LOGIN“ฟอนต์ไม่คิดเลยว่า อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของแม่ในคืนนั้น”
“จะเป็นคืนสุดท้าย” ................................... ตืดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด! “หมอเสียใจด้วยนะครับ” “คุณพักพิงได้เสียชีวิตแล้วครับ” ‘ไม่มีแม่อีกแล้ว’ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยสดใสกลับดูจะหม่นหมองในหัวใจไปหมด บรรยากาศที่ดูจะอึมครึม คนรอบตัวต่างเคลื่อนไหววกวนอยู่รอบๆ คนแล้วคนเล่า จนเวลาล่วงเลยผ่าน.........จนจบเสร็จสิ้นพิธี เหลือทิ้งไว้แค่เพียงความว่างเปล่า...... ณ เวลานั้น ร่างเล็กๆ ในชุดสีขาวใบหน้าขาวซีดเธอดูล่องลอยเพียงมองไปที่ดอกไม้ข้างหน้าด้วยแววตาสั่นไหว เธอมองดอกกุหลายสีขาวสวยงามนั้นรายล้อมคนที่เธอรักมากสุดหัวใจ พักพิง มือเล็กวางดอกไม้หน้าหลุมศพของแม่ นัยน์ตาดูเศร้าหมอง เศษดิน เศษหญ้าเปื้อนขาไม่ได้เป็นที่สนใจ ในเมื่อความรู้สึกมันได้ตายไปกับการจากลา แม้มองขึ้นไปบนฟ้าก็เห็นแต่เพียงความว่างเปล่า แม่คือคนที่สร้างรอยยิ้ม บัดนี้ไม่มีแม่แล้ว เธอก็คงยากที่จะมีความสุข ความอ้างว้างเดียวดายมันถาโถมเข้ามาเหมือนกำลังจะฆ่ากัน “แม่คะ” เธอฝืนยิ้มหน้าหลุมศพของแม่.... “ข้างบน.....เป็นไงบ้าง สบายดีไหมคะ” ฟอนต์อยากไปอยู่ด้วยบ้างจัง . . หยาดน้ำตาสีใสหยดไหลลงสมุดบันทึกที่มือเล็กถือไว้ สิ่งสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนที่แม่จะจากไป “ฮึก.....ขี้โกงจัง” ‘ขอโทษที่แม่ไม่ได้บอกลาฟอนต์นะ แม่แค่อยากให้วินาทีสุดท้ายของแม่ได้เห็นลูกยิ้ม ภาพสุดท้ายที่แม่อยากจดจำมากที่สุดคือภาพรอยยิ้มของลูกสาวแม่ เพราะฉะนั้นในวันที่แม่ไม่ได้อยู่แล้ว แม่ขอให้ฟอนต์มีชีวิตต่อไปนะลูก....’ หยาดน้ำตาใสไหลริน ดวงใจน้อยๆ สั่นไหวมือเล็กกำแน่น เธอจำเนื้อความประโยคข้างในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้ดี ‘เข้มแข็งเข้าไว้นะ แม่เชื่อว่าฟอนต์จะมีความสุขได้ แม่จะเฝ้ามองรอยยิ้มของฟอนต์เสมอนะลูก’ ‘แม่รักฟอนต์มากๆเลยนะลูก’ "ฮึก...ฮึก" ‘แค่จะตายตามยังทำไม่ได้เลย’ แล้วฟอนต์จะใช้ชีวิตต่อจากนี้ได้ยังไงคะ แม่ใจร้ายกับฟอนต์มากเลย.......ปิดบังแม้กระทั่งเรื่องที่ตัวเองป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่โรคร้ายนั้นไม่ได้ทำให้แม่ต้องจากไป สิ่งที่พรากแม่ให้หายไปจากเธอ คืออุบัติเหตุรถชน โดยเธอไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง “ฮึก” อย่างน้อยๆ ในช่วงเวลาที่แม่เจ็บปวดทรมานฟอนต์ควรจะอยู่ข้างๆ แม่สิ .....ฟอนต์มันเป็นลูกที่แย่ มือบางปาดน้ำตาออก เธอเพียงพิงซบหน้าลงหลุมศพกอดของแม่ครั้งสุดท้าย "ฟอนต์ต้องทำยังไง ฟอนต์ถึงจะได้แม่คืนกลับมาคะ" “ฟอนต์” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างบางที่หลับใหลเบาๆ เธอร้องไห้จนเผลอหลับอยู่หน้าหลุมศพของแม่อีกแล้ว ร่างสูงย่อตัวลงนั่ง มือหน้าเพียงแค่เกลี่ยผมที่บดบังใบหน้าหวานออก นัยน์ตาคมมองไปยังหลุมศพตรงหน้าสายตาแนวแน่ เขามองเข้าที่รูปของพักพิงสักพักก่อนที่เขาจะตัดสินใจช้อนอุ้มร่างบางไว้แนบกายเพื่อพาเธอกลับบ้าน เมื่อร่างสูงย้ำเท้าเข้ามาในบ้าน พัฒผู้เป็นพ่อของฟอนต์จำต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกสาวตนหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของลูกสาว นี่ลูกสาวเขาไปหาพักพิงมาอีกแล้วเหรอ “แก!” พัฒกำหมัดแน่น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ชายหนุ่มคนนี้อุ้มฟอนต์เข้าบ้านเป็นครั้งที่ 3 โดยที่เขาทำอะไรมันไม่ได้เลย และมันทำให้พัฒหงุดหงิดทุกครั้ง ที่เจอสายตาคมดุเรียบเฉยนั่นเพียงแค่ชายมองเขา สายตาที่จ้องมองไม่ได้เกรงกลัวอะไรเขาเลยสักนิด ก่อนที่มันจะเดินผ่านเขาไปหน้าตาเฉย !!!! พัฒยกแก้วไวน์แดงกระดกเข้าปากให้มันระบายความโกรธออกมา “ช่วยให้คำตอบผมด้วยครับ” ธีร์เดินลงมาข้างล่างยืนอยู่ตรงหน้าพัฒ พูดเสียงเรียบ ‘หึ ไอ้เด็กเวร ถังแตกแล้วยังเสือกอวดดี’ พัฒกล่าวว่าธีร์ในใจ “ฉันจะรักษาสัญญา แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน” ร่างสูงขมวดคิ้ว ดันลิ้นในกระพุ้งแก้มรู้สึกหงุดหงิดเป็นบ้า ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปมาก เขาต่างจากที่ฟอนต์เล่าให้ฟัง “แกต้องไปจากชีวิตฟอนต์” “!!!!!” “ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไปซะ ต่อให้แกจะรู้ความลับฉันแล้วไปบอกนักข่าว ยังไงคนที่เสียใจที่สุดก็คือ ยัยฟอนต์อยู่ดี” ร่างสูงได้แต่ข่มกราบแน่น เขาโกรธสิ่งที่ผู้ชายคนนี้พลั้งพูด มันเป็นคำพูดที่ออกมาจากคนเป็นพ่อเหรอว่ะ “ผมจะทำตามสัญญา ผมขอแค่อย่างเดียวช่วยรักและปลอบประโลมอยู่ข้างๆ ฟอนต์ด้วยครับ” “ลูกสาวกู มึงไม่บอก กูก็ต้องทำอยู่แล้ว” คำหยาบโคลนสถบออกจากปากพัฒ ถึงเขาจะทำผิดต่อพักพิง แต่กับลูกสาวเขาไม่มีทางจะทำผิดอีกแน่ พัฒเชื่อแบบนั้น “เมื่อไรที่คุณผิดสัญญา ผมจะกลับมาแน่นอน” ธีร์เพียงแค่ก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป ไม่มีความกล่าวลาใดๆ แม้กระทั่งยกมือไหวเขายังไม่อยากทำ! เมื่อปลายเท้าเดินพ้นตัวบ้าน รถยนต์คันหรูก็ได้เคลื่อนตัวมาจอดอยู่ตรงหน้าเขาซะแล้ว บอดี้การ์ดนับหลายคน ลงจากรถเปิดประตูให้ชายผู้สูงวัยท่านหนึ่งได้ลงมา เขาเผยสายตาเรียบนิ่งมองหลานชายตน “!!!!!” หมดเวลาแล้ว “กลับสวิตส์เดี๋ยวนี้!” ปู่มองเขาพูดเสียงเข้มประกาศกราว และเขารู้ดีว่าคราวนี้เขาเลื่อนไม่ได้อีกแล้ว “ครับ” เขาเพียงตอบรับปู่ตน แล้วเดินขึ้นรถไป “จำคำพูดปู่ไว้นะธีร์ เมื่อไหร่ที่แกแข็งแกร่ง วันนั้นปู่จะยอมปล่อยแกกลับมา” สายตาคมแดงกำฉายแววสั่นไหว ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย มือใหญ่กำหมัดแน่น ‘สัญญากับน้าได้ไหมว่าจะอยู่ข้างๆ ฟอนต์’ ‘ขอโทษครับคุณน้า ตอนนี้ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้’ พักพิงมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่แสดงสีหน้าเจ็บปวดกับประโยคที่เจ้าตัวได้พูดออกมาเอง ‘ธีร์มั่นคงกับความรักครั้งนี้ไหม?’ แววตาเธอสั่นไหวรอคำตอบจากชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิทของลูกสาวเธอ ‘แน่นอนครับ ใจผมไม่มีวันเปลี่ยน’ พักพิงเพียงแค่เผยรอยยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ‘แค่นี้ก็พอแล้ว....ขอแค่ใจธีร์มั่งคง น้าเชื่อว่าธีร์จะกลับมาทำตามสิ่งที่น้าขอ’ ‘ต่อให้คุณน้าไม่ขอ ผมก็จะกลับมาทำครับ’ ‘ขอบคุณนะธีร์......น้าฝากดูแลลูกสาวน้าด้วยนะ’ ร่างสูงเพียงแค่เปิดภาพหน้าจอมือถือ ภาพของเขาและเธอ ธีร์หลับตาลงเขาเพียงแค่ปล่อยให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเป็นทาง นึกถึงประโยคที่เขาได้ก้มกระซิบบอกฟอนต์ก่อนที่เขาจะออกจากห้องเธอ “กำไลที่ฟอนต์ให้ ธีร์จะถือว่าฟอนต์เป็นเจ้าของมันนะ” “เพราะฉะนั้น ช่วยรอธีร์ต่ออีกหน่อยได้ไหมครับ ธีร์สัญญา ธีร์จะกลับมาหาเจ้าของ......” “ที่ธีร์รัก”“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







