Share

คำสารภาพ

Author: Nuan4545
last update publish date: 2026-08-19 20:22:03

รถยนต์คันหรูของธีรภัทร์เคลื่อนตัวเข้าไปในซอยเล็กๆ ตามที่รัญชิดาบอกมา มันเป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มที่ส่องสว่างออกมาจากในร้าน

“ที่นี่เหรอครับ” ธีรภัทร์ถามด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะ...ที่นี่แหละค่ะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ทั้งสองเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างและสั่งอาหารมาทาน ธีรภัทร์ดูเหมือนจะมีความสุขมากกับการได้มานั่งทานอาหารในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งต่างจากร้านอาหารหรูๆ ที่เขาเคยไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่ออาหารถูกยกมาวางตรงหน้า รัญชิดามองต้มยำกุ้ง ผัดผัก ปลาทอดตะไคร้ และข้าวเปล่าด้วยสายตากังวล

“คุณภีม…ทานได้แน่นะคะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อย พลางกังวลว่าอาหารบ้าน ๆ แบบนี้จะไม่ถูกปากเขา

ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงเล็กน้อย

“ทำไมผมจะทานไม่ได้ล่ะครับ อาหารก็เหมือนกันทุกที่นั่นแหละ”

รัญชิดายิ้มเขิน ๆ ก่อนตักอาหารใส่จานตัวเอง และเธอยังเผลอมองธีรภัทร์อย่างลับ ๆ ความเงียบเล็ก ๆ ระหว่างพวกเขากลายเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น

ธีรภัทร์ยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะตักต้มยำเข้าปากตัวเองอย่างใจเย็น บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิท แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจรัญชิดาเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เธอรู้สึกว่าตอนนี้…เวลาเหมือนจะหยุดอยู่แค่สองคนนี้ แม้ร้านจะมีผู้คนพลุกพล่าน แต่เหมือนโลกของเธอถูกจำกัดอยู่แค่รอยยิ้มและสายตาของเขาเท่านั้น

หลังจากทานอาหารเสร็จ รัญชิดาพาธีรภัทร์มาเดินเล่นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากร้านอาหาร บริเวณนั้นเป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ที่ผู้คนมักมาออกกำลังกายหรือพักผ่อนหย่อนใจ

เวลานี้ในยามค่ำคืน มีเสียงน้ำไหลเอื่อย ๆ ลมเย็น ๆ กับแสงไฟจากสะพานและตึกสูงที่สะท้อนลงบนผิวน้ำ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความโรแมนติก

“ที่นี่อากาศดีจังเลยนะครับ” ธีรภัทร์พูดขึ้นขณะที่เดินเคียงข้างเธอ

“ใช่ค่ะ ฉันชอบมาเดินเล่นแถวนี้เวลาเลิกงาน” รัญชิดาตอบ น้ำเสียงคลายความเกร็งลงจนฟังดูเป็นธรรมชาติ “บางวันถ้าเหนื่อยหรือท้อมาก ๆ การได้มานั่งมองน้ำเฉย ๆ มันก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย”

ธีรภัทร์เหลือบตามองรัญชิดา ดวงตาคมเงียบสงบแต่กลับเต็มไปด้วยแววครุ่นคิด

“คุณดูเหมือนจะผูกพันกับที่นี่มากเลยนะครับ”

รัญชิดาหัวเราะเบา ๆ พลางกวาดตามองสายน้ำที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ

“ก็คงใช่ค่ะ… ที่นี่ไม่หรูหรา ไม่วุ่นวาย ฉันรู้สึกว่าเป็นที่เดียวที่ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่ได้หายใจโล่ง ๆ มันก็ดีพอแล้ว”

ธีรภัทร์เหลือบมองหญิงสาวตรวหน้า เขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มเรียบแต่แฝงความใส่ใจ

“คุณคงทำงานหนักมากสินะ ถึงได้ต้องมาหาที่สงบแบบนี้” ธีรภัทร์เอ่ยเสียงทุ้มเรียบ ดวงตาคมทอดมองเธออย่างเงียบ ๆ

รัญชิดาเผลอยิ้มบางออกมา คล้ายพูดลอย ๆ กับตัวเองมากกว่าจะตอบเขา

“ขนาดทำงานแทบทุกวันอย่างหนัก… เงินก็ยังไม่พอใช้เลยค่ะ”

น้ำเสียงของเธอฟังดูปกติ แต่แฝงแววเหนื่อยล้าอยู่ลึก ๆ จนธีรภัทร์รู้สึกสะกิดใจ เขาเงียบไป ไม่ได้ถามต่อทันที เพียงมองร่างบางที่ยังคงก้าวไปข้างหน้า แล้วรู้สึกถึงความจริงที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนชีวิตที่ต้องดิ้นรนอย่างแท้จริง

รัญชิดาเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป เธอชะงักนิดหนึ่ง ก่อนรีบหันกลับมามองเขาแล้วเอ่ยเสียงเบา

“ขอโทษนะคะ ฉันพูดมากไปหน่อย…”

ธีรภัทร์ส่ายหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่ยากนักจะเห็นจากเขา

“ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ… ผมต่างหากที่ควรจะขอบคุณ ที่คุณยอมเล่าเรื่องราวของคุณให้ผมฟัง”

รัญชิดาชะงักไปนิด มองหน้าเขาด้วยแววตาสงสัยปนประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าคนอย่างธีรภัทร์ ชายหนุ่มผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

“บางที…ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าอีกมุมของชีวิต มันเป็นยังไง” เขาเอ่ยต่อ สายตาจับจ้องไปยังสายน้ำที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ “ไม่ใช่แค่ความหรูหรา หรือสิ่งที่เงินซื้อได้ แต่มันคือสิ่งที่ทำให้คนเรายังยิ้มได้ แม้จะเหนื่อยล้า”

หัวใจของรัญชิดาเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างจริงใจ ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาคมนั้น

สายลมเย็นพัดผ่านจนเส้นผมของรัญชิดาปลิวเล็กน้อย เธอยกมือขึ้นปัด แต่เส้นผมเส้นหนึ่งยังคงหลุดมาติดข้างแก้ม ธีรภัทร์ที่เดินเคียงข้างเธอเอื้อมมือไปเบา ๆ ช่วยจัดผมให้เข้าที่

“เอ่อ… ขอบคุณค่ะ” รัญชิดาพูดเสียงแผ่ว ใบหน้าเธอร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ธีรภัทร์เพียงยิ้มบาง ๆ ไม่ได้ตอบอะไร แต่แววตาที่มองเธอกลับอ่อนโยนกว่าที่เคย ราวกับช่วงเวลานั้นทั้งสวนสาธารณะมีเพียงสองคนเท่านั้น

เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ดังใกล้เข้ามา เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาหาพร้อมตะกร้าเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดงสด

“พี่คะ… ซื้อดอกกุหลาบไหมคะ ดอกละยี่สิบบาท” เสียงใสของเด็กหญิงดังขึ้นแทรกเข้ามา

รัญชิดากำลังจะปฏิเสธ แต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยอะไร ธีรภัทร์กลับพูดขึ้นมาก่อน น้ำเสียงอบอุ่นที่เขาใช้ ทำให้รัญชิดาชะงักไป

“เอาทั้งหมดเลยครับ”

ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้าง ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น

“จริงเหรอคะ”

ธีรภัทร์ย่อตัวลงมองหน้าเด็กหญิงตัวน้อยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า

“ทั้งหมดเท่าไรครับ”

“มีสิบดอกค่ะ… งั้นหนูลดให้เหลือร้อยแปดสิบบาทนะคะ” เด็กหญิงพูดอย่างตื่นเต้น

ธีรภัทร์หยิบกระเป๋าเงินจากกางเกงออกมา เขาเปิดกระเป๋าเงิน และควักแบงค์พันออกมายื่นให้เด็กสาวตรงหน้าตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“นี่ครับ หนึ่งพันไม่ต้องทอนนะ พี่ให้เก็บไว้เลย”

เด็กหญิงตาโต ยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น

“จริงเหรอคะ!” เด็กน้อยรีบยกมือไหว้เขาทันที

“ขอบคุณพี่ชายคนหล่อมาก ๆ เลยค่ะ”

“ครับ” ธีรภัทร์พยักหน้า ก่อนยื่นเงินให้

เด็กหญิงรับเงินแล้วเก็บเข้ากระเป๋า จากนั้นยื่นช่อกุหลาบทั้งหมดให้ธีรภัทร์

“ขอให้พี่ชายคนหล่อกับพี่สาวรักกันนาน ๆ และตลอดไปนะคะ” เด็กหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส

รัญชิดารีบส่ายหน้า หน้าแดงขึ้นมาอย่างเขินอาย

“อะ…ไม่หรอกค่ะ พี่ไม่ใช่”

แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ธีรภัทร์กลับเอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่อบอุ่น

“ขอบคุณครับ”

เขารับดอกกุหลาบจากมือเล็กของเด็กหญิงด้วยท่าทางเรียบง่าย แต่กลับทำให้รัญชิดารู้สึกอบอุ่นใจ เด็กน้อยยิ้มกว้าง ดีใจจนรีบโบกมือบ๊ายบายและวิ่งออกไปทันทึ

ธีรภัทร์ยืนขึ้น หันมายิ้มให้รัญชิดา แล้วยื่นช่อกุหลาบที่พึ่งซื้อมาให้เธอ

“ของคุณครับ”

รัญชิดารับมา หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย อมยิ้มเขิน ๆ

“คะ… ขอบคุณค่ะ”

“ผมชอบเวลาที่คุณยิ้มแบบนี้นะ มันทำให้โลกของผมดูสดใสมากเลย"

"ไม่ขนาดนั้นเหรอค่ะ " รัญชิดาตอบอย่างเกรงใจ

ธีรภัทร์ หัวเราะเบาๆ “ผมไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะครับ” เขาพูด “จะเร็วเกินไปไหม ถ้าผมอยากจะบอกคุณว่า เป็นแฟนกับผมนะครับ”

คำพูดของเขาทำให้รัญชิดาถึงกับนิ่งค้างไป เธอไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วเกินไปจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เธอรู้สึกสับสนและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน

“คุณ…คุณล้อเล่นใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

ธีรภัทร์ยิ้มอบอุ่น “ผมดูเหมือนคนชอบล้อเล่นเหรอครับ” เขาถามกลับ “ผมจริงจังนะครับ”

รัญชิดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า “แต่ว่า...เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเองนะคะ”

“แล้วทำไมล่ะครับ” เขาถาม “ความรัก...มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาหรอกนะครับ”

รัญชิดาเงียบไป เธอไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี เธอทำได้แค่ยืนนิ่ง มองเขาที่ยิ้มให้เธออย่างอบอุ่น ราวกับกำลังบอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง

“ตกลงค่ะ”

คำตอบสั้นๆ ของรัญชิดา ทำให้ดวงตาคมของธีรภัทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา เขายิ้มอย่างมีความสุขจนทำให้หัวใจของรัญชิดาอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

“ขอบคุณนะครับ…คุณใจดีมากจริง ๆ” ธีรภัทร์เอ่ยพลางส่งสายตาอบอุ่นให้เธอ

รัญชิดามองกุหลาบในมือของเธอทึีี่ธีรภัทร์ซื้อให้เมื่อครู่ พลางอมยิ้ม

“สวยดีนะคะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง

ธีรภัทร์มองดอกกุหลาบสลับกับเธอ ก่อนจะยิ้มอย่างอบอุ่น

“ดอกกุหลาบสวย…ก็เหมาะกับคนสวย ๆ เช่นคุณครับ”

รัญชิดารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง หน้าแดงเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความเกรงใจและใจเต้นแรง

"คุณภีมก็พูดไป"

ธีรภัทร์ยิ้มมุมปาก ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะเบา ๆ ร่วมกัน เสียงหัวเราะนั้นอบอวลไปทั่วค่ำคืนนี้ สร้างความรู้สึกอุ่นใจและใกล้ชิดที่แผ่ซ่านไปในบรรยากาศรอบตัวที่ดูแสนจะโรแมนติก

ธีรภัทร์ ขับรถยนต์คันหรูเข้าสู่คฤหาสน์ของเขาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นจากการที่ได้รัญชิดาเป็นแฟน รอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปากของเขา หลังจากส่งหญิงสาวที่บ้านเสร็จแล้ว ธีรภัทร์ก็ขับรถกลับบ้านทันที

เขาจอดรถเรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ทุกอย่างเงียบสงัด ไฟในห้องโถงใหญ่ถูกปิดเกือบหมด มีเพียงแสงสลัวๆ จากโคมไฟบางดวงที่ส่องนำทาง ธีรภัทร์ไม่แปลกใจนัก เพราะมันเป็นเรื่องปกติที่บิดาและคนอื่น ๆ จะเข้านอนแต่หัวค่ำ

ขณะที่เขากำลังเดินขึ้นบันไดใหญ่ด้วยความเร่งรีย ก็เสียงหวานแผ่วที่แฝงความเย้าแหย่ก็ดังขึ้นมาจากมุมห้อง

“วันนี้…กลับดึกจังเลยนะคะ”

ธีรภัทร์ชะงัก หันกลับไปตามเสียง ก่อนที่สายตาคมเข้มของเขาจะหยุดลงที่มุมบาร์เครื่องดื่ม มุกดากำลังนั่งไขว่ห้างพิงเก้าอี้สูงอย่างสบาย ๆ ริมฝีปากเคลือบสีแดงเข้มเอียงยิ้มเล็กน้อย ในมือถือแก้วไวน์ที่ของเหลวสีแดงสดกำลังสะท้อนแสงไฟอุ่นจากโคมเหนือบาร์

คืนนี้เธอสวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินบางเบาสีเข้ม สายเดี่ยวเล็กแทบไม่อาจซ่อนเรือนร่างอ้อนแอ้นได้ กระโปรงสั้นเพียงต้นขา เผยผิวขาวนวลให้ต้องเหลือบมองโดยไม่รู้ตัว ยามที่เธอไขว่ห้าง เส้นโค้งเว้าของเรียวขาก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นราวกับตั้งใจยั่วเย้า

“พ่อผมคงหลับแล้วสินะ ถึงได้มานั่งรอว่าผมจะกลับตอนไหน” ธีรภัทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจัด สายตาที่มองมุกดาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

มุกดายิ้มกว้างอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย “แหม...คุณภีมก็พูดไป” เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะจิบไวน์ “มุกดาแค่อยากลงมาดื่มไวน์คนเดียว แล้วก็บังเอิญเห็นคุณกลับมาพอดี ก็เลยทักทายกันนะคะ”

ธีรภัทร์ไม่คิดจะต่อปากต่อคำ เขาเพียงปรายตามองแล้วหมุนตัว หันหลังเดินขึ้นบันไดอย่างไม่ลังเล บ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากเสียเวลากับการเล่นเกมของเธอ

ทว่า…

“เดี๋ยวก่อนสิคะ คุณภีม”

เสียงหวานแผ่วต่ำดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้เขาชะงักก้าว และหันกลับไปหาเธออีกครั้ง

มุกดาเอนตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย ปล่อยให้สายเดี่ยวบนบ่าลื่นไถลลงเผยผิวเนียน ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มเจือเลศนัย ขณะที่เธอยกแก้วไวน์ขึ้นหมุนวนช้า ๆ จนของเหลวสีแดงเข้มสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับกำลังเชื้อเชิญ

“จะรีบขึ้นไปทำไมกันคะ…” เธอเอ่ยเสียงหวานเย้ายวน “มาดื่มไวน์กับฉันสักแก้วก่อนสิ”

ธีรภัทร์ปรายตามองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ เสียงทุ้มเอ่ยอย่างราบเรียบและเด็ดขาด

“ไม่ล่ะครับ เชิญคุณดื่มคนเดียวเถอะ…ผมง่วงนอนแล้ว”

รอยยิ้มของมุกดาไม่ได้เลือนหาย ตรงกันข้าม กลับยิ่งดูคมคายและเจือเลศนัยมากขึ้น เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์อีกใบ รินไวน์สีแดงเข้มลงไปอย่างตั้งใจ ร่างบอบบางในชุดนอนซาตินลุกขึ้นจากเก้าอี้สูง เดินอ้อยอิ่งเข้ามาหาเขา ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการยั่วยวน

“เพิ่งจะสี่ทุ่มเองนะคะ…” น้ำเสียงของเธออ่อนหวานราวกับจะกล่อมให้หลงใหล “คุณน่าจะยังไม่นอนตอนนี้หรอก”

เธอหยุดยืนตรงหน้า ยื่นแก้วไวน์ในมือส่งให้เขา สายตาเชิญชวนอย่างจงใจ ริมฝีปากแดงสดยกยิ้มมุมเล็ก ๆ

“รับไว้สิคะ…”

ธีรภัทร์สบตาเธอนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปรับแก้วไวน์มาไว้ในมือ แม้สีหน้าไม่เผยอารมณ์ใด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธตรง ๆ

มุกดายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับพอใจที่เขายอมโอนอ่อนในที่สุด เธอหมุนตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้สูงหลังบาร์ท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ธีรภัทร์เองก้าวตามไป แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ กลิ่นน้ำหอมหวานปนกลิ่นไวน์ลอยคลุ้งอบอวลในอากาศ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูทั้งน่าหลงใหลและน่าอึดอัดไปพร้อมกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   เรื่องสำคัญที่ต้องการบอก

    “คุณมีอะไรจะพูดกับผมก็รีบพูดมา” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา“รีบร้อนจังเลยนะคะ… ดื่มก่อนสิ” เธอพูดเสียงหวาน ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ ราวกับตั้งใจให้ระยะห่างระหว่างกันหายไป สายตาเจือแววยั่วยวนอย่างจงใจมุกดายกแก้วไวน์ขึ้น หวังจะชนแก้วกับเขา แต่ธีรภัทร์กลับไม่ขยับ เขาเพียงยกแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด สายตาของเขาแทบไม่แม้แต่จะมองหญิงสาวตรงหน้าทันทีที่แก้วถูกวางลงบนบาร์ด้วยเสียง กึก หนักแน่น ความเงียบชั่ววินาที มุกดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคยมั่นใจเหมือนถูกสั่นคลอนเพื่อไม่ให้เสียจังหวะ มุกดาเงยหน้าขึ้นยกแก้วไวน์ขึ้นแนบริมฝีปาก ดื่มรวดเดียวจนหมดเช่นกัน รสฝาดหอมขององุ่นยังไม่ทันจางหาย เธอก็วางแก้วลงอย่างแผ่วเบา ข้างแก้วของชายหนุ่มราวกับตั้งใจให้เป็นคู่กันแววตาคมกริบของมุกดายังคงจับจ้องเขาไม่วาง คล้ายจะท้าทาย คล้ายจะรุกเร้า ไม่มีทีท่าจะถอยห่างแม้แต่น้อยเธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปคว้าไวน์ขวดเดิม รินลงในแก้วทั้งสองอีกครั้งอย่างใจเย็น ก่อนที่เธอจะเลื่อนแก้วหนึ่งไปวางตรงหน้าเขาอย่างจงใจริมฝีปากอิ่มยกยิ้มบาง สายตาเป็นประกายวาวที่ยากจะอ่านออก“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ…”

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   คำสารภาพ

    รถยนต์คันหรูของธีรภัทร์เคลื่อนตัวเข้าไปในซอยเล็กๆ ตามที่รัญชิดาบอกมา มันเป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็กที่ดูเรียบง่ายแต่ก็อบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มที่ส่องสว่างออกมาจากในร้าน“ที่นี่เหรอครับ” ธีรภัทร์ถามด้วยรอยยิ้ม“ค่ะ...ที่นี่แหละค่ะ” เธอตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ทั้งสองเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างและสั่งอาหารมาทาน ธีรภัทร์ดูเหมือนจะมีความสุขมากกับการได้มานั่งทานอาหารในร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งต่างจากร้านอาหารหรูๆ ที่เขาเคยไปอย่างสิ้นเชิงเมื่ออาหารถูกยกมาวางตรงหน้า รัญชิดามองต้มยำกุ้ง ผัดผัก ปลาทอดตะไคร้ และข้าวเปล่าด้วยสายตากังวล“คุณภีม…ทานได้แน่นะคะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อย พลางกังวลว่าอาหารบ้าน ๆ แบบนี้จะไม่ถูกปากเขาธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเพียงเล็กน้อย“ทำไมผมจะทานไม่ได้ล่ะครับ อาหารก็เหมือนกันทุกที่นั่นแหละ”รัญชิดายิ้มเขิน ๆ ก่อนตักอาหารใส่จานตัวเอง และเธอยังเผลอมองธีรภัทร์อย่างลับ ๆ ความเงียบเล็ก ๆ ระหว่างพวกเขากลายเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น ธีรภัทร์ยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะตักต้มยำเข้าปากตัวเองอย่างใจเย็น บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบสนิท แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างท

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   ข้อความเดียวเกือบนอนไม่หลับ

    “ฉันยังไม่มีแฟนค่ะ!” รัญชิดารีบตอบออกมาแทบจะทันทีที่เขาถาม ราวกับกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ พอตอบไปแล้ว เธอก็รู้สึกหน้าร้อนวาบ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบเบือนหน้าแล้วผลักประตูรถเปิดออกแทบจะทันที ร่างบางก้าวลงไปอย่างลนลาน ทั้งที่ยังไม่ทันร่ำลาเขาให้เรียบร้อยธีรภัทร์มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่รีบเดินเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาคมมีแววขบขันปนเอ็นดู "ทำไม่ต้องรีบไปขนาดนั้นด้วย" เขาพูดพึมพำเบา ๆ ราวกับหัวเราะกับความน่ารักของเธอในใจเองหลังจากรัญชิดาอาบน้ำเสร็จ เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ พลางใช้ผ้าขนหนูซับผมที่ยังเปียกชื้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยเธอวางผ้าขนหนูลงบนบ่าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แสงหน้าจอเผยชื่อผู้ส่ง — “ภีม”ริญชิดากดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ด้วยมือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงเมื่อเห็นข้อความจากธีรภัทร์ปรากฏบนหน้าจอ(ผมยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกคุณเลย คุณก็เดินหนีผมซะก่อน)รัญชิดาเบิกตา ริมฝีปากสั่นระริก ปลายนิ้วกดแป้นพิมพ์อย่างลังเล“เรื่องอะไรคะ…คุณภีม”ใจเธอสั่นระรัวเหมือนจะหลุดออกมานอกอก จ้องหน้าจอที่เงียบงันเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับรู้สึกยาว

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   แผลเล็กๆกับหัวใจที่เต้นแรง

    รัญชิดาเดินตามธีรภัทร์เข้าไปในโรงพยาบาลตามปกติ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า ยังคงสีหน้าขรึมดังเช่นเคย แต่บนริมฝีปากนั้น กลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่เธอมองไม่เห็นทันใดนั้น เสียงทักทายคุ้นหูดังขึ้น “อ้าวภีม หลานมาทำอะไรที่นี่”รัญชิดาหยุดก้าว มองไปยังชายสูงวัยที่แต่งชุดกาวน์สีขาว ใบหน้าคมคายแต่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ ท่านคือคุณหมอสุทธิพงษ์ คุณอาหมอที่ดูแลชายหนุ่มเมื่อวาน“สวัสดีครับคุณอาหมอ” ธีรภัทร์ยกมือทักทายด้วยรอยยิ้มบาง ๆ"สวัสดีค่ะคุณหมอ" รัญชิดารีบยกมือไหว้อย่างอ่อนโยนคุณหมอวัยกลางคนพยักหน้าเล็กน้อย พลางมองร่างสูงของธีรภัทร์ด้วยสายตาที่คุ้นเคย“ไงมาทำอะไรล่ะภีม แผลเมื่อวานก็ไม่ได้หนักนี่ อาให้ยาทาไปแล้วนิ” คุณหมอสุทธิพงษ์ถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจธีรภัทร์ยิ้มหน้าเจื่อน ๆ และรีบก้าวไปใกล้คุณอาหมอ แล้วยกมือดึงแขนเขาเบา ๆ พร้อมกระซิบอย่างขอความเห็นใจ“คุณอา…ช่วยผมหน่อยนะครับ ผม…อยากให้เธออยู่ใกล้ ๆ ผม คุณอาหมอช่วยทำเป็นรักษาผมให้ทีนะครับ”คุณหมอสุทธิพงษ์หลุบตาลงมองแววตาจริงจังปนละมุนของหลานชาย ก่อนจะถอนหายใจยาวอย่างคนจนใจ“เฮ้อ…เจ้าเด็ก

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   หัวใจที่เต้นแรง

    ทันทีที่รัญชิดาก้าวลงจากรถ หัวใจของเธอยังเต้นแรงกับถ้อยคำสุดท้ายของชายหนุ่ม เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้านคาเฟ่ที่เธอทำงานอยู่ผู้จัดการชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เห็นเธอกลับมาก็รีบก้าวออกมาหา ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล“คุณธีรภัทร์เป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถามทันทีด้วยน้ำเสียงห่วงใย“คุณหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากค่ะ แค่แผลน้ำร้อนลวกเล็กน้อย ได้ทำแผลกับทายาเรียบร้อยแล้ว”ผู้จัดการพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าคลายกังวลลงเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตามองรัญชิดาอย่างพิจารณา “ดีแล้วที่คุณธีรภัทร์ไม่เป็นอะไรมาก…” เขาหยุดเล็กน้อย “คราวหน้าต้องระวังมากกว่านี้นะรัน” ผู้จัดการเอ่ยเสียงเข้มขึ้นกว่าเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอจนรัญชิดาใจหายวาบ“ค…ค่ะ” เธอตอบเบา ๆ “ครั้งนี้ทำกาแฟหกใส่ลูกค้า ถึงคุณธีรภัทร์จะไม่ว่าอะไร แต่ร้านเราก็เสียภาพลักษณ์ไปแล้ว เข้าใจใช่ไหม” น้ำเสียงจริงจังบ่งบอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่นรัญชิดากัดริมฝีปากแน่น พยักหน้าเงียบ ๆผู้จัดการถอนหายใจ ก่อนเอ่ยคำตัดสินเด็ดขาด “งั้นเดือนนี้ ฉันจะหักเงินเดือนเธอเพื่อไม่ให้คนอื่นมองว่าลำเอียง จำไว้ให้ดีนะรัน งานแบบ

  • วิวาห์แค้นใต้เงาเงิน   จุดเริ่มต้นของความรู้สึก

    รัญชิดา นั่งรออยู่บนโซฟาตัวเดิมด้วยความกระวนกระวายใจ เธอไม่รู้ว่าอาการของเขาหนักแค่ไหน หรือเขาจะโกรธเธอมากหรือเปล่า เธอได้แต่ก้มหน้ามองพื้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินออกมาจากห้องธีรภัทร์ก้าวออกมาจากห้องตรวจ โดยมีคุณหมอสุทธพงษ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลวัยกลางคนที่ใบหน้าใจดีและท่าทีอบอุ่น เดินเคียงข้างมาด้วย คุณหมอสุทธิ์ยังเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ธีรภัทร์ให้ความเคารพ ทำให้บรรยากาศดูเป็นกันเองมากกว่าความตึงเครียดในครู่แรก“หลานไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” คุณหมอสุทธิพงษ์ เอ่ยพลางยิ้มบาง “แค่แผลน้ำร้อนลวก อาทำความสะอาดแผลและทายาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ”“ขอบคุณมากครับคุณอาหมอ” ธีรภัทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อมตามแบบฉบับ ก่อนจะเหลือบสายตามายังหญิงสาวที่นั่งรออย่างกระวนกระวายรัญชิดารีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล “คุณไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ” เสียงเธอสั่นเล็กน้อยราวกับกลัวคำตอบธีรภัทร์ยกยิ้มบาง คล้ายจะปลอบใจ “ไม่เป็นไรครับ อย่างที่คุณอาหมอบอก แค่แผลน้ำร้อนลวกนิดหน่อยเอง”รัญชิดาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เมื่อมั่นใจว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง ดวงตาที่คลอไปด้วยคว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status