Teilen

Chapter 1 :The Dark Shadow over Gear

last update Veröffentlichungsdatum: 28.09.2026 11:28:41

Chapter 1 :The Dark Shadow over Gear

            หากจะนิยามคณะแพทยศาสตร์ว่าเป็นดินแดนแห่งแสงสว่างที่ถูกฉาบไว้ด้วยระเบียบวินัยและจรรยาบรรณอันสะอาดสะอ้าน คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็คงไม่ต่างจากเมืองชายแดนที่เต็มไปด้วยความดุดัน กลิ่นน้ำมันเครื่องที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และเสียงเครื่องจักรที่แผดคำรามอยู่แทบจะตลอดเวลา ที่นี่คือถิ่นของเหล่าฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนด้วยหยาดเหงื่อและความเถื่อนทิบ แต่ท่ามกลางความโกลาหลของเหล่านิสิตช็อปสีแดงเลือดนกนับพันคน กลับมีพื้นที่หนึ่งที่เป็นเหมือน "เขตหวงห้าม" พื้นที่ที่ไร้เส้นกั้นทางกายภาพ แต่กลับแผ่รังสีอำนาจจนคนปกติไม่กล้าก้าวข้าม และพื้นที่นั้น ตั้งอยู่ล้อมรอบตัวผู้ชายที่ชื่อ อคิน สิงหราช

            10:30 น. ณ ลานใต้ตึกวิศวะ

            "เฮ้ย พวกมึงดูนั่น รถใครวะน่ะ?"  บอย นิสิตวิศวะปี 4 ที่กำลังนั่งซัดก๋วยเตี๋ยวเรืออย่างเมามันหยุดชะงักกลางคัน เขาชี้ตะเกียบไปทางทางเข้าที่จอดรถประจำคณะ สายตาจ้องเขม็งไปที่ Supercar สีดำสนิท (Matte Black) ที่รูปทรงโฉบเฉี่ยวราวกับหลุดออกมาจากหนังสายลับ รถคันนั้นแล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถส่วนตัวของระดับผู้บริหารและอาจารย์อย่างหน้าตาเฉย สิ่งที่น่าทึ่งกว่ารถคือท่าทีของ รปภ. ที่ปกติแม่งโคตรเฮี้ยบกับนิสิต แต่วันนี้กลับรีบกุลีกุจอ วิ่งไปโบกถอยหลังให้ประหนึ่งว่าเจ้าของรถคือแขก VIP ระดับเทศที่ลืมแจ้งการมาเยือนล่วงหน้า

            "มึงไปอยู่รูไหนมาวะบอย นั่นน่ะรถไอ้อคิน" เต้ เพื่อนร่วมกลุ่มตอบเสียงเรียบพลางคีบเส้นบะหมี่เข้าปากด้วยท่าทางปกติ "ที่จอดตรงนั้นน่ะ อธิการบดีมหาลัยยังไม่กล้าเดินไปถามมันเลย มึงไม่รู้เหรอว่าตึกเรียนหลังใหม่ที่มึงนั่งตากแอร์ฉ่ำๆ อยู่นี่น่ะ นามสกุลมันบริจาคเงินสร้างไปเกือบครึ่งหนึ่ง"

            บอยพยักหน้าหงึกๆ อึ้งจนพูดไม่ออก สายตามองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวลงจากรถ อคินไม่ได้สวมชุดนิสิตแบบเรียบร้อยเหมือนพวกเด็กเรียน แต่เขาสวมชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่เนื้อผ้าดูพรีเมียมและใหม่เอี่ยมตลอดเวลา เส้นผมสีน้ำตาลจัดของเขาถูกเซตไว้ลวกๆ แบบไม่ได้ตั้งใจแต่มันกลับส่งให้ใบหน้าคมกริบดูมีเสน่ห์ร้ายกาจแบบที่ดาราบางคนยังต้องอาย แววตาของเขานิ่งสนิท เย็นเยียบ และว่างเปล่าเสียจนไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ เกินสามวินาที

            "หล่อฉิบหายเลยนะมึง แต่ทำไมกูรู้สึกหนาวๆ วะเวลาเดินเฉียดมัน" บอยพึมพำขณะมองอคินที่ก้าวเดินผ่านไป

            "คนละชั้นกับเราโว้ย" เต้กระซิบเตือน "เขาว่ากันว่าภายใต้ชุดช็อปนั่น อคินไม่ได้ถือแค่ประแจหรือไม้   T-Square แต่มันมีอะไรที่อันตรายกว่านั้นเยอะ มึงไม่สังเกตเหรอว่าพวกนักเลงประจำคณะที่ชอบหาเรื่องชาวบ้าน พอเห็นไอ้อคินเดินมาถึงกับต้องรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางอื่น ทุกคนรู้ดีว่าอย่าไปกระตุกหนวดสิงโตถ้ายังไม่อยากหายสาบสูญ"

            ในสายตาของเพื่อนร่วมรุ่น อคินไม่ใช่แค่ "เดือนคณะ" หรือ "ลูกเศรษฐี" แต่เขาคือ ปริศนาที่ขยับได้

            ในห้องเรียนรวมขนาดใหญ่ที่จุคนได้กว่าสามร้อยคน อคินมักจะนั่งอยู่ที่แถวหลังสุดเพียงลำพัง พื้นที่ด้านข้างของเขามักจะว่างเปล่าราวกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าไปนั่งข้างเขา

            ยกเว้นเพียงชายหนุ่มร่างยักษ์ผิวเข้มหน้าดุที่ชื่อ ขุนทัพ ทุกคนในคณะรู้ดีว่าขุนทัพไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมรุ่นทั่วไป แต่เขาคือ "บอดี้การ์ด" ที่สวมรอยมาในคราบนักศึกษาเพื่ออารักขา"นาย" ของเขาตลอดเวลา

            "มึงดูสิ อาจารย์ยังเกรงใจเลย" บอยกระซิบต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่จบสิ้น"เมื่อกี้ตอนเช็กชื่อ พอเรียกชื่ออคิน นายคนนั้นแค่ยกมือขึ้นนิดเดียว อาจารย์รีบพยักหน้าแล้วข้ามไปคนต่อไปเลย ไม่ถาม ไม่จิก ไม่หือไม่อือสักคำ"

            "กูเคยแอบเห็นมันคุยโทรศัพท์ที่หลังตึกเรียน" เต้เสริมด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอีกระดับจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ "มันไม่ได้คุยเรื่องส่งโปรเจกต์หรอกมึง ภาษาที่มันใช้แม่งเหมือนในหนังมาเฟีย 'จัดการให้เงียบที่สุด' 'อย่าให้เหลือซาก' กูได้ยินแค่นี้ขาถ่างเลยมึง ขนลุกไปหมด"

            บรรยากาศรอบตัวอคินมักจะมีความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาเสมอ เขาเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยเด่นอยู่กลางมหาวิทยาลัย สวยงาม ลึกลับ แต่พร้อมจะชนทุกอย่างที่เข้าใกล้ให้แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ตำนานความโหดของเขาไม่ได้เกิดจากการใช้กำลังโง่ๆ แต่เกิดจาก "อำนาจ" ที่แท้จริง

            มีครั้งหนึ่งที่กลุ่มนักเลงนอกสถาบันควบมอเตอร์ไซค์เข้ามาท้าทายเด็กวิศวะถึงในถิ่น อคินเดินผ่านมาพอดี เขาไม่ได้ตะโกนด่า ไม่ได้เรียกพวกพ้องมาช่วยรุมสู้ เขาแค่หยุดยืนนิ่งๆ แล้วจ้องมองไปที่หัวหน้ากลุ่มนักเลงคนนั้นด้วยสายตาที่คนเห็นบอกว่า "เหมือนเห็นยมทูตมาทวงวิญญาณ"

            อคินพูดเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความปรานีว่า "ถ้าไม่อยากให้ที่บ้านต้องรับศพไปทำพิธี ก็ไสหัวไปซะ"

            เพียงคำพูดเดียวที่ไร้เสียงตะโกน กลับทำให้นักเลงกลุ่มนั้นถึงกับหน้าถอดสี มือไม้สั่นจนเกือบทำมีดหลุดมือ ก่อนจะรีบเบิ้ลรถหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต หลังจากวันนั้น ชื่อของอคินก็กลายเป็นตำนานที่ไม่มีใครกล้าลองดีอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่กร่างแค่ไหน หรืออาจารย์ที่เฮี้ยบเพียงใด ทุกคนล้วนรู้ขอบเขตของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

            แต่ในความน่ากลัวนั้น อคินก็มีความโดดเดี่ยวที่ใครบางคนแอบสังเกตเห็น

            ฟ้า ดาวคณะวิศวะที่ผู้ชายทั้งมหาลัยต่างหมายปอง เคยพยายามจะเข้าไปทำความรู้จัก "อคินคะ พอดีฟ้ามีส่วนที่ไม่เข้าใจตรงวิชา Thermodynamics " เธอยังพูดไม่จบประโยค อคินก็เงยหน้าจากไอแพดที่โชว์แผนที่เส้นทางขนส่งท่าเรือและตัวเลขบัญชีแปลกๆ เขาปรายตาสามองเธอเพียงเสี้ยววินาที สายตาที่ไร้ความรู้สึก ไร้ความหวั่นไหวต่อใบหน้าสวยๆ ของดาวคณะ

            "ไปถามอาจารย์" เขาตอบสั้นๆ ตัดรำคาญ ก่อนจะลุกเดินหนีไปพร้อมกับขุนทัพ ทิ้งให้ฟ้ายืนหน้าแตกละเอียดอยู่กลางลานเกียร์

            "เขาไม่ใช่คนในโลกของเราหรอกฟ้า" เพื่อนสาวของฟ้าเดินเข้ามาปลอบ "อคินเหมือนมีโลกใบใหญ่ที่ทับซ้อนอยู่กับมหาวิทยาลัยนี้ โลกที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่ อำนาจมืด และความลับที่คนธรรมดาอย่างเราเข้าไปไม่ถึงหรอก"

            สำหรับนิสิตคนอื่นๆ ชีวิตมหาลัยคือการเข้าเรียน สอบ พักเที่ยง และไปดริงก์เหล้าตอนกลางคืน แต่สำหรับอคิน มหาวิทยาลัยคือ "คุกที่เปิดประตูทิ้งไว้" เขาต้องฝืนทนอยู่หลังโต๊ะเรียนเพียงเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมของพ่อที่ต้องการให้ลูกชายมีปริญญาติดตัวก่อนจะไปรับช่วงต่ออาณาจักรสีดำอย่างเต็มตัว

            ยามเย็นที่พระอาทิตย์เริ่มตกดิน แสงสีส้มทาบลงบนใบหน้าคมข้ามของอคินขณะที่เขายืนพ่นควันบุหรี่จางๆ อยู่ที่ระเบียงชั้นบนสุดของตึกวิศวะ เขามองลงไปยังเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่เหมือนฝูงมด สายตาของเขาเหลือบไปเห็นกลุ่มนักศึกษาแพทย์เสื้อกาวน์สีขาวที่กำลังเดินกึ่งวิ่งไปยังตึกโรงพยาบาล

            เขาพ่นควันสีขาวออกมาจางๆ สายตาจดจ่ออยู่ที่แผ่นหลังบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเงอะงะทว่ามุ่งมั่น คนที่เขาเคยเห็นผ่านตาหลายครั้งที่หน้าหอสมุด ‘สะอาดเกินไป’ เขาคิดในใจอย่างรำคาญตา อคินเกลียดความขาวสะอาด เพราะมันย้ำเตือนว่าตัวเขานั้นเปื้อนไปด้วยสิ่งที่ล้างไม่ออกมากขนาดไหน

            เขาหันหลังกลับเมื่อขุนทัพเดินเข้ามาแจ้งข่าวร้ายบางอย่าง ข่าวร้ายที่จะทำให้ชีวิตอันแสนสงบในคราบนักศึกษาของเขาต้องจบลงในคืนนี้

            "นายครับ พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว คืนนี้ที่ท่าเรือ " ขุนทัพกระซิบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            อคินเหยียดเท้าดับก้นบุหรี่ลงกับพื้น แววตาที่เคยนิ่งสนิทกลับวาวโรจน์ด้วยความกระหายในการต่อสู้ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ " ท่าเรือของเรา? เลือกที่ตายได้ดูมีความรู้ดีนี่"

            เขาคว้ากุญแจรถซูเปอร์คาร์แล้วเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอม Woody Oak และไอเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศ ทิ้งให้เพื่อนร่วมคณะได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกยำเกรง โดยหารู้ไม่ว่าพรุ่งนี้ชายที่ชื่ออคินที่พวกเขาเคยรู้จัก อาจจะไม่กลับมานั่งเรียนที่แถวหลังสุดอีกต่อไป

            23:45 น. ณ ท่าเรือขนส่งสินค้าส่วนตัว (เขตต้องห้าม)

            ท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบฝั่งและกลิ่นไอเค็มของทะเลปนกลิ่นน้ำมันเครื่อง ลานจอดคอนเทนเนอร์ขนาดมหึมาดูเหมือนป่าเหล็กที่ไร้ทางออก แสงไฟสปอร์ตไลท์สีส้มสลัวสาดกระทบพื้นปูนที่เต็มไปด้วยรอยล้อรถบรรทุก บรรยากาศเงียบงันจนน่าขนลุก แต่ความเงียบนั้นกำลังจะถูกทำลายในไม่กี่อึดใจ

            "นายครับ พวกมันมาตามนัด" ขุนทัพ เอ่ยเสียงเรียบขณะยืนเยื้องไปทางด้านหลังของอคิน มือทั้งสองข้างไขว้หลังอยู่ในท่าพักตามระเบียบพักของบอดี้การ์ดมือโปร ใบหน้าคมเข้มของเขานิ่งสนิทราวกับรูปสลัก แต่แววตานั้นกวาดมองไปทั่วเงารูปร่างแปลกตาตามซอกตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเช็กทุกความเคลื่อนไหว

            อคินยืนพิงฝากระโปรงรถ Supercar สีดำสนิทของเขา ในมือมีบุหรี่ที่ถูกจุดไว้แต่ไม่ได้สูบ ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งไปตามลมทะเล เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้รูปเกียร์ขยับตามจังหวะหายใจ

            "ปล่อยให้พวกมันเข้ามา" อคินเปรยเสียงเย็น

            ไม่นานนัก รถกระบะสี่ประตูสามคันก็ขับเข้ามาล้อมวงกลางลานกว้าง ชายฉกรรจ์นับสิบคนก้าวลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งไม้เบสบอล ท่อนเหล็ก และปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอว พวกมันคือกลุ่ม 'มังกรใต้' ที่พยายามจะมาขยายอิทธิพลทับเส้นทางส่งออกของตระกูลสิงหราช

            "ไอ้อคิน! มึงใจกล้าดีนี่หว่าที่กล้ามาเจอพวกกูแค่สองคน" หัวหน้ากลุ่มเดินออกมาข้างหน้าพร้อมหัวเราะเยาะ "มหาลัยเขาไม่สอนเหรอว่าการเป็นคนรวยมันไม่ได้ช่วยให้มึงรอดตายจากกระสุนได้!"

            อคินไม่ได้สะทกสะท้าน เขาเหยียดเท้าดับก้นบุหรี่ลงกับพื้นช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสมเพชมากกว่าความกลัว

            "ขุนทัพ... มึงว่าหมาพวกนี้มันเห่าเสียงดังเกินไปไหม?"

            "ดังเกินไปครับนาย" ขุนทัพตอบรับทันควันเพียงเสี้ยววินาที ร่างกำยำของบอดี้การ์ดหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืน

            ปึก! อั่ก!

            ขุนทัพใช้ศอกกระแทกเข้าที่ยอดอกของคนแรกจนมันหงายหลังล้มตึง ก่อนจะหมุนตัวเตะกวาดขาคนที่สองจนล้มลงแล้วกระทืบซ้ำที่จุดตายอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าของขุนทัพไม่ได้เน้นความสวยงามแต่เน้น "การปลิดชีพ" เขาคว้าแขนของคนที่ถือไม้เบสบอลไว้แล้วบิดจนกระดูกลั่นดัง กร๊อบ! ก่อนจะแย่งไม้มาฟาดเข้าที่ก้านคอของอีกฝ่ายจนสลบคาที่

            ในขณะที่ขุนทัพกำลังจัดการกับลูกกระจ๊อก อคินก็ขยับตัวช้าๆ เดินตรงไปหาหัวหน้ากลุ่มมังกรใต้ที่เริ่มหน้าเสีย

            "มึง... มึงสั่งบอดี้การ์ดมึงหยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย! ไม่งั้นกูยิง!" หัวหน้ากลุ่มชักปืนออกมาเล็งที่หน้าอคินด้วยมือที่สั่นเทา อคินหยุดเดิน ห่างจากปลายกระบอกปืนเพียงไม่กี่ก้าว เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของศัตรูด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนคนมองแทบจะหยุดหายใจ "มึงคิดว่าปืนในมือนั้นจะเร็วพอที่จะดับลมหายใจกู ก่อนที่กูจะหักคอมึงเหรอ?"

            "อย่าเข้ามานะเว้ย!"

            พรึ่บ!

            เพียงพริบตาเดียวที่หัวหน้ากลุ่มกะพริบตา อคินก็ประชิดตัวมันได้แล้ว มือหนาคว้าข้อมือที่ถือปืนไว้แล้วออกแรงบีบจนกระดูกแตกละเอียด ปืนพกร่วงลงพื้นก่อนที่อคินจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ลิ้นปี่จนมันทรุดลงไปกองกับพื้น อคินตามลงไปคว้าคอเสื้อแล้วยกมันขึ้นมาปะทะสายตา

            "ที่นี่คือ 'ท่าเรือสิงหราช' กฎของที่นี่คือกู... และกูไม่ชอบให้ใครมาส่งเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของกู" อคินเหวี่ยงร่างนั้นไปหาขุนทัพที่จัดการลูกน้องคนสุดท้ายเสร็จพอดี ขุนทัพรับร่างนั้นไว้แล้วล็อคคอจากด้านหลังจนมันหน้าเขียวคล้ำ

            "นายครับ จะให้จัดการยังไงครับ?" ขุนทัพถามเสียงนิ่ง เสมือนกำลังถามเรื่องดินฟ้าอากาศ

            อคินหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบฝุ่นบนมือ "เอาไปโยนทิ้งไว้ที่หน้าโกดังพวกมัน บอกพวกมันว่าถ้าอยากทำสงครามกับสิงหราช คราวหน้าช่วยส่งคนที่ดูเป็น 'คน' กว่านี้มาหน่อย"

            "รับทราบครับนาย"

            ขุนทัพลากร่างที่กึ่งสลบออกไปอย่างไม่ปรานี อคินยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของพวกปลายแถวที่นอนเกลื่อนพื้น สายตาเขามองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสี ลมทะเลพัดเอาเส้นผมของเขาให้ยุ่งเหยิงแต่มันกลับทำให้เขอดูเหมือนราชาที่เพิ่งกำราบขบถสำเร็จ

            เขาก้าวขึ้นรถ Supercar เสียงเครื่องยนต์ V12 คำรามลั่นไปทั่วท่าเรือ ก่อนจะทะยานออกไปทิ้งไว้เพียงรอยล้อบนปูนและความเงียบเชียบที่น่าสะพรึงกลัว คืนนี้อาณาจักรสีดำยังคงมั่นคง ภายใต้เงื้อมมือของอคิน สิงหราช

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า

    Chapter 18 : กลิ่นกาแฟและแสงตะวันยามเช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีที่เพิ่งผ่านพ้น พายุแห่งอารมณ์ที่เคยโหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสองถูกแทนที่ด้วยความสงบเงียบอันแสนหวาน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าตรู่เริ่มทอแสงรำไร ลอดผ่านม่านสีขาวบางเบาที่พลิ้วไหวตามแรงลมทะเลเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางๆ ที่พัดพาความสดชื่นมาปะทะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ราคาแพง และกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน กลิ่นไม้โอ๊คผสมยาสูบจางๆ ที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด พิมพริมาค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นมาท่ามกลางความนุ่มนวลของเตียงนอนขนาดคิงไซส์ เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบรัดอยู่รอบเอวบาง เม

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++

    Chapter 17: รอยร้าวในใจและการปลอบโลมใต้แสงดาว NC18++ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์ที่คำรามต่ำท่ามกลางความเงียบของราตรี เปรียบเสมือนเสียงสะท้อนของพายุอารมณ์ที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่ในอกของอคิน สิงหราชเขาเหยียบคันเร่งพารถทะยานไปตามถนนเลียบชายฝั่งที่ตัดผ่านหน้าผาสูงชัน เส้นทางคดเคี้ยวถูกแสงไฟหน้าจากสัตว์ร้ายสีดำสนิทสาดส่องจนเห็นเพียงหน้าผาหินและผืนน้ำทะเลที่มืดมิดสุดลูกหูลูกตา นิ้วมือที่กุมพวงมาลัยสั่นระริกด้วยโทสะที่ยังไม่มอดดับ ภาพรอยแดงที่ข้อมือขาวและการสั่นเทาของพิมพริมาในห้องน้ำนั้นยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่หยุด อคินเหลือบมองร่างเล็กที่นั่งกอดตัวเองอยู่บนเบาะข้างคนขับ พิมพริมาในชุดสครับสีเขียวเข้มที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบด่างจากน้ำอัดลม เธอนิ่งงันราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่แตกสลาย ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยมองออ

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ

    Chapter 16: กุหลาบอาบพิษ แรงสั่นสะเทือนจากเสียงเชียร์กึกก้องที่สนามบาสเกตบอลคณะวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมอดดับไปตามกาลเวลาของเมื่อวาน ทว่าคลื่นความอิจฉาริษยาที่ถูกจุดขึ้นจากภาพการ "ฝากเกียร์" กลางสนามกลับไม่ได้มอดดับลงไปด้วย แต่มันกลับยิ่งทวีความรุนแรงและก่อตัวเป็นพายุหมุนเงียบๆ ภายใต้หลังคาตึกแดงอันทรงพลัง สำหรับพิมพริมา เกียร์สีทองแดงที่ห้อยอยู่บนคอ คือพันธสัญญาที่ทำให้อุ่นใจท่ามกลางพายุรอบตัว แต่สำหรับหญิงสาวคนอื่นๆ ในถิ่นลานเกียร์แห่งนี้ มันคือ "การหยามเกียรติ" และ "การประกาศสงคราม" อย่างรุนแรง เมเบลดาวคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคเครื่องกล ผู้มีใบหน้าสวยคมโฉบเฉี่ยวและฐานะทางบ้านที่ไม่ธรรมดา เจ้าของฉายา "กุหลาบเหล็ก" ยืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าเนื้ออยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ สายตาคม

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++

    Chapter 15 : เสียงเชียร์ใต้ลานเกียร์ และเกียร์ที่ฝากไว้ NC18+++ ช่วงพักเที่ยง ณ หน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ รถ SUV หุ้มเกราะสีดำสนิทชะลอตัวลงจอดนิ่งสนิทตรงหน้าพิมพริมาที่กำลังเดินถือสมุดโน้ตเตรียมไปเข้าแล็บ กระจกฟิล์มมืดทึบค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของอคินในชุดนักศึกษาวิศวะที่สวมเสื้อช็อปสีแดงทับอยู่ แววตาของเขาดูมีพลังและเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน "เย็นนี้ห้าโมง... ไปที่สนามบาสคณะวิศวะ" อคินเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ฉันไปไม่ได้อคิน เย็นนี้ฉันต้องอ่านบท Cardiovascular ต่อ" พิมพริมาปฏิเสธทันควัน 

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 14 : คิดถึง NC 18++

    Chapter 14 : คิดถึง NC 18++ แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มจัด ทาบรัศมีอาบไล้ตึกคณะแพทยศาสตร์จนดูราวกับภาพวาด บรรยากาศรอบข้างคราคร่ำไปด้วยเหล่านักศึกษาแพทย์ในชุดสครับที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา บ้างเร่งรีบไปราวด์วอร์ด บ้างแบกตำราเล่มยักษ์มุ่งหน้าสู่หอสมุด ทว่าท่ามกลางความโกลาหลสีขาวบริสุทธิ์นั้น จุดรวมสายตาของทุกคนกลับถูกสะกดไว้ที่รถซูเปอร์คาร์สีดำสนิทที่จอดนิ่งราวกับสัตว์ร้ายซุ่มหมอบอยู่หน้าทางเข้า พร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดช็อปสีแดงเลือดนกที่แผ่กลิ่นอายความดุดันและแปลกแยกจากโลกอันสงบเงียบแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง อคินยืนพิงรถคันหรูด้วยท่าทีสงบนิ่ง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนีบบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไว้เพียงเพื่อสัมผัสกลิ่นอายที่คุ้นชิน สายตาคมกริบจดจ่อแน่วนิ่งอยู่ที่ประตูอัตโนมัติของอาคาร จนกระทั่งร่างเล็กในชุดสครับสีเขียวเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเดิน

  • วิศวะมาเฟียร้าย   Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ

    Chapter 13 : อาณาเขตและพันธนาการ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง บรรยากาศควรจะเต็มไปด้วยความเร่งรีบของการเตรียมนึกถึงบทเรียน ทว่าสำหรับพิมพริมา มันคือการพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของตัวตนที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง พิมพริมาเดินก้มหน้าก้มตาเข้าตึกเรียนด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เธอสวมชุดสครับและเสื้อกาวน์ที่รีดจนเรียบกริบ รวบผมหางม้าดูสะอาดตาตามแบบฉบับว่าที่คุณหมอ ทว่าความซ่านสยิวและความเจ็บแปลบที่จุดกึ่งกลางกายยังคงคอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ความรู้สึกนั้นจะแล่นริ้วขึ้นมาเตือนสติว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอเพียงคนเดียวอีกต่อไป ความหนักอึ้งในอกเพิ่มขึ้นทุกขณะเมื่อเธอก้าวเข้าสู่เขตอาคารเรียน กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status