Se connecter“เอาละอ๋องน้อยเฉิงซี ข้าเลือกแล้ว ข้าจะกอดต้นขาใหญ่ๆ[1] อย่างท่านนี่ละ!!”
“คุณหนู...กอดขาผู้ใดหรือเจ้าคะ”
นางหัวเราะ “ไม่มีอะไร”
สิ่งแรกที่นางจะทำหลังจากนี้อีกหนึ่งเรื่องก็คือ...พยายามเรียนรู้การใช้สมุนไพร เพราะไม่เพียงอาจช่วยชีวิตมารดาเท่านั้น แต่หากนางสามารถช่วยชีวิตอ๋องน้อยเฉิงซีได้ นั่นก็เท่ากับตัดหนทางขึ้นสู่อำนาจของคนที่เคยทำร้ายนางมาแล้วครั้งหนึ่ง!!
ขณะนั่งรถม้าเพื่อกลับเข้าเมืองหลวงอย่างอารมณ์ดี ด้วยนางมองเห็นทางรอดโดยที่ตัวเองอาจไม่ต้องพาชีวิตน้อยๆ ไปเสี่ยงอันตราย เฉินหมิงเหยากลับรู้สึกว่าด้านนอกรถม้าวิ่งเร็วจนเกิน เสี่ยวหมานเลิกม่านรถม้าขึ้นกำลังจะส่งเสียงถาม คนขับรถม้าส่งเสียงบอกพวกนาง
“พวกท่านนั่งให้ดี ด้านหลังดูเหมือนมีกลุ่มคนไล่กวดมาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นโจรหรือไม่”
“หา! โจร! มีการดักปล้นด้วยหรือ ที่นี่ใกล้กำแพงเมืองหลวงนะ!” เสี่ยวหมานตื่นตระหนกโผเข้าไปกอดผู้เป็นนายและมองไปรอบๆ อย่างระวังภัย
“พวกท่านมาจากที่ใดจึงไม่รู้ นี่นอกกำแพงไม่ใช่ในกำแพงที่จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยคุ้มครองเสียหน่อย นั่งให้ดีข้า...” เพิ่งพูดจบก็ถูกธนูยิ่งตกลงไปจากรถม้า
เสี่ยวหมานส่งเสียงกรีดร้อง เจ้ามาแตกตื่นวิ่งเร็วขึ้นอีกทั้งยังวิ่งไม่ตรงทาง รถม้าโคลงเคลงแกว่งไปมากระแทกจนน่าเวียนศีรษะ
“คุณหนู!” เสี่ยวหมานกรีดร้องเมื่อรถม้ากระแทกเข้ากับบางอย่าง ร่างของเฉินหมิงเหยาลอยหวือออกไปจากหน้าต่างรถม้า
นางทำได้เพียงหลับตาเพื่อรอรับความเจ็บ รู้ตัวว่าร่างได้หลุดออกมาจากรถม้าเพราะการกระแทกเมื่อครู่ แม้ไม่ได้หลุดออกมาจากขอบหน้าต่างพอดี หากกระแทกเข้ากับผนังด้านใดด้านหนึ่ง กระดูกเล็กๆ ของนางนี้ไม่ว่าอย่างไรก็คงหักหลายที่ ดังนั้น...ตอนที่นางกระแทกเข้าไปในแผ่นอกของใครบางคน รับรู้ถึงความอบอุ่น จังหวะการเต้นของหัวใจ เฉินหมิงเหยาได้แต่ลืมตาพรวด
“คุณหนูท่านนี้ ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่???”
ในหัวของนางอื้ออึงเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งช่วยชีวิตชัดเจน ...เสิ่นเสวียนโม่!!!
นางผลักเขาและถอยห่างทันที เสี่ยวหมานวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจและห่วงใย “คุณหนูท่านบาดเจ็บหรือไม่เจ้าคะ”
คนของจวนกั๋วกงหลายคนเร่งติดตามโจรกลุ่มนั้น ลึกๆ นางแอบคิดว่านี่ก็เป็นหนึ่งในแผนการที่เริ่มขึ้นแล้วหรือไม่ เช่นนี้ในใจจึงขุ่นเคืองมากกว่ารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิต
“ขอบคุณคุณชายท่านนี้ ขอบคุณที่ท่านช่วยคุณหนูของข้า ขอบคุณ ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“จวนโหว??” น้ำเสียงของเขาทำให้นางเงยหน้าขึ้น สายตาของเขามองมายังป้ายหยกที่ห้อยข้างเอวของนาง
เฉินหมิงเหยาได้แต่ลอบสบถกับตัวเองที่ไม่ได้ปลดมันออก “เจ้าค่ะ คุณหนูของข้าคือท่านหญิงจวนเฉินโหวเจ้าค่ะ"
“ที่แท้ก็คนกันเอง ข้าเสิ่นเสวียนโม่ ซื่อจื่อจวนอวี้กั๋วกง ข้าเป็นสหายของพี่ชายเจ้า”
“ขอบคุณซี่อจื่อที่ช่วย” นางกล่าวอย่างเสียไม่ได้ ไม่ได้มีท่าทีซาบซึ้งใจ ปลาบปลื้มใจ หรือไม่ใกล้เคียงกับสิ่งเหล่านั้น กระทั่งเรียกสีหน้าประหลาดใจจากเสิ่นเสวียนโม่อย่างเห็นได้ชัด
หญิงสาวรู้ตัวว่าเผลอแสดงท่าทีไม่สุภาพ ดังนั้นจึงกระแอมกลบเกลื่อน นางกอดสาวใช้จากนั้นมองหาคนขับรถม้า ทว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บแม้ถูกช่วยกลับมาแต่คงไม่อาจส่งนางกลับจวน
“ข้าจะให้คนไปส่งก็แล้วกัน” เสิ่นเสวียนโม่กล่าวจากนั้นบอกให้คนของเขาไปสำรวจความเสียหายของรถม้า เขายังขี่ม้านำทางรถม้าเพื่อส่งนางกลับจวนโหว ทันทีที่กลับไปถึงมารดาของนางที่ประหลาดใจก็ออกมาด้านนอก สอบถามเรื่องราวจากเสิ่นเสวียนโม่
เฉินหมิงเหยาแอบค่อนขอดในใจเพราะเขาเอาแต่พูดว่าช่วยโดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน ทว่าเขากลับไม่ยอมกลับไปทันทีหลังส่งนางกลับจวน ดึงดันจะอยู่ต่อเพื่อพบและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้มารดาของนางรับรู้
หากมิได้เกิดเรื่องในอดีต หากนางไม่ได้ย้อนกลับมา หากนางไม่เคยรู้จักอดีตสามีผู้นี้ บางทีนางก็อาจจะหลงรักเขา...อีกครั้ง เพราะนี่ก็คือสถานการณ์ที่เรียกว่าวีรบุรุษช่วยหญิงงามอย่างแท้จริง
[1]สำนวนจีน 抱大腿 เปาต้าถุ่ย กอดต้นขาของผู้มีอำนาจเพื่อขอความช่วยเหลือหรือเกาะติดเพื่อให้ได้ประโยชน์
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
นอกจากกังหันน้ำและกังหันลมส่งน้ำแล้ว หญิงสาวยังช่วยกรมโยธาเรื่องการชลประทานได้มาก เนื่องจากหมู่บ้านในครอบครองของหญิงสาว ทั้งหมดล้วนเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตร สิ่งใดที่ดีต่อชาวนา ชาวบ้าน หญิงสาวมักทดลองจากแดนเหนือก่อน หากได้ผลนางก็จะส่งต่อมาให้ฮ่องเต้พิจารณา กระทั่งกรมโยธาดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ของต้าเฟิงโดยแท้นางทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เอาหน้า ไม่แทรกแซง ไม่ล่วงล้ำหน้าที่ ดังนั้นแม้มีขุนนางที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ไม่อาจลืมกล่าวถึง...จินซาไห่หลังสิ้นองค์ชายหลัวซีหยุนเล่อ จินซาไห่ผลักดันองค์หญิงหลัวซาอิ่นเล่อขึ้นมาเป็นเหยียนหวาง นางรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้สองแคว้นขัดแย้ง ดังนั้นแทนที่จะรอให้ต้าเฟิงรวบรวมทหารบุกเข้าไป นางกลับขอเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแท้จริง ยอมส่งเครื่องบรรณาการและทำข้อตกลงในการค้าขายของสองแคว้นอย่างเท่าเทียมด้วยข้อตกลงนี้ฮ่องเต้ยอมผูกมิตรโดยไม่จำเป็นต้องมีสงคราม สองแคว้นสงบสุข ผู้คนเองก็สรรเสริญ สงครามให้อย่างไรก็มีเพียงความสูญเสีย ไม่มีสงคราม หลีกเลี่ยงความสูญเสีย นี่ต่างหากจึงจะเป็นหลักการปกครองของฮ่องเต้ผู้ประเสริฐอย่างแท้จริงรัชสมัยฮ่องเต้หานจื่อหลงท
อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองนาง...นานมาก เขาลุกขึ้นจากนั้นก้าวฉับๆ มานั่งลงตรงหน้า จากนั้นดึงนางเข้าไปกอด “ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”“อะไร”“ว่าเจ้าจะบอกว่าพวกเราอย่าพบกันอีกเลย”หลันเฟิงเกอเลิกคิ้ว “อย่าพบกันอีก? เหตุใดท่าน...”นึกถึงเรื่องที่เขาเคยบอกว่าผู้ใดอยู่ใกล้เขาล้วนไม่ตายดี นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เขากังวลกระมัง เขาคงกลัวว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ คนข้างกายจะค่อยๆ ล้มหายไม่ก็จากไปเพราะความกลัว“ข้าจะไปที่ใดได้ ข้ายังขูดรีดท่านไม่หนำใจเลย!!”เขาหัวเราะ “ได้ ข้ายอมให้เจ้าขูดรีด อยากได้อะไรข้าล้วนยินยอมทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าไม่ไปจากข้า”นางดันเขาออกอมยิ้มมองเขา “เชยชะมัด”หานจวินเจ๋อกุมมือนางแน่น “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าแดนเหนือก็คือบ้าน”“ตั้งแต่...ไม่รู้สิ คงตั้งแต่ที่ข้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งแต่มีกังหันน้ำ ตั้งแต่วันที่ข้า...ไปจากเมืองหลวง? ข้าจำไม่ได้หรอก”“แล้วหากกลับไปเจ้ายังอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านติงชุน?”นางหรี่ตามองเขา “ทำไมจะชวนข้าไปอยู่ที่ป้อมเป่ยหวาง?”หานจวินเจ๋อมองหญิงสาวที่ถามออกมาอย่างโจ่งแจ้ง กระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “เสี่ยวเฟิง”“อะไร”“
“นั่นเพราะท่านพ่อชอบจูงมือข้าต่างหาก!” นางเถียง“แล้วอย่างไรเล่า ท่านโหวแสดงออกชัดถึงความสำคัญของฐานะบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินเอก ให้ความสำคัญกับเจ้าและท่านป้า ชัดเจนถึงเพียงนี้ถึงมารดาของพวกเขาจะแต่งให้ท่านโหวก่อน แต่อย่างไรฐานะก็เทียบเจ้าไม่ได้ เจ้าขัดหูขัดตาพวกเขาไปก็เท่านั้น”นาง...พลันหัวใจหล่นว
เห็นอีกฝ่ายหน้าซีดแต่ก็รีบรับคำอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็มองไปรอบๆ “คุณหนูวางใจ ข้าไม่มีทางบอกผู้ใดและจะทำตามที่ท่านสั่ง”มองสาวใช้ออกไปแล้วหญิงสาวเดินเข้าไปเปิดหีบบนโต๊ะ ในนั้นมีทั้งเครื่องประดับ ตั๋วแลกเงิน เงินที่แลกมาพร้อมใช้ กับของมีค่าอีกหลายชิ้น รวมไปถึงของพระราชทานเฉินหมิงเหยาแม้อายุยังน้อ
“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผ







