Inicio / โรแมนติก / วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน / แผลเล็กๆกับหัวใจที่เต้นแรง

Compartir

แผลเล็กๆกับหัวใจที่เต้นแรง

Autor: Nuan4545
last update Fecha de publicación: 2026-08-18 20:25:36

รัญชิดาเดินตามธีรภัทร์เข้าไปในโรงพยาบาลตามปกติ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า ยังคงสีหน้าขรึมดังเช่นเคย แต่บนริมฝีปากนั้น กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอมองไม่เห็น

ทันใดนั้น เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้น “อ้าวภีม หลานมาทำอะไรที่นี่”

รัญชิดาหยุดก้าว มองไปยังชายสูงวัยที่แต่งชุดกาวน์สีขาว ใบหน้าคมคายแต่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ท่านคือคุณหมอสุทธิพงษ์ คุณอาหมอที่ดูแลชายหนุ่มเมื่อวาน

“สวัสดีครับคุณอาหมอ” ธีรภัทร์ยกมือทักทายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

"สวัสดีค่ะคุณหมอ" รัญชิดารีบยกมือไหว้อย่างอ่อนโยน

คุณหมอวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อย พลางมองร่างสูงของธีรภัทร์ด้วยสายตาที่คุ้นเคย

“ไงมาทำอะไรล่ะภีม แผลเมื่อวานก็ไม่ได้หนักนี่ อาให้ยาทาไปแล้วนิ” คุณหมอสุทธิพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

ธีรภัทร์ยิ้มหน้าเจื่อน ๆ และรีบก้าวไปใกล้คุณอาหมอ แล้วยกมือดึงแขนเขาเบา ๆ พร้อมกระซิบอย่างขอความเห็นใจ

“คุณอา…ช่วยผมหน่อยนะครับ ผม…อยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ ผม คุณอาหมอช่วยทำเป็นรักษาผมให้ทีนะครับ”

คุณหมอสุทธิพงษ์หลุบตาลงมองแววตาจริงจังปนละมุนของหลานชาย ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างคนจนใจ

“เฮ้อ…เจ้าเด็กคนนี้” เขาพึมพำในลำคอ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มบาง ๆ

ธีรภัทร์ปล่อยมือจากแขนคุณอาหมอ ก่อนจะเดินกลับมายืนข้างหญิงสาว ดวงตาเปื้อนรอยขี้เล่นที่เจ้าตัวพยายามซ่อน แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนเป็นอา

“มา เดี๋ยวอาเป็นคนล้างแผลให้เอง” สุทธิพงษ์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตาที่ปรายมองหลานชายกลับเต็มไปด้วยความรู้ทัน จากนั้น เขาหันมาทางรัญชิดา แกล้งเล่นตามเกมของหลานชายอย่างเป็นธรรมชาติ “งั้นหนูรันเข้ามาด้วยสิ จะได้ดูวิธีล้างแผลไว้ แล้วค่อยเอาไปทำให้เจ้าภีมทีหลัง”

รัญชิดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ “คุณหมอ…จะให้รันเข้าไปด้วยจริง ๆ เหรอคะ”

สุทธิพงษ์พยักหน้าแน่วแน่ “ใช่ อาจะสอนวิธีให้…เผื่อเจ้าหลานชายของอาจะได้มีคนดูแลใกล้ ๆ”

ธีรภัทร์หันมามองเธอทันที รอยยิ้มเจืออยู่บนใบหน้าหล่อเหลา แววตาคมลึกเหมือนกำลังรอคำตอบอย่างใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

ภายในห้องตรวจ ธีรภัทร์นั่งลงบนเตียงตรวจพลางถอดชุดสูทออกและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตข้างในออกสามสี่เม็ด เผยให้เห็นผิวแผ่วแดงเป็นรอยแผลน้ำร้อนลวกที่อกด้านซ้าย

ทุกการกระทำของธีรภัทร์อยู่ในสายตาของรัญชิดา เธอยืนตัวแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อเผลอสบตากับรอยแผลตรงอกกว้างที่เธอเป็นคนทำ มันยังมีรอยแดงปรากฏอยู่ ใจเธอเต้นแรงคล้ายกับจะระเบิดมาตรงหน้าเมื่อเธอมองไปที่แผงหน้าอกกว้างที่มีซิกแพกที่เข้ากับร่างสูงของเขา

ธีรภัทร์ยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นหน้ารัญชิดาแดงกล่ำ

คุณหมอสุทธิพงษ์หันมาเห็นรัญชิดาที่ยืนตัวเกร็ง หน้าแดงจัด ก็อดอมยิ้มขำในใจไม่ได้ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ไหน อาดูแผลหน่อยสิภีม”

ธีรภัทร์เอนตัวเล็กน้อย ทำให้เสื้อเชิ้ตเปิดกว้างขึ้น รอยแผลสีแดงปรากฏชัดเต็มสายตา รัญชิดาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“อาการดีขึ้นนะ ไม่ต้องล้างแผลแล้วแค่ทายาก็น่าจะหายแล้ว” คุณหมอเอ่ยเรียบ ๆ ก่อนหันมายื่นยาทาแผลให้หญิงสาว “รัน มานี่สิ อาจะให้เธอลองทาแผล เผื่อเจ้าภีมมันต้องการคนช่วยที่บ้าน”

รัญชิดาเบิกตากว้างเล็กน้อย รีบส่ายหน้า มือไม้แทบจะไขว้กันด้วยความลนลาน “หะ…ให้รันเหรอคะ”

“ใช่สิ” น้ำเสียงเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความตั้งใจของคุณหมอทำให้รัญชิดาไปต่อไม่ถูก

ธีรภัทร์ที่นั่งอยู่บนเตียงตรวจยกยิ้มมุมปาก แววตาทอประกายเจ้าเล่ห์จาง ๆ “ลองดูเถอะคุณ…ผมไม่เจ็บหรอกครับ”

หัวใจของรัญชิดาเต้นแรงจนแทบระเบิด แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เมื่อมือคุณหมอยื่นยามาให้ตรงหน้า เธอรับมันไปอย่างลังเล ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเข้าไปใกล้กับร่างสูงที่ถอดสูทวางไว้ด้านข้าง เธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากกายเขาลอยอบอวล มันเป็นกลิ่นที่สะอาด อบอุ่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนทำให้เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ

ปลายนิ้วเล็กสั่นเล็กน้อยขณะบีบยาจากหลอดลงบนปลายนิ้ว รัญชิดารวบรวมความกล้าก่อนจะค่อย ๆ แตะลงบนผิวแผ่วแดงบริเวณแผลตรงอกด้านซ้ายของเขา ความร้อนผ่าวจากผิวกายแผ่ซ่านมาสู่ปลายนิ้วเธอทันที

ธีรภัทร์ไม่ละสายตาจากใบหน้าของเธอเลย เขานั่งนิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวจัดการทุกอย่าง แต่รอยยิ้มบางที่มุมปากและแววตาลึกซึ้งที่มองมานั้น กลับทำให้รัญชิดารู้สึกเหมือนกำลังจะละลายอยู่ตรงนั้น

เธอรีบก้มหน้าหลบ สายตาไม่กล้าประสานกับเขาอีก แต่ยิ่งทำให้ใบหน้าแดงซ่านจนถึงหู

“เสร็จแล้วค่ะ”

เมื่อจัดการทำแผลให้ชายหนุ่มเสร็จ เธอก็รีบถอยออกมาอย่างเก้อเขิน

คุณหมอที่ยืนมองอยู่พลอยยิ้มตาม ก่อนเอ่ยชมเสียงอบอุ่น

“ทำได้ดีมากเลยนะ วันหลังไม่ต้องมาที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ มีคนช่วยดูแลทำแผลให้แล้วนี่”

พูดจบ คุณหมอก็หันไปมองหลานชาย พร้อมรอยยิ้มขี้เล่นแฝงความนัย

ธีรภัทร์หันไปยิ้มให้คุณอาหมออย่างรู้ใจ ก่อนจะก้มตัวลงและค่อย ๆ ใส่กระดุมเสื้อเชิ้ตกลับเข้าที่อย่างเรียบร้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงไม่จางไปแม้จะปกปิดอาการเขินอายเล็ก ๆ จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

“งั้นฉันออกไปรอข้างนอกนะคะ ขออนุญาตคุณหมอค่ะ” รัญชิดากล่าวพร้อมยกมือไหว้ ก่อนก้าวออกจากห้องตรวจด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรง

เมื่อร่างบางของรัญชิดาออกไปข้างนอกแล้ว หมอสุทธิพงษ์ ก็หันมาแซวหลานชายพลางยิ้มอย่างเอ็นดู “เจ้าเล่ห์นะเราเนี่ย”

ธีรภัทร์ยกยิ้มมุมปาก ใบหน้ามีแววซุกซนเล็กน้อย แต่ก็แฝงความเจ้าเล่ห์ในสายตา “นิดหน่อยครับคุณอา”

ธีรภัทร์ก้าวออกจากห้องตรวจพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ รัญชิดาที่นั่งรออยู่ข้างนอกเห็นเขา ก็รีบลุกขึ้นยืนทันที

“ไปกันเถอะครับ…เสร็จเรียบร้อยแล้ว” เขาพูดพลางมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน

รัญชิดาเงยหน้ามองธีรภัทรด้วยสีหน้าที่ยังแดงเล็กน้อย แต่พยายามเก็บความเขินไว้ “ค่ะ”

รัญชิดาเดินนำธีรภัทรออกไปข้างนอก เมื่อมาถึงลานจอดรถ ธีรภัทร์ก็เดินไปเปิดประฝั่งผู้โดยสารให้เธอทันที

“ขอบคุณค่ะ” รัญชิดาพูดพร้อมกับยิ้มอ่อน ก่อนจะก้าวขึ้นนั่งบนเบาะ

เมื่อเธอเข้าที่นั่งเรียบร้อย ธีรภัทร์ก็ปิดประตูและขับรถออกจากโรงพยาบาลทันที เมื่อขับรถออกมาได้ซักระยะ ชายหนุ่มก็เป็นคนพูดขึ้นทำลายความเงียบ

"วันนี้ไปทานข้าวกับผมนะครับ"

รัญชิดาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว ใจเธอเต้นแรงจนแทบสะท้อนออกมานอกอก เขา…ชวนเธอไปทานข้าว

“คะ…คะ” เธอเผลออุทานเสียงหลง ราวกับยังไม่แน่ใจว่าหูตัวเองฟังไม่ผิด

ธีรภัทร์เหลือบตามองท่าทางนั้น ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยย้ำชัดเจนอีกครั้ง “ผมชวนคุณไปทานข้าวครับคุณรัน”

แก้มของเธอร้อนวาบขึ้นมาทันที “อะ…อ๋อ ค่ะ…” เสียงตอบกลับเบาหวิว แต่หัวใจกลับเต้นโครมครามอย่างควบคุมไม่ได้

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองนะคะ ถือว่าเป็นการขอโทษคุณภีม… เรื่องที่ฉันทำกาแฟหกใส่คุณ” เธอพูดพลางเม้มปากแน่น รู้สึกผิดยังไม่จางไปจากใจ

ธีรภัทร์เหลือบมองหญิงสาวข้างกาย รอยยิ้มอบอุ่นแฝงเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก “ไม่ต้องหรอกครับ…” เสียงทุ้มเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงความอ่อนโยน “แค่คุณยอมไปทานข้าวกับผม…ผมก็ถือว่าเป็นการยกโทษให้แล้ว”

รัญชิดาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาสั่นระริก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม เขาพูดเหมือน…การที่ได้อยู่กับเธอสำคัญกว่าอาหารหรือคำขอโทษเสียอีก

ไม่นานนัก รถคันหรูของธีรภัทร์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดยังร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นแห่งหนึ่ง ด้านในตกแต่งด้วยไฟสลัวนุ่มนวล ดูหรูหราเหมาะกับคนที่มีฐานะ

“เชิญครับ” เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้รัญชิดาอย่างสุภาพเช่นเคย

“ขอบคุณค่ะ” เธอก้าวลงจากรถด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งได้เห็นสายตาและรอยยิ้มของเขาที่มองมา ก็ยิ่งรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด

ทั้งสองเดินเคียงกันเข้าไปในร้าน บรรยากาศโรแมนติกทำให้แก้มของรัญชิดาร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

พนักงานรีบเข้ามาต้อนรับและพาไปยังโต๊ะติดกระจกที่มองเห็นวิวด้านนอก ธีรภัทร์รอให้รัญชิดานั่งลงก่อน แล้วจึงนั่งลงตรงข้าม

“ที่นี่อาหารอร่อยนะครับ ผมอยากให้คุณลอง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาเต็มไปด้วยความหมายที่มากกว่าแค่การทานอาหาร

รัญชิดามองรอบร้านแล้วเอ่ยเสียงเบา “อาหารที่นี่คงแพงน่าดูเลยนะคะ…” น้ำเสียงฟังดูเกรงใจชัดเจน

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”

ไม่นานนัก พนักงานก็เดินเข้ามาพร้อมยื่นเมนูให้ทั้งคู่ด้วยท่าทีสุภาพ ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบ ๆ

รัญชิดารับเมนูมาเปิดดูครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองราคาแล้วใจหายวาบ โอ้โห…จานเดียวก็แทบเท่าค่าแรงวันนึงของเธอเลยนี่นา

ธีรภัทร์สังเกตท่าทีได้ทันที เขายกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาดันเมนูของเธอเบา ๆ “ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมชวนคุณมาเอง ก็ถือว่าผมเลี้ยง”

“แต่ว่า…มันแพงไปค่ะ ฉันเกรงใจ” รัญชิดารีบโบกมือปฏิเสธ

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคมมองเธออย่างอบอุ่น “คุณไม่ต้องเกรงใจหรอก แค่คุณมานั่งทานข้าวกับผม…ก็ถือว่าผมได้กำไรแล้ว”

คำพูดตรง ๆ ทำให้แก้มเธอร้อนวาบขึ้นมาอีกครั้ง จนไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา

รัญชิดากัดริมฝีปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจปิดเมนูลง แล้วยื่นมันกลับไปหาชายหนุ่มด้วยสีหน้าละล้าละลัง

“คุณภีม…เป็นคนสั่งเองดีกว่าค่ะ รันไม่เคยกินของแพง ๆ พวกนี้” เสียงเธอเบาจนแทบเป็นกระซิบ

ธีรภัทร์เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขารับเมนูจากมือเธออย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวยาวสัมผัสปลายนิ้วเธอเพียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้รัญชิดาสะดุ้งหัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ

"งั้น…ผมจะสั่งเมนูที่คิดว่าคุณน่าจะชอบ แล้วคุณลองเปิดใจดูนะครับ”

เธอเม้มปากแน่น ก้มหน้างุดพยักเบา ๆ “ค่ะ…”

ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง ๆ ให้ ก่อนหันไปสั่งอาหารกับพนักงาน เมื่อสั่งอาหารเสร็จพนักงานจดออร์เดอร์เรียบร้อยแล้วถอยออกไป ทิ้งบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบอันแผ่วบางระหว่างคนสองคน

ธีรภัทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สายตายังคงไม่ละไปจากรัญชิดา “คุณรู้ไหม…ผมอยากเห็นหน้าคุณตอนทานของอร่อยจริง ๆ ว่าจะเป็นยังไง”

รัญชิดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเขาออกไปเเบบเก้อ ๆ กัง ๆ

รถยนต์คันหรูของธีรภัทร์เลี้ยวเข้ามาจอดในซอยแคบ ๆ ที่เงียบสงัด แม้เพิ่งสองทุ่ม แต่บรรยากาศกลับเงียบเชียบกว่าที่ควรจะเป็น เขาชะลอรถจนหยุดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนเหลือบสายตามองแล้วเอ่ยถาม

“ที่นี่บ้านคุณเหรอ”

สายตาคมทอดมองไปยังบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ที่ดูเรียบง่าย

“ค่ะ…เป็นบ้านเช่าน่ะค่ะ” รัญชิดาตอบเสียงเรียบ ๆ

“คุณอยู่คนเดียวเหรอ”

“เปล่าค่ะ ฉันอยู่กับพ่อแม่ แล้วก็น้องชาย…อยู่ด้วยกันสี่คนค่ะ”

ธีรภัทร์เลิกคิ้วเล็กน้อย “หลังเล็กขนาดนี้ อยู่กันสี่คนเลยเหรอ”

“ค่ะ…เล็กจริง แต่ก็อบอุ่นนะคะ” รัญชิดายิ้มบาง ๆ

ธีรภัทร์มองรอยยิ้มนั้นอย่างอ่อนโยน เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก เขาเคยเห็นแต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของเธอ แต่ในตอนนี้ รอยยิ้มนั้นดูสดใสกว่าที่เคยเป็นมา

“แล้ว…แฟนของคุณล่ะครับ อยู่ที่นี้ด้วยกันหรือเปล่า"

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   ความสุขของเรา

    ธีรภัทร์ และ รัญชิดา ใช้เวลาร่วมกันในร้านอาหารอย่างมีความสุข หลังจากที่ทั้งคู่ทานอาหารเสร็จแล้ว ธีรภัทร์ก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่บ้าน “คุณภีมคะ” รัญชิดาเอ่ยเสียงแผ่ว เมื่อเห็นรถกำลังเลี้ยวเข้าซอยที่ดูแคบลงเรื่อย ๆ “รันว่าคุณภีมจอดส่งรันตรงปากซอยก็ได้ค่ะ”ธีรภัทร์ชะลอรถ แต่ไม่ได้จอดทันที เขาหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน “ทำไมล่ะครับ”“คือ...บ้านรันอยู่ในซอยเล็ก ๆ นะค่ะ” รัญชิดาตอบอย่างตะกุกตะกัก “รถคุณภีมคันใหญ่...อาจจะเข้าลำบาก จอดตรงนี้ล่ะค่ะ รันเดินเข้าไปเองก็ได้”“แต่...” ธีรภัทร์พยายามจะอธิบาย“ไม่มีแต่ค่ะ” รัญชิดาขัดขึ้นอย่างนุ่มนวล แต่แฝงความเด็ดขาดบางอย่างที่ทำให้ธีรภัทร์ต้องยอมทำตาม“ก็ได้”ธีรภัทร์ ชะลอรถและจอดตรงที่เธอบอก แล้วหันหน้ามาหาเธอ เขายื่นมือไปจับมือรัญชิดาไว้แน่น “ผมขอเดินไปส่งคุณเป็นเพื่อนนะ”รัญชิดายิ้มอย่างเขินอาย “ไม่ต้องหรอกค่ะ รันเดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว”ธีรภัทร์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ แต่ก็ยังคงบีบมือเธอเบาๆ “โอเคครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “ถ้าถึงบ้านแล้ว รบกวนส่งข้อความมาบอกผมด้วยนะครับ ผมจะเป็นห่วง”รัญชิดาซาบซึ้งในความห่วงใยของเขามาก “ค่ะ รันจะส่งข้อควา

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   เรื่องสำคัญที่ต้องการบอก

    “คุณมีอะไรจะพูดกับผมก็รีบพูดมา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา“รีบร้อนจังเลยนะคะ… ดื่มก่อนสิ” เธอพูดเสียงหวาน ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ ราวกับตั้งใจให้ระยะห่างระหว่างกันหายไป สายตาเจือแววยั่วยวนอย่างจงใจมุกดายกแก้วไวน์ขึ้น หวังจะชนแก้วกับเขา แต่ธีรภัทร์กลับไม่ขยับ เขาเพียงยกแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด สายตาของเขาแทบไม่แม้แต่จะมองหญิงสาวตรงหน้าทันทีที่แก้วถูกวางลงบนบาร์ด้วยเสียง กึก หนักแน่น ความเงียบชั่ววินาที มุกดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยมั่นใจเหมือนถูกสั่นคลอนเพื่อไม่ให้เสียจังหวะ มุกดาเงยหน้าขึ้นยกแก้วไวน์ขึ้นแนบริมฝีปาก ดื่มรวดเดียวจนหมดเช่นกัน รสฝาดหอมขององุ่นยังไม่ทันจางหาย เธอก็วางแก้วลงอย่างแผ่วเบา ข้างแก้วของชายหนุ่มราวกับตั้งใจให้เป็นคู่กันแววตาคมกริบของมุกดายังคงจับจ้องเขาไม่วาง คล้ายจะท้าทาย คล้ายจะรุกเร้า ไม่มีทีท่าจะถอยห่างแม้แต่น้อยเธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปคว้าไวน์ขวดเดิม รินลงในแก้วทั้งสองอีกครั้งอย่างใจเย็น ก่อนที่เธอจะเลื่อนแก้วหนึ่งไปวางตรงหน้าเขาอย่างจงใจริมฝีปากอิ่มยกยิ้มบาง สายตาเป็นประกายวาวที่ยากจะอ่านออก“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ…”

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   คำสารภาพ

    รถยนต์คันหรูของธีรภัทร์เคลื่อนตัวเข้าไปในซอยเล็กๆ ตามที่รัญชิดาบอกมา มันเป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มที่ส่องสว่างออกมาจากในร้าน“ที่นี่เหรอครับ” ธีรภัทร์ถามด้วยรอยยิ้ม“ค่ะ...ที่นี่แหละค่ะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ทั้งสองเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างและสั่งอาหารมาทาน ธีรภัทร์ดูเหมือนจะมีความสุขมากกับการได้มานั่งทานอาหารในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งต่างจากร้านอาหารหรูๆ ที่เขาเคยไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออาหารถูกยกมาวางตรงหน้า รัญชิดามองต้มยำกุ้ง ผัดผัก ปลาทอดตะไคร้ และข้าวเปล่าด้วยสายตากังวล“คุณภีม…ทานได้แน่นะคะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อย พลางกังวลว่าอาหารบ้าน ๆ แบบนี้จะไม่ถูกปากเขาธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงเล็กน้อย“ทำไมผมจะทานไม่ได้ล่ะครับ อาหารก็เหมือนกันทุกที่นั่นแหละ”รัญชิดายิ้มเขิน ๆ ก่อนตักอาหารใส่จานตัวเอง และเธอยังเผลอมองธีรภัทร์อย่างลับ ๆ ความเงียบเล็ก ๆ ระหว่างพวกเขากลายเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ธีรภัทร์ยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะตักต้มยำเข้าปากตัวเองอย่างใจเย็น บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิท แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างท

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   ข้อความเดียวเกือบนอนไม่หลับ

    “ฉันยังไม่มีแฟนค่ะ!” รัญชิดารีบตอบออกมาแทบจะทันทีที่เขาถาม ราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ พอตอบไปแล้ว เธอก็รู้สึกหน้าร้อนวาบ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบเบือนหน้าแล้วผลักประตูรถเปิดออกแทบจะทันที ร่างบางก้าวลงไปอย่างลนลาน ทั้งที่ยังไม่ทันร่ำลาเขาให้เรียบร้อยธีรภัทร์มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่รีบเดินเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาคมมีแววขบขันปนเอ็นดู "ทำไม่ต้องรีบไปขนาดนั้นด้วย" เขาพูดพึมพำเบา ๆ ราวกับหัวเราะกับความน่ารักของเธอในใจเองหลังจากรัญชิดาอาบน้ำเสร็จ เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ พลางใช้ผ้าขนหนูซับผมที่ยังเปียกชื้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยเธอวางผ้าขนหนูลงบนบ่าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แสงหน้าจอเผยชื่อผู้ส่ง — “ภีม”ริญชิดากดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ด้วยมือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงเมื่อเห็นข้อความจากธีรภัทร์ปรากฏบนหน้าจอ(ผมยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกคุณเลย คุณก็เดินหนีผมซะก่อน)รัญชิดาเบิกตา ริมฝีปากสั่นระริก ปลายนิ้วกดแป้นพิมพ์อย่างลังเล“เรื่องอะไรคะ…คุณภีม”ใจเธอสั่นระรัวเหมือนจะหลุดออกมานอกอก จ้องหน้าจอที่เงียบงันเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับรู้สึกยาว

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   แผลเล็กๆกับหัวใจที่เต้นแรง

    รัญชิดาเดินตามธีรภัทร์เข้าไปในโรงพยาบาลตามปกติ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า ยังคงสีหน้าขรึมดังเช่นเคย แต่บนริมฝีปากนั้น กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอมองไม่เห็นทันใดนั้น เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้น “อ้าวภีม หลานมาทำอะไรที่นี่”รัญชิดาหยุดก้าว มองไปยังชายสูงวัยที่แต่งชุดกาวน์สีขาว ใบหน้าคมคายแต่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ท่านคือคุณหมอสุทธิพงษ์ คุณอาหมอที่ดูแลชายหนุ่มเมื่อวาน“สวัสดีครับคุณอาหมอ” ธีรภัทร์ยกมือทักทายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ"สวัสดีค่ะคุณหมอ" รัญชิดารีบยกมือไหว้อย่างอ่อนโยนคุณหมอวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อย พลางมองร่างสูงของธีรภัทร์ด้วยสายตาที่คุ้นเคย“ไงมาทำอะไรล่ะภีม แผลเมื่อวานก็ไม่ได้หนักนี่ อาให้ยาทาไปแล้วนิ” คุณหมอสุทธิพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจธีรภัทร์ยิ้มหน้าเจื่อน ๆ และรีบก้าวไปใกล้คุณอาหมอ แล้วยกมือดึงแขนเขาเบา ๆ พร้อมกระซิบอย่างขอความเห็นใจ“คุณอา…ช่วยผมหน่อยนะครับ ผม…อยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ ผม คุณอาหมอช่วยทำเป็นรักษาผมให้ทีนะครับ”คุณหมอสุทธิพงษ์หลุบตาลงมองแววตาจริงจังปนละมุนของหลานชาย ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างคนจนใจ“เฮ้อ…เจ้าเด็ก

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   หัวใจที่เต้นแรง

    ทันทีที่รัญชิดาก้าวลงจากรถ หัวใจของเธอยังเต้นแรงกับถ้อยคำสุดท้ายของชายหนุ่ม เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้านคาเฟ่ที่เธอทำงานอยู่ผู้จัดการชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เห็นเธอกลับมาก็รีบก้าวออกมาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล“คุณธีรภัทร์เป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามทันทีด้วยน้ำเสียงห่วงใย“คุณหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่แผลน้ำร้อนลวกเล็กน้อย ได้ทำแผลกับทายาเรียบร้อยแล้ว”ผู้จัดการพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าคลายกังวลลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตามองรัญชิดาอย่างพิจารณา “ดีแล้วที่คุณธีรภัทร์ไม่เป็นอะไรมาก…” เขาหยุดเล็กน้อย “คราวหน้าต้องระวังมากกว่านี้นะรัน” ผู้จัดการเอ่ยเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอจนรัญชิดาใจหายวาบ“ค…ค่ะ” เธอตอบเบา ๆ “ครั้งนี้ทำกาแฟหกใส่ลูกค้า ถึงคุณธีรภัทร์จะไม่ว่าอะไร แต่ร้านเราก็เสียภาพลักษณ์ไปแล้ว เข้าใจใช่ไหม” น้ำเสียงจริงจังบ่งบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นรัญชิดากัดริมฝีปากแน่น พยักหน้าเงียบ ๆผู้จัดการถอนหายใจ ก่อนเอ่ยคำตัดสินเด็ดขาด “งั้นเดือนนี้ ฉันจะหักเงินเดือนเธอเพื่อไม่ให้คนอื่นมองว่าลำเอียง จำไว้ให้ดีนะรัน งานแบบ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status