วันนี้เป็นวันหยุดของรัญชิดา เธอตัดสินใจแวะมาหาธีรภัทร์ที่คอนโด ถุงของสดในมือถูกกำไว้แน่นเหมือนเป็นตัวช่วยยึดเหนี่ยวความกล้า หญิงสาวยืนลังเลอยู่หน้าประตูห้องหรู หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมนิ้วไปกดกริ่ง โดยไม่รู้เลยว่าเขาจะอยู่หรือไม่ เพราะเธอไม่ได้โทรบอกล่วงหน้า
ติ้งหน่อง…
เสียงกริ่งแว่วก้อง รัญชิดากำลังจะถอนใจ เผื่อว่าเขาไม่อยู่ แต่ไม่นานนักเสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงของธีรภัทร์ที่ยังอยู่ในชุดสบาย ๆ เสื้อลำลองสีอ่อน ผมยุ่งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตื่นนอน
“รัน…ทำไมไม่โทรบอกพี่ก่อนล่ะครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ แต่สายตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น
รัญชิดายกถุงของสดขึ้นเล็กน้อย ยิ้มเขิน ๆ “วันนี้รันหยุดงานค่ะ เลยอยากมาทำอาหารกลางวันให้พี่ภีมทาน”
ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ พลางรีบก้าวมารับถุงในมือเธอทันที “แล้วถ้ามาแล้วไม่เจอพี่ล่ะ จะทำยังไง”
“ก็…พี่ภีมบอกรหัสห้องกับรันแล้วนี่คะ” เธอพูดเสียงเบาแต่มั่นใจ “รันก็ตั้งใจจะทำอาหารรอพี่กลับไง”
คำตอบนั้นทำให้ธีรภัทร์ยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ “น่ารักจริงเลย…แฟนพี่นี่”
รัญชิดาหน้าแดงจัดทันทีเมื่อได้ยินคำว่า แฟนพี่ จากปากเขา แม้จะคบกันได้สักพักแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ชินกับวิธีที่เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแบบนั้น
“พี่ภีมพูดแบบนี้อีกแล้ว…” เธอบ่นอุบแต่ยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่
ธีรภัทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ “ก็พูดความจริงนี่ครับ รันเป็นแฟนพี่ หรือไม่จริง”
“ค่ะ…” เธอตอบเสียงเบาเหมือนกระซิบ ก่อนจะรีบเบือนหน้าเข้าห้องครัวเพื่อซ่อนความเขิน แต่ธีรภัทร์ก็เดินตามมาพร้อมถุงของสดในมือ
“วันนี้จะทำอะไรให้พี่กินครับ เชฟรัน” เขาถามพลางวางของลงบนเคาน์เตอร์ครัว
"เก็บไว้เป็นความลับค่ะ พี่ถีมไปอาบน้ำเถอะค่ะ รันจะทำอาหารไว้รอ"
"งั้นก็ได้ครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ร้องตะโกนเลยนะพี่จะรีบวิ่งออกมาเลย"
รัญชิดาหลุดหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดนั้น “พี่ภีมพูดเหมือนอยู่ในสนามรบเลยนะคะ”
ธีรภัทร์ยักคิ้วพลางยิ้มมุมปาก “ก็เผื่อมีเหตุฉุกเฉินไงครับ อย่างเช่นน้ำมันกระเด็น หรือไม่ก็...มีใครบางคนเผลอตัดนิ้วตัวเองเพราะมัวแต่ใจลอยคิดถึงพี่”
“พี่ภีม!” เธอร้องปรามทั้งที่แก้มแดงจัด “รันไม่ซุ่มซ่ามขนาดนั้นนะคะ”
“ก็ไม่แน่หรอกครับ…” เขายกมือขึ้นแตะปลายจมูกเธอเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะ “งั้นพี่ไปอาบน้ำจริง ๆ ละ เดี๋ยวจะมาขัดขวางเชฟของพี่อีก”
“ไปค่ะ เดี๋ยวอาหารจะได้เสร็จพอดีตอนพี่ออกมา” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
รัญชิดาลงมือทำอาหาร ในขณะที่ธีรภัทร์ขอตัวไปอาบน้ำ เธอยืนหั่นผักอยู่ตรงเคาน์เตอร์ มีดในมือเธอหยุดชะงักครู่หนึ่ง เมื่อความคิดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในใจคำพูดของสมพรเมื่อคืนยังดังก้องอยู่ในหู
“ถ้าแฟนแกเป็นคนรวยจริง ก็ขอเงินเขามาช่วยสิ”
รัญชิดาหลับตาแน่น หัวใจหวิวราวกับถูกบีบรัด ความอบอุ่นที่เธอมีต่อธีรภัทร์กำลังถูกเงามืดแห่งความจริงกลืนกิน เธอไม่กล้าคิดแม้แต่วินาทีเดียวว่าจะต้องเอ่ยปากขอเงินจากเขา…โดยเฉพาะในเวลาที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน
เสียงน้ำฝักบัวจากห้องน้ำด้านในดังแว่วออกมา ธีรภัทร์กำลังอาบน้ำอย่างสบายใจ ไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่กำลังทำกับข้าวให้เขาอยู่นั้น กำลังถูกความทุกข์บีบคั้นแทบขาดใจ
รัญชิดากัดริมฝีปาก หั่นผักต่อไปทั้งที่สายตาเริ่มพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา เธอรีบเช็ดมันออกอย่างรวดเร็ว ไม่อยากให้เขาเห็นแม้แต่เศษเสี้ยวความอ่อนแอ
ไอน้ำอุ่นลอยขึ้นจากหม้อแกงที่เดือดปุด ๆ รัญชิดายืนถือทัพพีคนน้ำซุปอยู่ แต่สายตากลับเหม่อลอยไม่จดจ่อกับสิ่งตรงหน้า ความคิดวนเวียนถึงคำพูดของสมพรเมื่อคืนจนใจสั่น
เธอไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาจากด้านหลัง จนกระทั่งวงแขนแข็งแรงของธีรภัทร์โอบรอบเอวเธอไว้แน่น ความอบอุ่นแผ่วซ่านจนรัญชิดาสะดุ้งเฮือก
"พี่ภีม"
“วันนี้รันเป็นอะไรครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยใกล้หูจนหัวใจเธอเต้นแรง “เห็นยืนเหม่อ ๆ…ไม่สบายหรือเปล่า”
รัญชิดารีบส่ายหน้า พลางยกมือแตะที่แขนเขาเบา ๆ พยายามกลบเกลื่อนรอยเศร้าในดวงตา “ไม่ใช่ค่ะ รันแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย…ไม่ได้เป็นอะไรหรอก”
ธีรภัทร์ก้มมองใบหน้าที่พยายามฝืนยิ้มของเธอ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยและไม่เชื่อสนิทใจนัก แต่ก็ไม่ได้ซักต่อในทันที เพียงกดจมูกลงบนแก้มใสของเธอเบา ๆ
วงแขนแข็งแรงยังคงโอบรอบเอวของเธอไว้ ธีรภัทร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดแก้มใสของเธอ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มแผ่ว
“ทำอะไรให้พี่กินครับวันนี้”
รัญชิดายิ้มบาง ๆ พยายามกลบความกังวลที่ยังซ่อนอยู่ในแววตา เธอหันไปเหลือบมองเขาเล็กน้อยแล้วตอบเสียงนุ่ม “รันว่าจะทำต้มจืดกับผัดผักค่ะ…ง่าย ๆ แต่กินแล้วอิ่มท้อง”
ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ แล้วเอื้อมมือไปลูบผมรัญชิดาอย่างอ่อนโยน
“อืม…แค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว”
รัญชิดายังทำหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนถามต่อด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง
“วันนี้พี่ภีมไม่เข้าบริษัทเหรอค่ะ”
“ตอนแรกว่าจะเข้าช่วงบ่าย แต่พอรันมาหาพี่…ไม่ไปแล้วดีกว่า” ธีรภัทร์ตอบอย่างใจเย็น
รัญชิดายิ้มแหย ๆ แล้วยกมือแตะแก้มตัวเองเล็กน้อย
“อย่างนี้ก็ได้ด้วยเหรอค่ะ”
ธีรภัทร์หัวเราะในลำคออีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มกว้างขึ้น
“ได้หมดล่ะครับ นาน ๆ จะได้อยู่กับแฟนนิ”
รัญชิดารู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มที่เขามอบให้ทำให้เธอลืมเรื่องกังวลทุกอย่างไปชั่วขณะ เธอหันไปเตรียมวัตถุดิบในครัวต่อ แต่ใจลอยไปกับความอบอุ่นที่เขาเพิ่งให้มา
รัญชิดานั่งพิงโซฟานุ่ม ดวงตาเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากส้มอ่อนเป็นม่วงคล้ำ วิวแม่น้ำเจ้าพระยาตอนช่วงพลบค่ำ แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ผุดขึ้นมาท่ามกลางความมืด เธอถอนหายใจเบา ๆ พลางคิดในใจ
ถ้าเธอไม่ได้คบกับธีรภัทร์… ชีวิตของเธอก็คงไม่มีวันได้สัมผัสอะไรแบบนี้ วิวสวย ๆ จากคอนโดหรูใจกลางกรุง ห้องที่แพงจนไม่มีทางที่ฉันจะซื้อเองได้
ริมฝีปากเธอคลี่ยิ้มจาง แต่ลึก ๆ กลับซ่อนความกังวลไว้ ความกดดันเรื่องหนี้สินของพ่อยังตามหลอกหลอน ไม่ว่าเธอจะมองวิวสวยแค่ไหน ใจเธอก็ยังหนักอึ้งอยู่ดี
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง ธีรภัทร์ที่เพิ่งเปลี่ยนชุดสบาย ๆ เดินเข้ามา วางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะใกล้ ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างเธอ
“มองอะไรอยู่ครับคนสวย” เสียงทุ้มของเขาทำให้รัญชิดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกลบเกลื่อน
“วิวเมืองค่ะ…สวยดี”
ธีรภัทร์เอนตัวพิงพนักโซฟา สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าหวานของรัญชิดาไม่วางตา
“รันชอบที่นี่มั้ย” เขาถามเสียงนุ่ม ราวกับอยากได้ยินคำตอบตรงจากหัวใจเธอ
รัญชิดาหลบสายตาเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ค่ะ…สวยมาก เหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลย”
ธีรภัทร์ยกยิ้มบาง ๆ “ถ้ารันชอบ งั้นคืนนี้ค้างที่นี่กับพี่สิ พี่จะพาดูวิวทั้งคืนเลย”
“รันต้องกลับบ้านค่ะ…” เธอก้มหน้าเสียงแผ่ว พยายามห้ามใจไม่ให้หวั่นไหว
ธีรภัทร์ยื่นมือมากุมมือเธอเบา ๆ สบตาด้วยแววอ้อนที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเขาบ่อยนัก
“อยู่กับพี่นะครับ…แค่คืนนี้เอง คืนเดียวจริง ๆ”
“พี่ภีม…” รัญชิดาเรียกชื่อเขาเบา ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบระงับไม่อยู่
“นะครับรัน…” เสียงทุ้มของเขาอ่อนโยนอย่างที่สุด “พี่แค่อยากมีรันอยู่ใกล้ ๆ”
“ก็ได้ค่ะ…” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับแทบไม่มั่นใจในคำตอบของตัวเอง
แววตาของธีรภัทร์สว่างวาบขึ้นทันที เขายกยิ้มอย่างโล่งใจ ก่อนจะกดจูบแผ่วเบาลงบนหน้าผากของเธออย่างทะนุถนอม
“ขอบคุณนะครับ…คืนนี้พี่สัญญาจะดูแลรันให้ดีที่สุด”
รัญชิดายิ้มอาย ๆ แก้มขึ้นสีระเรื่อ เธอไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะพาเธอไปเจออะไร แต่ในวินาทีนี้…การได้เห็นเขาดีใจเพียงเท่านี้ก็ทำให้หัวใจเธออุ่นวาบ
แสงไฟจากเมืองกรุงค่อย ๆ ทอประกายสว่างระยิบระยับราวกับหมู่ดาว รัญชิดานั่งพิงอยู่บนโซฟานุ่ม อ้อมแขนอบอุ่นของธีรภัทร์โอบรัดเธอไว้แน่นอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากอ้อมกอด
“รันมีความสุขที่สุดเลยค่ะ…” เธอพึมพำออกมาเบา ๆ พลางทอดสายตาไปยังวิวเบื้องหน้า
ธีรภัทร์ยิ้มบาง ก่อนลุกขึ้นไปหยิบกล่องกำมะหยี่เล็ก ๆ จากลิ้นชักโต๊ะด้านข้าง เขากลับมานั่งข้างเธอแล้วค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นสร้อยคอเส้นเล็กประดับจี้รูปหัวใจระยิบแสง
“พี่อยากให้รันเก็บสิ่งนี้ไว้…” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความจริงใจ
รัญชิดาเบิกตากว้างเล็กน้อย “นี่…คืออะไรคะ”
“ของขวัญจากพี่” เขาตอบเรียบง่าย “ถือว่าเป็นสิ่งแทนใจ…จะได้รู้ว่าพี่อยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่ารันจะเจอเรื่องอะไร”
มือเรียวสั่นน้อย ๆ ขณะรับกล่องจากเขา ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านจนเธอแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ธีรภัทร์เลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ค่อย ๆ หยิบสร้อยออกมาแล้วบอกเสียงนุ่ม “หันหลังให้พี่สิครับ”
รัญชิดาชะงัก ก่อนยอมหมุนตัวช้า ๆ ให้เขาได้สวมสร้อยไว้รอบลำคอ ความเย็นของโลหะสัมผัสผิวเนียน พร้อมกับความอ่อนโยนของมือใหญ่ที่จัดวางให้พอดี
เมื่อสร้อยเสร็จเรียบร้อย เขาก็ก้มลงกระซิบแผ่วเบาใกล้ใบหูเธอ
“สวยมาก…แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สวยเท่าคนที่ใส่”
รัญชิดาใจเต้นแรง แก้มร้อนผ่าว เธอยกมือแตะสร้อยเบา ๆ ก่อนจะหันมาสบตาเขา
“ขอบคุณนะคะ…พี่ภีม”
ธีรภัทร์ยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน ก่อนค่อย ๆ ก้มลงจูบที่หน้าผากของรัญชิดา ราวกับต้องการส่งผ่านความรัก ความห่วงใย และความปลอดภัยให้เธอ เพียงสัมผัสเบา ๆ นั้นก็ทำให้หัวใจของรัญชิดาเต้นแรงผิดจังหวะ
จากนั้นริมฝีปากของเขาเลื่อนลงมาสัมผัสกับริมฝีปากของเธออย่างช้า ๆ จูบนี้เต็มไปด้วยความนุ่มนวลและอบอุ่น รัญชิดารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวเงียบลง ตัวเธอเกร็งเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความรู้สึกที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
หัวใจของรันเต้นแรงจนแทบออกมาให้เห็น เธอไม่รู้จะทำอะไรดี นอกจากยืนอยู่ในอ้อมแขนของธีรภัทร์ เธอปล่อยให้ความรู้สึกนั้นไหลล้น เธอสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างสูงและแข็งแรงของเขา สัมผัสของเขาอ่อนโยนแต่แน่นหนา
ธีรภัทร์ค่อย ๆ จูบซ้ำอีกครั้ง ช้า ๆ และลึกขึ้น คราวนี้รัญชิดาเริ่มคลายความเกร็ง มือของเธอวางบนอกของเขา สัมผัสนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม
ธีรภัทร์โน้มตัวไปข้างหน้าเบา ๆ ทำให้ทั้งคู่ล้มลงบนโซฟา แต่ริมฝีปากยังคงแนบชิดกัน จูบของเขาอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความปรารถนา รัญชิดาสัมผัสถึงลมหายใจและอุณหภูมิความอบอุ่นของเขา
เธอวางมืออีกข้างบนบ่าเขา ขณะที่เขาโอบเอวเธอไว้แน่น
ธีรภัทร์ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายริมฝีปากของเขายังสัมผัสกับแก้มเนียนของรัญชิดาเบา ๆ
“พี่รักรันมากนะ”
รัญชิดาเผลอยิ้ม แก้มร้อนผ่าว
“รันก็รักพี่ภีมเหมือนกันค่ะ”
ธีรภัทร์โน้มตัวจูบเธออีกครั้ง คราวนี้แนบชิดและร้อนแรงพอให้รัญชิดาใจเต้นแรง มือหนาของเขาสัมผัสเบา ๆ กับต้นแขนเธอ รัญชิดารีบเอามือเล็กจับมือเขาไว้แน่น
“พี่ภีม…จะทำอะไรคะ” เธอถามเสียงสั่น ๆ
ธีรภัทร์ยิ้มมุมปาก มองตาเธอด้วยแววอ่อนโยนและอบอุ่น
“ก็…ทำแบบที่คู่รักเขามักทำกันไงครับ รัน”
หัวใจของรัญชิดาเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากของชายหนุ่ม หน้าเธอร้อนผ่าวจนแทบไหม้ แต่ยังกลั้นยิ้มไม่อยู่
“แต่…รันยังไม่ได้อาบน้ำนะคะ” เธอพูดทั้งเขินทั้งกังวล
ธีรภัทร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนโน้มตัวเข้าใกล้
“งั้น…เราไปอาบด้วยกันดีกว่านะครับ”
ก่อนที่รัญชิดาจะได้ตอบ ร่างสูงของธีรภัทร์ก็อุ้มเธอขึ้นมาทันที รัญชิดาตกใจ รีบยกแขนโอบรอบคอเขาไว้แน่นในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว การกระทำที่คาดเดาไม่ได้ของธีรภัทร์มักทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเสมอ
“พี่ภีม!” เธอเรียกเขาอย่างตกใจระคนตื่นเต้น
ธีรภัทร์มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้ง “วันนี้พี่จะดูแลรันให้ดีที่สุด เชื่อพี่นะครับ”
ร่างสูงอุ้มรัญชิดาเข้าไปในห้องน้ำหรู ภายใต้สายน้ำอุ่นที่ไหลริน พวกเขาไม่ได้อาบน้ำเพียงเพื่อชำระร่างกายเท่านั้น แต่เหมือนเป็นการล้างความกังวลและความหวาดกลัวที่รัญชิดาสะสมมาตลอดทั้งวัน ธีรภัทร์ดูแลเธอด้วยความอ่อนโยน ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความใส่ใจและรัก ทำให้รัญชิดาค่อย ๆ วางใจและมอบความเชื่อใจทั้งหมดให้กับเขา