Masuk“ไม่ต้องเป็นห่วง อย่างไรปีนี้พี่ชายของข้าต้องไปเป็นจอหงวนแน่นอน” ที่ผ่านมาพี่ชายของนางเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี จะผิดพลาดได้อย่างไร อย่างไรปีนี้พี่ชายของนางก็ต้องไปเป็นที่หนึ่งของการสอบ
“เจ้าก็พูดเกินจริง” เขาปรามน้องสาวอย่างเขินอาย ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องแล้วชวนทั้งสองออกไปที่หอเหลียนฮวา “พวกเราไปที่หอเหลียนฮวาเลยดีหรือไม่”
สองสาวหันมองตากันแล้วพยักหน้าเบา ๆ แล้วทั้งสามก็พากันเดินทางไปที่หอเหลียนฮวา เมื่อมาถึงหอเหลียนฮวาก็คิดว่าจะไปหาพี่ชายก่อน จึงได้หันไปถามคนทั้งสองที่มาด้วยกัน
“ข้าจะไปหาพี่ใหญ่ จะไปด้วยหรือไม่”
“ไปสิ ไม่ได้เจอพี่หวงนานแล้ว” เป็นจินหมิงหยวนที่เป็นคนตอบ เพราะตั้งแต่กลับมาเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าของอีกฝ่ายเลย จึงถือโอกาสนี้เข้าไปทักทาย
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” เหลียนหรูเซียนเดินนำทั้งสองไปที่ห้องทำงานของพี่ชายด้วยความคุ้นเคย เพราะนางเองก็มาที่นี่บ่อย ๆ ยิ่งตอนเป็นเด็กยิ่งต้องมาทำงานกับพี่ชายทุกวัน เพราะไม่กล้าทิ้งนางไว้คนเดียว
“พี่ใหญ่ยุ่งอยู่หรือไม่เจ้าคะ” เหลียนหรูเซียนเปิดประตูห้องทำงานของพี่ชายอย่างคุ้นเคย ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะตอนนี้เขาอยู่กับเวยซานเซิน เหตุใดไม่มีผู้ใดแจ้งนางว่าพี่ชายไม่ได้อยู่คนเดียว
“มาแล้วหรือ พี่จัดห้องเอาไว้ให้แล้ว” เหลียนเฟิงหวงหันมายิ้มให้น้องสาว
“พี่ใหญ่มีคนต้องการพบเจ้าค่ะ” พูดจบสองพี่น้องตระกูลจินก็เดินเข้ามาในห้อง ทำให้เวยซานเซินที่อยู่ในห้องมองไม่วางตา คนที่เขาให้ไปสืบยังไม่มารายงานแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้ข้อมูลโดยไม่ต้องทำอันใด
“หมิงหยวนไม่ได้เจอกันเสียนาน กลับเข้าเมืองหลวงมาเตรียมตัวสอบหรือ” เหลียนเฟิงหวงทักทายอย่างเป็นกันเอง ก็ยิ่งทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวงุนงงไปกันใหญ่ นี่สรุปสหายของเขาก็รู้จักสองพี่น้องนี่ด้วยหรือ
“ใช่แล้วขอรับ แล้วพี่หวงเป็นอย่างไรบ้างไม่ได้เจอกันเสียนานสบายดีหรือไม่” บุรุษทั้งสองที่ไม่ได้พบหน้ากันเสียนานก็พูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทั้งสองต่างก็นับถือกันเหมือนพี่เหมือนน้อง
“พี่ใหญ่จะคุยกันอีกนานหรือไม่ หากนานกว่านี้ข้าจะเรียกให้
เสี่ยวเอ้อนำอาหารเข้ามาในนี้แล้วนะเจ้าคะ” จินหลันเล่ออดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ รู้ว่าไม่ได้พบหน้ากันนาน แต่หาที่คุยที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ นางยืนจนปวดขาไปหมดแล้ว“เล่อเอ๋อร์เจ้าก็พูดเกินไป” จินหมิงหยวนบอกอย่างเขินอาย พวกเขาเพียงแค่คุยกันไม่กี่ประโยคเท่านั้น จะเรียกว่านานได้อย่างไร
“เอาล่ะ ๆ พวกเจ้าไปนั่งรอในห้องเถิด เดี๋ยวข้าตรวจงานอีกนิดหน่อยเดี๋ยวตามไป” เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วบอกให้ทั้งสามออกไปก่อน เพราะยังมีงานที่ต้องจัดการต่อ แล้วไหนจะสหายที่ยังนั่งอยู่ตรงนี้อีก
“พี่ใหญ่รีบตามไปนะเจ้าคะ” เหลียนหรูเซียนยิ้มบาง ๆ แล้วเดินนำทั้งสองออกไปห้องส่วนตัวที่เตรียมเอาไว้ เพราะคิดว่าพี่ชายมีเรื่องต้องหารือกับสหายต่อ ที่นางรีบออกไปก็เพราะว่าไม่อยากเห็นหน้าคนบางคน นางรู้สึกว่าตั้งแต่ที่นางเดินเข้ามาในห้องก็มีคนจ้องมองนางอยู่ตลอดเวลา และผู้นั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเวยซานเซิน ไม่รู้ว่าจะมองอันใดนักหนา
หลังจากทั้งสามออกไปแล้วเวยซานเซินก็นั่งมองหน้าของสหายเงียบ ๆ จนทำให้คนที่ถูกมองอดทนไม่ได้
“เจ้ามีอันใดก็ถามมาเถิด” เขาถามขึ้นในขณะที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง
“เจ้ารู้จักสองพี่น้องนั่นด้วยหรือ” เวยซานเซินถามเรื่องที่คาใจ เพราะทั้งสี่ดูสนิทสนมกันมาก แล้วเหตุใดเขาไม่เคยรู้เลย
“พี่น้องตระกูลจินหรือ รู้จักกันมานานแล้ว ก่อนที่จะรู้จักเจ้าเสียอีก” เขาตอบด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่ได้คิดปิดบังเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไรอยู่แล้ว
“เหตุใดข้าไม่รู้” เวยซานเซินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เขาก็ไม่ได้คบหาตระกูลเหลียนแค่ปีสองปี แต่เหตุใดเรื่องนี้เขาถึงไม่รู้เรื่อง อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเคยพบหน้ากันบ้างสิ
“ก็ไม่แปลก เจ้าเคยสนใจเรื่องคนอื่นด้วยหรือ” ที่ผ่านมาสหายของเขาไม่เคยสนใจผู้ใด แต่เหตุใดวันนี้จึงได้สนใจเรื่องของพี่น้องตระกูลจินด้วย
แม้จะสนทนากับจินหมิงหยวนอยู่ แต่เขาก็ลอบสังเกตอาการของสหายอยู่ตลอด เหมือนว่าวันนี้สหายของเขาจะแปลกไปมาก วันนี้ยังไปหาเขาที่จวนทั้งที่รู้อยู่ว่าเขาออกมาทำงานแล้ว
“ก็เห็นว่าสนิทสนมกันดีจึงอยากรู้ว่ารู้จักกันมานานแล้วหรือยัง” ชายหนุ่มเฉไฉ ตอนนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเป็นอันใด เขาไม่เคยอยากรู้เรื่องของผู้อื่นเช่นนี้มาก่อน แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเหลียนหรูเซียนกลับทำให้เขารู้สึกร้อนรนเป็นพิเศษ
“อ๋อ” เขามองสหายอย่างจับผิด แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใด “แล้วนี่จะไปกับข้าหรือไม่”
“ไปสิ ข้าส่งจดหมายมานัดเจ้าก่อน” เขาเองก็อยากเห็นว่าสองคนนั้นสนิทสนมกันมากเพียงใด และหากดูไม่ผิดบุรุษผู้นั้นไม่ได้คิดกับนางแค่น้องสาวแน่นอน
“เช่นนั้นรออีกหน่อย เดี๋ยวจัดการเอกสารพวกนี้เสร็จจะพาไป” จะปล่อยให้เข้าไปคนเดียวก็ดูจะแปลก ๆ หน่อย เพราะที่ผ่านมาสหายของเขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบน้องสาวเขา และก็ไม่รู้ว่าจะให้เข้าไปในฐานะอันใด
เวยซานเซินไม่ได้พูดอันใดทำเพียงนั่งรอสหายเงียบ ๆ ทั้งที่ในใจร้อนรนเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้สองคนนั้นอยู่ใกล้ชิดกันมากเกินไป
บทส่งท้ายหลังจากเรื่องของจูหลานจางและเย่จือม่านจบลง เวยซานเซินก็กลับไปอยู่ที่จวนของตนเอง เพราะตอนนี้หิมะก็หยุดตกแล้ว อยู่ที่จวนเหลียนต่อจะทำให้ดูไม่ดี“เซียนเอ๋อร์วันนี้ผ่านร้านขนมชื่อดัง จึงได้ซื้อมาฝากเจ้า” ตอนนี้เขาจะจัดการงานของตนเองให้เสร็จก่อนค่อยมาที่จวนตระกูลจิน แล้วอยู่กับนางจนฟ้ามืดจึงค่อยกลับจวนของตนเองความสัมพันธ์ของเขาและนางเป็นไปอย่างเรียบง่าย เขาไม่ได้เร่งรัดในความสัมพันธ์ อยู่เป็นความสบายใจให้กันและกัน“เหตุวันนี้ถึงได้มาเร็วนักเล่า” เหลียนหรูเซียนถามอย่างแปลกใจ ปกติเขาจะมาหลังมื้ออาหารเที่ยงตลอด“คิดถึงเซียนเอ๋อร์จึงได้มาเร็วหน่อย” เขายิ้มหน้าบาน ตอนนี้เขาไม่ได้เร่งรัดที่จะเอาสถานะกับนาง ขอเพียงได้อยู่ข้างกายของนางเช่นนี้ก็พอ แม้ว่านางไม่ตกลงแต่งงานกับเขา เขาก็จะอยู่กับนางเช่นนี้ตลอดไป“ท่านนี่ช่างพูดเสียจริง” เหลียนหรูเซียนยิ้มอย่างเขินอาย ช่วงนี้เขามักจะมาทำให้นางเขินอายอยู่เป็นประจำ และเรื่องแต่งงานเขาก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่เป็นเช่นนี้ก็ทำให้นางรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ไม่ต้องมากดดันตัวเองหากถึงวันที่นางพร้อมที่จะแต่งงานกับเขาจริง ๆ นางจะเป็นคนบอกเข
หลังจากได้กินยาพักผ่อนอย่างเต็มที่เหลียนหรูเซียนก็อาการดีขึ้นมาก จึงได้กลับจวนของตนเอง ไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างและนางก็ยังไม่อยากรับรู้ตอนนี้ ขอให้อาการของนางดีขึ้นกว่านี้หน่อยก็แล้วกันระหว่างนั่งรถม้ากลับจวนก็พยายามคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แม้ทุกอย่างจะเลือนรางแต่ก็พอจะจำได้บ้างว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น รู้สึกดีไม่น้อยที่เขาไม่ได้ทำตามที่นางร้องขอ เช่นนี้ก็แน่ชัดแล้วว่านางเลือกคนไม่ผิด เพราะหากเป็นบุรุษคนอื่นคงจะไม่พานางมารักษาทางการแพทย์เช่นนี้“เหตุใดเมื่อวานท่านไม่...” แม้จะอยากรู้ความคิดของเขาแต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ เพราะคิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที“ไม่ทำตามที่เจ้าต้องการน่ะหรือ” เขาได้แต่หัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของนาง ท่าทางเช่นนี้ของนางก็ใช่ว่าจะเห็นกันได้ง่าย ๆ“จะ เจ้าค่ะ” หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด อยากทุบเขาแรง ๆ ที่กล้าหัวเราะนางเช่นนี้ ก็นางถูกวางยาจึงได้แสดงท่าทางที่น่าขายหน้าเช่นนั้นออกมา“เพราะข้าไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของเจ้า งานแต่งครั้งนี้จะต้องถูกจัดขึ้นเพราะเจ้าพอใจที่จะแต่ง มิใช่บีบบังคับเพียงเพราะเกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น” เขายื่นม
บทที่ 25เหลียนหรูเซียนที่หลับไปนานก็รู้สึกตัวในรุ่งเช้าของอีกวัน เมื่อสติกลับคืนมาครบถ้วนก็รีบสำรวจตัวเองทันที เพราะจำได้ว่าเมื่อวานถูกวางยาปลุกกำหนัด เมื่อเห็นว่าร่างกายยังปกติดีอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“ตื่นแล้วหรือ” เวยซานเซินที่ออกไปเตรียมยาเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กตื่นแล้วก็รีบเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง “เป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอีกหรือไม่”“ยังปวดอยู่นิดหน่อย” ตอนนี้นางยังปวดหัวอยู่หน่อย ๆ สมองตื้อคิดอ่านอันใดก็ชักช้าไปหมด“เช่นนั้นกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนต่ออีกหน่อย หรือว่าอยากจะกลับไปพักที่จวน” ที่โรงหมอนี้แม้จะไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่ได้สะดวกขนาดนั้น แต่ดีหน่อยที่นี่เป็นโรงหมอตระกูลเวยเขาจึงสั่งปิดเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้ามาวุ่นวาย“พักที่นี่อีกหน่อยก็ได้เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่มีแรงจะออกไปไหน แค่ลุกจากเตียงก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่เหลียนหรูเซียนกินข้าวกินยาเสร็จก็นอนต่อ ไม่คิดว่าฤทธิ์ยากำหนัดจะทำให้นางหมดแรงเช่นนี้ จูหลานจางผู้นั้นช่างสารเลวจริง ๆ ถึงขั้นกล้าใช้ยาสกปรกเช่นนี้“ตอนนี้ข่าวด้านนอกเป็นอย่างไรบ้าง” เวยซานเซินถามเฉิงชุนที่ยืนรอรายงาน อย่าคิดเลยว่าทำกับ
หลังจากเวยซานเซินออกไปซูซูก็รีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายของตนเอง คุณหนูของนางช่างน่าสงสารยิ่งนัก ไม่น่าไปรู้จักคนสารเลวเช่นนั้นเลย เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เจ้านายแล้วก็มานั่งเฝ้าไม่ห่าง ไม่ต่างจากเวยซานเซินที่เปลี่ยนเสื้อผ้าและต้มยาให้นางเรียบร้อยก็มานั่งเฝ้าด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างกัน“นางเป็นอย่างไรบ้าง มีรู้สึกตัวขึ้นบ้างหรือยัง”“ยังเลยเจ้าค่ะ” ซูซูรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายมาก แต่ว่านางก็ไม่สามารถทำอันใดได้จึงได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง“เจ้าไปพักผ่อนเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อเอง” ตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว “เจ้ากลับไปรออาหวงที่จวนเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังอย่างละเอียด”ตระกูลจูไม่ควรคบค้ากันอีกต่อไป และที่สำคัญผู้นำตระกูลจูสมควรรับรู้พฤติกรรมของบุตรชายตนเองว่าสารเลวมากเพียงใด“เจ้าค่ะ” แม้จะยังเป็นห่วงเจ้านายแต่ว่าให้เวยซานเซินดูแลเจ้านายของนางจะดีกว่า เพราะอีกฝ่ายเป็นหมอจะดูแลได้ดีกว่านางแน่นอนหลังจากที่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเหลียนเฟิงหวงรีบอยากออกไปจากจวนตระกูลจูทันที แต่ก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญต้องที่ต้องจัดการต่อจากนี้เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปสักพักเหลียนเฟิง
บทที่ 24“เรื่องนี้ให้เจ้าตัดสินใจ” เขาพอจะรู้แล้วว่าสองคนนี้ต้องการทำอันใด อยากเปลี่ยนข้าวสารเป็นข้าวสุก ทำให้เหลียนหรูเซียนปฏิเสธการแต่งงานไม่ได้เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่จือม่านจะเป็นคนที่เลวร้ายเช่นนี้ เสียดายที่ผ่านมาเขาเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่นางมาทำเช่นนี้กับสตรีที่เขารัก เขาคงจะปล่อยนางไปไม่ได้จริง ๆ“เช่นนั้นก็จัดการเถิด” อยากรู้ว่าหากสองคนนั้นได้แต่งงานกันจะเป็นเช่นไร “เรื่องนี้จะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คนรู้มากเท่าใดยิ่งดี”“ตามที่เจ้าต้องการ” เขาให้องครักษ์ลับของตนเองมาพาตัวจูหลานจางออกไปที่เรือนรับรองด้านหน้า เพื่อไปอยู่ห้องเดียวกับเย่จือม่านเหลียนหรูเซียนจัดการเปลื้องผ้าของทั้งสองแล้วพาขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน เสร็จแล้วก็รีบหลบออกไปจากจวนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยาที่อยู่ในร่างกายเริ่มจะออกฤทธิ์แล้วเหมือนกันเวยซานเซินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนสนิทฟังแล้วให้เข้าไปแจ้งเหลียนเฟิงหวงที่อยู่ด้านใน ให้จัดการตามแผนที่เขาวางเอาไว้ อย่างไรวันนี้คนก็ต้องเห็นเรื่องหน้าอายระหว่างเย่จือม่านและจูหลานจาง และเขาจะทำให้เรื่องนี้ดังไปทั่วเมืองหลวงคิดทำร้ายเขาเขาไม่ว่า แต่อย่ามาคิดทำร้า
“เรื่องนี้คงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เชิญเข้าไปด้านในก่อนขอรับ” ในเมื่อทำอันใดไม่ได้จูหลานจางก็ทำได้เพียงเชิญทั้งสามเข้าไปด้านใน หากบิดาเขาไม่เห็นเหลียนเฟิงหวงและเวยซานเซินคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ที่ไม่ได้เชิญเวยซานเซินตั้งแต่แรกเพราะคิดว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่มา พอตระกูลเหลียนมาแจ้งว่าเวยซานเซินจะมาก็รีบจัดแจงที่นั่งอย่างดี ผู้ใดจะไม่อยากตีสนิทกับตระกูลแพทย์เล่าเขาจึงได้ให้บ่าวรับใช้มาขวางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปเพราะเขาก็มีแผนการในใจเหมือนกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ คิดว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วเวยซานเซินจะยอมกลับไปง่าย ๆ ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเหลียนจะกลับไปด้วยเวยซานเซินมองหน้าสหายแล้วพยักหน้าให้กันเบา ๆ เพราะคิดว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้องมีแผนการแน่นอน“เจ้าดูแลนางดี ๆ” เหลียนเฟิงหวงบอกกับสหายเสียงเบา ดีที่ครั้งนี้เวยซานเซินมาด้วยมิเช่นนั้นเขาก็คงไม่มีเรื่องให้เอะใจเช่นนี้“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง” เขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีเรื่องการค้าต้องคุย ทว่าหากจะเป็นเรื่องดีจะดีกว่านี้หากไม่ต้องร่วมการค้ากันเลย เพราะแค่นี้ก็ดูแล้วว่าไม่มีความจริงใจให้กันจูหลานจางเดินนำทั้งสามไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารม
ชายหนุ่มมาที่จวนตระกูลเหลียนทุกวัน และนั่งรออยู่อย่างนั้นแม้ว่าเหลียนหรูเซียนจะไม่ออกมาพบก็ตาม เขาทำเช่นนั้นอยู่หลายวันนางก็ยังคงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้เขาพบ แต่เขาก็ไม่คิดจะยอมแพ้“คุณหนูวันนี้นายท่านเวยก็มาอีกแล้วเจ้าค่ะ” ซูซูเข้ามารายงานเจ้านาย ตอนนี้เริ่มจะเห็นใจคนที่รอ เพราะยามที่เจ้านายของนางไ
บทที่ 14เหลียนหรูเซียนนั่งคิดเรื่องของเวยซานเซินเงียบ ๆ ได้แต่คิดเรื่องของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะพยายามสลัดเรื่องของเขาออกจากหัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้สักทีนางไม่เชื่อว่าเขาจะชอบนางเช่นที่พี่ชายพูดจริง ๆ นางยังจำคำที่เขาต่อว่านางได้ทุกคำ คนเช่นนี้หรือจะมาชอบนางได้จริง ๆ หากที่ผ่านมาเขามีท่าทีว่าชมชอบ
บทที่ 13เวยซานเซินออกมารอที่หน้าประตูจวนตระกูลเหลียนตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องก็รีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวเพื่อออกไปที่จวนของสหายเช่นทุกวัน โดยไม่รู้เลยว่ามีคนรอสะสางบัญชีอยู่“พวกเจ้ามาช่วยข้าแต่งตัวเร็วเข้า” เหลียนหรูเซียนบอกด้วยน้ำเสียงรีบร้อน เพราะวันนี้อากาศหนาวกว่าปกตินางจึงค่อน
บทที่ 12หลังจากที่ถกเถียงกับเวยซานเซินเมื่อสองวันก่อน เหลียนหรูเซียนก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรกันแน่ ทั้งที่นางยอมถอยแล้วแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ยอมจบเรื่องนี้ เพียงแค่เขาเฉยชากับนางเหมือนเช่นเมื่อก่อน เรื่องราวก็จะไม่ต้องวุ่นวายเช่นนี้







