Beranda / โรแมนติก / วิวาห์จองเวร / บทที่ 01 หุ้นส่วนไร้หัวใจ [2]

Share

บทที่ 01 หุ้นส่วนไร้หัวใจ [2]

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-18 20:55:04

“โอ๊ย เหนื่อยฉิบหาย” 

ได้ยินเสียงข้าวปั้นบ่นตั้งแต่ยังเดินกลับมาไม่ถึงโต๊ะ

เสียงหอบหายใจของเพื่อนที่เพิ่งจะเดินกลับมาในสภาพไร้เรี่ยวแรง ดึงความสนใจของคาริสาออกมาจากคำถามเรื่องจูบไปโดยปริยาย

“ยัยคริส”

“อะไร”

“แกอ่อยเหรอ ทำไมเขามองแกอย่างนั้น” ข้าวปั้นเดินเลียบๆ เคียงๆ มากระซิบถาม

ใครเดินมาถึงก็ทัก ใครเห็นใครก็บอกจนคาริสาเริ่มจะอึดอัด ผู้ชายอะไรมองได้ไร้มารยาทที่สุด

“นั่นมันคุณภากรนี่หว่า”

“นายรู้จักเหรอไอ้กันต์”

แก้มหอมชิงถามก่อนคาริสาอีกตามเคย

“เขาเป็นบอสฉันเอง”

“บอส?”

“เออ โคตรเนี้ยบ วันไหนเขาเข้าบริษัทนะ ขนหัวลุกกันทั้งแผนก”

“ตกลงเขาเป็นคนหรือผี” คาริสาแสร้งว่า ทั้งที่เธอเองก็เริ่มรู้สึกขนลุก เหมือนจะสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างตอนที่นึกถึงใบหน้าหล่อฉิบหายของเขาคนนั้นขึ้นมา

“คนโว้ย หล่อมาก รวยมาก และที่สำคัญ”

“มีเมียสี่ ลูกอีกหก โอ๊ย!” แก้มหอมถูกข้าวปั้นกระตุกผมจนหน้าหงาย 

คาริสามองออกว่าข้าวปั้นเหมือนจะหลงเสน่ห์ของคนหล่อเข้าแล้ว สายตาดูเชียร์ให้เขาโสดอย่างออกหน้าออกตา 

“โสดสนิท” กันตพงษ์บอกอย่างมั่นใจ

“จริงอะ”

“โกหกแกแล้วฉันจะรวยมั้ง”

“ก็มันแปลกนี่ คุณสมบัติพร้อมเป็นผัวแห่งชาติขนาดนั้น เอาอะไรมาโสด เขาซุกเมียไว้แต่แกไม่รู้หรือเปล่าไอ้กันต์”

“ก็เพราะคุณสมบัติพร้อมเป็นผัวแห่งชาติขนาดนั้นไงล่ะ ความโสดของเขาถึงได้รับการการันตีโดยสาวๆ ทั้งบริษัท รับรองว่าถ้าเขามีผู้หญิงคนไหนในหัวใจล่ะก็ พนักงานสาวๆ อย่างน้อยก็ในแผนกฉันทั้งแผนกคงพากันลางานเพราะอกหัก”

คาริสานั่งฟังไปส่ายหัวไป ลึกๆ แล้วเธอยอมรับในความหล่อของเขา แต่คนที่หล่อ รวย และเพียบพร้อมทุกอย่างแต่ยังครองตัวเป็นโสด อาจเพราะเขามีความสุขกับชีวิตของเขาอยู่แล้วก็ได้ 

สำหรับเธอ หากสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมีความสุข การจะเปิดใจรับใครสักคนเข้าไปแบ่งปันความสุขนั้นด้วยกันเป็นเรื่องยาก ครั้งหนึ่งเธอเองก็เคยคิดและเป็นคนแบบนั้น

แต่เหตุผลที่เธอยอมเปิดใจให้ปัตถ์พงษ์ก็เพราะพ่อกับแม่ของเธอแนะนำให้รู้จัก การแต่งงานระหว่างเธอกับเขาเป็นเรื่องของความเหมาะสม 

เธอกับเขามีโอกาสได้ทำความรู้จักกันไม่นาน แต่ก็ไม่ได้รวดเร็วจนน่าตกใจ และในเมื่อได้ลองทำความรู้จักกัน พูดคุยกันตามคำแนะนำของผู้ใหญ่แล้วต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีต่อกัน ไม่มีอะไรที่คิดว่าเข้ากันไม่ได้ ทุกอย่างจึงเกิดขึ้นภายใต้การยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย

“หรือว่าเขาเป็นเกย์”

ข้อสงสัยของแก้มหอมดึงสติของคาริสากลับมาที่ปัจจุบัน

“เออว่ะ มีเหตุผล”

“ไม่เกย์ ที่แผนกฉันมีคนสกรีนแล้ว ชายแท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์”

ดูท่าว่าเสน่ห์ของเขาจะสามารถมัดใจได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆ

“ถ้าเขายิ้มสักนิด ฉันอาจจะกล้าเดินไปทัก”

“ช่วงนี้เขาเครียดเรื่องน้องสาวน่ะ”

“มีน้องสาวเสียด้วย”

“เออ ชื่อคุณภากานต์ ตอนนี้เข้าโรงพยาบาลเพราะเธอพยายามฆ่าตัวตาย”

“อ้าว ไหงเป็นงั้น”

“แว่วๆ ว่าอกหักน่ะนะ แต่ฉันเองก็ไม่แน่ใจหรอก รู้แต่ว่าไม่เห็นคุณภากานต์ที่บริษัทมาสักพักแล้ว”

“อะไรนักหนาวะ ทำไมผู้หญิงต้องตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลวๆ ตลอดเลย ต่อให้จะสวย รวย หรือว่าเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นผู้ชายเหี้ยๆ ไม่รู้จักพอ” แก้มหอมเหมือนจะอินเป็นพิเศษ คำพูดใส่อารมณ์ของเธอ ดึงสายตาของทุกคนกลับมาที่คาริสา

“พวกแกไม่มีเรื่องอื่นจะคุยกันแล้วเหรอ ไอ้กันต์ เดี๋ยวก็ตกงานหรอก นินทาเขาระยะเผาขนแบบนี้ ไม่ห่วงอนาคตตัวเองเลยหรือไง” คาริสาโบ้ยไปเรื่องอื่นๆ 

“ฉันกับเขามันคนละชั้น” กันตพงษ์แสร้งว่าพลางยกมือขึ้นมาปัดไหล่ ก่อนจะถูกต้นปาล์มผลักหัวทิ่มมาทีหนึ่ง

“มึงชั้นล่าง เขาชั้นบน”

“เออสิ เขาประชุมแต่กับผู้บริหาร อย่าว่าแต่หน้าเลย เขารู้ไหมว่าบริษัทมีพนักงานชื่อกันตพงษ์”

ทุกคนพากันหัวเราะครืน คาริสาส่ายหัวก่อนจะเบะปากแล้วเมินหน้าหนีออกมาจากวงสนทนา แต่กลับกลายเป็นหันมาเจอสายตาของภากรที่ยังเอาแต่นั่งมองเธออยู่เหมือนเคย

“ฉันว่าเขาสนใจแกจริงๆ วะยัยคริส ไม่ละสายตาเลย” แก้มหอม ยังแซวไม่เลิก

“เท่าที่ฟังข้อมูลจากไอ้กันต์ ฉันว่าคุณสมบัติเขาก็ดูไม่เลวนะอาจจะเข้าถึงยากหน่อย แต่ก็ดีกว่าเขาง่ายจนกลายเป็นผัวสาธารณะอย่างคนก่อน แล้วนี่มันกลับไปแล้วเหรอ” 

พูดถึงปัตถ์พงษ์แล้วข้าวปั้นของขึ้นทุกที

คาริสามองไปรอบๆ ซึ่งก็ไม่เห็นปัตถ์พงษ์แล้วจริงๆ 

แม้การแต่งงานจะยกเลิกไปแล้ว แต่เขาก็ยังตามตื๊อเธออยู่ คืนนี้ไม่รู้ง่วงหรือว่าถอดใจถึงได้กลับไปก่อน แต่จะเพราะอะไรเธอก็ไม่คิดจะใส่ใจอยู่ดี

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน”

“อ้าว แกก็จะกลับแล้วเหรอวะ”

“ตีสองแล้วไหมไอ้ปั้น”

“พรุ่งนี้วันหยุด ไปต่อห้องไอ้ปาล์มกัน”

“แกตกลงกับเจ้าของห้องให้ได้ก่อนแล้วกัน ฉันปวดเยี่ยว” คาริสา บอกปัดก่อนจะรีบลุกออกมา 

แม้จะมากันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนร้านใกล้ปิด แต่คาริสาดื่มไปเพียงไม่กี่แก้ว เธอใช้เวลาทั้งหมดไปกับการดื่มบรรยากาศ ฟังเพลง ฟังเพื่อนเล่าปัญหาชีวิต บ่นเรื่องงาน สุดท้ายคืนนี้จบที่การนินทาเจ้านาย

“อย่ายุ่งกับเมียกู”

คาริสาหยุดเดินทันที เพราะเธอจำได้ว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่เป็นเสียงปัตถ์พงษ์ 

“ปล่อยกูสิวะ”

เสียงโวยวายของอีกฝ่ายทำให้เธอต้องค่อยๆ ยื่นหน้ามองออกไป

สองตาเบิกโพลงเมื่อเห็นปัตถ์พงษ์ถูกผู้ชายสองคนล็อกตัวเอาไว้ แต่ที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าเห็นปัตถ์พงษ์กำลังจะถูกซ้อม ก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับปัตถ์พงษ์ตอนนี้คือภากร เมื่อครู่ตอนเดินออกมาเธอไม่ทันสังเกตว่าเขาเองก็ลุกออกมาเหมือนกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 10 มัดใจ [4]

    “คริส”“คะ”“ผมรักคุณนะ” เขาย้ำแล้วเดินเข้ามาหาเธอ จับมือเธอทั้งสองข้างขึ้นมาจูบ“กลัวฉันทำอาหารให้กินอีกเหรอคะ” เธอแกล้งเย้า“เปล่า ผมแค่อยากบอกคุณว่าไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงผมก็รัก ไม่ว่าคุณอยากทำอะไร ผมก็จะสนับสนุน แต่ไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อผม”เธอไม่คิดว่าแค่การอยากลองทำอาหารให้เขากินจะกลายเป็นประเด็นที่เขากังวล“คุณเคยบอกผมว่าความรักจะไม่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย ผมก็เลยเชื่อแบบนั้นมาตลอด และไม่อยากให้คุณเหนื่อยเพราะผม” ภากรลูบหัวเธอเบาๆ พาทำให้เธอน้ำตารื้นเพราะซาบซึ้งใจ“เราเหนื่อยแค่ตอนเอากันก็พอ”“ฉันจะกำลังซึ้งเลยค่ะ”“หรือคุณไม่เหนื่อยล่ะ”“เหนื่อยค่ะ ขาไม่มีแรงแล้ว อุ้มไปแช่น้ำหน่อยได้ไหมคะ” เธอยิ้มกว้างแล้วยกสองแขนสองขากอดเขาเอาไว้ทันที แค่เขาหมุนตัว ก้นเธอก็ลอยจากเคาน์เตอร์แล้วภากรอุ้มเธอไปนั่งในอ่างอาบน้ำ ปิดน้ำเพราะปริมาณน้ำเกือบจะล้นอ่างพอดี ตีฟองบาธบอมเล่น ตอนแรกเขาบอกว่าเธอเหมือนเด็ก แต่ไปๆ มาๆ เขากลายเป็นคนซื้อมาให้เธอแช่เพราะเขาชอบดมกลิ่นมันผ่านผิวของเธอ“เคยสระผมให้ใครมาก่อนไหมคะ” เธอขยับมาหาเขา ล้มตัวลงหนุนผ้าขนหนูที่เขาเอามาม้วนรองไว้ให้ ส่วนเขานั่งอยู่นอ

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 10 มัดใจ [3]

    “ให้ผมตายแทนคุณยังได้เลย” เขาตอบอย่างเอาอกเอาใจ ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากของเธอในทันที นุ่มนวลแต่กลับทำให้เธอเร่าร้อนขึ้นอีกครั้งเสื้อผ้าของเธอถูกเขาถอดออกไปอย่างงงๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาอุ้มเธอมาที่โซฟา รั้งเธอนั่งลงบนตักเขา สองมือบีบขยำสองเต้าของเธอจนปวดตึงไปหมดสองขาของเธอถูกขายาวๆ ของเขาขวางไว้ไม่ให้หุบเข้าหากัน ในขณะเดียวกัน ริมฝีปากของเธอก็ยังถูกเขาครอบครองจนเสียงครางดังอื้ออึงในลำคอครู่ใหญ่กว่าที่เขาจะถอนริมฝีปากออก เธอหอบหายใจถี่ ไม่เคยถูกเขาปลุกปั่นไม่หยุดแบบนี้มาก่อน“ตอนทำไม่ทันคิดใช่ไหมว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะลำบาก”“ฉัน...” คาริสากัดปากตัวเอง ก่อนที่ความกระสันจะถูกเขาปลุกขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่แตะปลายนิ้วลงบนจุดอ่อนไหวแล้วขยี้ไปมาเบาๆ“คะ คุณกรคะ”“ยกสองคุณต้องเหนื่อยกว่าผมแน่ แต่ผมจะตั้งใจอย่างดี” เขากระซิบบอกที่ข้างหู ก่อนจะขยับปลายนิ้วที่จุดอ่อนไหวของเธอเร็วขึ้น พร้อมกับมืออีกข้างที่ขยี้ยอดอกของเธอราวกับอยากเร่งให้เธอแตกสลายเธอดิ้นอยู่บนตักของเขา ปลายเท้าเกร็งจนหงิกงอ สองขาเกี่ยวพันอยู่กับขาของเขา ไม่ว่าจะพยายามต้าน พยายามหุบมันเข้าหากันเท่าไรก็ทำไม่ได้เลย“กรคะ อื้อ ฉันเ

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 10 มัดใจ [2]

    “ยั่วผม” คาริสาเบิกตาโพลง แต่เพิ่งจะรู้ตัวว่าตกหลุมพรางเขาเข้าเสียแล้วก็ตอนที่เขาดึงเธอขึ้นจากเก้าอี้แล้วใช้ร่างกายต้อนให้เธอให้หันกลับมาที่โต๊ะทำงาน จูบเบาๆ ที่ท้ายทอย ไซ้ซอกคอจนเธอขนลุก เม้มหนักเสียจนเธอรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ สองมือจับขอบโต๊ะแน่น“คะ คุณต้องประชุมนะคะ”“อยู่ๆ คอมพิวเตอร์ผมก็เสียน่ะ” ข้ออ้างของเขาทำเธอยิ้มกว้าง แต่ไม่ทันตั้งตัว เขาก็สอดมือเข้ามาจากชายเสื้อ ขยำหน้าอกของเธอเต็มมือ“คุณกรคะ”“คุณต้องยั่วผมมากกว่านี้อีก”“อื้อ อย่าล้วงสินะ คะ คุณกร” เธอร้องห้ามพลางหุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติเมื่อเขาล้วงมือลงไปใต้กางเกงชั้นใน “อ๊ะ คุณกรคะ”“แบบนั้นแหละคริส อย่างคุณไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารหรอก มาทำกับผมนี่”เขารั้งปลายคางของเธอให้หันกลับไปหาเขาแล้วประทับจูบหวามลงมาอย่างรวดเร็วเธอยกสองแขนขึ้นคล้องรอบลำคอของเขาที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ชายเสื้อถูกดึงขึ้นมาเหนือหน้าอก ตะขอบราเซียถูกปลดออกแล้วดึงขึ้น แต่ยังไม่ได้ถูกถอดออกไปภากรขยำหน้าอกหนักมือ ขยี้ยอดอกสีสวยของเธอด้วยปลายนิ้ว เขี่ยมันขึ้นลงกระตุ้นให้เธอเสียวจนร้องครางกลางหว่างขาเริ่มแฉะจนเกิดเสียง เขาค่อยๆ สอดนิ้วเรียวเข้าสำรวจในช่องอ

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 10 มัดใจ [1]

    “จะถึงแล้วเหรอคะ คุณสมุทรขับช้านิดหนึ่งได้ไหมคะ โอเคค่ะๆ ขอบคุณมากนะคะ” คาริสารีบวางโทรศัพท์ก่อนจะหันกลับไปผัดสปาเกตตีในกระทะต่อ“กรี๊ด ไหม้ๆๆ โอ๊ย มันจะกินได้สักอย่างไหมเนี่ย!” ก่นด่าตัวเองไม่หยุดเพราะสปาเกตตีคาโบนาร่าที่ควรจะเป็นครีมซอสสีขาว ตอนนี้กลายเป็นน้ำแห้งขลุกขลิก เส้นไหม้ติดกระทะไปเสียแล้วติ๊ด!ปิดเตาแล้วยืนมองตาละห้อย หันไปมองขนมปังปิ้งบนโต๊ะที่กรอบแบบเกรียมๆ แล้วยิ่งรู้สึกท้อหัวใจ ดีที่ยังมีสลัดกู้หน้า เป็นเมนูเดียวที่กินได้เพราะแค่จัดผักใส่จานรูปหัวใจกับราดน้ำสลัดแบบสำเร็จรูป ไม่อย่างนั้นคงไม่สำเร็จอีกเหมือนกัน ดูท่าว่าเธอกำลังจะทำให้ดินเนอร์มื้อนี้จะกลายเป็นตราบาปในชีวิตของภากรเสียแล้วตุ้บ!กินไม่ได้ก็ไม่ควรเก็บไว้ให้ขายขี้หน้าเขาคาริสารีบเททุกอย่างลงถังขยะ แม้แต่สลัดที่จะว่าไปมันก็คงรสชาติดีเพราะเป็นน้ำสลัดสำเร็จรูป แต่ตั้งใจทำตั้งหลายอย่าง สำเร็จแค่อย่างเดียวหนำซ้ำยังเป็นของง่ายๆ กำลังใจในการเซอร์ไพรส์เขาก็หายไปหมด บนโต๊ะเหลือแค่ดอกไม้กับไวน์หนึ่งขวดเก็บหลักฐานทิ้งพร้อมกับทำความสะอาดสถานที่เรียบร้อยก็มานั่งเล่นโทรศัพท์รอเขาที่โซฟา อุตส่าห์นัดแนะกับสมุทรเอาไว้อย่าง

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 09 รักแล้วต้องไม่เหนื่อย [6] 

    “ฉันว่าเราเลิกกันดีกว่า” คาริสาตัดใจแม้จะเจ็บปวด มันผิดที่คนมีบาดแผลอย่างเธอไม่รักษาบาดแผลตัวเองให้ดีเสียก่อนจะก้าวเข้าไปในชีวิตของเขาตอนที่ต้องยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันเพราะจับได้ว่าปัตถ์พงษ์นอกใจ ยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับต้องเลิกรากับภากรทั้งที่ยังรักเขาหมดหัวใจเลย“คุณอยากเลิกกับผมจริงน่ะเหรอ”“ฉันไม่ได้อยากเลิกกับคุณ แต่ฉันไม่อยากเห็นแก่ตัว ความรักที่ดีไม่ควรทำให้คุณต้องเหนื่อย” หัวใจของเธอเต้นช้าลงคล้ายกับใกล้หมดแรงแต่ยังคงต้องแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง“ผม...ไม่อยากเลิกกับคุณ”ปัญหาของเธอกับเขา มันอยู่ตรงไหนกันแน่นะ“ขอโทษที่ความเป็นห่วงของผมทำให้คุณรู้สึกว่าผมเหนื่อยกับคุณ แต่ผมแค่อยากให้คุณปลอดภัย”คาริสาหันไปกอดเขาทั้งน้ำตา “ขอโทษค่ะ ฉันสัญญาว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้คุณเป็นห่วง ฉันจะไม่ดื้อกับคุณ แล้วก็จะไม่โกหกคุณอีกแล้ว ฮือออ”หัวใจที่เคยลีบแบนค่อยๆ พองโตขึ้นอีกครั้งเมื่อได้กลับเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ได้รับรู้ถึงความอบอุ่นและรู้ว่าเขากำลังปลอบโยนเธออย่างที่เธอต้องการ“ผมมีเรื่องอยากขอคุณแค่เรื่องเดียว”“ฉันจะทำให้คุณหมดทุกเรื่องเลยค่ะ”“ขอแค่เรื่องเดียว” ภากรย้ำอีกรอบก่อนจะดันตัวเ

  • วิวาห์จองเวร   บทที่ 09 รักแล้วต้องไม่เหนื่อย [5] 

    “คุณกล้าดียังไงตัดสินใจทำแบบนี้โดยไม่บอกผมสักคำ ถ้าเกิดว่ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมา หรือเพื่อนคุณไปไม่ทันแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คุณจะให้ผมทำยังไง”ตอนแรกก็อยากให้เขาพูดสักคำ จะดุจะด่าหรือว่าอะไรก็ได้เพราะเธอยอมรับผิด แต่พอถูกเขาดุเข้าจริงๆ หัวใจของเธอกลับลีบแบน “ผมยังมีความสำคัญกับคุณอยู่บ้างไหม หรือคุณเห็นผมเป็นหัวหลักหัวตอ เป็นแค่เครื่องมือ เป็นสะพานที่ทำให้คุณแก้แค้นแค่นั้นเหรอ คุณเคยเห็นผมเป็นสามีคุณบ้างไหมคาริสา”“ฉัน...” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ เพราะไม่มีอะไรจะแก้ตัวพอเขาหยุดพูด ในรถก็เงียบจนได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของเธอไปจนถึงโรงพยาบาล แม้จะรู้ว่าเขาโกรธมาก แต่ลึกๆ แล้วก็ยังแอบหวังว่าหลังจากเขาดุเธอแล้ว เขาอาจใจเย็นลงแล้วปลอบโยนเธอบ้างสักคำ แต่ก็ไม่มี เธอคงคาดหวังมากเกินไปคาริสาเดินตามพยาบาลเข้าไปด้านใน ตลอดเวลาที่เธอพูดคุยกับพยาบาลเพื่อซักถามอาการ รอหมอ พบหมอ จ่ายเงิน รอรับยาและใบรับรองแพทย์ เขาอยู่ข้างๆ เธอตลอดแต่ไม่พูดกับเธอสักคำ ไม่รู้ว่าเธอควรรู้สึกอุ่นใจที่อย่างน้อยก็มีเขาอยู่ข้างๆ หรือควรว้าวุ่นใจกว่าเดิม เพราะมันจะต่างอะไรกับเธอมาโรงพยาบาลคนเดียวใช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status