Share

บทที่ 7/2

Penulis: LycDin
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-27 21:26:10

“ไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไรปีนี้พี่ชายของข้าต้องไปเป็นจอหงวนแน่นอน” ที่ผ่านมาพี่ชายของนางเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี จะผิดพลาดได้อย่างไร อย่างไรปีนี้พี่ชายของนางก็ต้องไปเป็นที่หนึ่งของการสอบ

“เจ้าก็พูดเกินจริง” เขาปรามน้องสาวอย่างเขินอาย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องแล้วชวนทั้งสองออกไปที่หอเหลียนฮวา “พวกเราไปที่หอเหลียนฮวาเลยดีหรือไม่”

สองสาวหันมองตากันแล้วพยักหน้าเบา ๆ แล้วทั้งสามก็พากันเดินทางไปที่หอเหลียนฮวา เมื่อมาถึงหอเหลียนฮวาก็คิดว่าจะไปหาพี่ชายก่อน จึงได้หันไปถามคนทั้งสองที่มาด้วยกัน

“ข้าจะไปหาพี่ใหญ่ จะไปด้วยหรือไม่”

“ไปสิ ไม่ได้เจอพี่หวงนานแล้ว” เป็นจินหมิงหยวนที่เป็นคนตอบ เพราะตั้งแต่กลับมาเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าของอีกฝ่ายเลย จึงถือโอกาสนี้เข้าไปทักทาย

“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” เหลียนหรูเซียนเดินนำทั้งสองไปที่ห้องทำงานของพี่ชายด้วยความคุ้นเคย เพราะนางเองก็มาที่นี่บ่อย ๆ ยิ่งตอนเป็นเด็กยิ่งต้องมาทำงานกับพี่ชายทุกวัน เพราะไม่กล้าทิ้งนางไว้คนเดียว

“พี่ใหญ่ยุ่งอยู่หรือไม่เจ้าคะ” เหลียนหรูเซียนเปิดประตูห้องทำงานของพี่ชายอย่างคุ้นเคย ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะตอนนี้เขาอยู่กับเวยซานเซิน เหตุใดไม่มีผู้ใดแจ้งนางว่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียว

“มาแล้วหรือ พี่จัดห้องเอาไว้ให้แล้ว” เหลียนเฟิงหวงหันมายิ้มให้น้องสาว

“พี่ใหญ่มีคนต้องการพบเจ้าค่ะ” พูดจบสองพี่น้องตระกูลจินก็เดินเข้ามาในห้อง ทำให้เวยซานเซินที่อยู่ในห้องมองไม่วางตา คนที่เขาให้ไปสืบยังไม่มารายงานแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้ข้อมูลโดยไม่ต้องทำอันใด

“หมิงหยวนไม่ได้เจอกันเสียนาน กลับเข้าเมืองหลวงมาเตรียมตัวสอบหรือ” เหลียนเฟิงหวงทักทายอย่างเป็นกันเอง ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวงุนงงไปกันใหญ่ นี่สรุปสหายของเขาก็รู้จักสองพี่น้องนี่ด้วยหรือ

“ใช่แล้วขอรับ แล้วพี่หวงเป็นอย่างไรบ้างไม่ได้เจอกันเสียนานสบายดีหรือไม่” บุรุษทั้งสองที่ไม่ได้พบหน้ากันเสียนานก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทั้งสองต่างก็นับถือกันเหมือนพี่เหมือนน้อง

“พี่ใหญ่จะคุยกันอีกนานหรือไม่ หากนานกว่านี้ข้าจะเรียกให้

เสี่ยวเอ้อนำอาหารเข้ามาในนี้แล้วนะเจ้าคะ” จินหลันเล่ออดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ รู้ว่าไม่ได้พบหน้ากันนาน แต่หาที่คุยที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ นางยืนจนปวดขาไปหมดแล้ว

“เล่อเอ๋อร์เจ้าก็พูดเกินไป” จินหมิงหยวนบอกอย่างเขินอาย พวกเขาเพียงแค่คุยกันไม่กี่ประโยคเท่านั้น จะเรียกว่านานได้อย่างไร

“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าไปนั่งรอในห้องเถิด เดี๋ยวข้าตรวจงานอีกนิดหน่อยเดี๋ยวตามไป” เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกให้ทั้งสามออกไปก่อน เพราะยังมีงานที่ต้องจัดการต่อ แล้วไหนจะสหายที่ยังนั่งอยู่ตรงนี้อีก

“พี่ใหญ่รีบตามไปนะเจ้าคะ” เหลียนหรูเซียนยิ้มบาง ๆ แล้วเดินนำทั้งสองออกไปห้องส่วนตัวที่เตรียมเอาไว้ เพราะคิดว่าพี่ชายมีเรื่องต้องหารือกับสหายต่อ ที่นางรีบออกไปก็เพราะว่าไม่อยากเห็นหน้าคนบางคน นางรู้สึกว่าตั้งแต่ที่นางเดินเข้ามาในห้องก็มีคนจ้องมองนางอยู่ตลอดเวลา และผู้นั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเวยซานเซิน ไม่รู้ว่าจะมองอันใดนักหนา

หลังจากทั้งสามออกไปแล้วเวยซานเซินก็นั่งมองหน้าของสหายเงียบ ๆ จนทำให้คนที่ถูกมองอดทนไม่ได้

“เจ้ามีอันใดก็ถามมาเถิด” เขาถามขึ้นในขณะที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

“เจ้ารู้จักสองพี่น้องนั่นด้วยหรือ” เวยซานเซินถามเรื่องที่คาใจ เพราะทั้งสี่ดูสนิทสนมกันมาก แล้วเหตุใดเขาไม่เคยรู้เลย

“พี่น้องตระกูลจินหรือ รู้จักกันมานานแล้ว ก่อนที่จะรู้จักเจ้าเสียอีก” เขาตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้คิดปิดบังเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไรอยู่แล้ว

“เหตุใดข้าไม่รู้” เวยซานเซินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เขาก็ไม่ได้คบหาตระกูลเหลียนแค่ปีสองปี แต่เหตุใดเรื่องนี้เขาถึงไม่รู้เรื่อง อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเคยพบหน้ากันบ้างสิ

“ก็ไม่แปลก เจ้าเคยสนใจเรื่องคนอื่นด้วยหรือ” ที่ผ่านมาสหายของเขาไม่เคยสนใจผู้ใด แต่เหตุใดวันนี้จึงได้สนใจเรื่องของพี่น้องตระกูลจินด้วย

แม้จะสนทนากับจินหมิงหยวนอยู่ แต่เขาก็ลอบสังเกตอาการของสหายอยู่ตลอด เหมือนว่าวันนี้สหายของเขาจะแปลกไปมาก วันนี้ยังไปหาเขาที่จวนทั้งที่รู้อยู่ว่าเขาออกมาทำงานแล้ว

“ก็เห็นว่าสนิทสนมกันดีจึงอยากรู้ว่ารู้จักกันมานานแล้วหรือยัง” ชายหนุ่มเฉไฉ ตอนนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเป็นอันใด เขาไม่เคยอยากรู้เรื่องของผู้อื่นเช่นนี้มาก่อน แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเหลียนหรูเซียนกลับทำให้เขารู้สึกร้อนรนเป็นพิเศษ

“อ๋อ” เขามองสหายอย่างจับผิด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใด “แล้วนี่จะไปกับข้าหรือไม่”

“ไปสิ ข้าส่งจดหมายมานัดเจ้าก่อน” เขาเองก็อยากเห็นว่าสองคนนั้นสนิทสนมกันมากเพียงใด และหากดูไม่ผิดบุรุษผู้นั้นไม่ได้คิดกับนางแค่น้องสาวแน่นอน

“เช่นนั้นรออีกหน่อย เดี๋ยวจัดการเอกสารพวกนี้เสร็จจะพาไป” จะปล่อยให้เข้าไปคนเดียวก็ดูจะแปลก ๆ หน่อย เพราะที่ผ่านมาสหายของเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบน้องสาวเขา และก็ไม่รู้ว่าจะให้เข้าไปในฐานะอันใด

เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดทำเพียงนั่งรอสหายเงียบ ๆ ทั้งที่ในใจร้อนรนเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้สองคนนั้นอยู่ใกล้ชิดกันมากเกินไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/2

    “นางกล้าแน่นอน” น้องสาวผู้นี้ของเขาเคยฟังผู้ใดเสียเมื่อไหร่ ชอบทำอันใดตามใจตนเสมอ คิดจะทำอันใดแล้วต่อให้ผู้อื่นโน้มน้าวใจเพียงใดก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่าย ๆ“หึ ข้าจะเป็นคนขัดขวางนางเอง ดูซิว่านางจะเก่งเพียงใด” เขาพูดจริงทำจริง จากนี้อย่าหวังเลยว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ที่ผ่านมานางทำเช่นไรกับเขา เขาก็จะทำเช่นนั้นกับนางบ้าง จะไม่ปล่อยให้นางมีเวลาว่างอยู่คนเดียวเลย“พวกเจ้าสองคนเหมือนกันยิ่งนัก” เหลียนเฟิงหวงได้แต่ยกมือกุมขมับ เขาปวดหัวกับเรื่องของสองคนนี้มาก ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร ยิ่งพูดด้วยก็ยิ่งจะมีแต่ปวดหัว“หึ ข้าฝากไปบอกน้องสาวของเจ้าด้วยแล้วกันว่าให้เตรียมตั้งรับดี ๆ ข้าไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่” เขาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว การที่มีนางอยู่ข้างกายมันดีกว่ามากจริง ๆ หากได้นางมาอยู่ข้างกายเขาคงมีความสุขมากกว่านี้“เฮ้อ...เจ้านี่มัน” เขาเองก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรเหมือนกัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ต้องโทษน้องสาวของเขาเองที่เอาตัวเองมาพัวพันกับคนเช่นนี้“เจ้าไปเถิดข้าอยากพักผ่อน” เวยซานเซินไล่สหาย เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้าไปที่จวนตระกูลเหลียนอีก จากนี้เขาจะไปปักหลักที่จวนตระกูลเหลียน

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 15/1

    บทที่ 15เหลียนหรูเซียนมองไปรอบ ๆ ก็พบว่างานเลี้ยงนี้ไม่ได้จัดใหญ่มาก เหมือนจะมีเฉพาะคนที่สนิทสนมเท่านั้น จัดงานเลี้ยงวันเกิดทั้งทีเหตุใดจึงไม่จัดให้ใหญ่โตไปเลย จะได้เปิดตัวว่าที่ฮูหยินอย่างให้สมฐานะหน่อย“เจ้าไหวหรือไม่” เหลียนเฟิงหวงถามอย่างเป็นห่วง ได้แต่คิดว่าตนเองไม่น่าพาน้องสาวมาที่นี่เลย เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ มีอย่างที่ไหนให้สตรีอื่นมายืนต้อนรับแขกด้วยราวกับเป็นสามีภรรยา“ข้าไม่เป็นอันใด” คนเป็นน้องสาวยิ้มน้อย ๆ คิดว่ามาเห็นภาพเช่นนี้ก็ดี จะได้ตัดใจจากเขาได้เร็วขึ้นไม่นานเวยซานเซินก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะกับสองพี่น้องตระกูลเหลียน และแน่นอนว่าต้องมีเย่จือม่านตามมาด้วย ทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอันใดบรรยากาศภายในโต๊ะเต็มไปด้วยความอึดอัด จะมีก็แต่เย่จือม่านที่พยายามชวนเวยซานเซินสนทนาแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วย เพราะตอนนี้ในสายตาของเขามีแต่เหลียนหรูเซียนเท่านั้นในงานเลี้ยงไม่ได้มีพิธีการอันใดมากเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ และมีแต่คนสนิท เพราะจุดประสงค์ของคนจัดคือต้องการพบหน้าคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งก้มหน้าไม่สนใจผู้ใดแต่เขาก็คิดว่าคุ้มค่ามากเพร

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/2

    ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไปจวนตระกูลเวยก็ได้พบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้ง แต่นี่มานั่งรอทั้งวันก็ไม่ได้เห็นหน้าของเจ้านายของนาง“อยากมาก็มา ข้าไม่ได้ว่าอันใดนี่” หญิงสาวยังคงบอกอย่างไม่ได้สนใจ แต่ในหัวของนางตอนนี้กลับคิดถึงเรื่องของเขา ในใจยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี ใจหนึ่งก็อยากออกไปพบเขา แต่ก็ยังโกรธเรื่องที่เขาเคยทำไว้กับนาง“คุณหนูจะไม่ออกไปพบหน่อยหรือ” ซูซูบอกเสียงแผ่ว เพราะรู้ว่าเจ้านายพยายามมากเพียงใด หากได้ลงเอยกันเจ้านายของนางก็คงจะมีความสุขไม่น้อย“ไม่ล่ะ” เหลียนหรูเซียนบอกอย่างใจแข็ง พยายามไม่คิดถึงคนที่นั่งรออยู่ในเรือนรับรอง ใจแข็งเข้าไว้อย่าได้ใจอ่อนง่าย ๆ คิดตอนที่เขาด่าเข้าไว้ซูซูเมื่อเห็นว่าเจ้านายใจแข็งก็ไม่ได้ร้องขอความเห็นใจแทน กลัวว่าเจ้านายจะโกรธตนเองไปด้วย จึงได้เดินไปรินน้ำชาให้อย่างเอาใ

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 14/1

    บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบนางสักนิด นางจะไม่คิดสงสัยเลย“คุณหนูนายท่านเวยมาขอพบเจ้าค่ะ” เมื่อสาวใช้เข้ามารายงาน ทำให้หญิงสาวแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งเขาจะบอกว่าต้องการมาพบพี่ชายของนาง แต่วันนี้กลับแปลกไป“ไม่พบ” นางและเขาไม่มีเรื่องจำเป็นต้องพบหน้ากัน และนางก็จะไม่ออกไปพบเขาเด็ดขาด“เจ้าค่ะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของเจ้านายทำให้นางไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใดต่อ จึงได้แต่ถอยออกไปแจ้งแขกที่มาเยือน“นายท่านเวย คุณหนูไม่สะดวกออกมาพบเจ้าค่ะ จึงเชิญนายท่านเวยกลับไปก่อน” สาวใช้พยายามใช้คำพูดที่เบาที่สุดเพื่อรักษาน้ำใจของคนมาเยือน“ข้าจะรอจนกว่านางจะออกมาพบ” เวยซานเซินบอกเสียงเรียบ ไม่อยากพบหน้าเขาหรือ มาดูกันว่าผู้ใดจะมีความอดทนมากกว่ากัน“เอ่อ...”“ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก พวกเจ้าไปทำงานของตนเองเถิด” เขายังคงยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจ ไม่ได้ทุก

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/2

    “อย่ามายุ่งกับข้าอีก” พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไปพร้อมกับน้ำตา วันที่นางต้องการให้เขาทำดีด้วยเขากลับไม่สนใจ พอนางสามารถทำใจเดินออกมาจากเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมปล่อยนางไป ยังมาสร้างความลำบากใจให้นางอยู่ตลอดเมื่อเห็นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ทำให้เขาชะงัก ไม่คิดว่าการพูดคุยกันครั้งนี้จะทำให้นางเสียน้ำตา เขาเพียงแค่ต้องการคุยกับนางให้รู้เรื่องเท่านั้น ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ในขณะที่เขากำลังจะเดินตามไปเพื่อพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่สหายที่ยืนแอบอยู่นานก็เข้ามาขวางเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากยังตามไปจะทำให้ทะเลาะกันยิ่งกว่านี้ รอให้ใจเย็นมากกว่านี้ค่อยคุยกันอีกครั้ง“เจ้าอย่าเพิ่งตามไป รอให้นางใจเย็นกว่านี้ก่อน วันหน้าค่อยคุยกันก็ยังไม่สาย”“แต่นางร้องไห้” เขาพูดเสียงแผ่ว เพียงแค่คิดว่านางต้องเสียน้ำตาเพราะเขาเขาก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหว แล้วเช่นนี้จะให้อยู่เฉยได้อย่างไร“เจ้าไม่ต้องห่วง นางร้องไห้เพราะเจ้าไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว” แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ก็แอบไม่พอใจอยู่หน่อย ๆ ที่อีกฝ่ายทำน้องสาวของเขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เพราะน้องสาวของเขาเลือกเดินเส้นทางนี้เอง เขาก็ทำอันใดไม่ได้ยิ่งได้ยินเช่น

  • วางใจเถิด ต่อจากนี้ไม่ขอรักท่านอีก   บทที่ 13/1

    บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อนข้างตื่นสาย และกลัวว่าหากช้ากว่านี้จะได้เจอคนที่ไม่ต้องการเจอสาวใช้ต่างพากันช่วยแต่งตัวให้เจ้านายตามคำสั่ง เมื่อจัดการตัวเองเสร็จก็รีบเดินออกไปที่หน้าประตูจวนเพื่อไปหาสหาย ทว่าก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ที่หน้าประตูจวน โดยที่ประตูใหญ่ยังไม่เปิด แสดงว่าเขาอยู่ที่จวนของนางทั้งคืน“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เหลียนหรูเซียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ในเมื่อประจันหน้ากันเช่นนี้แล้ว จะให้หลบหน้าต่อก็คงไม่ได้“ข้าอยากคุยกับเจ้า” นางไม่ฟังที่เขาพูดไปก่อนหน้านี้เลย บอกว่าอย่าหลบหน้านางก็ไม่ฟัง ซ้ำยังไปที่จวนตระกูลจินทุกวัน ไม่รู้ว่าระหว่างนางและจินหมิงหยวนก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว“ข้าว่าพวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ บอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก” นี่เขาต้องการอันใดจากนางกันแน่ เหตุใดไม่พูดอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status