฝนทำท่าให้ผมเงียบก่อนจะกดรับสาย“อ่าวไหนว่าจะกลับวันอาทิตย์ แล้วนี่ถึงไหนแล้ว...โอเคเดี๋ยวเจอกันที่ห้อง” ฝนรับสายเสร็จก็พลิกตัวจนดุ้นเนื้อของผมหลุดออกจากร่องเสียวของฝน ตามมาด้วยประโยคที่ทำเอาผมงงเป็นไก่ตาแตก“พี่นนท์ ใส่เสื้อผ้า รีบไปส่งฝนกลับเดี๋ยวนี้เลย แฟนฝนกำลังมา อีกยี่สิบนาทีน่าจะถึงห้อง”ผมจะทำอะไรได้นอกจากทำตามที่ฝนบอก จากที่กำลังจะพากันขึ้นสวรรค์ผมกลับต้องรีบขับรถส่งฝนกลับห้อง ความรู้สึกเหมือนส่งแฟนตัวเองไปเข้าหอกับคนอื่น ย
ฝ้ายนิ่งเงียบไปเมื่อผมยิงคำถามที่คาใจมาหลายวันเข้าใส่ ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้ฝ้ายตอบ แล้วคำตอบของฝ้ายก็ทำเอาผมหน้าชา เพราะมันตรงกับที่ผมคิดเอาไว้ในใจและเป็นคำตอบที่ผมภาวนาว่าอย่าให้เป็นเพราะเรื่องนี้เลย!!!“นนท์ ฝ้ายขอโทษ ฝ้ายนอกใจนนท์”ฝ้ายพูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา ส่วนผมช็อคกับคำตอบที่ออกมาจากปากของฝ้ายเองโดยที่ผมไม่ต้องเสียวเวลาหาวิธีใด ๆ มาค้นหาความจริงอีกต่อไป ผมพยายามตั้งสติคิดว่าจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง มันไม่ง่ายเหมือนแก้ปัญหาหน้างานเลยฝ้ายยังคงร้องไห้ไม่หยุดและดูเหมือนจะหนักขึ้นด้วย เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมาที่แฟนผมร้องไห้หนักขนาดนี้ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายรอบเพื่อดึงสติตัวเองกลับมาผมต้องเลือกระหว่างรับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เพราะผมเองก็ทำผิดต่อฝ้ายมานับครั้งไม่ถ้วน อีกตัวเลือกก็คือการปล่อยมือจากฝ้ายแล้วจบความสัมพันธ์ของเราซึ่งข้อหลังดูเหมือนผมจะไม่เปิดทางให้ฝ้ายเลือกเลยเพราะผมยังหวังว่าฝ้ายอาจแค่เผลอใจไปชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น รวมถึงรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วผมก็เลือกวิธีที่ประณีประนอมที่สุดเท่าที่ตัวเองจะคิดได้ในสถานการณ์แบบนี้ผมเข้าไปกอดฝ้ายเอาไว้ในอ้อมแขนของตัวเอ
“อ่าวเฮีย เพิ่งกลับมาจะไปไหนอีก อย่าบอกนะว่านัดฝนเอาไว้”“ป่าว ๆ ว่าจะไปเซอร์ไพร้ส์ฝ้ายเค้าสักหน่อย”“จริงดิเฮีย อันนี้สนับสนุน รีบไปเลยงั้น เผื่อจะทันพาพี่ฝ้ายไปกินข้าวเย็น”แล้วผมก็ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาฝ้ายที่วิทยาลัย จะว่าพยายามทำดีไถ่โทษก็คงไม่ผิด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็มาถึงที่ทำงานของฝ้าย ผมเลี้ยวรถเข้าไปแล้วเปิดกระจกทักทายลุงยามพร้อมกับส่งขนมที่ซื้อมาให้แกเป็นสินน้ำใจ ลุงยามรับไป แต่สายตามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่แล้วก็เลือกจะเงียบผมขับรถต่อมาจนถึงหอพักข้าราชการรถฝ้ายจอดอยู่ที่ลานจอดรถผมเลยคิดว่าฝ้ายน่าจะอยู่บนห้องพักก็เลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปหาฝ้ายที่ห้อง พอไปถึงห้องผมก็เคาะประตูเรียกแต่ปรากฎว่าฝ้ายไม่ลุกมาเปิดประตูให้ แถมไฟในห้องยังถูกปิดเอาไว้ผมไม่คิดว่าฝ้ายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ ผมเริ่มมีคำถามว่าถ้าฝ้ายไม่อยู่ห้องแล้วฝ้ายไปไหนเลยตัดสินใจโทรหาฝ้ายโดยไม่ได้บอกว่าผมมาหาและยืนอยู่หน้าประตูห้อง“ฮัลโหลนนท์ กลับบ้านหรือยัง” ฝ้ายถามคำถามที่ผมคุ้นเคย“กลับมาสักพักแล้ว ฝ้ายล่ะ กินอะไรหรือยัง งานยุ่งมากเลยเหรอ”“ใช่ยุ่งมาก พอดีอาทิตย์หน้ามีแข่งทักษะวิชาการ นี่ฝ้ายก็นั่งปั่นงานอ
ปั่บบบๆๆๆๆๆๆๆ สร่วบบบๆๆๆๆๆๆๆ แจะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เราสองคนพี่น้องแข่งกันทำคะแนนโดยมีเสียงครางของสองสาวเป็นกรรมการ“อ๊ะๆๆๆๆๆ อื๊มมมม พี่ต้น อูยยยยย เสียว เสียวจัง อ่าส์ ใหญ่ด้วย ชอบมั้ยเอากับฝนแบบนี้”“ชอบสิ อ่าส์ ของฝนทั้งตอดทั้งฟิต โอวววว เด้งสวนอีกต่างหาก”“ก็มันเสียวนี่นา มาค่ะช่วยกัน” ฝนพูดพร้อมกับแอ่นร่องเสียวสวนการกระแทกของต้นในขณะที่ผมใช้มือจับข้อเท้าของแอนเอาไว้แล้วรัวดุ้นเสียวเข้าหาแบบหนัก ๆ แบบไม่ยอมแพ้น้องชายปั่บบบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แอนเองก็ลีลาไม่แพ้ฝนทุกครั้งที่ผมกระแทกแอนก็แอ่นเนินเสียวรับอย่างรู้จังหวะ จากที่ตอนแรกผมมองว่าแอนเป็นสาวสวยไร้เดียงสาตอนนี้ผมถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดที่ผ่านมาแอนคงแค่ใช้จริตหญิงเล่นตัวพองามแต่พอเผยอีกด้สนออกมามันช่างร้อนร่านจนผมคาดไม่ถึงซึ่งฝนเองก็ไม่ต่างกันแต่ฝนดูจะเปิดเผยและชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เรานัดพบกันแล้วสองสาวก็ไม่ยอมนอนเฉย ๆ ให้เรากระแทกดุ้นเนื้อเข้าสู่ร่องเสียวของตัวเองฝ่ายเดียว แอนกับฝนพร้อมใจกันรับหน้าที่จ๊อกกี้ขึ้นคร่อมร่างเราสองพี่น้องก่อนจะทิ้งตัวลงมากลืนกินเอาดุ้นเนื้อของผมกับต้นเข้าไปในร่างกายของตัวเองผ่านร่องรูที่ตอนนี้ฉ่
ร่างเปลือยของฝนกับแอนทำเอาดุ้นเนื้อของผมกระดกหัวงึก ๆ เหมือนอยากจะพุ่งเข้าหา ผมว่าต้นเองก็รู้สึกไม่ต่างจากผม แล้วคำตอบที่เราสองคนพี่น้องได้รับก็ทำเอาเกมเสียววันนี้ร้อนแรงขึ้นไปอีก!!! สองสาวสบตาเหมือนรู้กันก่อนที่จะตามมาด้วยการที่แอนพาร่างของตัวเองมาอยู่ที่กลางลำตัวของผม ส่วนฝนก็ทำแบบเดียวกันกับต้นน้องชายผม เป็นการสลับคู่เสียวที่เริ่มต้นเกมขึ้นโดยฝนและแอนแทนที่จะเป็นผมกับต้นเจอแบบนี้เข้าไปทำเอาผมหัวใจเต้นแรง เพราะคืนนั้นผมพยายามรุกเข้าหาแต่แอนถอยออก ตรงข้ามกับวันนี้ที่แอนเป็นฝ่ายรุกเสียเองแถมยังมีต้นกับฝนเข้ามาเพิ่มความร้อนแรงให้เกมสวาทแบบแลกคู่ครั้งแรกของเราสองพี่น้อง ซึ่งตอนหลังเรามารู้ว่าเป็นครั้งแรกของฝนกับแอนด้วยเช่นกันสองสาวเหมือนกำลังแข่งกันว่าใครจะทำให้ผมกับต้นเสียวได้มากกว่ากัน ส่วนตัวผมแล้วถ้าให้เปรียบเทียบกันฝนเหมือนเครื่องยนต์รอบจัดที่ร้อนแรงและร้อนเร็ว ส่วนปากและลิ้นของแอนที่กำลังดูดเลียดุ้นเนื้อให้ผมในเวลานี้มันนุ่มนวลแต่หนักแน่นสร้างความเสียวได้คนละแบบ“อืมมมม อ่อกๆๆๆๆๆ บร๊วบบบบบ อื้ออออ ไงคะพี่นนท์ อยากให้แอนทำแบบนี้ใช่มั้ย วันนี้แอนทำให้นะ”“งั้นชั้ลขอพี่ต้นวันหนึ่ง
ที่ร้านอาหาร....พอมาถึงร้านอาหารผมในฐานะพี่ใหญ่และคนที่มากินร้านนี้หลายครั้งก็เดินนำพาทุกคนไปที่ซุ้มใต้ร่มไม้ที่ห่างจากซุ้มอื่น ๆ พอสมควรเพื่อความเป็นส่วนตัว แล้วก็ป้องกันการเจอคนรู้จักไปในตัว พอเรานั่งได้สักพักพนักงานก็มารับออเดอร์ไป พอพนักงานมาส่งอาหารเสร็จก็ถือเป็นเวลาส่วนตัวของพวกเรา การกินข้าวเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะแต่ละคนกินน้อยมาก ส่วนแอลกอฮอล์ก็จิบเบียร์กันพอคุยสนุก แล้วจังหวะหนึ่งที่กินกันจนอิ่มแล้วฝนก็เอนตัวลงหนุนตักผม ส่วนต้นก็หนุนตักแอน มันเป็นโมเม้นต์ที่ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นสีชมพูไปหมดผมกับต้นรู้สึกเหมือนลอยอยู่บนก้อนเมฆ ความรู้สึกเบาหวิวและวาบหวาม และยิ่งตะระดับสูงขึ้นเมื่อสองสาวโน้มคอผมกับต้นเข้าหาและประกบจูบเบา ๆ แบบไม่อายว่าใครจะมาเห็“อุ่บส์ อืมมมม จร๊วบบบบ ชอบจูบพี่นนท์จัง”“หลงเสน่ห์พี่นนท์เข้าแล้วเหรอฝน” แอนแซว“ตอนนี้พี่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเราสี่คนนี่ใครหลงเสน่ห์ใคร แต่ก็รู้สึกดีมากอ่ะ” ต้นพูดขึ้นมาบ้าง“อุ่บส์ อื๊มมมม จร๊วบบบบ พี่ต้นก็จูบเก่งนะ ไม่แพ้พี่นนท์หรอก”“ใช่สิ เคยจูบกันแล้วนี่” “แกจะพูดให้เสียบรรยากาศทำไมวะฝน เรื่องมันผ่านมาแล้วและทุกคนก็โอเคแล







