Home / โรแมนติก / วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์ / บทที่ 6 ศพที่ไม่มีลิ้น

Share

บทที่ 6 ศพที่ไม่มีลิ้น

Author: Ladyporn
last update publish date: 2026-09-16 11:49:25

ศพของโจวคังถูกเก็บอยู่ในห้องชันสูตรของศาลต้าหลี่ โดยยังไม่มีผู้ใดลงบันทึกชื่อของผู้ตาย

ตามรายงานเบื้องต้น เขาถูกชาวบ้านพบลอยมาติดอยู่ริมคลองตะวันออกตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง ใบหน้าถูกทำลายจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ลิ้นถูกตัด ปลายนิ้วทั้งสิบถูกเผาจนไหม้เกรียม และเสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็เป็นเพียงชุดผ้าหยาบของคนงานทั่วไป

ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเพื่อให้ศพนี้ไร้ชื่อ ไม่อาจกล่าว ไม่อาจเขียน และไม่เหลือสิ่งใดให้ผู้คนจดจำว่าเขาเคยเป็นใคร

ฉู่เยว่หลันเดินทางมาถึงศาลต้าหลี่ในช่วงสายโดยมีกู้เหยียนติดตามมาด้วย นางสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวและใช้ผ้าคลุมหน้าปิดบังสีหน้า เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ขวางไว้ นางจึงอ้างว่าศพที่พบอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอ๋องฉางเย่

ก่อนท่านอ๋องสิ้นพระชนม์ มีทหารในกองทัพหายตัวไปหลายคน” นางกล่าว “หากศพนี้เป็นหนึ่งในพวกเขา อาจมีหลักฐานช่วยยืนยันว่าพระสวามีของข้าถูกลอบสังหาร มิใช่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุตามที่มีผู้กล่าวอ้าง”

เจ้าหน้าที่ไม่กล้ารับปาก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธพระชายาอ๋อง จึงเข้าไปรายงานผู้ดูแลศาลต้าหลี่ ไม่นานเยว่หลันก็ได้รับอนุญาตให้ตรวจดูศพ โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามเคลื่อนย้ายหรือนำสิ่งใดออกจากห้อง

ทันทีที่ประตูห้องชันสูตรเปิดออก กลิ่นเน่าและกลิ่นสมุนไพรระงับศพก็พุ่งเข้ามาปะทะ

กู้เหยียนขมวดคิ้ว แต่เยว่หลันกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัว นางสวมถุงมือผ้า จุดเครื่องหอมลดกลิ่น และเดินตรงไปยังโต๊ะไม้กลางห้อง

ร่างของบุรุษผู้ตายถูกคลุมด้วยผ้าขาว ตั้งแต่พบศพ กู้เหยียนได้เห็นเพียงบาดแผลตรงแขนผ่านชายผ้า ยังไม่ได้ตรวจสอบร่างทั้งหมด

เยว่หลันเปิดผ้าออกช้า ๆ

ใบหน้าของศพถูกคมอาวุธกรีดซ้ำหลายครั้งจนเสียรูป จมูกหัก กรามด้านซ้ายแตก และผิวหนังบริเวณหน้าผากถูกลอกออก ปลายนิ้วทุกนิ้วมีรอยไหม้ลึกถึงกระดูก ทำให้ไม่สามารถใช้ลายนิ้วมือหรือรอยแผลเดิมระบุตัวตน

คนร้ายไม่ได้ลงมือด้วยความโกรธ” เยว่หลันกล่าว

“บาดแผลบนใบหน้าเกิดขึ้นหลังเสียชีวิต จุดประสงค์มีเพียงทำลายตัวตน”

กู้เหยียนยืนอยู่ปลายโต๊ะ สีหน้าหนักอึ้ง

“แต่กระหม่อมจำรอยแผลตรงแขนขวาได้ โจวคังเคยถูกดาบฟันระหว่างช่วยกระหม่อมในสนามรบ”

เยว่หลันยกแขนศพขึ้นตรวจสอบ รอยแผลเก่าพาดเฉียงจากข้อศอกไปถึงต้นแขน กระดูกใต้แผลเคยแตกและเชื่อมผิดแนวเล็กน้อย ต่อให้คนร้ายทำลายผิวหนัง ร่องรอยบนกระดูกก็ไม่อาจหายไป

นางยังพบว่ากระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่หนึ่งเคยหักมาก่อน รวมถึงรอยลูกธนูบนหัวไหล่

กู้เหยียนยืนยันว่าโจวคังมีบาดแผลทั้งสองตำแหน่ง เขาเคยถูกม้าชนจนซี่โครงหักเมื่อสามปีก่อน และได้รับลูกธนูในศึกชายแดนครั้งล่าสุด

ศพนี้คือโจวคังจริง” เยว่หลันสรุป

กู้เหยียนหลับตาลงชั่วครู่ มือทั้งสองกำแน่นอยู่ข้างลำตัว แม้บุรุษในกองทัพจะคุ้นเคยกับความตาย แต่การเห็นสหายถูกทรมานและทำลายใบหน้าจนไม่เหลือเค้าเดิมยังเป็นสิ่งยากยอมรับ

พระชายาพอจะทราบหรือไม่ว่าเขาเสียชีวิตอย่างไร”

เยว่หลันตรวจลำคอของศพ บริเวณซึ่งถูกตัดลิ้นมีคราบเลือดจับตัวอยู่ แสดงว่าการตัดเกิดขึ้นขณะโจวคังยังมีชีวิต บาดแผลตามข้อมือกับข้อเท้าบ่งบอกว่าเขาถูกมัดไว้เป็นเวลานาน ขณะที่แผ่นหลังมีรอยเฆี่ยนและรอยเหล็กร้อน

เขาน่าจะถูกสอบสวนอย่างโหดร้ายก่อนถูกสังหาร

นางใช้ปลายนิ้วกดบริเวณท้ายทอย ก่อนพบกระดูกส่วนหนึ่งยุบลง

สาเหตุการตายคือถูกของแข็งกระแทกท้ายทอย บาดแผลอื่นเกิดจากการทรมาน แต่ยังไม่รุนแรงพอทำให้เสียชีวิต คนร้ายคงต้องการข้อมูลบางอย่างจากเขา หลังได้สิ่งที่ต้องการหรือเห็นว่าเขาไม่มีประโยชน์ จึงลงมือฆ่า”

เยว่หลันตรวจเสื้อผ้าต่อ ผ้าเนื้อหยาบที่ศพสวมไม่ใช่ขนาดของโจวคัง แขนเสื้อสั้นเกินไปและสายคาดเอวมีรอยตัด แสดงว่าเป็นชุดซึ่งถูกนำมาสวมภายหลัง

ตรงตะเข็บกางเกงมีเศษดินสีแดงติดอยู่ แม้ศพจะจมอยู่ในน้ำ แต่ดินส่วนหนึ่งซ่อนลึกเข้าไปในรอยพับจึงยังไม่ถูกชะล้าง

นางขูดดินใส่ถ้วยแล้วหยดน้ำลงไป เนื้อดินเหนียวจับตัวแน่นและมีเศษหินสีขาวขนาดเล็กปะปน

ดินชนิดนี้ไม่มีอยู่ริมคลองตะวันออก” กู้เหยียนกล่าว “บริเวณนั้นเป็นดินทรายสีเทา”

ข้าเคยเห็นดินลักษณะนี้ในเขตวังหลวง” เยว่หลันตอบ “ถูกขนมาจากเขาหงเยี่ยเพื่อใช้ปรับพื้นรอบคลังเสบียง เพราะเมื่อเปียกน้ำจะจับตัวแน่น รถบรรทุกหนักผ่านได้โดยไม่จมโคลน”

คนร้ายอาจคุมขังหรือสังหารโจวคังอยู่ใกล้คลังเสบียงหลวง ก่อนนำศพออกมาทิ้งในคลอง

เยว่หลันเปิดปากศพตรวจสอบส่วนที่เหลือของลิ้น ภายในกระพุ้งแก้มไม่มีสิ่งใด แต่ตามซอกฟันกลับมีเปลือกข้าวติดอยู่

เมื่อกดบริเวณท้อง นางพบว่ามีสิ่งแข็งเล็ก ๆ อยู่ภายใน จึงขออนุญาตเปิดตรวจช่องท้องโดยอ้างว่าต้องการหาหลักฐานยืนยันอาหารมื้อสุดท้ายของผู้ตาย

เจ้าหน้าที่ซึ่งยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลมีสีหน้าไม่สบายใจ แต่ไม่กล้าขัดขวาง

ในกระเพาะของโจวคังแทบไม่มีอาหาร มีเพียงน้ำสกปรกกับเมล็ดข้าวดิบจำนวนหนึ่ง เขาน่าจะถูกปล่อยให้อดอาหารและจำต้องเก็บเมล็ดข้าวซึ่งตกอยู่บนพื้นขึ้นมากิน

เยว่หลันล้างเมล็ดข้าวและพิจารณาใต้แสงตะเกียง เมล็ดมีขนาดใหญ่กว่าข้าวทั่วไปเล็กน้อย ปลายเมล็ดมีสีม่วงจางและส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว

ข้าวหยกเมฆา” นางพึมพำ

ข้าวชนิดนี้ปลูกได้เพียงในพื้นที่ทางใต้ ผลผลิตมีน้อยและถูกส่งเข้าวังหลวงทั้งหมด ประชาชนทั่วไปไม่มีทางครอบครอง แม้แต่จวนขุนนางยังต้องได้รับพระราชทานจึงจะมีสิทธิ์ใช้

คลังเสบียงหลวงเก็บข้าวชนิดนี้ไว้สำหรับงานพระราชพิธี” กู้เหยียนกล่าว “โจวคังต้องเคยอยู่ในบริเวณนั้นจริง”

เยว่หลันเก็บเมล็ดข้าวบางส่วนไว้ในผ้า โดยทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่และลงบันทึกว่าต้องนำไปเปรียบเทียบกับของในคลัง นางยังเก็บดินใต้รองเท้าเป็นหลักฐานอีกอย่างหนึ่ง

ก่อนออกจากห้องชันสูตร นางใช้ผ้าขาวคลุมใบหน้าโจวคังกลับตามเดิม

ข้าจะทำให้ผู้ที่ฆ่าเจ้าต้องเปิดเผยตัว” นางกล่าวเบา ๆ “ต่อให้พวกเขาตัดลิ้นและทำลายใบหน้า ศพก็ยังสามารถกล่าวความจริงได้”

เมื่อกลับถึงจวน เยว่หลันนำผลการตรวจทั้งหมดเข้าไปบอกเซียวจิ่นเหิงในห้องลับ

เขายืนอยู่หน้าแผนที่ แม้อาการพิษเมื่อคืนจะดีขึ้นมาก แต่สีหน้ายังซีดและบาดแผลยังไม่สมานดี เมื่อได้ยินว่าโจวคังถูกทรมานจนตาย ดวงตาของเขาก็เย็นเยียบขึ้น

ก่อนขบวนออกจากชายแดน โจวคังพบว่าตราประทับบนคำสั่งเปลี่ยนเส้นทางมีรอยบิ่นผิดตำแหน่ง” เซียวจิ่นเหิงเปิดเผย “เขาสงสัยว่ามีผู้สร้างตราปลอม จึงขอเวลาตรวจสอบ แต่ในคืนเดียวกันเขาก็หายตัวไป”

ท่านไม่เคยบอกเรื่องนี้แก่ข้า”

ข้าเพิ่งได้รับรายงานจากกู้เหยียนผ่านช่องทางลับเมื่อวาน”

เยว่หลันมองเขาอย่างไม่เชื่อทั้งหมด แต่ยังไม่คิดทะเลาะกันเวลานี้ “โจวคังอาจจงใจทิ้งดินกับเมล็ดข้าวเอาไว้ หากเขารู้ว่าจะถูกฆ่า คงพยายามส่งข่าวด้วยทุกวิธี”

คลังเสบียงหลวงอยู่ภายใต้การดูแลของกรมวัง แต่มีทหารจากหลายฝ่ายผลัดกันเฝ้า” เซียวจิ่นเหิงชี้ตำแหน่งบนแผนที่ “หากโจวคังถูกคุมตัวอยู่ที่นั่น คนในวังต้องมีส่วนรู้เห็น”

เราต้องเข้าไปตรวจสอบ”

ข้าจะให้คนไป”

คนของท่านอาจเป็นผู้ทรยศเอง ท่านลืมแล้วหรือ”

เขาไม่อาจโต้แย้ง ขณะที่เยว่หลันยังกล่าวต่อ

อีกสองวันแพทย์จากสำนักโอสถจะเข้าไปตรวจคนงานในคลังเสบียง ข้าสามารถปลอมตัวเป็นผู้ช่วยแพทย์ ส่วนท่านแต่งเป็นคนงานใหม่และปิดหน้าไว้ด้วยผ้าก็พอ”

บาดแผลของข้ายังไม่หาย”

เพราะเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดสงสัยว่าคนงานซึ่งเดินกะเผลกจะเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ”

เซียวจิ่นเหิงมองใบหน้าจริงจังของนาง “เจ้ายังโกรธข้าอยู่ แต่กลับยอมร่วมทางไปด้วย?”

ข้าทำเพื่อช่วยบิดาและคลี่คลายคดี มิใช่เพื่อท่าน”

คำตอบเย็นชาทำให้เขานิ่งไป ก่อนพยักหน้ารับอย่างไม่มีทางเลือก

สองวันต่อมา เยว่หลันเปลี่ยนเป็นชุดแพทย์หญิงสีเทา ใช้ผงสมุนไพรทำให้ผิวดูหมองและแต้มไฝเล็ก ๆ บนแก้ม ส่วนเซียวจิ่นเหิงสวมชุดคนงาน เนื้อผ้าหยาบเก่าและใช้ผ้าสีดำปิดใบหน้าตั้งแต่จมูกลงมา โดยอ้างว่ามีแผลไฟไหม้ซึ่งยังไม่หายดี

ทั้งคู่ติดตามขบวนแพทย์เข้าไปในคลังเสบียงหลวงโดยไม่มีผู้ใดสงสัย

บริเวณคลังแบ่งเป็นอาคารหลายหลัง ลานกว้างปูด้วยดินแดงอย่างที่เยว่หลันพบใต้รองเท้าศพ รถม้าบรรทุกข้าวและของแห้งเข้าออกตลอดเวลา ข้างกำแพงมีทหารหลวงยืนเฝ้าอยู่ทุกสิบก้าว

เยว่หลันตรวจอาการคนงานตามปกติ ขณะที่เซียวจิ่นเหิงอาศัยจังหวะขนถุงข้าวสำรวจอาคารด้านใน พวกเขาพบรอยเลือดแห้งกับเศษเชือกในห้องเก็บของร้างด้านหลัง ตรงกับรอยมัดบนข้อมือของโจวคัง

ในห้องเดียวกันยังมีท่อนไม้เปื้อนเลือดซ่อนอยู่หลังลังแตก อาจเป็นอาวุธซึ่งใช้สังหารเขา

ที่นี่เป็นสถานที่คุมขังจริง” เยว่หลันกระซิบ

เซียวจิ่นเหิงยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ก่อนชี้ไปยังเสียงสนทนาด้านนอก

ชายสองคนกำลังตรวจบัญชีเสบียงอยู่หลังประตู

ข้าวสามร้อยกระสอบถูกส่งออกไปเมื่อคืน แต่บัญชีกลับเขียนว่าเพิ่งนำเข้ามา”

ไม่ต้องถามมาก ทำตามตราประทับก็พอ อีกเจ็ดวันจะมีขบวนใหญ่เข้าเมือง ถึงเวลานั้นข้าวที่หายไปก็ไม่มีผู้ใดสนใจแล้ว”

เมื่อเสียงฝีเท้าห่างออกไป ทั้งคู่จึงค้นบัญชีบนโต๊ะ พบว่ามีเสบียงจำนวนมากถูกขนออกจากวังโดยใช้ตราประทับของกรมวัง แต่ลวดลายตรงขอบมีรอยบิ่นคล้ายกับตราคำสั่งปลอมซึ่งโจวคังเคยตรวจพบ

นอกจากนี้ยังมีรายชื่อขบวนเสบียงชุดใหม่ซึ่งจะเดินทางเข้าวังในวันบวงสรวงฟ้าดิน โดยระบุคนงานมากกว่าปกติถึงสามเท่า

ข้าวในคลังถูกขนออกเพื่อให้เหลือพื้นที่ว่าง” เซียวจิ่นเหิงกล่าว “ส่วนลังกับรถม้าที่ถูกส่งกลับเข้ามาอาจไม่ได้บรรทุกอาหาร”

พวกเขาติดตามรถม้าคันหนึ่งไปยังคลังด้านตะวันตก คนงานเปิดลังลงจากรถโดยไม่ตรวจสอบ เยว่หลันกับเซียวจิ่นเหิงรอจนไม่มีผู้ใดอยู่ จึงแอบเข้าไปเปิดดู

ใต้ฟางแห้งมีดาบ ธนู ชุดเกราะ และหน้าไม้ซ่อนอยู่เต็มลัง

แต่ละชิ้นถูกห่อด้วยผ้าเพื่อลดเสียงกระทบ ลังภายนอกตีตราว่าเป็นเครื่องเซ่นสำหรับพระราชพิธี จึงไม่มีทหารกล้าตรวจค้นอย่างละเอียด

พวกเขากำลังลำเลียงอาวุธเข้าวัง” เยว่หลันกล่าว

และจะซ่อนทหารไว้ในขบวนเสบียงวันบวงสรวง” เซียวจิ่นเหิงหยิบบัญชีขึ้นอ่าน “วันนั้นทหารรักษาวังส่วนหนึ่งต้องตามเสด็จออกไปยังแท่นพิธี หากคนของศัตรูเปิดประตูจากภายใน กองกำลังด้านนอกจะเข้ายึดวังได้โดยแทบไม่ต้องต่อสู้”

นี่ไม่ใช่เพียงการลอบสังหารหรือปกปิดคดีเก่าอีกต่อไป

มีผู้กำลังเตรียมก่อกบฏ

เยว่หลันหยิบกระดาษบางส่วนซ่อนไว้ในแขนเสื้อ แต่ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นใกล้ประตู

ผู้ใดอยู่ข้างใน!”

ทหารลาดตระเวนผลักประตูเข้ามา เซียวจิ่นเหิงรีบปิดลังและดึงเยว่หลันหลบไปหลังเสา ทว่าพื้นที่ในคลังแทบไม่มีทางออกอื่น

ข้าเห็นคนสองคนเดินเข้ามา ค้นให้ทั่ว!”

แสงโคมเคลื่อนใกล้เข้ามาทุกขณะ หากเซียวจิ่นเหิงถูกสั่งให้เปิดผ้าปิดหน้า ตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยทันที

เยว่หลันมองซ้ายขวา ก่อนตัดสินใจดึงชายหนุ่มเข้าไปในซอกมืดระหว่างลังกับกำแพง นางปลดปิ่นบนศีรษะให้เส้นผมหลุดลงมาบางส่วน แล้วดึงผ้าปิดหน้าของเขาขึ้นสูงกว่าเดิม

ท่านกำลังจะทำอะไร”

ช่วยชีวิตท่าน”

นางผลักเขาให้พิงกำแพง ก่อนเขย่งปลายเท้าและประกบริมฝีปากลงบนปากของเขา

เซียวจิ่นเหิงชะงักไปทั้งร่าง

เยว่หลันยกแขนโอบคอเขา ใช้เรือนร่างบังใบหน้าส่วนใหญ่ไว้ เมื่อทหารถือโคมเดินเข้ามาพบ จึงเห็นเพียงหญิงสาวกำลังลอบนัดพบบุรุษอยู่ในมุมมืด

พวกเจ้าเป็นใคร!”

เยว่หลันทำเป็นตกใจแล้วรีบซบหน้ากับอกเซียวจิ่นเหิง ส่วนเขาก็เข้าใจแผนอย่างรวดเร็ว มือใหญ่โอบเอวนางเข้าหาตัวและใช้แผ่นหลังกำบังใบหน้าเอาไว้

ขออภัยใต้เท้า” เขากล่าวด้วยเสียงที่จงใจทำให้แหบ “พวกข้าเพียงหาสถานที่พูดคุยกัน”

พูดคุยหรือ?” ทหารหัวเราะเยาะ “ข้าเห็นว่าพวกเจ้าทำมากกว่าพูดเสียอีก”

เยว่หลันแสร้งก้มหน้าอย่างอับอาย เสื้อแพทย์หญิงกับชุดคนงานทำให้เรื่องราวดูเป็นเพียงชายหญิงต่างฐานะลอบพบกัน

รีบออกไป หากหัวหน้าคลังพบเข้า พวกเจ้าทั้งคู่ได้ถูกโบยแน่”

เซียวจิ่นเหิงรับคำ ก่อนโอบเยว่หลันเดินผ่านทหารออกมาโดยยังไม่เปิดใบหน้า

ทั้งคู่ไม่หยุดจนมาถึงอาคารเก็บสมุนไพรซึ่งไม่มีคนอยู่ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดติดตาม เซียวจิ่นเหิงจึงปิดประตูและหันกลับมามองนาง

เมื่อครู่…”

เป็นเพียงแผนช่วยไม่ให้ท่านถูกจับได้” เยว่หลันตอบทันที “ท่านไม่จำเป็นต้องคิดมาก”

ข้ายังไม่ได้กล่าวสิ่งใด”

สายตาของท่านกล่าวแทนหมดแล้ว”

นางจัดเส้นผมและปักปิ่นกลับตามเดิม แต่เซียวจิ่นเหิงยังคงมองริมฝีปากของนางอย่างไม่ปิดบัง

เจ้าเคยใช้แผนเช่นนี้กับบุรุษอื่นหรือไม่”

เยว่หลันเงยหน้ามอง “เหตุใดท่านต้องถาม”

ตอบมา”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบไม่ปิดบัง นางจึงนึกอยากเอาคืนเรื่องที่เขาทำตัวห่างเหินหลังคืนถอนพิษ

อาจเคยใช้”

แววตาของเซียวจิ่นเหิงเย็นลงทันที “กับผู้ใด”

ข้าจำไม่ได้”

การจูบผู้ใดสักคนเป็นเรื่องซึ่งเจ้าลืมง่ายเพียงนั้นหรือ”

หากไม่มีความสำคัญ เหตุใดต้องจดจำ”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้จนเยว่หลันต้องถอยหลังไปชนชั้นวางสมุนไพร แขนข้างหนึ่งของเขายกขึ้นกั้นทางหนี แต่ยังระมัดระวังไม่สัมผัสนาง เพราะจำคำเตือนได้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องนางอีก

เยว่หลัน ข้าไม่สนว่าเจ้าจะยอมรับข้าเป็นสามีหรือไม่” เขากล่าวช้า ๆ “แต่ข้าไม่อาจทนเห็นเจ้าใกล้ชิดบุรุษอื่น”

ท่านเป็นผู้บอกเองว่าเราเป็นเพียงผู้ร่วมมือ”

ข้าพูดเพราะต้องการให้เจ้าออกจากจวน”

เยว่หลันชะงัก “เหตุใด”

เซียวจิ่นเหิงล้วงกระดาษแผ่นเล็กออกจากอกเสื้อ เป็นข้อความลับซึ่งถูกส่งมาให้เขาเมื่อคืน

คนของศัตรูพบคราบเลือดตามเส้นทางจากหน้าผา และกำลังตรวจค้นบ้านพักนอกเมืองทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีคนแปลกหน้าจับตามองจวนฉางเย่อ๋อง แสดงว่าพวกเขาเริ่มสงสัยว่าเซียวจิ่นเหิงอาจยังไม่ตาย

หากศัตรูรู้ว่าข้ามีชีวิต เจ้าย่อมกลายเป็นเป้าหมายแรก” เขากล่าว “ข้าจึงต้องทำให้เจ้าอยากจากไปก่อนเรื่องนั้นเกิดขึ้น”

ด้วยการทำเหมือนคืนระหว่างเราไม่มีความหมาย?”

ถ้าข้าบอกว่ามันมีความหมายมากเกินไป เจ้าจะยอมจากไปหรือ”

เยว่หลันไม่ตอบ

ข้าไม่ได้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น” เซียวจิ่นเหิงกล่าวต่อ “สิ่งเดียวที่ข้าเสียใจคือทำให้เจ้าเข้าใจว่าตนเป็นเพียงหมาก”

แล้วตอนนี้ท่านคิดว่าข้าเป็นสิ่งใด”

สายตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของนาง

เป็นคนที่ข้าไม่ต้องการสูญเสีย”

ความโกรธซึ่งเยว่หลันเก็บไว้หลายวันสั่นคลอนลง แต่ยังไม่สลายหายไปทั้งหมด นางเบือนหน้าหนีเพื่อปิดบังความรู้สึก

คำอธิบายของท่านฟังพอใช้ได้ แต่ข้ายังไม่ให้อภัยง่าย ๆ”

ข้ารู้”

และห้ามใช้คำว่าปกป้องเป็นข้ออ้างผลักไสข้าอีก”

เจ้าจะยอมให้ข้าปกป้องหรือไม่”

หากท่านยอมให้ข้าช่วยปกป้องท่านเช่นกัน”

เซียวจิ่นเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างช้า ๆ

แม้ยังไม่มีใครกล่าวถึงความสัมพันธ์ในคืนนั้นอีก แต่กำแพงระหว่างทั้งสองก็เริ่มร้าวลงแล้ว

หลังออกจากคลังเสบียง ทั้งคู่กลับถึงจวนก่อนฟ้ามืด เยว่หลันนำเมล็ดข้าวซึ่งได้จากกระเพาะของโจวคังออกมาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

เมื่อขูดเปลือกบางส่วนออก นางพบว่าเมล็ดหนึ่งมีสีเข้มผิดปกติ จึงนำไปแช่น้ำอุ่น เนื้อข้าวพองตัวและเผยรอยขีดเล็ก ๆ บนผิว

โจวคังไม่ได้เพียงกลืนเมล็ดข้าวเพราะหิว

เขาใช้ของมีคมขนาดเล็กสลักอักษรลงบนเมล็ดหลายเมล็ด ก่อนกลืนมันเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คุมค้นพบ

เยว่หลันใช้แว่นขยายตรวจทีละเมล็ด แล้วเรียงอักษรตามเครื่องหมายกำกับ เมื่อรวมข้อความเข้าด้วยกัน มือของนางก็เย็นเฉียบ

เซียวจิ่นเหิงยืนอยู่ข้างโต๊ะ “เขาเขียนสิ่งใด”

เยว่หลันเงยหน้ามองเขา ก่อนอ่านคำสุดท้ายซึ่งทหารผู้ซื่อสัตย์ทิ้งไว้ด้วยชีวิต

ผู้ขโมยตราทหารอยู่ข้างกายท่านอ๋องมาตลอด”

ภายในห้องลับตกอยู่ในความเงียบ

คนที่สามารถอยู่ข้างกายเซียวจิ่นเหิง เข้าถึงตราประทับ รู้เส้นทางเดินทาง และออกคำสั่งแทนเขาได้ มีอยู่เพียงไม่กี่คน

หนึ่งในนั้นคือกู้เหยียน รองแม่ทัพซึ่งรับใช้เขามานานหลายปี

และอีกคนคือหลัวมามา แม่นมผู้เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 15 วิวาห์ของคนเป็น NC

    หนึ่งปีหลังเหตุการณ์ก่อกบฏ เมืองหลวงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้งร่องรอยความเสียหายบนกำแพงวังได้รับการซ่อมแซม ตำหนักซึ่งถูกเพลิงเผาถูกสร้างขึ้นใหม่ ขุนนางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายของอดีตฮองเฮาถูกลงโทษตามความผิด ส่วนทหารชั้นผู้น้อยซึ่งถูกหลอกใช้และยอมวางอาวุธได้รับการละเว้นโทษตามคำร้องของเซียวจิ่นเหิงฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายหก ผู้มีความสามารถและไม่เกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจ เป็นรัชทายาทพระองค์ใหม่ อีกทั้งยังปรับระบบควบคุมกำลังทหารทั้งหมดนับจากนั้น การเคลื่อนกองทัพจำนวนมากต้องได้รับตรารับรองจากสามฝ่าย ได้แก่ ฮ่องเต้ กรมทหาร และแม่ทัพผู้ควบคุมกำลัง ไม่อนุญาตให้บุคคลเพียงผู้เดียวถือครองอำนาจสั่งการทั้งหมดอีกต่อไปสำหรับเซียวจิ่นเหิง แม้จะได้รับการคืนตำแหน่งและได้รับข้อเสนอให้กลับไปควบคุมกองทัพชายแดนเหนือ แต่เขากลับยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพเมื่อฮ่องเต้ถามเหตุผล เขาตอบเพียงว่าใช้ชีวิตในสนามรบมานานเกินไป ถึงเวลาที่ควรคืนอำนาจให้แก่คนรุ่นใหม่ และใช้สิ่งที่ตนเรียนรู้มาสะสางความอยุติธรรมซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในราชสำนักเขาจึงได้รับแต่งตั้งให้ดูแลหน่วยตรวจสอบพิเศษ มีอำนาจรื้อฟื้นคดีซึ่งอาจถู

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 14 ผู้ชนะที่สูญเสียทุกสิ่ง

    คมมีดเย็นเฉียบกดแนบอยู่บนลำคอของฉู่เยว่หลันฮองเฮาประทับอยู่ด้านหลัง มือข้างหนึ่งจับไหล่นางไว้แน่น อีกข้างถือมีดอาบพิษ หากพระนางขยับเพียงเล็กน้อย เส้นเลือดบริเวณลำคออาจถูกตัดขาดในทันทีรอบท้องพระโรงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นน้ำมันซึ่งไหลออกมาจากช่องใต้พื้น องครักษ์ของฮองเฮายืนถือคบเพลิงอยู่ใกล้สายชนวน หากเปลวไฟสัมผัสลงไปแม้แต่นิดเดียว น้ำมันและดินระเบิดซึ่งฝังอยู่ใต้เสาหลายต้นจะลุกไหม้พร้อมกันฮ่องเต้ ขุนนาง ทหาร และคนทั้งหมดในบริเวณนี้จะไม่มีผู้ใดหนีออกไปทันเซียวจิ่นเหิงยืนอยู่ตรงลานหน้าท้องพระโรง ดาบในมือยังเปื้อนเลือดจากการต่อสู้ ข้างกายมีทหารรักษาเมืองซึ่งเพิ่งเปลี่ยนฝ่ายมาสนับสนุนเขาแม้กองกำลังของฮองเฮากำลังพ่ายแพ้ แต่พระนางกลับถือไพ่เหนือกว่าอีกครั้ง เพราะชีวิตของเยว่หลันกับผู้คนจำนวนมากอยู่ในมือ“วางดาบ”เสียงของฮองเฮาดังมาจากบันไดท้องพระโรงเซียวจิ่นเหิงไม่ได้ขยับ ดวงตาคมจับอยู่ตรงรอยเลือดบาง ๆ บนลำคอภรรยา คมมีดกดลึกจนผิวถูกบาดแล้ว“ปล่อยนางก่อน”“เวลานี้เจ้ายังมีสิทธิ์ต่อรองกับข้าอีกหรือ”ฮองเฮาออกแรงกดมีดเพิ่ม ของเหลวสีแดงไหลลงมาตามลำคอของเยว่หลันเซียวจิ่นเหิงโยนดาบล

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 13 คืนที่ประตูวังเปิดออก

    เสียงระฆังเตือนภัยดังกึกก้องไปทั่ววังหลวงเปลวเพลิงลุกขึ้นจากหอเฝ้าระวังทางทิศใต้ พร้อมเสียงอาวุธปะทะและเสียงตะโกนของทหารซึ่งดังกระทบกำแพงสูงไปทุกทิศทางขบวนเสบียงที่ผ่านเข้ามาก่อนประตูวังปิดเผยตัวตนที่แท้จริง คนงานนับร้อยถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ด้านในเป็นชุดทหารติดเกราะพร้อมรบ พวกเขาเปิดลังซึ่งควรบรรจุอาหารและเครื่องเซ่น แจกจ่ายดาบ ธนู กับหน้าไม้ให้แก่พรรคพวกซึ่งแฝงตัวอยู่ตามตำหนักต่าง ๆทหารเวรยามบริเวณประตูทิศใต้ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว คนขององค์ชายสี่สังหารหัวหน้าเวร ยึดกลไกประตู และจุดคบเพลิงเป็นสัญญาณให้กองกำลังซึ่งซ่อนอยู่นอกกำแพงบุกเข้ามาภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ประตูวังสามแห่งก็ตกอยู่ในการควบคุมของฝ่ายกบฏขุนนางซึ่งพักอยู่ในวังเพื่อเตรียมร่วมพิธีบวงสรวงถูกลากตัวออกจากที่พัก ผู้ใดประกาศภักดีต่อฮ่องเต้จะถูกปลดอาวุธและควบคุมตัว ส่วนผู้ที่เตรียมเข้าร่วมกับองค์ชายสี่อยู่แล้วต่างเปลี่ยนมาสวมผ้าสีครามตรงต้นแขน เพื่อให้ฝ่ายเดียวกันจดจำได้ฉู่เยว่หลันถูกขังอยู่ในเรือนชั้นในของตำหนักองค์ชายสี่ นางได้ยินเสียงการต่อสู้ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ไม่รู้ว่ากองกำลังฝ่ายใดกำลังได้เปรียบประตูห

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 12 หมากที่อยากเป็นผู้เล่น

    คำสารภาพของหลัวมามาทำให้ทุกคนในศาลาร้างตกอยู่ในความเงียบหญิงผู้เลี้ยงดูเซียวจิ่นเหิงมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ไม่เพียงเป็นสายลับของฮองเฮา หากยังเป็นผู้ผสมพิษลงในอาหารของเขาทีละน้อย และนำตราทหารปลอมไปซ่อนไว้ในห้องหนังสือเพื่อสร้างหลักฐานว่าท่านอ๋องเตรียมก่อกบฏกู้เหยียนกำด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ดวงตาของเขาแดงก่ำทั้งจากความโกรธและความผิดหวัง“ท่านอ๋องเคารพท่านไม่ต่างจากมารดา” เขากล่าว “เหตุใดจึงทำกับพระองค์ได้ลงคอ”หลัวมามายังคงยืนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อม ราวกับคำถามนั้นไม่อาจทำร้ายความรู้สึกของนางได้อีกแล้ว“ข้ามีหน้าที่ของข้า”“หน้าที่ซึ่งต้องวางยาคนที่ท่านเลี้ยงมากับมือหรือ”“หากข้าไม่ทำ คนอื่นก็จะทำอยู่ดี อย่างน้อยข้ายังควบคุมปริมาณให้เขามีชีวิตอยู่ได้นานถึงเพียงนี้”คำแก้ตัวนั้นยิ่งทำให้กู้เหยียนโกรธ เขาก้าวเข้าไปหมายจะจับตัวนาง แต่ฉู่เยว่หลันกลับยกมือห้าม“ตราทหารซึ่งพบในห้องหนังสือเป็นของจริงหรือไม่”จากการตรวจสอบเบื้องต้น ตราที่ทหารหลวงค้นพบมีรูปลักษณ์เหมือนของจริงทุกประการ ทว่าเมื่อกู้เหยียนลองใช้คู่กับตราอีกครึ่งซึ่งเก็บอยู่ในกรมทหาร กลไกภายในกลับไม่เชื่อมเข้าหากัน

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 11 คำให้การของคนตาย

    ชิงอวี้ยังคงคุกเข่าอยู่ใต้เงาต้นไม้ แม้พื้นดินจะชื้นเย็นและชายกระโปรงเปรอะเปื้อนโคลน นางก็ไม่กล้าขยับจนกว่าฉู่เยว่หลันจะอนุญาต“ครอบครัวของเจ้าอยู่ในมือองค์ชายสี่ หมายความว่าอย่างไร”เยว่หลันไม่ได้รีบเชื่อคำสารภาพ นางยืนห่างออกไปหลายก้าวและซ่อนมือข้างหนึ่งไว้ใกล้ถุงเข็มเงินใต้แขนเสื้อ“บิดาของบ่าวเคยเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคลังเสบียงทางใต้เจ้าค่ะ” ชิงอวี้ตอบ “เมื่อห้าปีก่อนเขาพบว่ามีข้าวจำนวนมากถูกนำออกจากคลังโดยใช้ตราประทับปลอม จึงคิดจะรายงานราชสำนัก แต่คนขององค์ชายสี่พบเรื่องเสียก่อน”“จากนั้นเล่า”“พวกเขาสร้างหลักฐานกล่าวหาว่าบิดาบ่าวเป็นผู้ยักยอกเสบียง หากไม่ยอมทำงานให้ พระองค์จะส่งหลักฐานเหล่านั้นให้กรมอาญา คนทั้งครอบครัวอาจถูกประหาร”“ดังนั้นเจ้าจึงถูกส่งมาอยู่ข้างกายข้า”ชิงอวี้พยักหน้า น้ำตาไหลลงตามแก้มหน้าที่ของนางคือรายงานทุกสิ่งที่เยว่หลันทำ ค้นหากุญแจทองแดง และหาตำแหน่งของหลักฐานจากห้องลับ ยาพิษในคืนแรกไม่ได้มีเป้าหมายฆ่าเยว่หลัน หากใช้ทำให้ร่างกายอ่อนแรงและความทรงจำสับสน เพื่อให้คำพูดของนางหมดความน่าเชื่อถือ“แล้วสาวใช้ในศาลบรรพชนเล่า เจ้าเป็นคนส่งนางมาค้นห้องหรือไม่”“ไม่ใช่

  • วิวาห์ศพซ่อนบัลลังก์   บทที่ 10 คืนก่อนลานประหาร NC

    ฉู่เยว่หลันเผาจดหมายของเซียวหย่งเซวียนทันทีหลังอ่านจบเปลวไฟลามจากมุมกระดาษเข้าสู่ข้อความอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำซึ่งเสนอแลกชีวิตบิดากับหลักฐานค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเถ้าสีดำอยู่ภายในกระถางทองเหลืองนางไม่คิดนำหลักฐานจากห้องลับไปแลกเปลี่ยนหากยอมทำตามข้อเสนอ องค์ชายสี่อาจปล่อยบิดาหรือช่วยเซียวจิ่นเหิงจริง แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจะไม่มีวันได้รับความยุติธรรม แผนก่อกบฏจะดำเนินต่อ และชีวิตของคนทั้งเมืองหลวงอาจต้องสูญเสียเพราะการตัดสินใจของนางที่สำคัญ คนซึ่งจับตัวฉู่เหวินซานไปย่อมไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่าเมตตามาต่อรองเยว่หลันเรียกเสี่ยวเถาเข้ามาช่วยแต่งตัว นางเปลี่ยนเป็นชุดแพทย์ชาย เก็บเส้นผมทั้งหมดไว้ใต้หมวก ใช้ผงสมุนไพรทำให้ผิวคล้ำและแต้มหนวดบางเหนือริมฝีปากกู้เหยียนจัดเตรียมป้ายของหมอหลวงซึ่งถูกเรียกไปตรวจอาการนักโทษให้ ส่วนแผนหลบหนีถูกซ่อนอยู่ใต้กล่องเข็มเงิน“รถม้าจะรออยู่หลังศาลต้าหลี่” กู้เหยียนอธิบาย “กระหม่อมเตรียมม้าฝีเท้าดีไว้สามตัว หากท่านอ๋องออกจากคุกได้ เราจะใช้ทางน้ำหลบออกจากเมืองก่อนรุ่งสาง”“ทหารชายแดนเล่า”“มีกำลังส่วนหนึ่งรออยู่ที่เมืองชิงเหอ สามารถคุ้มกันท่านอ๋องเดินทางกลับเหนือได้”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status