ชายาชนบทของอ๋องทรราช

ชายาชนบทของอ๋องทรราช

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
โดย:  หวางลี่อิง/มงกุฏดาวอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
72บท
78views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เซิ่งอี้หว่านดั้นด้นพันลี้มารับสมรสพระราชทานเพื่อต่อชีวิตมารดา แต่เมื่อเหยียบเข้าเมืองหลวงกลับพบว่ามีแต่คนร้ายกาจ... กระทั่งโจวอ๋องผู้นั้นยังกล้ากัดปากนางจนแตก!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 สตรีชนบทเป็นคุณหนูรอง 1/2

แคว้นต้าเฉิง อำเภออวิ๋นซี

ไอหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมผิวน้ำนิ่งสนิทของลำธารสายเล็กที่ไหลคดเคี้ยวพาดผ่านหุบเขาอวิ๋นซี ละอองความหนาวยามเช้าตรู่เย็นยะเยือก จนหยดน้ำค้างเกาะพราวบนยอดหญ้าแห้งแทบกลายเป็นน้ำแข็ง สองฝั่งลำธารเล็กที่ไหลเรื่อยจากทิวเขามีเพียงวิถีชีวิตแสนสมถะของชาวบ้านป่าไม่กี่สิบครัวเรือนที่ยังคงตื่นก่อฟืนหุงต้ม ขุดหาหัวมันและเก็บผักป่าประทังความหิวโหยไปวัน ๆ

ดินแดนทุรกันดารแถบนี้อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางความรุ่งเรืองถึงพันลี้ และถูกตัดขาดจากความรุ่งโรจน์ของเมืองหลวงมาเนิ่นนาน ทางเกวียนขรุขระเต็มไปด้วยหลุมบ่อและขวากหนามจนม้ายังไม่อยากจะวิ่งผ่าน นับประสาอะไรกับผู้คน

คนข้างในแทบไม่มีปัญญาเหยียบย่างออกไปสู่โลกภายนอก ส่วนคนภายนอกที่คิดจะดั้นด้นข้ามขุนเขาเข้ามา นอกเสียจากหลงทาง ก็คงมีแต่พวกที่รู้สึกว่าตนเองสุขสบายเกินไปกระมังจนอยากมาสัมผัสความยากลำบาก

เสียงเกือกม้าศึกกระทบผืนดินแข็งดังกึกก้องแว่วมาแต่ไกล ฝุ่นดินสีแดงฟุ้งกระจายตัดกับม่านหมอกขาว เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มีเพียงม้าตัวเดียว หากแต่ก้องกระชั้นและหนักแน่นจนผิวน้ำในลำธารกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น นกป่าแตกตื่นบินออกจากพุ่มไม้ และเส้นทางของผู้มาเยือนมุ่งหน้าตรงดิ่งมายังกระท่อมไม้ไผ่ผุพังหลังริมสุดเชิงเขาอย่างไม่ปิดบังเจตนา

เสียงม้าหลายสิบตัวหยุดหน้ากระท่อมไม้ไผ่ ทำเอาคนด้านในที่ตื่นแต่เช้าเรียวคิ้วขมวดมุ่นอย่างสงสัย ว่าผู้ใดกันหลงทางมาในถิ่นทุรกันดารป่าเขาเช่นนี้

เซิ่งหลานเวย คนในหมู่บ้านรู้จักเพียงว่า นางคือสตรีม่ายสามีตายในสนามรบอาศัยอยู่กับบุตรสาววัยปักปิ่น สภาพความเป็นอยู่นั้นไม่เคยสัมผัสคำว่าสบาย นอกจากโรครุ่มเร้าทางกายแล้ว ไม่อดตายก็นับว่ายังมีบุญหลงเหลืออยู่

ด้านนอกกระท่อมไม้ไผ่ที่แทบจะรับแขกไม่ได้ มีชายฉกรรจ์ราวสิบคนที่ลงจากหลังม้าด้วยท่าทางอิดโรย เสื้อผ้าเปื้อนด้วยฝุ่นดินแดงจนเมื่อยืนมั่นคงแล้วรีบสะบัดตัว เพราะเส้นทางมาที่นี่นั้นไม่ง่ายดาย ถนนหนทางเต็มไปด้วยฝุ่นแดง พลางชะเง้อคอมองไปยังในกระท่อมที่ดูเหมือนไร้คนอยู่

“ที่นี่หรือขอรับ” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางสงสัยว่าใช่หรือไม่ แต่ทว่ากลับไม่กล้าเข้าไปด้วยกลัวว่าผิดบ้าน จนกระทั่งคนในหมู่บ้านที่อายุอานามไม่น้อยแล้วเดินเข้ามาพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า

“ท่านผู้สูงศักดิ์ ไม่ทราบว่ามาพบผู้ใดหรือขอรับ” หัวหน้าหมู่บ้านในหมู่บ้านเชิงเขาแห่งนี้ค้อมตัวอย่างนอบน้อม พลางสังเกตผู้มาใหม่อย่างพินิจพิเคราะห์ ยิ่งการแต่งตัวดูเหมือนไม่ใช่คนอำเภออวิ๋นซี

“ท่านคือ?” ผู้มาใหม่คล้ายกับอยากถาม หัวหน้าหมู่บ้านจึงไม่คิดรีรอให้เสียมารยาท

“ข้าคือผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้ขอรับ”

“เช่นนั้นที่นี่คือบ้านเซิ่งหลานเวยใช่หรือไม่ นางมีบุตรสาวอยู่หนึ่งคน” ผู้มาใหม่เอ่ยต่อพลางยืนยันเรื่องบุตรสาวของนางเพื่อให้คนที่สนทนารู้ว่าต้องการพบผู้ใด จะได้ไม่มาผิดบ้าน

“ใช่ขอรับ...ที่นี่บ้านแม่ม่ายเซิ่ง นางอาศัยอยู่กับบุตรสาวสองคนขอรับ” ผู้นำหมู่บ้านกล่าวแล้วล่าถอยออกไป เมื่อเห็นสายตัวผู้นำขบวนเหมือนไม่ต้องการให้เขาอยู่ต่อ...

คนทั้งหมดพยักหน้าจากนั้นเดินเข้ามาตรงหน้าบ้านก่อนเอ่ยคำเรียกขานไม่ดังนัก “อนุเว่ย...ข้านำข่าวจากจวนแม่ทัพมาส่งถึงท่านรีบออกมารับเถิดหากไม่อยากให้คนในหมู่บ้านแตกตื่น”

คำว่าข่าวจากจวนแม่ทัพทำเอาคนด้านในหัวใจกระตุกวูบ คล้ายกับว่าจะมีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น นางลุกขึ้นนั่งพลางสูดหายใจลึก ๆ ก่อนจะไอโขลก ๆ สองครั้งแล้วเดินท่าทางอ่อนแรงมาเปิดประตูก่อนพบว่าคนที่มานั้นเป็นคนที่นางไม่ปรารถนาจะพบเจอ

นางรีบปิดประตูก่อนจะเอ่ย “พวกท่านมาผิดบ้านแล้วเจ้าค่ะ”

แค่ก แค่ก!

สตรีม่ายสูดหายใจพลันสำลักลมหายใจแล้วไอจนหน้าดำหน้าแดงหนักขึ้นคล้ายโรคกำเริบหนัก ผู้มาใหม่รีบเข้าไปผลักประตูนั้นเข้าไป

“อนุเซิ่ง...ท่านคิดจะให้คุณหนูรองลำบากอยู่ที่นี่ไปจนวันตาย ไม่รู้ว่านางมีบิดาเป็นใครหรือ”

คำพูดนั้นเหมือนมีดกรีดลงที่กลางอก นางหรืออยากให้บุตรสาวลำบาก หากไม่ใช่ว่าคนผู้นั้นต้องการให้เป็น

“คิดดูให้ดีเถิด...ท่านแม่ทัพฝากไว้เพียงสองสามคำเท่านั้น” มู่หรงเหยียนรองแม่ทัพของแม่ทัพหลี่เอ่ย “หากคุณหนูรองกลับเมืองหลวง จะได้แต่งงานเป็นชายาในจวนโจวอ๋อง หากไม่กลับนางและท่านก็จงอยู่ที่นี่ไปจนวันตาย ไม่มีสิทธิ์ก้าวออกไปเจอโลกภายนอก ท่านแม่ทัพหวังดีกับท่านนะ”

“เหอะ...เพิ่งจะมาหวังดีหรือไม่ใช่ว่าคนตระกูลนั้นข่มเหงรังแกข้าหรือ...ข้าถึงต้องถูกส่งมาไกลถึงเพียงนี้ หนำซ้ำยังป้ายสีว่าข้าคบชู้” น้ำเสียงนางที่ตะโกนออกมาจนแทบหมดแรงนั้นกลับดังแผ่วเบาราวยุงบิน นางไร้เรี่ยวแรงแล้วจริง ๆ แต่ก็ยังฝืนทนสนทนาต่อ

“งานแต่งที่ดีนี้เป็นสิ่งที่ท่านแม่ทัพและฮูหยินใหญ่อยากชดเชยให้...ท่านก็รีบรับเถอะ”

“หึ...ถ้างานแต่งนี้ดีนักคงไม่หล่นใส่หัวหว่านหว่านบ้านข้า ท่านกลับไปเสียเถอะ...ข้าและคนตระกูลหลี่ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน”

เซิ่งอี้หว่าน ที่ไปหาผักป่าตรงเชิงเขากลับมาทางหลังบ้านพลันได้ยินบทสนทนาของมารดา นางยืนนิ่งในความมืดสลัวกลัวว่ามารดาจะเห็นว่านางกลับมาแล้ว เมื่อฟังตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้นางกำหมัดแน่น น้ำตารื้นที่ขอบตา

“อย่างไรคุณหนูรองก็เป็นบุตรสาวจวนแม่ทัพ ท่านไม่คิดเผื่อก็แล้วไปเถอะ แต่อนาคตนางจะดีหรือเลวขึ้นอยู่กับท่านตัดสินใจ”

“ดีหรือเลวไม่ได้ขึ้นอยู่กับข้าตัดสินใจกระมัง...น่าจะเป็นพวกเจ้าตัดสินใจกันไปแล้ว...แค่กแค่ก ๆ” เซิ่งหลานเวย

ยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเห็นว่ามือของตนมีเลือดจากการไอก็ยิ่งออกปากไล่

“ไปเสีย”

“ท่านคิดดูให้ดีเถิด”

        มู่หรงเหยียนยังคงเกลี้ยกล่อม เพราะได้รับหน้าที่มาเพื่อโน้มน้าวให้อนุเซิ่งส่งบุตรสาวกลับเมืองหลวง และเรื่องนี้เขาจะต้องทำให้ได้ 

        ด้วยรู้ดีว่าสตรีผู้นี้ยอมตายดีกว่าก้มหัวให้ผู้เป็นนายตน ดังนั้นหากบังคับขู่เข็นย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

        “กลับไปบอกท่านแม่ทัพ...เรื่องเมื่อสิบห้าปีก่อน เคยเป็นเช่นไรก็ให้เป็นเช่นนั้น” นางไอจนเจ็บหน้าอกไม่สามารถพูดต่อได้อีก

มือสั่นเทาคว้าชามดินเผาบิ่นข้างฝาขว้างใส่ปลายเท้ามู่หรงเหยียนเสียงดังเพล้ง! เศษกระเบื้องแตกกระจายเกลื่อนพื้น

“ไสหัวไปให้พ้น! ถ้าข้าจะตายก็ตายอยู่ที่นี่ อย่าได้หวังเอาหว่านเอ๋อร์ไปเป็นเบี้ยในกระดานหมากของพวกเจ้า!”

มู่หรงเหยียนถอยหลบเพียงครึ่งก้าว สายตาคมปลาบปรายมองอย่างเย็นชา ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาปัดชายเสื้อคลุมเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“ท่านแม่ทัพกำชับมา... ยารักษาชีวิตและเงินยี่สิบตำลึงจะถูกส่งมาทันทีที่คุณหนูรองก้าวเข้าประตูจวนหลี่ในเมืองหลวง หากไม่เห็นแม้แต่เงา เงินก้อนนี้ย่อมไม่มี สตรีป่วยหนักไร้เงินไร้ยา ท่ามกลางลมหนาวที่กำลังมาถึง... เกรงว่าจะอยู่ไม่พ้นเหมันต์นี้กระมัง”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
72
บทที่ 1 สตรีชนบทเป็นคุณหนูรอง 1/2
แคว้นต้าเฉิง อำเภออวิ๋นซีไอหมอกลอยอ้อยอิ่งปกคลุมผิวน้ำนิ่งสนิทของลำธารสายเล็กที่ไหลคดเคี้ยวพาดผ่านหุบเขาอวิ๋นซี ละอองความหนาวยามเช้าตรู่เย็นยะเยือก จนหยดน้ำค้างเกาะพราวบนยอดหญ้าแห้งแทบกลายเป็นน้ำแข็ง สองฝั่งลำธารเล็กที่ไหลเรื่อยจากทิวเขามีเพียงวิถีชีวิตแสนสมถะของชาวบ้านป่าไม่กี่สิบครัวเรือนที่ยังคงตื่นก่อฟืนหุงต้ม ขุดหาหัวมันและเก็บผักป่าประทังความหิวโหยไปวัน ๆดินแดนทุรกันดารแถบนี้อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางความรุ่งเรืองถึงพันลี้ และถูกตัดขาดจากความรุ่งโรจน์ของเมืองหลวงมาเนิ่นนาน ทางเกวียนขรุขระเต็มไปด้วยหลุมบ่อและขวากหนามจนม้ายังไม่อยากจะวิ่งผ่าน นับประสาอะไรกับผู้คนคนข้างในแทบไม่มีปัญญาเหยียบย่างออกไปสู่โลกภายนอก ส่วนคนภายนอกที่คิดจะดั้นด้นข้ามขุนเขาเข้ามา นอกเสียจากหลงทาง ก็คงมีแต่พวกที่รู้สึกว่าตนเองสุขสบายเกินไปกระมังจนอยากมาสัมผัสความยากลำบากเสียงเกือกม้าศึกกระทบผืนดินแข็งดังกึกก้องแว่วมาแต่ไกล ฝุ่นดินสีแดงฟุ้งกระจายตัดกับม่านหมอกขาว เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้มีเพียงม้าตัวเดียว หากแต่ก้องกระชั้นและหนักแน่นจนผิวน้ำในลำธารกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น นกป่าแตกตื่นบินออกจากพุ่มไม้ และเส้นทางข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 สตรีชนบทเป็นคุณหนูรอง 2/2
ร่างผอมบางพลันทรุดฮวบลงกับพื้น ไม้กวาดเก่าที่คว้ามาหมายจะใช้ขับไล่หลุดจากมือ เสียงไอโขลกจนตัวงอคุดคู้ เลือดสดสีคล้ำซึมทะลักผ่านซอกนิ้วหยดลงบนพื้นดินแห้งกรังเซิ่งอี้หว่านที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านไม้ไผ่ผุพังพลันปรี่ออกมา ตะกร้าสะพายหลังหล่นกระแทกพื้น ผักป่าเกลื่อนกลาด นางถลาเข้าไปประคองร่างมารดาด้วยแขนสั่นเทา“ท่านแม่!”“หว่านเอ๋อร์... อย่า... อย่าไปฟังคนพวกนั้น...” เซิ่งหลานเวยพยายามซ่อนฝ่ามือเปื้อนเลือดไว้ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าคนพวกนั้นยังไม่ไป ทว่าดวงตากลมโตฉ่ำน้ำคู่นั้นคงได้ยินได้เห็นทุกสิ่งหมดแล้วสายตาเย็นเยียบของมู่หรงเหยียนตวัดมองเด็กสาวในชุดผ้าฝ้ายหยาบกระด้าง ใบหน้างดงามหมดจดถอดแบบมารดามาไม่ผิดเพี้ยน แม้ใบหน้าจะเปรอะคราบฝุ่น แววตาซื่อตรงระคนดื้อรั้นนั้นทำให้นายทหารหนุ่มหยักยิ้มบาง“คุณหนูรอง... ท่านตัดสินใจเองเถิด”“ข้าจะไป...ข้ายอมไป”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่นเพียะ!มือของคนเป็นแม่ฟาดลงบนแก้มนวลอย่างแรงจนหน้าหัน เซิ่งหลานเวยเบิกตากว้างทั้งน้ำตา ไหล่สั่นสะท้านด้วยโทสะระคนร้าวรานใจ“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาสิบห้าปีเพื่อให้เจ้าทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้หรือ! ปล่อยให้ข้าตายอยู่ที่นี่เสียย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 จวนแม่ทัพหลี่ 1/3
เมืองหลวง แคว้นต้าเฉิงกลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมฉุนลอยอวลทั่วโถงเรือนหลักอันโอ่อ่าของจวนแม่ทัพหลี่ ทว่าไออุ่นจากกระถางทองเหลืองกลับมิอาจขับไล่บรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัดที่แผ่ซ่านลงมาได้ม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามปักลวดลายมังกรวิจิตรวางนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้พะยูงสีเข้ม นี่คือพระราชโองการสมรสพระราชทานที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากตำหนักหยางซิน ลายพระหัตถ์อันคมกริบประหนึ่งสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมากลางอกของหลี่เจิ้นหรง แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารรักษาเมืองหลวง“สมรสพระราชทาน...”เสียงทุ้มต่ำสบถรอดไรฟัน ฝ่ามือหยาบกร้านที่กรำศึกมาค่อนชีวิตตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ถ้วยชาเคลือบเนื้อดีสะเทือนจนน้ำชากระฉอก “ฮ่องเต้ทรงเห็นข้าเป็นสิ่งใด! คิดจะดึงอำนาจทหารของข้าไปคานกับจวนโจวอ๋อง หรือทรงคิดจะเหยียบย่ำหน้าข้ากันแน่ ถึงได้กล้าประทานงานแต่งที่แสนอัปมงคลกับบุตรทรราชเช่นนั้น!”แม่ทัพหลี่หรือจะไม่รู้ว่าฮ่องเต้ผู้นี้ชื่นชอบการเชื่อมสัมพันธ์ต่างขั้ว เพื่อให้เหล่าขุนนางเปิดศึกกันเองภายในครอบครัวให้ราชสำนักไม่วุ่นวาย แต่ให้บ้านขุนนางตีกันตายจนไม่มีเวลามาคิดล้มอำนาจแทนจวนของเขาต้องเชื่อมสัมพันธ์กับจวนโจวอ๋องหรือ เห็นชัด ๆ ว่าเขากับโจวอ๋องแท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 จวนแม่ทัพหลี่2/3
เรือนฝูโซ่วท้ายจวนเงียบสงัด มีเพียงกลิ่นกำยานไม้จันทน์กับเสียงเคาะปลาไม้สวดมนต์ของหลี่เหล่าฝูเหริน ทว่าเสียงเคาะไม้ชะงักลงเมื่อเหยียนหมัวมัวรีบก้าวเข้ามาคุกเข่าข้างตั่ง“เหล่าฝูเหรินเจ้าคะ นายท่านใหญ่สั่งให้รองแม่ทัพมู่หรงเหยียนมุ่งหน้าไปอวิ๋นซีแล้วเจ้าค่ะ... ฮูหยินใหญ่เป่าหูให้ส่งคนไปรับตัวบุตรสาวอนุเซิ่งมารับสมรสพระราชทานแทนคุณหนูใหญ่”หลี่เหล่าฝูเหรินลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาฉายแววสังเวชใจ “จิตใจนางช่างเหี้ยมโหดนัก ขับไล่สองแม่ลูกไปสิบห้าปี ยามนี้กลับจะลากเด็กไม่รู้ความมาตายแทนบุตรสาวตนเอง ไปเรียกเจิ้นหรงมาพบข้าเดี๋ยวนี้!”ไม่นานนัก หลี่เจิ้นหรงก็ก้าวเข้ามาในห้อง ทว่าเมื่อเห็นมารดานั่งหน้าตึง โดยมีหลี่จงเหว่ยผู้เป็นน้องรองกับหลี่เค่อเจี้ยนน้องสามยืนประกบอยู่ สีหน้าเขาก็พลันเรียบเฉย“ท่านแม่เรียกข้ามา มีเรื่องอันใดหรือขอรับ”“เจ้าคิดดีแล้วหรือที่จะลากเด็กคนนั้นมารับเคราะห์แทนเยว่เอ๋อร์!” หลี่เหล่าฝูเหรินขึ้นเสียงดุ“นี่คือทางออกที่ดีที่สุดขอรับ” หลี่เจิ้นหรงตอบ “พระราชโองการระบุเพียงบุตรสาวตระกูลหลี่ อี้หว่านก็มีสายเลือดข้า จะให้ข้าส่งเยว่เอ๋อร์ไปจมปลักในจวนอ๋องตกอับได้อย่างไร”“พี่ใหญ่!
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 จวนแม่ทัพหลี่ 3/3
“ข้าอิ่มง่ายกินนิดเดียวเองเจ้าค่ะ” อี้หว่านคลี่เรียวปากบางจนตาหยี ส่งยิ้มใสซื่อที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจให้เขา นางเอาหมั่นโถวชิ้นเล็กเข้าปาก ค่อย ๆ เคี้ยวทีละนิดอย่างประหยัด ประหนึ่งว่ากลัวมันจะหมดเร็วเกินไปยามค่ำคืนเมื่อขบวนคาราวานหยุดพักแรมข้างลำธาร เด็กสาวนั่งกอดเข่าแหงนมองดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ดวงตากลมโตสุกใสทอประกายแห่งความหวัง“พี่ต้าเฉิง ท่านดูดาวดวงนั้นสิ สุกสว่างยิ่งนัก” เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา “ข้าได้ยินคนในขบวนบอกว่า เมืองหลวงมีหมอยาเทวดามากมาย หากข้าไปถึงจวนแม่ทัพและแต่งงานตามที่พวกเขาต้องการ ท่านแม่ก็จะได้กินยา ถึงเวลานั้นท่านแม่คงหายจากโรคเก่า ไม่ต้องไอจนเจ็บหน้าอกอีกต่อไป” นางพูดไปก็มีน้ำในตาคลอจนเป็นประกายสะท้อนกับกองไฟที่ฉู่ต้าเฉิงก่อให้ต้าเฉิงที่กำลังลับมีดอยู่ข้างกองไฟชะงักมือลง แผ่นหลังกว้างเกร็งแน่น หัวใจของพรานหนุ่มบีบรัดจนเจ็บแปลบ เขามองใบหน้าใสซื่อที่เปื้อนฝุ่นดินของนางแล้วได้แต่กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ไม่กล้าเอ่ยความจริงอันโหดร้ายว่าการแต่งงานในเมืองหลวงหาได้สวยงามดั่งที่นางวาดฝันระหว่างที่นั่งคุย อี้หว่านค่อย ๆ คลายห่อผ้าเก่าของตนออกอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นนอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 หมั่นโถวของข้า 1/3
เมืองหลวง แคว้นต้าเฉิงเสียงกึกก้องของล้อรถม้าบดผืนศิลาเรียบกริบ ประสานกับเสียงจอแจของฝูงชนที่หลั่งไหลผ่านซุ้มประตูกำแพงเมืองหลวงอันสูงตระหง่าน ทว่าสรรพเสียงเหล่านั้นกลับคล้ายเสียงอื้ออึงในหูที่ไม่อาจซึมซับเข้าสู่ความรับรู้ของเซิ่งอี้หว่านได้เลยสักนิดก้าวแรกที่เท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นศิลาแกร่งสีเทา เด็กสาวตัวน้อยพลันชะงักงัน ร่างผอมบางสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ออกเบื้องหน้าของนางคือภาพตึกรามบ้านช่องสองชั้นสามชั้นโอ่อ่าตระการตา เสาไม้ทาสีแดงชาดหลังคามุงกระเบื้องเคลือบมันวาวเป็นประกายสะท้อนแดดยามสาย ป้ายร้านรวงสลักเสลาด้วยอักษรสีทองอร่ามตา รถม้าประดับม่านแพรพรรณชั้นเลิศวิ่งตัดผ่านถนนสายกว้างที่มีความยาวสุดลูกหูลูกตา ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่มสีสันสดใส ใบหน้าอิ่มเอิบปราศจากร่องรอยแห่งความหิวโหย ทุกสิ่งช่างงดงาม ร่ำรวย และยิ่งใหญ่เสียจนทำให้เด็กสาวจากหุบเขาอวิ๋นซีรู้สึกว่าตนเองตัวเล็กจ้อย ราวกับมดปลวกตัวหนึ่งที่พลัดหลงเข้ามาในรังพญาอินทรีอี้หว่านกระชับห่อผ้าเก่าที่สะพายอยู่แนบอก สองมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักกำชายผ้าฝ้ายปอนบนตัวแน่น แขนเสื้อตัวสั้นเต่อที่มารดาเย็บปะชุนด้วย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 หมั่นโถวของข้า 2/3
เซิ่งอี้หว่านช้อนดวงตากลมโตสุกใสที่ฉ่ำน้ำขึ้นมองเขา แววตาคู่นั้นบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากความเสแสร้งหรือการดูแคลน นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานแผ่วเบาที่เจือความสุภาพอ่อนน้อมอย่างที่สุด“ท่านปู่เจ้าคะ... ขออภัยที่รบกวนเจ้าค่ะ หากข้าอยากหาอาหารกิน ข้าต้องไปทางไหนหรือเจ้าคะ หรือที่ไหนมีที่ให้ขุดหัวมันหรือเก็บผักป่าบ้างหรือไม่”ชายชราขอทานชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางที่เคยมองโลกด้วยความเคียดแค้นกวาดมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้านางมีสภาพไม่ต่างจากลูกหมาถูกแม่ทิ้ง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าซูบตอบจนเห็นโหนกแก้ม แต่สิ่งที่สะดุดใจเขากลับเป็นแววตาที่ใสซื่อราวกับธารน้ำบนภูเขา และปิ่นเงินรูปดอกเหมยเล่มเก่าที่ปักอยู่บนมวยผมที่รวบไว้ไม่เรียบร้อยนัก หากแต่ใบหน้าและผิวพรรณราวกับไม่ใช่คนธรรมดาสามัญขอทานเฒ่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบแห้งคล้ายมีเศษทรายครูดอยู่ในลำคอ“หาอาหารกินงั้นรึ? นังหนูเอ๊ย เจ้าเพิ่งหลุดมาจากป่าเขารึอย่างไร ถึงได้คิดว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะมีอาหารตกถึงท้องคนจนได้ง่าย ๆ หากไม่มีตำลึง ก็มีแต่ต้องก้มหัวขอเศษทานเหมือนหมาข้างถนนเท่านั้นแหละ!”คำตอบนั้นทำให้อี้หว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 หมั่นโถวของข้า 3/3
ท้องไส้เจ้ากรรมพลันส่งเสียงโครกครากประท้วงขึ้นมาอีกระลอก อี้หว่านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางกวาดสายตามองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง หมายใจจะหาที่สงบเพื่อนั่งลิ้มรสความหวานนุ่มของแป้งขาวชั้นดีให้ชื่นใจ สายตาปะทะเข้ากับร่มเงาของต้นไหวใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านอยู่ข้างสะพานหินห่างออกไปไม่กี่ก้าวร่างเล็กจึงกอดหมั่นโถวแนบอก หันหลังก้าวเท้าเร็ว ๆ มุ่งหน้าไปทางนั้นทว่ายังไม่ทันได้เดินพ้นหน้าประตูเหลาอาหาร ร่างสูงตระหง่านในชุดผ้าไหมสีหมึกปักลายเมฆามงคลก้าวยาว ๆ ลงมาจากรถม้าด้วยท่าทีเร่งร้อน รังสีอำมหิตแผ่ออกมารอบกายจนคนรอบข้างต้องรีบหลบทางพลั่ก!แรงกระแทกหนักหน่วงชนเข้ากับหัวไหล่บางอย่างจังจนร่างของอี้หว่านเซถลา ก้นกระแทกลงบนพื้นศิลาเย็นเฉียบอย่างแรงจนเจ็บร้าวไปถึงกระดูกแต่นั่นยังไม่เจ็บปวดเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า...หมั่นโถวแป้งขาวก้อนโตหลุดกระเด็นออกจากมือ กลิ้งหลุน ๆ บนพื้นหิน ก่อนจะจมมิดลงไปในแอ่งน้ำโคลนสีดำข้นข้างร่องระบายน้ำต่อหน้าต่อตา!ฟองอากาศผุดขึ้นปุด ๆ พร้อมกับคราบโคลนเน่าเสียที่ซึมกลืนเนื้อแป้งขาวสะอาดจนกลายเป็นสีดำมะเมื่อมดวงตากลมโตเบิกกว้าง อี้หว่านอ้าปากค้าง หัวใจดวงน้อยร่วงห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ท่านกัดปากข้า 1/3
สายลมพัดกรรโชกจนชายเสื้อคลุมสีเข้มสะบัดพึ่บพั่บ ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้ากลับตึงเครียดขึ้นทันตาจ้าวฉางอันยืนตระหง่าน สองมือไพล่หลัง แผ่กลิ่นอายคุกคามดั่งพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ ทว่าเด็กสาวตัวจ้อยเบื้องหน้ากลับไม่ยอมถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างผอมกะหร่องในชุดผ้าป่านซอมซ่อกางแขนออกทั้งสองข้าง ยืนปักหลักขวางทางขึ้นบันไดเหลาอาหารไว้อย่างดื้อดึง“หลีกทาง!”เสียงทุ้มต่ำหลุดรอดไรฟันออกมาเพียงสองคำ สั้น ห้วน และเย็นเยียบจนคนรอบข้างขนลุกซู่“ไม่หลีก!”อี้หว่านตอบโต้ทันควัน ดวงตากลมโตสุกใสที่เอ่อรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องเขม็งไปยังบุรุษร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น ขอบตาแดงก่ำ ริมฝีปากแห้งแตกสั่นระริกด้วยความเจ็บใจระคนหิวโหย นิ้วมือเรียวบางเปรอะคราบฝุ่นชี้ตรงไปยังก้อนแป้งสีขาวที่จมมิดอยู่ในแอ่งโคลนข้างร่องระบายน้ำ“ท่านเดินชนข้า ทำหมั่นโถวของข้าตกน้ำสกปรกจนกินไม่ได้ ท่านยังไม่ขอโทษข้าสักคำ!”จ้าวฉางอันเลิกคิ้วกระบี่ขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มเหยียดหยามอย่างเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปรายตามองรอยเปื้อนบนพื้นศิลาด้วยความรังเกียจ“ข้าชนเจ้างั้นหรือ?” เขาแค่นหัวเร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ท่านกัดปากข้า 2/3
แรงกระแทกจากด้านหลังรุนแรงเกินกว่าที่ร่างผอมบางจะต้านทานไหว ร่างของเด็กสาวถลาพุ่งไปข้างหน้า ขณะที่จ้าวฉางอันซึ่งกำลังโน้มตัวลงมาหมายจะบีบคั้นนางก็ไม่ได้ตั้งรับแรงปะทะกระชั้นชิดเช่นนี้กึก!เสียงกระแทกหนักหน่วงดังสะท้อนก้อง ริมฝีปากบางแห้งผากของอี้หว่านชนเข้ากับริมฝีปากนุ่มและฟันคมของบุรุษร่างสูงอย่างจัง!ปากสองปากแนบชิดสนิทกัน!ความเจ็บปวดแล่นแปลบปลาบขึ้นสู่สมองในชั่วพริบตา กลิ่นคาวสนิมเหล็กแผ่ซ่านล้นทะลักทั่วโพรงปาก ดวงตากลมโตเบิกค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ลมหายใจอุ่นร้อนของบุรุษตัวโตเป่ารดพวงแก้มจนแสบร้อนจ้าวฉางอันชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อ สัมผัสอุ่นนุ่มเจือรสเลือดที่แตะกระทบมุมปากทำให้แววตาคมดุไหววูบอย่างรุนแรง เขาก้มมองดวงหน้าน้อยที่อยู่ชิดติดเพียงปลายจมูก แววตาตื่นตระหนกดั่งกระต่ายน้อยตัวสั่นเทา ทว่าสิ่งที่ซึมซับอยู่ตรงมุมปากของเขา... คือเลือดสด ๆ จากปากนาง!“โอ๊ย!”อี้หว่านผงะถอยหลังเซกรูดจนเกือบล้ม สองมือยกขึ้นกุมริมฝีปากตนเองไว้แน่น เลือดสีแดงสดไหลทะลักผ่านร่องนิ้ว น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนหลังมือด้วยความเจ็บปวดจ้าวฉางอันยืนนิ่ง ปลายนิ้วโป้งยกขึ้นแตะปาดมุมปากตนเองช้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-10-18
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status