Share

บทที่ 2

Penulis: Nuan4545
last update Tanggal publikasi: 2026-08-18 10:07:14

รัญชิดา นั่งรออยู่บนโซฟาตัวเดิมด้วยความกระวนกระวายใจ เธอไม่รู้ว่าอาการของเขาหนักแค่ไหน หรือเขาจะโกรธเธอมากหรือเปล่า เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินออกมาจากห้อง

ธีรภัทร์ก้าวออกมาจากห้องตรวจ โดยมีคุณหมอสุทธพงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลวัยกลางคนที่ใบหน้าใจดีและท่าทีอบอุ่น เดินเคียงข้างมาด้วย คุณหมอสุทธิ์ยังเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ธีรภัทร์ให้ความเคารพ ทำให้บรรยากาศดูเป็นกันเองมากกว่าความตึงเครียดในครู่แรก

“หลานไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” คุณหมอสุทธิพงษ์ เอ่ยพลางยิ้มบาง “แค่แผลน้ำร้อนลวก อาทำความสะอาดแผลและทายาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ”

“ขอบคุณมากครับคุณอาหมอ” ธีรภัทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อมตามแบบฉบับ ก่อนจะเหลือบสายตามายังหญิงสาวที่นั่งรออย่างกระวนกระวาย

รัญชิดารีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “คุณไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อยราวกับกลัวคำตอบ

ธีรภัทร์ยกยิ้มบาง คล้ายจะปลอบใจ “ไม่เป็นไรครับ อย่างที่คุณอาหมอบอก แค่แผลน้ำร้อนลวกนิดหน่อยเอง”

รัญชิดาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เมื่อมั่นใจว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง ดวงตาที่คลอไปด้วยความกังวลค่อย ๆ คลายลง แต่กลับกลายเป็นความกระอักกระอ่วนแทน เธอยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบหันไปบอกเขาเสียงสั่นพร่า

“งั้น…ฉันจะไปจ่ายค่ารักษาให้คุณเองนะคะ ถือว่าเป็นความผิดของฉัน”

“ไม่ต้อง...” ธีรภัทร์ร้องห้ามทันที แต่ยังไม่ทันจบประโยค หญิงสาวก็รีบก้มศีรษะให้เขาแล้วหันหลังเดินจ้ำไปทางแผนกการเงินโดยไม่ฟังคำคัดค้าน

ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังเล็กที่รีบร้อนจนเกินไป พลันรอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากอย่างห้ามไม่อยู่

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ อาหมอ” ธีรภัทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ

คุณหมอสุทธิพงษ์พยักหน้ายิ้ม ๆ “ได้สิ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ อย่าทำให้หลานสะใภ้ในอนาคตต้องลำบากใจ”

คำพูดทีเล่นทีจริงนั้นทำให้ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ แต่แววตาคมกลับเหลือบมองไปทางรัญชิดาที่รีบเดินไปยังแผนกการเงินโดยไม่รอเขาเสียแล้ว ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย ก่อนก้าวเดินตามไปอย่างไม่รีบร้อน

รัญชิดารีบหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาอย่างร้อนรน เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งยอดค่าใช้จ่าย ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันที ตัวเลขบนหน้าบิลสูงเกินกว่าที่เธอคาดไว้มาก ห้าพันบาทเต็ม ๆ ซึ่งมันเกือบเท่ากับเงินเดือนครึ่งหนึ่งของเธอเลยทีเดียว

“อะ…เอ่อ ค่ารักษาพยาบาล…เท่านี้เลยเหรอคะ” น้ำเสียงเธอสั่นเครืออย่างไม่ทันตั้งตัว

เจ้าหน้าที่เพียงยิ้มสุภาพและพยักหน้า “ใช่ค่ะ คุณต้องการชำระเป็นเงินสดหรือบัตรเครดิตดีคะ”

"เงินสดค่ะ"

มือบางสั่นเล็กน้อยตอนล้วงหาธนบัตร ใจเต้นรัว ความกังวลตีตื้นขึ้นมาในอก แต่ก่อนที่เธอจะได้ยื่นเงิน ธีรภัทร์ก็ก้าวเข้ามาทันเวลา มือหนายื่นออกไปจับมือของรัญชิดาที่กำลังเลื่อนธนบัตรส่งให้เจ้าหน้าที่เอาไว้แน่นพอที่จะหยุดการกระทำของเธอได้ทันที

ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือเขาส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว ทำเอารัญชิดาชะงัก หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งสั่นระส่ำมากกว่าเดิม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตกใจ ดวงตาคมของชายหนุ่มทอดมองลงมาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและจริงจัง

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าไม่ต้องออกให้” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นใกล้หู ราบเรียบแต่หนักแน่นพอให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้าเองยังชะงักไปด้วย

รัญชิดาสะดุ้ง รีบดึงมือกลับทันที ราวกับปลายนิ้วพลันร้อนวูบขึ้นมาเพียงเพราะการสัมผัสเมื่อครู่

ธีรภัทร์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันมาทางเธอ “ขอโทษครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ

จากนั้นจึงหยิบธนบัตรในมือเธอคืนอย่างระมัดระวัง ไม่ให้เธอเสียหน้า ก่อนจะหันไปยื่นบัตรเครดิตของตนให้เจ้าหน้าที่ตรงหน้าแทน

“ใช้ของผมแทนครับ”

“ได้ค่ะ” เจ้าหน้าที่รีบพยักหน้ารับ พลางยื่นมือมารับบัตร

เมื่อเจ้าหน้าที่รูดบัตรเสร็จแล้ว ยื่นบัตรคืนให้พร้อมกับใบเสร็จ ธีรภัทร์ก็รับมาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ของเขา ก่อนจะหันมามองรัญชิดาที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น "ไปกันเถอะครับ"

รัญชิดาก้าวตามธีรภัทร์ไปอย่างเงียบ ๆ ใจเต้นแรงทั้งจากความเกรงใจและความเขินอาย เธอพยายามก้มหน้าหลบสายตาผู้คนที่จับจ้องมา แต่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและมั่นคงจากร่างสูงที่เดินนำหน้าอยู่ไม่ไกล

เมื่อมาถึงรถสปอร์ตคันหรู รัญชิดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองเขา

“คุณ…” เธอเอ่ยเสียงเบา

ธีรภัทร์ยิ้มบาง ๆ พลางสบตาเธอ “คุณเรียกผมว่า ‘ภีม’ ก็ได้ครับ”

คำพูดสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมายนั้น ทำให้รัญชิดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า “คะ… คุณภีม” เธอเอ่ยชื่อเขาอย่างติดขัดในลำคอ

"ขึ้นรถเถอะ" ธีรภัทร์ พูดพลางเปิดประตูรถให้ "เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่ร้าน"

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” รัญชิดารีบปฏิเสธทันที “ฉันกลับเองได้ค่ะ เกรงใจคุณภีม”

"ไม่เป็นไร" เขาตอบเสียงเรียบ "ผมอยากจะไปส่ง"

"แต่..." รัญชิดาพยามจะปฎิเสธ

“ไม่มีแต่ ถ้าคุณกลับเอง กว่าคุณจะกลับถึงร้านก็คงอีกนาน คุณไม่กลัวผู้จัดการคุณว่าเหรอ” ธีรภัทร์ พูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

รัญชิดาเงียบไปทันที เธอเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ายังไงก็ต้องกลับไปที่ร้านเพื่อเปลี่ยนชุดและขอโทษผู้จัดการอีกครั้ง เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย พยักหน้ารับอย่างเกรงใจ "คะ…ก็จริงค่ะ"

ธีรภัทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ขึ้นรถเถอะครับ”

รัญชิดาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วงและเกรงใจ “คุณ…คุณขับเองได้แล้วเหรอคะ แผลไม่เจ็บแล้วใช่ไหมคะ”

ธีรภัทร์แสร้งทำสีหน้าเจ็บเล็กน้อย ขมวดคิ้วเบา ๆ ราวกับแผลน้ำร้อนยังทำให้เขาเจ็บอยู่ “อื้อ…ก็ยังเจ็บอยู่เล็กน้อยครับ”

รัญชิดาตกใจทันที รู้สึกสงสารและอดเป็นห่วงไม่ได้ “ถ้างั้น…คุณอย่าขับเลยค่ะ เดี๋ยวฉันขับให้เองนะคะ”

ธีรภัทร์ยิ้มบาง ๆ ในลำคอ แกล้งทำเป็นอ่อนแรงเล็กน้อยเพื่อให้เธออดเห็นใจไม่ได้ แต่สายตาคมกลับมองเธอด้วยแววขี้เล่นราวกับสนุกกับความกังวลของเธอ “ถ้างั้น…ก็รบกวนด้วยนะครับ”

รัญชิดาพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เธอเดินอ้อมไปอีกฝั่งและขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งคนขับอย่างคล่องแคล่ว มือบางวางลงบนพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูที่ดูไม่เข้ากับชุดยูนิฟอร์มของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอก็ตั้งสมาธิอยู่กับการขับรถ โดยมีธีรภัทร์นั่งอยู่ข้าง ๆ และมองเธออยู่ตลอดเวลา

“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะครับว่าคนตัวเล็ก ๆ อย่างคุณจะขับรถเก่งขนาดนี้” ธีรภัทร์พูดขึ้นหลังจากที่รถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพัก

รัญชิดาชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคมของร่างสูงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบหันกลับไปตั้งสมาธิกับถนนข้างหน้า “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ… ที่จริงนี่เป็นครั้งแรกนะคะ ที่ฉันได้ขับรถแพงขนาดนี้”

ธีรภัทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ “ถ้าไม่บอก ผมคงไม่รู้เลยนะครับ เพราะคุณขับได้สบายกว่าที่คิดมาก”

แก้มของรัญชิดาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มือบางกำพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องถนนตรงหน้าไม่กล้าหันไปมองเขา ได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจเบา ๆ ของชายหนุ่ม ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมบรรยากาศในรถอีกครั้ง

“คุณ…ไม่โกรธฉันจริง ๆ ใช่ไหมคะ” เธอถามขึ้นแผ่วเบา สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า

“ผมจะโกรธคุณไปทำไมล่ะ” ธีรภัทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย

รัญชิดาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ก็ฉันทำกาแฟหกใส่คุณ แถมคุณยังต้องมาเสียเงินค่ารักษาพยาบาลตัวเองอีก… ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนติดหนี้บุญคุณคุณมาก ๆ เลยค่ะ”

ธีรภัทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนเอียงศีรษะมองไปที่เธอ “ถ้าคุณรู้สึกว่าติดหนี้บุญคุณผมจริง ๆ …งั้นคุณก็เอาโทรศัพท์มานี่สิ”

รัญชิดาขมวดคิ้วเล็กน้อย มือยังคงจับพวงมาลัยแน่น สายตาจับจ้องถนนตรงหน้า “เอ่อ…โทรศัพท์เหรอคะ”

“ใช่ครับ โทรศัพท์ของคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววขี้เล่น ดวงตาคมเป็นประกายราวกับกำลังจงใจทำให้เธอสับสน

หัวใจของรัญชิดาเต้นแรงจนแทบทะลุอก มือที่จับพวงมาลัยเริ่มสั่นน้อย ๆ เธอเอื้อมอีกมือไปหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างตัว พลางเหลือบตามองเขาแวบหนึ่งด้วยความลังเล

“คุณ…จะเอาไปทำอะไรเหรอคะ” น้ำเสียงเธอสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

“เอามาเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรหรอก” เขายิ้มบาง ๆ ดวงตาคมมีแววเจ้าเล่ห์นิด ๆ

สุดท้ายเธอก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้ เขารับมันมาอย่างไม่รีบร้อน ปลายนิ้วสัมผัสกับมือเธอแผ่วเบา ทำเอาเธอรีบชักกลับแทบไม่ทัน

“รหัสล่ะครับ” เขาเงยหน้าขึ้นถามตรง ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูจริงจัง แต่แววตากลับมีร่องรอยขบขันซ่อนอยู่

รัญชิดาเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสนใจถนน “...หนึ่งหกตัวค่ะ”

ธีรภัทร์เลิกคิ้วขึ้นทันที “ทำไมคุณตั้งรหัสง่ายจัง ไม่กลัวใครเอาไปกดเล่นแล้วข้อมูลหลุดเหรอ”

หญิงสาวยกมุมปากยิ้มจาง ๆ แต่สายตายังจ้องตรงไปข้างหน้า “โทรศัพท์มันไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ จะหลุดไปก็ไม่มีใครอยากรู้หรอก”

ธีรภัทร์ยิ้มมุมปากและกดรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์ของเขาลงไปในเครื่องของเธอ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้เธอ

“เรียบร้อยครับ” เขาพูด “ถ้าคุณอยากใช้หนี้บุญคุณผมจริง ๆ ครั้งหน้าคุณค่อยเลี้ยงข้าวผมซักมื้อก็แล้วกัน”

รัญชิดารับโทรศัพท์คืนด้วยมือสั่น ๆ ใจเต้นโครมคราม เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับธีรภัทร์อีกครั้ง แต่กลับเห็นรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและแฝงความขี้เล่นอยู่ในที

“คะ…ค่ะ” เธอพึมพำเสียงเบาอย่างเกรงใจ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกประหม่าและเขินอาย

ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ พลางกวาดสายตามองเธออย่างเอ็นดู “ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้คิดมากอะไรหรอก”

รัญชิดาเม้มปาก พยายามเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ แล้วจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย ขณะรถเคลื่อนตัวออกไปบนถนน เธออดไม่ได้ที่จะมองสายตาคมของเขาเป็นระยะ ๆ

รถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เลี้ยวเข้ามาจอดที่ลานจอดรถด้านหน้าของคาเฟ ร้านยังคงเปิดไฟสว่างไสว ผู้คนบางตาลงแล้วเพราะใกล้เวลาปิด รัญชิดาชะลอรถจนจอดสนิท หัวใจเธอเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกเมื่อหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ถึงแล้วค่ะ…” เธอพูดเสียงเบา มือยังวางแน่นบนพวงมาลัย

ธีรภัทร์หันมามองเธอด้วยแววตาสงบนิ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ขับเก่งกว่าที่คิดนะครับ”

รัญชิดารีบส่ายหน้าแก้มร้อนวูบขึ้นมา “ไม่หรอกค่ะ ฉันเกร็งจะตายอยู่แล้ว”

ธีรภัทร์หัวเราะเบาๆ “ผมรู้” เขาพูด “แต่คุณก็ยังทำได้ดี”

คำพูดนั้นทำให้รัญชิดาเงียบไป เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นในใจอย่างประหลาด ธีรภัทร์เอื้อมมือไปปลดล็อกประตูรถและหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน “วันนี้ขอบคุณมากนะครับ”

“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ที่คุณไม่เอาเรื่อง” เธอตอบออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นจนหัวใจเธอสะท้าน “ผมบอกคุณแล้วไงครับ ว่าผมไม่โกรธ… แต่ถ้ามีโอกาสหน้า คุณต้องเลี้ยงข้าวผมนะ”

รัญชิดาชะงักเล็กน้อย แก้มขึ้นสีอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ…”

แววตาคมของเขายังคงจับจ้องมา ทำเอาเธอต้องรีบเบือนสายตาออกไปทางอื่น หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก

“งั้น…รันไปก่อนนะคะ” เธอเอ่ยเสียงเบา มือบางเอื้อมไปเปิดประตูรถ

“อ้อ เดี๋ยวก่อนครับ” ธีรภัทร์เรียกไว้ทันที น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความสนใจ “เมื่อกี้…คุณบอกว่าชื่อรันใช่ไหม”

รัญชิดาหันกลับมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตสั่นระริก ก่อนพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ… รัน รัญชิดา”

ธีรภัทร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมทอดมองเธอด้วยสายตาที่ต่างไปจากก่อนหน้า “รัญชิดา…” เขาออกเสียงชื่อนั้นช้า ๆ ราวกับกำลังลิ้มรส

หัวใจของรัญชิดาสะดุดวูบ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนอยู่เพียงเสี้ยววินาที รู้สึกเหมือนร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว

“ชื่อเพราะดีนะครับ” เขาเสริมเบา ๆ รอยยิ้มยังไม่จางหายไปจากริมฝีปาก

รัญชิดาไม่กล้าสบตา รีบก้มหน้าลงและเอ่ยเสียงแผ่ว “ขะ…ขอบคุณค่ะ”

เธอรีบก้าวลงจากรถ หัวใจเต้นแรงโครมครามราวกับจะระเบิด ขณะที่ประตูปิดลง เธอกลับยังได้ยินเสียงทุ้มของเขาดังสะท้อนอยู่ในหูอย่างชัดเจน

“แล้วเจอกันใหม่นะครับ…รัญชิดา"
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 91

    "แต่งงานกับผมนะ รัญชิดา มาสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและสมบูรณ์แบบของเราตลอดไป" รัญชิดารับช่อดอกกุหลาบมาไว้ในอ้อมแขน น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้ม เธอพยักหน้ารับทั้งน้ำตา "ค่ะ! รันจะแต่งงานกับคุณค่ะ คุณภีม" ธีรภัทร์ยิ้มกว้างอย่างที่สุด เขาลุกขึ้นยืนและดึงเธอเข้ามากอดอย่างแนบแน่น จูบท่ามกลางแสงดาวและแสงไฟ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 90

    สมพรจ้องมองธีรภัทร์และรัญชิดาสลับกันไปมา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความงุนงง แต่เมื่อประเมินทักอย่างได้แล้ว เธอก็เข้าใจได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ก็เป็นลูกชายเศรษฐี ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณพีรพงษ์เลย และที่สำคัญที่สุด... ลูกสาวเธอก็ยังคงได้แต่งงานกับคนรวย ใบหน้าของสมพรที่เคยตึงเครียดก็เริ่มคลายลง เปลี่ยนเป็นรอยยิ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 89

    รัญชิดาปลดเข็มขัดนิรภัย หันไปมองธีรภัทร์ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นคง "พร้อมนะคะ คุณภีม" รัญชิดาถาม "พร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ" ธีรภัทร์ตอบ ก่อนจะกดจูบลงบนหลังมือเธอเบา ๆ "ตอนนี้ผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณแล้ว" ทั้งสองก้าวลงจากรถ และเดินเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อเข้ามาในบ้าน รัญชิ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 88

    นางปราณียืนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอสลับมองระหว่างรัญชิดาที่นั่งเคียงคู่กับธีรภัทร์ กับพีรพงษ์ที่นั่งหัวโต๊ะกับเมษา บรรยากาศมันช่างแปลกประหลาดจนเธอไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลย เธอจึงเก็บความสงสัยทั้งหมดไว้ในใจ ไม่กล้าซักถามอะไรออกมา เธอรีบเดินไปยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟตามคำสั่ง วางจานอาหารลงตรงหน้าทุกคนอย่างเ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 87

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น รัญชิดาเดินกะเผลกเบา ๆ ลงมาจากบันได อาการปวดที่เท้าทุเลาลงมากจนแทบไม่รู้สึก แต่ความเหนื่อยล้าจาก 'ค่ำคืนที่ไม่จบลงง่าย ๆ' ยังคงทำให้ใบหน้าเธอมีร่องรอยความสุขที่ปิดไม่มิด เธอเดินมาที่ห้องอาหาร เห็นนางปราณีกำลังจัดโต๊ะอาหารอย่างขะมักเขม้น "อรุณสวัสดิ์ค่ะ ป้าณี" รัญชิดาทักทา

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   บทที่ 86

    "ไม่จริง!" ธีรภัทร์ปฏิเสธเสียงต่ำ "คุณไม่ได้มีแค่โชคชะตา! คุณมีผม! ผมรักคุณ รัญชิดา! และผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณไปเป็นของใครอีกแล้ว" เขาขยับตัวลงจากเตียง ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที ใบหน้าของเขาจริงจังและเต็มไปด้วยความรู้สึก รัญชิดาตกใจจนมือทาบอก "คุณภีม! คุณจะทำอะไรคะ ลุกขึ้นสิ!" รัญชิดาอุทานด้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status