Masukครานั้น...หญิงสาวเพียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง สายสัมพันธ์พี่น้องของนางกับเฉินเล่อเยว่ไม่ใคร่จะดีนัก ซึ่งหากจะเล่าก็คงต้องย้อนกลับไปนานมาก ด้วยในจวนไม่ได้มีนางเป็นทายาทหนึ่งเดียว บิดาของนางยังมีบุตรที่เกิดจากอนุอีกสี่คน ใช่แล้ว...เฉินหมิงเหยามีทั้งพี่ชาย มีน้องสาว และมีน้องชาย
หลิวอี๋เหนียงที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิด เฉินซวี่เสียน ซื่อจื่อจวนโหวกับเฉินเล่อเยว่ เดิมทีเป็นฮูหยินที่แต่งกับบิดาของนาง ทว่าเพราะสมรสพระราชทานและฐานะของมารดาหญิงสาว ดังนั้นนางจึงถูกลดฐานะให้เป็นอนุโดยมีข้อแม้ว่าบุตรชายของนางจะยังคงมีฐานะเป็นซื่อจื่อจวนโหว ถึงอย่างนั้นเฉินเล่อเยว่กลับไม่ได้รับความสำคัญอย่างผู้เป็นพี่ชาย
ตลอดชีวิตของเฉินหมิงเหยาไม่เคยมองผู้ใดเป็นศัตรูอย่างแท้จริง ด้วยนางทระนงถึงฐานะที่สูงส่งของตัวเอง เช่นนั้นในวันที่นางถูกคู่หมายหักหลัง ถูกน้องสาวต่างมารดาทำลายชื่อเสียง นางจึงไม่อาจทำอะไรได้นอกจากยอมรับ บิดาขอร้องให้นางกล้ำกลืนเพื่อเห็นแก่จวนโหว เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ดังนั้นแม้ยังคงไว้ทุกข์ นางกลับถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเข้าสู่จวนกั๋วกง เนื่องจากไม่อาจรั้งรอให้ครรภ์ของน้องสาวโตขึ้นจนประจานให้ขายหน้าคนทั้งแคว้น!!!
นางยังคงไว้ทุกข์แม้แต่งเข้าจวนกั๋วกง งานแต่งงานที่เงียบงันทำให้หัวใจของหญิงสาวจมดิ่ง แม้จวนกั๋วกงรับปากว่าหลังนางไว้ทุกข์ครบแล้วจะจัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ให้อีกครั้ง ทว่าเฉินหมิงเหยากลับไม่มีความยินดีในใจสักนิด แม้นางได้นั่งเกี้ยวแปดคนหามเข้าไปในจวนกั๋วกงสมปรารถนา ทว่าในใจกลับหนักอึ้งเพราะรู้ดีว่าน้องสาวเองก็กำลังก้าวเข้าประตูข้างจวนในเวลาเดียวกัน!!!
เสิ่นเสวียนโม่ยังคงปฏิบัติต่อนางเช่นเดิม ทั้งให้เกียรติทั้งสุภาพ ทว่าเฉินหมิงเหยากลับรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้มีใจให้นางสักนิด สิ่งของที่นางตั้งใจทำเองกับมือและส่งมาให้เขา ถุงหอม ริ้วแพรปักลายคาดผม รองเท้า เสื้อที่นางเย็บเอง หรือแม้กระทั่งภาพวาด เขาล้วนนำไปกองเอาไว้ในห้องเก็บของ!!!
ผู้คนทั้งเมืองเสียนหยางล้วนตระหนักดี เฉินหมิงเหยาเตรียมตัวเป็นอวี้กั๋วกงฮูหยินอย่างยินดี ส่งข้าวของ ดูแลคู่หมายเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ความจริงใจของนางไม่มีใครไม่รับรู้ เพราะบางครั้งนางยังใช้เงินจ่ายหนี้ให้จวนอวี้กั๋วกงด้วยซ้ำ!!
ปีแรกที่แต่งเข้าจวนกั๋วกง ครบสองปีของการไว้ทุกข์ เฉินเล่อเยว่คลอดบุตรชายให้เสิ่นเสวียนโม่ ทว่านางกลับยังไม่ได้เข้าห้องหอกับสามี ถึงอย่างนั้นเรื่องในจวนล้วนมีนางดูแลทุกอย่าง ทั้งการเงิน ความเรียบร้อย อีกทั้งยังต้องคอยจัดการเรื่องวุ่นวายต่างๆ
ล่วงเข้าปีที่สามและครบกำหนดการไว้ทุกข์ น้องสาวของนางแม้เป็นเพียงอนุจวนกั๋วกง ทว่าอีกฝ่ายกลับมีทายาทให้เสิ่นเสวียนโม่ถึงสองคน เฉินหมิงเหยาปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร นางจะต้องเป็นฮูหยินที่ใจกว้าง เป็นนายหญิงที่ทำเพื่อจวนโหว ทำเพื่อสามี ยึดถือสามคุณธรรมสี่คล้อยตามที่ได้รับการปลูกฝังอบรม ต้องมีคุณธรรม ไม่อาจหึงหวง ไม่อาจขุ่นเคือง
กระทั่ง...ล่วงเข้าปีที่สี่ บิดาของนางอยู่ๆ ก็ล้มป่วยและสิ้นใจ พี่ชายของนางสืบทอดบรรดาศักดิ์ครอบครองจวนโหว นับจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป
เฉินหมิงเหยาไม่เคยจินตนาการถึงชีวิตที่ตกต่ำ ด้วยนับตั้งแต่จำความได้นางก็เป็นถึงท่านหญิงที่มีคนห้อมล้อมหน้าหลัง คอยเอาอกเอาใจ ไปไหนก็สามารถเชิดหน้าก้าวไปข้างหน้า ผู้อื่นต่างหากที่ต้องหลบทางให้ คนเหล่านั้นไม่กล้าเงยหน้าสบตานางด้วยซ้ำ ปีนั้นเป็นปีที่นางตระหนักว่าภาพลวงตาเมื่อมันหายไปแล้ว ทุกอย่างจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อตัวนาง
ปีนั้น...โลกของนางถล่มลงมาจนแหลกเป็นชิ้นๆ นางไม่เพียงล้มป่วยร่างกายทรุดโทรม แม้แต่ฐานะที่นางภูมิอกภูมิใจและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครองก็มีอันหายไป หญิงสาวไม่เพียงถูกปลดจากตำแหน่งกั๋วกงฮูหยิน แต่นางยังถูกขับออกจากจวนกั๋วกงอย่างเลือดเย็น!!!
จวนโหวที่เป็นบ้านเดิมปิดประตูไม่ต้อนรับ ฮองเฮาที่เคยเป็นที่พึ่งพาถูกประหาร องค์ชายสี่ที่เคยถูกยกย่องว่าต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทถูกลอบปลงพระชนม์ บ้านเมืองวุ่นวาย การแก่งแย่งของราชสำนักปะทุขึ้น เสียนหยางที่เคยสงบสุขถูกสงครามการแย่งชิงบัลลังก์ขององค์ชายทำให้ไฟลุกฮือทุกหย่อมหญ้า และในที่สุดขณะที่นางสิ้นหวังหมายใจจะไปขอร้องผู้เป็นสามี ที่พึ่งในใจของนางหนึ่งเดียว หวังว่าเขาจะเมตตาสงสารเห็นแก่ที่นางทำเพื่อจวนโหวมาหลายปี อย่างน้อยให้นางได้มีชีวิตสงบสุขบั้นปลายนึกไม่ถึงว่า...
ในห้องหนังสือของเสิ่นเสวียนโม่ คนสามคนกำลังสนทนากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด เสิ่นเสวียนโม่ เฉินซวี่เสียนและเฉินเล่อเยว่ แท้ที่จริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นแผนการของพวกเขาทั้งสิ้น!!!
การหมั้นหมาย การแต่งงาน อำนาจในมือที่คล้ายได้มาอย่างถูกต้องขาวสะอาด ถูกคำพูดของผู้เป็นพี่ชายทำลายสายสัมพันธ์ของสายเลือด ‘นับตั้งแต่ที่เขารับสตรีผู้นั้นเข้าจวน ทำลายศักดิ์ศรีของท่านแม่ ของข้า ข้าก็ไม่เห็นเขาเป็นบิดาของข้าอีก ข้าสังหารเขาได้ก็สังหารบุตรสาวที่เขาโปรดปรานได้เช่นกัน!!!’
หญิงสาวถึงกับสำลักมองเพื่อนร่วมงานที่ไปตักอาหาร แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครกลับมานั่งที่เดิม พวกเขาย้ายไปนั่งโต๊ะข้างๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองมา “เอ่อ...ค่ะ”“หายดีแล้วเหรอครับ ทำไมมาทำงานแล้ว”“ก็...พักหลายวันแล้ว นอนเฉยๆ ไม่สู้มาทำงานดีกว่า”“แล้ว...พักอยู่ที่ไหนเหรอครับ ไกลจากบริษัทมั้ย ถ้ายังไงให้ผมไปรับตอนเช้าดีมั้ย”หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาแต่หานจวินเจ๋อกลับก้มหน้าลงกินข้ามด้วยท่าทีปกติ “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมี...มอเตอร์ไซค์”“มอเตอร์ไซค์??”“ค่ะ รถติดก็ทำอะไรไม่ได้ด้วย”“ครับ”หลังจากนั้นก็บังเอิญเจอเขาอีก เขารถเสียและขอให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ส่งเขากลับบ้าน!!!หลันเฟิงเกอมองเบนท์ลีย์ราคาเหยียบสามสิบล้านหยวนจากนั้นขมวดคิ้ว ทว่าก็ส่งหมวกกันน็อคให้ชายหนุ่ม ยอมพาเขาไปส่งบ้านโดยดีไม่ใช่แค่นั้นยังมีครั้งต่อๆไป เขาบังเอิญไปวิ่งที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน บังเอิญเจอกันที่ร้านบะหมี่ข้างทาง บังเอิญเจอกันที่ร้านสะดวกซื้อตอนนั่งกินบะหมี่อยู่ที่ริมหน้าต่างร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวหยิบมือถือออกมากดโทร.ออก มือถือของหานจวินเจ๋อที่วางบนโต๊ะสั่นครืดๆ ‘หลันหลัน’ เด่นหราหานจวินเจ๋อรีบเก็บมือถือเข้ากระเป๋าเสื้อ ทว่าก็ถ
ความจริง ความฝัน ปะปนกันจนเจ็บปวด หญิงสาวร่ำไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ กลับสู่ความจริงอันโดดเดี่ยวเดียวดายอีกครั้งแล้ว...หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวได้แต่ตอนบนเตียงและมองออกไปนอกหน้าต่าง เช้านี้หมอก็ยังมาตรวจตรงเวลา ทั้งยังบอกเธอว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากญาติของคนที่ขับรถชนเธอรับผิดชอบทั้งหมดช่วงบ่ายวันนั้น...มีคนเปิดประตูเข้ามา ชายหนุ่มสวมสูทหน้าตาหล่อเหลา หลันเฟิงเกอเบิกตามมองเขาด้วยความตกตะลึง “สวัสดีครับคุณหลัน”หานจวินเจ๋อ?!ด้านหลังของขามีชายหนุ่มอีกคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ “ยืนดีๆ!” อีกฝ่านหันไปดึงหลังคอเสื้อให้ชายหนุ่มคนนั้นโผล่หน้าออกมาหานเสวี่ยหลง?!นี่มัน...เรื่องอะไรกันเนี่ย! ถ้านั่นคือความฝันแล้วพวกเขาทำไมมีตัวตนล่ะ!!“สวัสดีครับคุณหลัน ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมแซ่หาน หานจวินเจ๋อ นี่น้องชายของผมเอง หานเสวี่ยหลง เป็นคนขับรถคืนนั้น ผมต้องขอโทษคุณหลันจากใจ ผมรับปากว่าเรื่องคดีจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ที่พาเขามาก็เพื่อให้เขาขอโทษอย่างจริงใจหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นมีเด็กวิ่งพรวดพราดออกไปตัดหน้ารถ เธอออกไปช่วยเด็กคนนั้นทำให้ถูกรถชน รถของอีกฝ่
ชีวิตนี้เขา หานจวินเจ๋อ ไม่เคยคาดคิด ไม่เคยจินตนาการถึงความเป็นอยู่ที่สงบสุข ฐานะสูงส่ง หน้าที่ที่เขาต้องแบกรับ ทำให้เขาแม้แต่เวลาให้ตัวเองก็แทบจะเป็นไปไม่ได้นับตั้งแต่ได้พบ ได้รู้จักกับหลันเฟิงเกอ นางทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาในหลายเรื่อง สอนเขาให้รู้จักความสมดุลในการใช้ชีวิต สอนให้เขาเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง สอนให้เขารู้จักความสุขที่แท้จริงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าความสุขที่แท้จริงนั้น หาง่ายยิ่งนัก ขอเพียงไม่ละโมบ ขอเพียงไม่เรียกร้องเกินพอดี ขอเพียงทำวันนี้ให้ดีที่สุด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะดี จะร้าย ให้อย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี กังวลล่วงหน้าก็เท่านั้น กลัวไปก็ไม่ช่วยอะไรทุกๆ วันใช้ชีวิตอย่างมีสติ แบ่งปันเมื่อผู้อื่นขาดแคลน ยื่นมือเข้าช่วยเมื่อผู้อื่นร้องขอ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องทำอย่างพอดีหน้าที่...ทุกคนล้วนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ทุกคนล้วนมีความเท่าเทียม เขามีหน้าที่ของเขา นางเองก็เช่นกัน หากให้เกียรติผู้อื่น ก็จะได้รับในสิ่งเดียวกันตอบแทน เรื่องเหล่านี้บางครั้งแม้เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ก็สำคัญมากรัชสมัยฮ่องเต้หานเสวี่ยหลงที่หนึ่ง...หานจวินเจ๋อจูงมือบุตรสาว มองบุตรชายกำลังคุกเข่าโขกศี
เสียงที่ตะโกนออกมาพร้อมๆ กันของเหล่าทหาร กังหันขนาดใหญ่ที่กำลังถูกยกขึ้น ด้านหลังของค่ายทหารมีสิ่งปลูกสร้างเรียงราย ห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะ ห้องอาบน้ำที่เป็นสัดส่วน กับแหล่งน้ำที่หวางเฟยเรียกว่า...ระบบประปาไม่เพียงแค่นั้นอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย รวมไปถึงเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทหารทุกคนมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มขึ้น เพราะหายามว่างเว้นจากศึก จากการฝึก พวกเขายังได้ทำการเพาะปลูก ผลผลิตที่ได้นอกเหนือจากใช้บริโภคพวกเขายังสามารถนำไปขาย มีเงิน มีชีวิตที่ดีขึ้น แดนเหนือในเวลานี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนอยากเข้าประจำการทั้งสิ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้แม่ทัพหลิว แม่ทัพอวี้ไปดูการจัดการของป้อมทางเหนือ พวกเขาเองก็ยอมรับและนำไปปรับใช้กับกองทัพของตนโดยดี เพราะนี่เป็นประโยชน์ของเหล่าทหารเช่นกันเช้าตรู่อากาศเริ่มเย็นแล้ว...หลันเฟิงเกอตื่นขึ้นในเวลาเดิม ข้างกายมีอ้อมกอดอันอบอุ่นของเป่ยหยวนหวาง นางมองใบหน้าหลับใหลของเขา สองแขนที่โอบกอดนางทั้งที่หลับสนิทหลังแต่งกับเขานางไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เคยอยู่อย่างไรก็ยังคงเดิม ฐานะเป่ยหยวนหวางเฟยไม่ได้ทำให้ชีวิตของนางต้องปรั
นอกจากกังหันน้ำและกังหันลมส่งน้ำแล้ว หญิงสาวยังช่วยกรมโยธาเรื่องการชลประทานได้มาก เนื่องจากหมู่บ้านในครอบครองของหญิงสาว ทั้งหมดล้วนเป็นหมู่บ้านที่ทำการเกษตร สิ่งใดที่ดีต่อชาวนา ชาวบ้าน หญิงสาวมักทดลองจากแดนเหนือก่อน หากได้ผลนางก็จะส่งต่อมาให้ฮ่องเต้พิจารณา กระทั่งกรมโยธาดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ของต้าเฟิงโดยแท้นางทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่เอาหน้า ไม่แทรกแซง ไม่ล่วงล้ำหน้าที่ ดังนั้นแม้มีขุนนางที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจทำอะไรนางได้ไม่อาจลืมกล่าวถึง...จินซาไห่หลังสิ้นองค์ชายหลัวซีหยุนเล่อ จินซาไห่ผลักดันองค์หญิงหลัวซาอิ่นเล่อขึ้นมาเป็นเหยียนหวาง นางรู้ว่าไม่อาจปล่อยให้สองแคว้นขัดแย้ง ดังนั้นแทนที่จะรอให้ต้าเฟิงรวบรวมทหารบุกเข้าไป นางกลับขอเจริญสัมพันธไมตรีอย่างแท้จริง ยอมส่งเครื่องบรรณาการและทำข้อตกลงในการค้าขายของสองแคว้นอย่างเท่าเทียมด้วยข้อตกลงนี้ฮ่องเต้ยอมผูกมิตรโดยไม่จำเป็นต้องมีสงคราม สองแคว้นสงบสุข ผู้คนเองก็สรรเสริญ สงครามให้อย่างไรก็มีเพียงความสูญเสีย ไม่มีสงคราม หลีกเลี่ยงความสูญเสีย นี่ต่างหากจึงจะเป็นหลักการปกครองของฮ่องเต้ผู้ประเสริฐอย่างแท้จริงรัชสมัยฮ่องเต้หานจื่อหลงท
อ๋องหนุ่มเลิกคิ้วมองนาง...นานมาก เขาลุกขึ้นจากนั้นก้าวฉับๆ มานั่งลงตรงหน้า จากนั้นดึงนางเข้าไปกอด “ข้ายังนึกว่า...ยังนึกว่า...”“อะไร”“ว่าเจ้าจะบอกว่าพวกเราอย่าพบกันอีกเลย”หลันเฟิงเกอเลิกคิ้ว “อย่าพบกันอีก? เหตุใดท่าน...”นึกถึงเรื่องที่เขาเคยบอกว่าผู้ใดอยู่ใกล้เขาล้วนไม่ตายดี นี่คงไม่ใช่เพียงเรื่องเดียวที่เขากังวลกระมัง เขาคงกลัวว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายเช่นนี้ คนข้างกายจะค่อยๆ ล้มหายไม่ก็จากไปเพราะความกลัว“ข้าจะไปที่ใดได้ ข้ายังขูดรีดท่านไม่หนำใจเลย!!”เขาหัวเราะ “ได้ ข้ายอมให้เจ้าขูดรีด อยากได้อะไรข้าล้วนยินยอมทั้งนั้น ขอเพียงเจ้าไม่ไปจากข้า”นางดันเขาออกอมยิ้มมองเขา “เชยชะมัด”หานจวินเจ๋อกุมมือนางแน่น “ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เจ้าคิดว่าแดนเหนือก็คือบ้าน”“ตั้งแต่...ไม่รู้สิ คงตั้งแต่ที่ข้าคิดจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ตั้งแต่มีกังหันน้ำ ตั้งแต่วันที่ข้า...ไปจากเมืองหลวง? ข้าจำไม่ได้หรอก”“แล้วหากกลับไปเจ้ายังอยากไปอยู่ที่หมู่บ้านติงชุน?”นางหรี่ตามองเขา “ทำไมจะชวนข้าไปอยู่ที่ป้อมเป่ยหวาง?”หานจวินเจ๋อมองหญิงสาวที่ถามออกมาอย่างโจ่งแจ้ง กระแอมออกมาเสียงหนึ่ง “เสี่ยวเฟิง”“อะไร”“
“เอาละอ๋องน้อยเฉิงซี ข้าเลือกแล้ว ข้าจะกอดต้นขาใหญ่ๆ[1] อย่างท่านนี่ละ!!”“คุณหนู...กอดขาผู้ใดหรือเจ้าคะ”นางหัวเราะ “ไม่มีอะไร”สิ่งแรกที่นางจะทำหลังจากนี้อีกหนึ่งเรื่องก็คือ...พยายามเรียนรู้การใช้สมุนไพร เพราะไม่เพียงอาจช่วยชีวิตมารดาเท่านั้น แต่หากนางสามารถช่วยชีวิตอ๋องน้อยเฉิงซีได้ นั่นก็เท่ากั
หญิงสาวปล่อยเสี่ยวหมานจากนั้นก้าวออกมาด้านนอกด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ สาวใช้ทั้งสามคนวิ่งตามออกมา “คุณหนูด้านนอกลมแรงทั้งยังหนาวเหน็บระวังไม่สบายเอาได้นะเจ้าคะ ท่านสวมเสื้อคลุมก่อน”นางเหม่อมองไปรอบๆ จากนั้นก้มลงมองมือของตัวเอง “นี่มันอะไรกัน ก็ข้า...ข้าถูก” ตอนก้มลงมองมือของตัวเองปอยผมก็ลู่ลงมา เส้นผ
นางเบิกตามองลอดช่องประตูด้วยความตกตะลึง บิดาของนางที่แท้ไม่ได้ล้มป่วย แต่ถูกบุตรชายที่เขาภูมิใจหนักหนาสังหาร!!!เฉินหมิงเหยา...ก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ทว่าอยู่ๆ หน้าอกกลับเจ็บแปลบ ก้มลงมองก็พบว่ามีของมีคมแทงจากด้านหลังทะลุหน้าอกของนางเองเสียงประตูเปิดออก...คนสามคนยืนก้มลงมองนางที่ทรุดตัวล้ม
...เฉินหมิงเหยา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาชะตาก็เต็มไปด้วยวาสนาที่ผู้คนริษยา นางไม่เพียงเกิดมาในตระกูลที่มีความชอบล้นแผ่นดิน แต่ชาติตระกูลยังสูงส่งเป็นที่ตระหนักของคนทั้งแคว้นต้าเหลียงบิดาของนางเป็นถึงท่านโหวแห่งแดนใต้ ทั้งยังมีฐานะเป็นถึงน้องชายของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงฐานะของมารดา ซึ







