Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2025-05-07 19:01:45

“ทำไมทุกอย่างถึงกลับตาลปัตรไปเช่นนี้” เหวิ่นลี่หยาคิดในใจอย่างเคียดแค้น ปลายนิ้วจิกลงในฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บ ความไม่พอใจและความริษยาแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ

นางไม่เคยคิดเลยว่าพี่สาวอย่าง เหวิ่นจือหยู จะได้รับพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้แต่งงานกับองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ เหวิ่นลี่หยามั่นใจว่านิสัยเกรี้ยวกราดและเอาแต่ใจของพี่สาวจะทำลายโอกาสนี้ไปเอง แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไม่เพียงแค่การหมั้นหมายสำเร็จเท่านั้น แต่ยังมีพระราชโองการให้เร่งจัดงานแต่งงานให้เร็วขึ้นอีก ทุกอย่างราวฟ้าผ่าลงมากลางใจ เหวิ่นลี่หยาก็รู้สึกเหมือนสิ่งที่ควรเป็นของนางถูกขโมยไปต่อหน้าต่อตา

นางเดินวนไปมาภายในเรือนพัก ริมฝีปากบางกัดแน่นเพื่อต้องการสะกดกลั้นความคับแค้นใจ

“ทำไมถึงต้องเป็นเหวิ่นจือหยู ทำไมนางถึงได้รับทุกอย่าง ทั้งๆ ที่นางไม่สมควรได้รับ เพียงเพราะนางเป็นลูกภริยาเอกเท่านั้นเองหรือ”

ความริษยาเกาะกินใจจนใบหน้าที่เคยอ่อนหวานแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว นางพึมพำต่อหน้ากระจกบานสูง

“นางไม่สมควรได้เป็นพระชายา ไม่สมควรได้ครอบครององค์ชายแม้แต่น้อย” เสียงของนางแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดแน่นราวกับจะระเบิดออกมา

ขณะที่เหวิ่นลี่หยากำลังจมอยู่ในห้วงความคิด สาวใช้ของนางก็เข้ามาอย่างเร่งรีบ “คุณหนูเจ้าคะ ข้าเห็นองครักษ์เฟิ่งมาพบคุณหนูจือหยูเจ้าค่ะ เขามาแจ้งกำหนดการเข้าเฝ้าองค์ชายเจ้าค่ะ”

คำรายงานนั้นทำให้เหวิ่นลี่หยาชะงัก นางหยุดเดิน หันขวับไปมองสาวใช้ด้วยแววตาที่เปล่งประกายเจ้าเล่ห์ “องครักษ์เฟิ่งอย่างนั้นหรือ”

นางรู้ดีว่า องครักษ์เฟิ่ง เป็นคนสนิทที่องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อไว้วางใจ หากนางสามารถทำให้องครักษ์ผู้นี้อยู่ข้างนางหรือช่วยสนับสนุนบางสิ่ง มันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกสถานการณ์ให้นางจะยึดสิ่งที่ต้องการกลับคืนมาได้

“ข้าจะไปดักรอพบองครักษ์เฟิ่ง” เหวิ่นลี่หยาสั่งเสียงเฉียบพลัน ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าและเตรียมตัวให้งดงามที่สุด

องครักษ์เฟิ่งกำลังจะเดินทางกลับ เมื่อเหวิ่นลี่หยาปรากฏตัวตรงทางเดินในสวน นางยิ้มอย่างอ่อนหวาน กล่าวทักทายด้วยท่าทางที่อ่อนโยนและอ่อนน้อมออกมา แต่ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เพราะนางรู้ดีว่าเขามีอิทธิพลและความใกล้ชิดกับองค์ชายมากเพียงใด

“องครักษ์เฟิ่ง โปรดรอก่อนเจ้าค่ะ”

องครักษ์หนุ่มหยุดเท้า หันมามองเหวิ่นลี่หยาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เขาทำความเคารพเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“คุณหนูเหวิ่น มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือ”

เหวิ่นลี่หยายิ้มอ่อนโยนและก้าวเข้ามาใกล้ “องครักษ์เฟิ่ง ข้าดีใจที่ได้พบท่าน ข้าขอรบกวนเวลาสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ พอดีข้ามีเรื่องจะปรึกษากับท่าน”

องครักษ์เฟิ่งพยักหน้าเบาๆ นางจึงชวนเขานั่งลงที่ศาลากลางสวน พร้อมกับเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและสุภาพ

“ข้าได้ยินว่าท่านเป็นคนที่องค์ชายทรงไว้วางใจมาก”

เขาเพียงพยักหน้ารับ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ขณะที่สายตาเฉียบคมของเขาจับจ้องเหวิ่นลี่หยาราวกับอ่านความนัยในคำพูดว่านางต้องการสื่ออะไร

“ข้าอยากปรึกษาเรื่องงานแต่งงานของพี่สาวข้ากับองค์ชาย” ไม่นานเหวิ่นลี่หยาเริ่มเข้าประเด็น นางถอนหายใจเบาๆ ราวกับกำลังหนักใจ

องครักษ์เฟิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ท่านกังวลเรื่องใดหรือคุณหนูเหวิ่น”

“ข้ากังวลว่าอาจเกิดปัญหาในอนาคต”

คำพูดของเหวิ่นลี่หยาฟังดูนอบน้อมและมีเจตนาดี แต่องครักษ์เฟิ่งกลับจับได้ถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล เขาไม่ได้ขัดจังหวะ แต่มองนางด้วยแววตาที่นิ่งสงบ รอให้นางพูดต่อเผยสิ่งที่อยู่ในใจนางออกมา

“ข้าเป็นห่วงเรื่องงานแต่งงานของพี่สาวข้ากับองค์ชาย ข้าคิดว่ามันเกิดขึ้นเร็วเกินไป พี่จือหยูน่าจะยังไม่พร้อมที่จะเป็นพระชายาที่ดีขององค์ชาย และข้าเกรงว่างานแต่งนี้จะนำปัญหามาให้กับองค์ชายในภายหลัง”

แม้คำพูดของนางจะฟังดูนอบน้อม แต่องครักษ์เฟิ่งกลับรู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจที่ซ่อนอยู่ เขารู้ดีว่าเหวิ่นลี่หยาเองก็มิได้หวังดีกับพี่สาวของนาง อย่างในงานหมั้นนางก็แสดงให้เห็นแล้วว่านางพร้อมจะขัดขวางจนเกือบจะโดนฮ่องเต้ลงโทษ เขาจึงได้แต่นั่งฟังเงียบๆ

“ข้าขอพูดตามตรง พี่จือหยู นางมีนิสัยดื้อรั้นและไม่เคยใส่ใจเรื่องมารยาทกุลสตรี แม้ตอนนี้นางจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ข้าเกรงว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นจะไม่ยั่งยืน” นางกล่าวพร้อมทำทีเป็นถอนหายใจ

องครักษ์เฟิ่งยังคงนิ่งฟัง เหวิ่นลี่หยาจึงพยายามดึงความสนใจต่อไป “หากท่านองครักษ์เฟิ่งสามารถช่วยโน้มน้าวองค์ชายใช้ชะลอการแต่งงาน หรืออย่างน้อยแจ้งเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ข้าจะซาบซึ้งในน้ำใจท่านยิ่งนัก”

องครักษ์เฟิ่งยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบรับคำขอ เขาลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ข้าเข้าใจในความกังวลของท่านคุณหนูเหวิ่น ขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่ท่านมีต่อองค์ชาย แต่ข้าเชื่อว่าพระองค์ทรงมีวิจารณญาณที่ดีและปรีชาสามารถพอที่จะจัดการทุกสิ่งได้ ท่านไม่ต้องกังวล”

คำตอบขององครักษ์เฟิ่งทำให้เหวิ่นลี่หยาต้องฝืนยิ้มแม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความหงุดหงิด นางรู้ว่าองครักษ์เฟิ่งไม่ได้เป็นคนเชื่อคนง่ายอย่างที่นางคิด แต่นางยังไม่ละความพยายาม

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็ขอฝากความหวังไว้กับท่านองครักษ์” นางกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อน

“ท่านเป็นคนที่องค์ชายไว้วางใจ ข้าก็เชื่อว่าท่านจะช่วยทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”

องครักษ์เฟิ่งยิ้มตอบกลับ แต่ในใจเขากลับรู้สึกถึงแผนการที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของเหวิ่นลี่หยาอย่างชัดเจน

หลังจากองครักษ์เฟิ่งจากไป เหวิ่นลี่หยากลับมายืนหน้ากระจกอีกครั้ง มือของนางบีบแน่นจนเล็บจิกลงในฝ่ามือด้วยความโกรธที่พยายามระงับอยู่ภายใน นางมองใบหน้าของตนเองในกระจก รอยยิ้มอ่อนโยนที่เคยใช้เป็นหน้ากากเริ่มจางหายไป กลับกลายเป็นใบหน้าบูดบึ้ง สายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกภายใน

“มันน่าเจ็บใจนัก ข้าจะไม่ยอมแพ้” นางพึมพำขณะมองออกไปยังสวนหลวงที่อยู่ไกลลิบ

“เหวิ่นจือหยู เจ้าอาจจะได้รับความกรุณาจากฮ่องเต้ แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ เจ้าจะไม่มีวันได้ครอบครองสิ่งที่ข้าปรารถนาเด็ดขาด”

เหวิ่นลี่หยารู้ดีว่านางไม่มีทางปล่อยให้เหวิ่นจือหยูได้ดีไปกว่านาง เหวิ่นจือหยูไม่สมควรได้ครอบครององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ นางคิดถึงทุกแผนการที่นางพยายามใช้อยู่ตลอดเพื่อทำให้เหวิ่นจือหยูล้มเหลว แต่ไม่ว่าครั้งไหนเหวิ่นจือหยูกลับรอดไปได้เสมอ แผนการที่ล้มเหลวเหล่านั้นยิ่งทำให้นางหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ

“งานแต่งครั้งนี้จะต้องไม่สำเร็จ” เหวิ่นลี่หยาพึมพำกับตัวเอง นางคิดถึงวิธีการที่จะทำลายพิธีการนี้ให้พังทลาย หรืออย่างน้อยก็สร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้หลี่หยวนเจ๋อเกลียดชังพี่สาวของนางอย่างไม่มีวันลืม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 174

    “เสด็จแม่ทำของวิเศษอีกแล้วหรือเพคะ”“ใช่ แม่ทำของขวัญให้เสด็จพ่อของเจ้า” นางยิ้ม ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้เขาแสดงนาฬิกาให้ลูกๆ ดูหลี่หยวนเจ๋อเปิดฝานาฬิกา พระโอรสและพระธิดามองมันตาเป็นประกาย“ว้าว มันขยับเองได้”“นี่คืออะไรหรือพะย่ะค่ะ” หลี่เจ๋อหานมองหน้าปัดที่มีเข็มหมุนช้าๆ อย่างสนใจ“เรียกว่านาฬิกา”

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 173

    ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบ แสงเทียนส่องวูบไหว เงาของเหวิ่นจือหยูที่กำลังก้มหน้าก้มตาประกอบชิ้นส่วนโลหะเล็กๆ ด้วยความตั้งใจ บนโต๊ะไม้เต็มไปด้วยแบบร่าง กลไก และเครื่องมือที่นางประดิษฐ์ขึ้น เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหวิ่นจือหยูค่อยๆ ใช้เครื่องมือขนาดเล็กประกอบเฟืองตัวสุดท้ายเข้ากับแกนกลาง ก่อ

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 172

    แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านแมกไม้ วันนี้องค์รัชทายาทหลี่หยวนเจ๋อพาพระชายาและพระโอรสมาเที่ยวดูความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างไม่เป็นทางการ เหวิ่นจือหยูนั่งอยู่บนในรถม้าเคียงข้างองค์รัชทายาทพระสวามีของนาง รถม้าเคลื่อนผ่านถนนลูกรังที่ทอดยาวไปยังหมู่บ้านริมแม่น้ำ ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำคือท้องทุ่งเขียวขจีของอีกหมู่

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 171

    ดวงตะวันฉายแสงเจิดจรัสเหนือขอบฟ้า สาดส่องลงมายังอาณาจักรอันกว้างใหญ่ของแคว้นหลี่ วันนี้เป็นวันสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์เพราะเป็นวันที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งใช้เวลาสร้างมายาวนานถึงสามปีได้เสร็จสมบูรณ์ ฮ่องเต้พร้อมด้วยเหล่าขุนนางเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง บริเวณอ่างเก็บน้ำถูกตกแต่งอย่างงดงาม

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 170

    “เปรี๊ยะ” ลูกธนูไฟพุ่งทะยานสู่เป้าหมาย ทุกดอกพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ เนื่องจากการปรับองศาของหอคอยตรวจตราแบบใหม่ ทำให้สามารถคำนวณทิศทางลมและระยะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ไม่ใช่แค่ตรวจจับศัตรู แต่ยังโจมตีได้แม่นยำ ” อ๋องจิ้นอันพึมพำ สีหน้าของเขาประหลาดใจ เหวิ่นจือหยูเผยรอยยิ้มบ

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 169

    ลมหนาวพัดแรงเหนือทุ่งหญ้ากว้างที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบลงจากฟากฟ้า ก่อนจะม้วนปีกร่อนลงยังแขนขององครักษ์หนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก ขาของมันมีม้วนสารพันด้วยตราประจำตัวของอ๋องจิ้นอัน “ข่าวด่วนจากอวิ๋นโจว” องครักษ์เอ่ยพลางยื่นสารให้ขันทีผู้อาวุโสที่รออยู่เพื่อนำไปถวายฮ่องเต้

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 143

    เหล่าขุนนางในที่ประชุมก็เริ่มแสดงความเห็นกันอย่างเคร่งเครียด แต่แทนที่จะเป็นการสนับสนุน กลับมีเสียงคัดค้านดังขึ้นจากขุนนางหลายคน“ฝ่าบาท กระหม่อมเกรงว่าโครงการนี้จะใช้ทรัพยากรมากเกินไป” ขุนนางฉินลุกขึ้นทำความเคารพก่อนกล่าว“ตอนนี้เงินในท้องพระคลังเหลือไม่มากแล้ว หากนำไปสร้างอ่างเก็บน้ำ เกรงว่าจะกระท

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 140

    ภายในตำหนักส่วนพระองค์ขององค์ชายหลี่หมิง บรรยากาศเคร่งเครียดจนแม้แต่ลมหายใจก็ดูหนักอึ้ง แสงตะเกียงสลัวส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของเขา“พวกมันช่างเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่คิด” หลี่หมิงพึมพำพลางขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจตรงหน้าของเขา ขุนนางซ่งอวิ๋นเทา ผู้เป็นพ่อตาขอ

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 135

    หลังจากได้พบกับความเดือดร้อนของราษฎรที่ขาดแคลนน้ำและอาหาร หลี่หยวนเจ๋อกับเหวิ่นจือหยูไม่อาจนิ่งเฉย ทั้งคู่ตัดสินใจส่งสารกลับไปยังวังหลวงเพื่อขอเสบียงเพิ่มเติมโดยด่วน ภายในกระโจมที่พักชั่วคราว เหวิ่นจือหยูนั่งครุ่นคิดอยู่หน้าแผนที่ภูมิประเทศ นางขมวดคิ้วแน่นพลางจรดพู่กันลงบนแผ่นกระดาษ ข้างกายนางคือ ห

  • วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท   บทที่ 133

    ภายในท้องพระโรง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันนั่งอยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งของฮ่องเต้ ใบหน้าของแต่ละคนล้วนเคร่งเครียด ขณะที่รายงานสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี พระพักตร์ของฮ่องเต้ก็ยิ่งเคร่งขรึมตาม“ฝ่าบาท บัดนี้ภัยแล้งได้ลุกลามไปทั่วทุกพื้นที่ของแคว้นหลี่ น้ำในแม่น้ำเริ่มแห้งขอด พื้นดินแตกร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status