Se connecterนางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!
เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเอง
เสียงประตูเปิดออก...
คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่
สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋
เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะยาเหล่านั้นที่ท่านดื่มมานานปีกำลังกัดกินท่านช้าๆ อย่างไรเล่า’
แม้แต่ชั่วขณะที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเฉินหมิงเหยา นางก็รู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง นางโง่งมและไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ มองคนไม่ทะลุ ไม่รู้ว่าผู้ใดคือมิตร ผู้ใดคือศัตรู
มองไปยังผู้เป็นสามี...นางเคยรู้สึกว่าเสิ่นเสวียนโม่เคยมีใจให้นาง แม้เขาไม่ใช่คนอ่อนโยนแต่ก็ปฏิบัติกับนางด้วยดีเสมอมา
นางเคยรู้สึกว่าเฉินเล่อเยว่เป็นคนหัวอ่อนว่าง่าย แม้ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่อย่างน้อยพวกนางก็ไม่เคยมีใครทำร้ายอีกฝ่าย
นางเคยรู้สึกว่าเฉินซวี่เสียนเหมาะที่จะสืบทอดบรรดาศักดิ์ เขาเองก็ดีต่อนางเสมอมา แม้เห็นชัดว่าระหว่างนางกับเขายังคงมีช่องว่างที่เกิดจากเรื่องในอดีตของบุพการี แต่นางก็คิดเสมอว่าสุดท้ายแล้วทั้งสามก็เป็นพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกัน
...เห็นชัดว่านางไร้เดียงสาจนเกินไป โง่งมจนเกินไป นางต้องมาตายเช่นนี้ บิดาเองก็ต้องมาตายเช่นนี้ ต้าเหลียงเองก็วุ่นวายเพราะการแก่งแย่ง
บัลลังก์ที่กำลังถูกเปลี่ยนผ่าน เพราะคานอำนาจที่กำลังรวมตัวกันเพื่อส่งองค์ชายอีกคนขึ้นเป็นฮ่องเต้ แผนการที่ถูกวางเอไว้ตั้งแต่ต้นนับตั้งแต่การหมั้นหมาย
หรือบางทีมันอาจเริ่มต้นนับตั้งแต่สมรสพระราชทานระหว่างบิดาและมารดาของนาง กระทั่งสั่งสมความแค้น ความเกลียดชังให้พี่ชายและน้องสาวของนาง เป็นเหตุให้นางถูกพี่ชายและน้องสาวของตัวเองสังหาร!!!
นาง...ค่อยๆ หลับตาลงยอมรับในชะตากรรม ยอมรับว่าตัวนางเองไร้เดียงสาเกินไป โง่งมไม่รู้เท่าทัน ไม่รู้จักสังเกตในท่าทีของผู้อื่นที่มีต่อตัวเอง ไม่รู้จักมองคน หรือแม้กระทั่งไม่โกรธแค้น
‘ในเมื่อสวรรค์เลือกให้ข้าตายเช่นนี้ แล้วข้ายังจะทำอะไรได้เล่า’
ลมหายใจเฮือกสุดท้ายนางได้แต่...ปล่อยวาง
ทว่า...ความว่างเปล่าตรงหน้ากลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะข้างหูของนางกลับได้ยินเสียง
แกรก...แกรก
เฉินหมิงเหยาขมวดคิ้วเพราะรำคาญเสียงนั้นเต็มทน นางจะหลับก็ยังไม่อาจหลับสนิท ดวงตาที่พยายามเปิดขึ้น...หนักอึ้ง ความเจ็บปวดที่หน้าอกเริ่มชัดเจนเรื่อยๆ กระทั่งชั่วสุดท้ายของสตินึกคิดที่กำลังหลุดลอย นางรำคาญเสียงราวกับคนกำลังกวาดพื้นนั่น ปากจึงหลุดตะโกนออกมา
“หนวกหูเสียจริง!!!”
แล้วหญิงสาวก็ลืมตาพรวด!!! มองเห็นม่านหน้าเตียงปักลายดอกอวี้หลิง...
“คุณหนู...ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสี่ยวหมานเปิดประตูเข้ามา เฉินหมิงเหยากะพริบตามองอีกฝ่าย อยู่ๆ ขอบตาของนางก็ร้อนผ่าว
เสี่ยวหมาน...สาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนาง คนที่สละชีวิตช่วยให้นางหนีรอดจนกลับไปถึงจวนกั๋วกง ถึงอย่างนั้นเพราะนางโง่งมเกินไป คิดว่าอดีตสามีจะสงสารและยื่นมือช่วยเหลือ นางกลับถูกสังหารอย่างน่าสมเพชต่อหน้าพี่ชายและน้องสาว รวมไปถึงเสิ่นเสวียนโม่ผู้เป็นสามี!!
“เสี่ยวหมาน!!” นางลุกพรวดโผเข้าไปกอดเสี่ยวหมาน ตอนนั้นเองที่สาวใช้อีกสองคนเปิดประตูเข้ามา สายตาของเฉินหมิงเหยามองออกไปนอกห้อง กระทั่งเห็นต้นดอกท้อสามต้นที่ยังคงอยู่ดี
ต้นท้อสามต้นนี้มารดาของนางเป็นคนลงมือปลูกเอง เพราะในวันที่นางเกิดดอกท้อในจวนบานสะพรั่ง ดังนั้นในตอนที่นางย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนใหม่ มารดาจึงปลูกเอาไว้ในสวนเพื่ออวยพรให้นางโชคดี
“ใช่แล้ว...วันนี้น่าจะทรงเสด็จกลับแดนตะวันตกจึงมาทูลลากระมัง”ได้ยินมาว่าอ๋องน้อยเฉิงซีอายุยังน้อยก็มีคุณงามความดียิ่ง ไม่เพียงสืบทอดบรรดาศักดิ์จากท่านอ๋องผู้เป็นบิดาที่ล้มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อย แต่เขายังทำหน้าที่ปกป้องแดนตะวันตกอย่างกล้าหาญ เป็นหลานชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจที่สุด ส่วนฮองเฮาเองก็รักใคร่เอ็นดู เขานับเป็นสายสัมพันธ์ที่เชื่อมคานอำนาจระหว่างฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างแท้จริง ไม่เลือกฝั่งใดแต่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เพื่อใครแต่เพื่อต้าเหลียงโดยแท้บิดาของเขาเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมารดาเป็นคนตระกูลเฉินที่ใกล้ชิดกับฮองเฮาหากนับตามความจริงเขากับนางก็เป็นเครือญาติ ทว่าหากนับตามศักดิ์ฐานะในราชสำนัก เขาอยู่ใต้คนเพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั่วหล้า เช่นนี้เขากับนางจึงห่างเหินราวกับคนละฟากฝั่งไม่นับรวมที่ว่าแม้มารดาของนางเป็นน้องสาวของฮ่องเต้ แต่ก็เป็นองค์หญิงที่ไม่ได้มีอำนาจอิทธิพล ต่างกับเขาที่เป็นหลานชายสายตรงของตระกูลเซียว ด้วยบิดาของเขาเป็นอนุชาที่เกิดจากบิดาและมารดาเดียวกัน เลือดในกายของอ๋องน้อยเฉิงซี จึงนับว่าเป็นสายเลือดของเชื้อพระวงศ์แห่งต้าเหลียงอย่างแท้จริง“อ๋องน้อยเฉิงซี.
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผมดำยาวสลวยทั้งยังทั้งหนาและยาวแทบจรดบั้นเอวนางคว้าผมของตัวเองดึงมาข้างหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ หลังแต่งเข้าไปในจวนกั๋วกงเพราะต้องดูแลจวน ดูแลสามี ดูแลทุกๆ อย่าง สุขภาพของนางค่อยๆ ย่ำแย่ เส้นผมหลุดร่วงปริขาดจนบางและสั้นยาวไม่เท่ากัน ดังนั้นนางจึงตัดสินใจม้วนมวยเอาไว้ตลอดเวลามาวันนี้เหตุใดนางจึง...“คุณหนูกลับเข้าไปข้างในกันเถิดเจ้าค่ะ ท่านโหวกับฮูหยินคงรออยู่ที่ห้องโถงแล้ว”“ท่านพ่อกับท่านแม่?!” นางเลิกคิ้วมองเสี่ยวหมาน กระทั่งถูกประคองเดินกลับเข้าไปในห้อง มองตัวเองที่อยู่ในคันฉ่องเฉินหมิงเหยาอ้าปากค้างตาเบิกกว้าง นาง...พบว่าตัวเองกลับมาในช่วงที่ยังไม่ปักปิ่นอีกครั้ง แถมตอนนี้มารดาของนางเองก็ยังอยู่ บิดาของนางเองก็ไม่ได้ถูกพี่ชายสังหาร!!!“ท่านแม่!!!” นางวิ่งพรวดออกจากห้องหลังสาวใช้ช่วยกันแต่
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเองเสียงประตูเปิดออก...คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้มลงบนพื้น สายตาของทั้งสามเย็นชาเสียดแทงจนนางเย็นเยียบไปทั้งกาย เสียงสตรีนางหนึ่งดังขึ้นจำได้ว่านั่นเป็นเสียงของผู้ติดตามเสิ่นเสวียนโม่สตรีนางนี้เป็นเหมือนคนคุ้มกันของอีกฝ่าย ฝีมือดีมาก ท่าทางเย็นชา นางก็คือ...หงอวี๋เฉินเล่อเยว่กล่าวเสียงเรียบ ‘ข้าก็บอกแล้วว่านางไม่มีที่ไป นางปักใจรักท่านพี่อย่างโง่งมถึงเพียงนี้ หลงคิดว่าตัวเองสูงส่งได้เป็นถึงกั๋วกงฮูหยิน หารู้ไม่ว่านางก็แค่หมากตัวหนึ่งของพวกเราเท่านั้น เห็นหรือไม่...นางกลับมาหาพวกเราเองไม่ต้องเสียเวลาออกไปตามหานางให้เปลืองเวลา’ กล่าวจบก็นั่งลงมองนางด้วยรอยยิ้ม ‘พี่หญิง ท่านคิดจริงๆ หรือว่าท่านพี่มีใจให้ท่าน รู้หรือไม่ว่าที่ท่านไม่ตั้งครรภ์ไม่ใช่เพราะเข้าหอช้า แต่เป็นเพราะท่านพี่แอบให้คนใส่ยาระงับการตั้งครรภ์ให้ท่านต่างหาก ที่ท่านป่วยก็เพราะ
ครานั้น...หญิงสาวเพียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง สายสัมพันธ์พี่น้องของนางกับเฉินเล่อเยว่ไม่ใคร่จะดีนัก ซึ่งหากจะเล่าก็คงต้องย้อนกลับไปนานมาก ด้วยในจวนไม่ได้มีนางเป็นทายาทหนึ่งเดียว บิดาของนางยังมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกสี่คน ใช่แล้ว...เฉินหมิงเหยามีทั้งพี่ชาย มีน้องสาว และมีน้องชายหลิวอี๋เหนียงที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด เฉินซวี่เสียน ซื่อจื่อจวนโหวกับเฉินเล่อเยว่ เดิมทีเป็นฮูหยินที่แต่งกับบิดาของนาง ทว่าเพราะสมรสพระราชทานและฐานะของมารดาหญิงสาว ดังนั้นนางจึงถูกลดฐานะให้เป็นอนุโดยมีข้อแม้ว่าบุตรชายของนางจะยังคงมีฐานะเป็นซื่อจื่อจวนโหว ถึงอย่างนั้นเฉินเล่อเยว่กลับไม่ได้รับความสำคัญอย่างผู้เป็นพี่ชายตลอดชีวิตของเฉินหมิงเหยาไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูอย่างแท้จริง ด้วยนางทระนงถึงฐานะที่สูงส่งของตัวเอง เช่นนั้นในวันที่นางถูกคู่หมายหักหลัง ถูกน้องสาวต่างมารดาทำลายชื่อเสียง นางจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับ บิดาขอร้องให้นางกล้ำกลืนเพื่อเห็นแก่จวนโหว เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ดังนั้นแม้ยังคงไว้ทุกข์ นางกลับถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเข้าสู่จวนกั๋วกง เนื่องจากไม่อาจรั้งรอให้ครรภ์ของน้องสาวโตขึ้นจนประจ
...เฉินหมิงเหยา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาชะตาก็เต็มไปด้วยวาสนาที่ผู้คนริษยา นางไม่เพียงเกิดมาในตระกูลที่มีความชอบล้นแผ่นดิน แต่ชาติตระกูลยังสูงส่งเป็นที่ตระหนักของคนทั้งแคว้นต้าเหลียงบิดาของนางเป็นถึงท่านโหวแห่งแดนใต้ ทั้งยังมีฐานะเป็นถึงน้องชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงฐานะของมารดา ซึ่งเป็นถึงน้องสาวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เช่นนี้แล้วฐานะของนางจึงไม่ธรรมดานับแต่ถือกำเนิด เป็นท่านหญิงที่คนในจวนโหวรักใคร่ตามใจเฝ้าทะนุถนอมต้าเหลียงยิ่งใหญ่แผ่นดินมั่นคงผู้คนสงบสุข ฉากหน้าที่เต็มไปด้วยความสวยงามของเมืองเสียนหยาง กลบฝังความวุ่นวายภายใต้ระลอกคลื่นของการแก่งแย่ง ขุนนางเริ่มแบ่งฝ่าย อำนาจในราชสำนักที่ดูเหมือนปรองดองเป็นหนึ่งเดียว บัดนี้เมื่อเหล่าองค์ชายเริ่มเติบใหญ่ การคาดเดาผู้ที่จะมารับตำแหน่งรัชทายาทคนต่อไปก็ยิ่งเข้มข้นไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ ไม่ว่าจะอยากเกี่ยวพันหรือไม่ จวนโหวของเฉินหมิงเหยาก็ต้องถูกม้วนเข้าไปในเกลียวคลื่นของความวุ่นวายนี้อยู่ดีขณะที่อายุได้เพียงสิบสี่ยังไม่ทันได้ปักปิ่น หญิงสาวที่ถูกหมั้นหมายกับซื่อจื่อจวนอวี้กั๋วกง ก็ปักใจว่าต่อไปนางย่อมกลายเป็นอวี้กั๋วกงฮ







