Home / โรแมนติก / วิญญาณนี้มีรัก / ตอนที่ 2: ความลับใต้ทางยกระดับ - 2

Share

ตอนที่ 2: ความลับใต้ทางยกระดับ - 2

last update Last Updated: 2026-01-25 22:49:24

“แสดงว่าที่ฉันตาย... เอ้ย ที่ฉันเจ็บขนาดนี้ เพราะมีคนอยากให้ฉันหายไปจริง ๆ ใช่ไหม?” พิมพ์ขวัญถาม เสียงของเธอไม่ได้โกรธแค้น แต่มันเต็มไปด้วยความสับสน “ฉันเป็นแค่ครีเอทีฟนะนนท์ ฉันจะไปรู้อะไรที่มันอันตรายขนาดนั้นได้ยังไง?”

ก่อนที่นนท์จะได้คำตอบ เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ก็ดังแว่วมาจากไกล ๆ แสงไฟหน้ารถสาดผ่านช่องว่างของรั้วสังกะสีเข้ามา นนท์รีบดับไฟฉายและดึงพิมพ์ขวัญให้หลบเข้าไปหลังตอหม้อใหญ่

“มีคนมา” นนท์กระซิบ เขาแนบแผ่นหลังกับพื้นปูนเย็นเฉียบ หัวใจเต้นรัวเป็นกลองรบ

ชายฉกรรจ์สองคนในชุดหนังสีดำสนิทก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ พวกเขาไม่ได้ถอดหมวกกันน็อกออก แสงไฟจากมือถือของพวกเขาสาดส่องไปทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ ราวกับกำลังตามหา ‘บางอย่าง’ ที่พวกเขาทิ้งไว้

“มึงแน่ใจนะว่าของตกอยู่แถวนี้?” เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากหมวกกันน็อก

“เออ นายบอกว่าสัญญาณ GPS ของเครื่อง Jammer มันดับอยู่แถวนี้ ถ้าตำรวจเจอเราซวยแน่ ไอ้เด็กนั่นมันอึดกว่าที่คิด ป่านนี้ยังไม่ตายอีก”

พิมพ์ขวัญที่ยืนอยู่ข้างนนท์ถึงกับตัวสั่น ร่างวิญญาณของเธอกะพริบถี่ ๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งสูง “พวกมัน... พวกมันคือคนที่ทำฉัน!” เธอกำลังจะพุ่งตัวออกไปตามสัญชาตญาณ แต่ถูกเสียงของนนท์ดึงไว้

“อย่า!” นนท์พึมพำแทบไม่มีเสียง “คุณทำอะไรพวกมันไม่ได้ในตอนนี้ และถ้าพวกมันเห็นผม... ผมตายแน่ อยู่เฉยๆ พิมพ์!”

นนท์ตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโหมดถ่ายวิดีโอโดยปิดไฟแฟลชและปิดเสียง เขาค่อยๆ ยื่นมือผ่านช่องว่างข้างตอหม้อเพื่อบันทึกภาพชายสองคนนั้นไว้ ในใจเขาเต็มไปด้วยความกลัว แต่ความเป็นนักข่าวบอกเขาว่านี่คือ ‘หลักฐาน’ เดียวที่จะช่วยชีวิตพิมพ์ขวัญและตัวเขาเองได้

ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ตอหม้อที่พวกเขาทั้งคู่ซ่อนอยู่ ระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงสองเมตร กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยมาแตะจมูกนนท์ เขาแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ พิมพ์ขวัญเองก็จ้องมองชายคนนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาของเหยื่อที่หวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่กำลัง ‘บันทึก’ ทุกรายละเอียดเพื่อรอวันเอาคืน

“หาไม่เจอว่ะ สงสัยรถเก็บขยะเอาไปแล้วมั้ง ไปเหอะ ก่อนที่สายตรวจจะมา”

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด นนท์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เหงื่อเย็น ๆ ไหลท่วมใบหน้า เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าด้วยมือที่ยังสั่นไม่หาย

“คุณเห็นหน้าพวกมันไหม?” พิมพ์ขวัญถามหลังจากเงียบไปนาน

“ไม่เห็น... พวกมันใส่หมวกกันน็อกตลอด” นนท์ตอบพลางลุกขึ้นปัดฝุ่น “แต่ผมได้คลิปเสียงและรูปพรรณสัณฐานบางส่วนแล้ว พิมพ์... เรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่เราคิด คุณไม่ได้แค่ดวงซวย แต่นี่มันคือขบวนการ”

เขามองดูพิมพ์ขวัญที่บัดนี้ดูนิ่งสงบผิดปกติ เธอเดินกลับไปที่รอยเลือดบนตอหม้อแล้วเอามือทาบลงไป แม้มือจะทะลุผ่านปูนไปแต่เธอก็ยังคงค้างไว้อย่างนั้น “นนท์... ตอนที่ฉันอยู่โรงพยาบาล ฉันเอาแต่ห่วงงาน ห่วงว่าคนจะลืมฉัน แต่พอเห็นพวกมันเมื่อกี้ ฉันกลับรู้สึกว่า... ฉันอยากมีชีวิตอยู่เพื่อลากพวกมันเข้าคุกมากกว่า”

การเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธอทำให้นนท์รู้สึกทึ่ง พิมพ์ขวัญคนเดิมที่เอาแต่โวยวายเรื่องเดดไลน์ดูเหมือนจะหายไป เหลือเพียงหญิงสาวที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยความจริงที่โหดร้าย

“ผมจะช่วยคุณ” นนท์พูดออกมาโดยไม่ต้องคิด “ไม่ใช่แค่ส่งอีเมล แต่ผมจะตามหาว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“ทำไม? คุณต้องเสี่ยงตายเลยนะ”

นนท์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “เพราะผมเองก็เคยเกือบตายใต้ทางยกระดับแบบนี้เหมือนกัน... และตอนนั้นไม่มีใครเชื่อผมว่ามันไม่ใช่แค่อุบัติเหตุ ผมปล่อยให้คุณเผชิญเรื่องนี้คนเดียวไม่ได้”

เขาเดินไปที่รั้วสังกะสีและช่วยพยุงอากาศ (ซึ่งเป็นการแสดงออกทางใจมากกว่ากาย) เพื่อให้พิมพ์ขวัญรู้สึกว่าเธอไม่ได้เดินอยู่เพียงลำพัง

ระหว่างทางกลับรถ ความเงียบในรถเอสยูวีไม่ได้อึดอัดเหมือนช่วงขามา นนท์เปิดเพลงคลาสสิกเบา ๆ เพื่อปรับมูดอารมณ์ ขณะที่พิมพ์ขวัญนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องที่วิ่งผ่านไป

“เรากลับโรงพยาบาลกันเถอะ” นนท์พูดขึ้น “คืนนี้คุณต้องพัก ร่างกายของคุณที่ห้อง ICU ยังต้องการพลังงานนะ”

“นนท์...” พิมพ์ขวัญหันมามองเขา “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นล่ะ?”

นนท์ชะงักฝีเท้าที่กำลังเหยียบเบรก “หมายความว่าไง? รัศมีของคุณจำกัดอยู่ที่นั่นนะ ถ้าคุณห่างออกไปนาน ๆ วิญญาณคุณจะอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ”

“ฉันรู้... แต่ฉันรู้สึกว่าในโรงพยาบาลมันมีบางอย่างที่ขัดขวางไม่ให้ฉันจำเรื่องสำคัญได้” พิมพ์ขวัญพยายามอธิบายความรู้สึกที่อธิบายยาก “เหมือนกับว่ากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องช่วยหายใจมันคอยกลบเสียงในหัวของฉัน นนท์... พาฉันไปที่ห้องทำงานของคุณได้ไหม? หรือที่ไหนก็ได้ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับงานชิ้นสุดท้ายของฉัน”

นนท์มองหน้าปัดนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาตีสองครึ่ง เขาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ การพาเธอออกห่างจากโรงพยาบาลคือการเสี่ยงชีวิตของเธออย่างแท้จริง แต่การกลับไปโดยไม่มีข้อมูลอะไรใหม่เลย ก็เท่ากับรอให้พวกนั้นกลับมาปิดงานให้จบในโรงพยาบาล

“รัศมีของผมกับคุณ... มันอาจจะยืดหยุ่นได้ถ้าเราเชื่อมต่อกันผ่าน ‘ความจริง’” นนท์พึมพำพลางทุบพวงมาลัยเบา ๆ “โอเค พิมพ์... ผมจะพาคุณไปที่ออฟฟิศลับของผม แต่ถ้าคุณเริ่มโปร่งแสงหรือดูท่าไม่ดี ผมจะแบกคุณกลับโรงพยาบาลทันที เข้าใจไหม?”

พิมพ์ขวัญพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

รถเอสยูวีเลี้ยวออกจากเส้นทางมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาล และมุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความลับที่ยังรอการเปิดโปง ผลลัพธ์ของการตัดสินใจครั้งนี้เปลี่ยนทิศทางของเรื่องจากนิยายวิญญาณรักโรแมนติก กลายเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตและความจริงที่อาจจะสั่นสะเทือนวงการสื่อและก่อสร้างที่พิมพ์ขวัญเคยเป็นส่วนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนพิเศษ: ในช่องว่างของความทรงจำ

    แสงไฟนีออนบนเพดานโรงพยาบาลกะพริบถี่เป็นจังหวะที่ชวนให้ปวดหัว พิมพ์ขวัญนอนมองมันมานานหลายชั่วโมง เธอเพิ่งฟื้นได้ไม่กี่วัน ร่างกายของเธอเริ่มกลับมาทำตามคำสั่งได้ทีละน้อย แต่มีบางอย่างในหัวที่ยังคงเหมือนแผ่นเสียงที่ตกร่อง หมอบอกว่ามันคืออาการ 'Retrograde Amnesia' หรือการสูญเสียความทรงจำย้อนหลังเนื่องจากสมองขาดออกซิเจน แต่นั่นคือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึก "หนาวเหน็บที่ขั้วหัวใจ" จางหายไปเลยทุกครั้งที่เธอหลับตา พิมพ์ขวัญจะเห็นภาพชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความโศกเศร้าอย่างมหาศาล มือขวาของเขาพันแผลหนาเตอะ และทุกครั้งที่เธอพยายามจะเอื้อมมือไปแตะ ภาพนั้นจะแตกสลายกลายเป็นฟองอากาศเหมือนวิญญาณที่ถูกกระชากออกไปในสุญญากาศ“พี่พิมพ์คะ... ทานยาหน่อยค่ะ” เสียงพยาบาลปลุกเธอจากภวังค์พิมพ์ขวัญมองถ้วยยาในมือพยาบาล แล้วสายตาเธอก็เลื่อนไปสะดุดที่ 'แก้วกาแฟ' บนโต๊ะข้างเตียง มันไม่ใช่แก้วของเธอ แต่เป็นแก้วกระดาษจากร้านกาแฟใต้ตึกที่เขียนชื่อว่า 'Nont' ด้วยลายมือหวัด ๆ“แก้วนั้น... ของใครเหรอคะ?” พิมพ์ขวัญถามด้วยเสียงท

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 10: อรุณรุ่งของนกฟีนิกซ์

    เสียงระเบิดของถังแก๊สจากโรงครัวเรือนจำดังกัมปนาทสะเทือนไปถึงขั้วปอด แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของความตาย มันคือเสียงของกรงขังที่ถูกฉีกกระชาก นนท์ก้าวออกมาจากแดน 4 ท่ามกลางควันไฟสีเทาหม่นที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้าตรู่ เสื้อนักโทษสีซีดของเขาขาดวิ่นและเปื้อนคราบเขม่า แต่ท่วงท่าการเดินของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การเดินของนักโทษที่ยอมจำนน หรือนักข่าวที่ซ่อนความลับไว้ในอก แต่มันคือการเดินของชายที่เพิ่งค้นพบว่าอิสรภาพไม่ได้อยู่ที่การเปิดประตูคุก แต่อยู่ที่การเลิกกลัวคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าอำนาจเฮียเล้งและผู้คุมที่เคยพยายามจะสังหารเขา บัดนี้กะพริบตาปริบ ๆ อยู่กลางสนามหญ้าที่รายล้อมไปด้วยพนักงานสอบสวนจากส่วนกลางและสื่อมวลชนนับสิบสำนักที่แห่กันมาหลังจาก "รหัสลึกลับ" ของพิมพ์ขวัญแฮกเข้าระบบแจ้งเตือนภัยของสำนักข่าวทั่วประเทศ นนท์เดินไปที่หน้ากล้องของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่เขารู้จักดี“คุณนนท์ คุณหนีออกมาได้ยังไงครับ? แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันคืออะไร?” นักข่าวรุ่นน้องคนหนึ่งถามด้วยเสียงสั่นเครือนนท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขามองไปที่ท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีส้มทอง เขาไม่ได้

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 9: อาณาจักรที่มองไม่เห็น

    เสียงนกหวีดกรีดร้องดังระงมไปทั่วแดน 4 เป็นสัญญาณเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ที่แสนจำเจภายในเรือนจำความมั่นคงสูง นนท์ตื่นขึ้นบนพื้นปูนเย็นเฉียบท่ามกลางนักโทษชายร่างกำยำนับสิบชีวิตที่นอนเบียดเสียดกันแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านซี่กรงเหล็กชั้นบนไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันกลับเน้นย้ำให้เห็นถึงฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศที่อับชื้น นนท์ในชุดนักโทษสีกากีเข้มดูซูบผอมลงแต่ดวงตายังคงคมกริบ เขาเลิกเป็นนักข่าวหนุ่มมาดเนี้ยบ และกลายเป็นชายที่รู้จักการก้มหน้าเพื่อมองหาโอกาส“เฮ้ย! ไอ้หน้าใหม่ มานี่ซิ!” เสียงแหบพร่าของ 'เฮียเล้ง' ขาใหญ่ประจำแดนดังขึ้นจากโต๊ะไม้หินอ่อนกลางลานกว้าง เฮียเล้งคือคนที่มีอิทธิพลพอที่จะทำให้ใครบางคนหายไปได้ในคืนเดียวโดยไม่มีใครเห็นนนท์เดินเข้าไปหาด้วยท่าทางนอบน้อมที่เขาไม่เคยใช้กับใครข้างนอก “ครับเฮีย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”“ข้าได้ยินว่าแกเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องรหัสอะไรนั่นน่ะ” เฮียเล้งมองนนท์ด้วยสายตาเหยียดหยาม “ในนี้เราไม่มีคอมพิวเตอร์ให้แกเล่นหรอกนะ แต่เรามี ‘ระบบบันทึกเวลา’ ของผู้คุมที่ข้าอยากจะให้แกช่วย ‘ปรับแก้’ นิดหน่อย แลกกับความคุ้มครองที่แกจะได้รับ แกจะว่ายังไง?”นี่คือก

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 8: ศาลเตี้ยในห้องกระจก

    ผนังห้องสอบสวนไม่ได้มีสีขาวเหมือนในโรงพยาบาล แต่มันเป็นสีเทาหม่นที่ดูดซับแสงและเสียงจนคนข้างในรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็น นนท์นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กที่ยึดติดกับพื้น ข้อมือของเขาถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือเย็นเฉียบ แผลที่มือขวาจากการถูกไฟช็อตยังคงปวดหนึบเป็นจังหวะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาอึดอัดยิ่งกว่าคือใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายที่เรียกตัวเองว่า ‘พนักงานสอบสวนพิเศษจากหน่วยความมั่นคง’“คุณนนท์... ผมอ่านประวัติคุณแล้ว คุณเป็นนักข่าวที่มีอุดมการณ์สูงนะ” ชายคนนั้นพูดพลางวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะโลหะ “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันไม่ใช่การรายงานข่าว มันคือการก่อวินาศกรรมทางข้อมูล คุณพาสาวน้อยคนนั้นไปเสี่ยงตาย และตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่อีกห้องหนึ่ง... ในสภาพที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก”นนท์มองจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านเหมือนที่เคยเป็นนักข่าวจอมโวยวาย ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนจนไม่เหลือความกลัว “พิมพ์ขวัญเป็นยังไงบ้าง?”“เธอจำอะไรไม่ได้เลย... หรืออย่างน้อยเธอก็อ้างแบบนั้น” ชายชุดสูทโน้มตัวเข้ามาใกล้ “เธอบอกว่าคุณเป็นคนลั

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 7: รหัสวิปริตและภาพหลอนนีออน

    บรรยากาศภายในห้องควบคุมเครือข่ายใยแก้วนำแสงใต้ดินใจกลางเมือง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโกดังร้างที่เพิ่งผ่านมา ที่นี่ไม่มีฝุ่น ไม่มีคราบน้ำมัน มีเพียงเสียงครางพึมพำของเครื่องปรับอากาศอุตสาหกรรมและแสงสีฟ้าจากหลอดไฟสถานะนับล้านดวงที่กะพริบเป็นจังหวะเหมือนชีพจรของอสูรกายดิจิทัลพิมพ์ขวัญนั่งอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ แสงสีขาวจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาของเธอจนดูเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีวิญญาณ นิ้วมือของเธอขยับเขยื้อนด้วยความเร็วที่ทำให้นนท์ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังรู้สึกหนาวเยือก“คุณกำลังจะทำอะไร พิมพ์? นี่มันไม่ใช่แค่การแฮกไฟล์โฆษณาแล้วนะ” นนท์ถามพลางมองแผนที่โครงข่ายไฟจราจรทั่วกรุงเทพฯ ที่บัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทั้งหมดบนจอภาพ“ฉันกำลังจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้กลายเป็น ‘โรงละคร’ ของเราไง นนท์”พิมพ์ขวัญตอบโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่เขาไม่เคยได้ยิน“พวกมันใช้โครงสร้างพื้นฐานของเมืองสะกดรอยเรา งั้นเราก็ใช้โครงสร้างเดียวกันนี้ประหารชีวิตพวกมันกลางที่สาธารณะสิ”นนท์สังเกตเห็นว่าท่าทางของพิมพ์ขวัญเปลี่ยนไป เธอเลิกสนใจบาดแผลตามตัวหรือความหิวโหย ความทรงจำที่กลับมาในฐานะค

  • วิญญาณนี้มีรัก   ตอนที่ 6: กับดักในรอยแยกของเมือง

    เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามแว่วมาจากท้ายถนนเส้นตัดใหม่ที่ยังสร้างไม่เสร็จ นนท์เหยียบคันเร่งรถเอสยูวีคันเก่งจนมิดเข็มไมล์ กลิ่นยางไหม้และควันไอเสียอบอวลอยู่ในห้องโดยสารที่ร้อนระอุเนื่องจากระบบแอร์เพิ่งถูกกระสุนปริศนายิงทะลุแผงคอนเดนเซอร์ไปเมื่อสิบนาทีก่อน พิมพ์ขวัญนั่งอยู่ที่เบาะข้าง ๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความโกรธมากกว่าความกลัว มือของเธอกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดนูน“พวกมันตามมาได้ไง? ฉันทิ้งมือถือไว้ที่ออฟฟิศแล้วนะ!” พิมพ์ขวัญตะโกนแข่งกับเสียงลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก“พวกมันไม่ได้ตามจากมือถือ แต่มันตามจากป้ายทะเบียนรถผม” นนท์ตอบพลางหักพวงมาลัยหลบหลุมขนาดใหญ่บนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นปูน “ผมประเมินพวกมันต่ำไป พิมพ์... พวกนี้ไม่ใช่แค่ลูกกระจ๊อก แต่มันคือหน่วยงานเก็บกวาดที่มีทรัพยากรล้นมือ”นนท์มองกระจกหลัง เห็นรถกระบะสี่ประตูสีดำมืดสนิทสองคันกำลังไล่บี้ตามมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เขาตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าไปในเส้นทางลูกรังมุ่งหน้าสู่โซนโกดังเก่าที่เคยเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ พิมพ์ขวัญมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วขมวดคิ้ว ความทรงจำบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status