LOGIN“พยาบาลไปไหน?” เธอจับมือใหญ่ห้ามไว้ ตากลมโตถลึงใส่เขา
‘จะเช็ดตัวให้ฟอนต์เหรอ’ ไม่ได้นะ! “ไปดูแลคนไข้คนอื่นต่อแล้ว” “ห๊ะ แล้วฟอนต์ล่ะ?” “หึ ธีร์จะดูแลฟอนต์เอง” ร่างสูงกระตุกยิ้ม คิดว่าจะไม่ได้ยินเธอแทนชื่อตัวเองตอนพูดกับเขาแล้วซะอีก ตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อเขาเริ่มที่จะถอดผ้าคล้องแขนเธอออก “ธีร์จะบ้าหรือไง ฟอนต์จะทำเองเอามานี่” มือเล็กข้างหนึ่งพยายามแย่งผ้าเช็ดตัวจากเขา หึ เหลือมือข้างเดียวเธอจะสู้อะไรเขาได้ “นึกว่าจะไม่เรียกชื่อธีร์” “!!!!” ฟอนต์ชะงักนิ่ง กัดปากแน่นเผลอลืมตัวพูดกับเขาเหมือนเดิม เธอพ้นลมหายใจทิ้ง ตาเล็กหลับลงปรับอารมณ์ตัวเองใหม่ ฟอนต์หันมองธีร์อีกครั้ง ครั้งนี้ตากลมโตมองเขานิ่งไม่เอ่ยต่อปากต่อคำอะไรอีก “ออกไป” “.....” “!!!!” คนตัวเล็กนั่งตัวแข็งทื่อ เผลอกลืนน้ำลายและกัดปากล่างแน่น เมื่อธีร์โน้มใบหน้ามาใกล้เอาผ้าเย็นทาบลงเบาๆ บริเวณต้นคอ (////) เธอเบี่ยงหน้าหนีเขาอีกทาง แต่ใบหูกลับแดงจัดจนซ่อนแทบไม่มิด มือเล็กกำแน่นร่างกายแอบเกร็งตัวเมื่อเขาสลับผ้าเช็ดต้นคออีกข้าง “ผ้าเย็นไปหรือเปล่าเอาอุ่นกว่านี้ไหม” ในสายตาเธอตอนนี้มองเห็นแค่เพียงเสี้ยวหนึ่งของใบหน้าคมดุแสดงสีหน้าจริงจัง ดูตั้งใจกับการเช็ดตัวให้เธอเป็นอย่างมาก “ฟอนต์รู้หรือเปล่าว่าตัวเองไข้ขึ้น เสียงก็เริ่มแปลกแล้ว ช่วยอย่าพึ่งดื้อกับธีร์ก่อนได้ไหมหืมม ธีร์เป็นห่วงฟอนต์มากนะ ไว้หายแล้วค่อยดื้อกับธีร์ก็ได้” ผ้าเย็นที่เช็ดถึงแก้มคล้ายจะกุมแก้มเธอไว้ ธีร์เผยรอยยิ้มออนโยนยิ้มให้ ชวนให้ใจเต้นเหมือนเมื่อเช้าเลย จนกระทั่งเราทั้งคู่สบตากัน แววตาลึกในดวงตาคมเข้มนั้น ทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่อีกแล้ว “ธีร์” น้ำเสียงหวานเรียกชื่อเขาแผ่วเบาอีกครั้ง เธอประสานสายตากับเขา ดวงใจน้อยๆ ของเธอเต้นสั่นไหว ฟอนต์จับข้อมือธีร์ไว้ ไม่รู้ว่าเขามือไวหรือเธอเผลอลืมตัวจนไม่รู้อะไรกันแน่ เชือกเสื้อถูกปลดออกไปตอนไหนก็ไม่รู้ จนคอเสื้อทั้งสองฝั่งไหลตกมาอยู่ที่หัวไหล่แล้ว และผ้าที่เช็ดได้ถูกลงมา....ถึงเนินอก “อ๊ะ” เธอสะดุ้งวาบรู้สึกถึงความเย็น ห.....ห้าม ห้าม ฟอนต์แกห้ามธีร์เดียวนี้โว้ยยยยย เธอตะโกนร้องบอกตัวเองในใจ >< “เลิกกัดปากได้แล้วฟอนต์” ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก! เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยปรามเธอ ปลายนิ้วเขาสัมผัสที่ปากอมชมพูนุ่มให้ปล่อยออก สายตาคมดุแปรเปลี่ยนดุจประกายระยิบระยับมองริมฝีปากอวบอิ่มด้วยสายตาเป็นห่วง ในขณะเดียวกันมืออีกข้างยังคอยทำหน้าที่เช็ดเนินอกให้คนตัวเล็กเบาๆ ผ่านผ้าเย็น จนร่างกายบางรู้สึกวาบหวิวแปลกๆ เพียงแค่เขาเงยหน้าขึ้นสบสายตากับเธอ ระยะห่างของใบหน้าเขานั้นก็เริ่มขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ‘อยากจูบฟอนต์’ เพียงแค่เสี้ยวของความคิดและระยะห่างของเขาและเธอ วินาทีนั้นความคิดถึงและความโหยหาต่างๆ มันถาโถมเพิ่มขึ้นเกินที่เขาจะควรคุมมันได้ รวมถึง......ความต้องการฟอนต์ด้วย “อื้มมมมมมม~” จนกระทั่งปากหนาก้มลงประกบทาบริมฝีปากบาง ‘คิดถึง...ธีร์’ เธอเผลอหลับตาพริ้มเผยความในใจ มือเล็กคล้องคอธีร์ ฟอนต์เผยอปากรับรสจูบของเขามากขึ้น ‘เธอไม่ได้ปฏิเสธเขา’ ร่างสูงเผยรอยยิ้มดีใจ เขาใช้มืออีกข้างโอบเอวบางอุ้มขึ้นให้เธอนั่งทับขาเขาเบาๆ ทั้งที่ยังประกบจูบฟอนต์อยู่ เพราะกลัวว่าร่างกายนุ่มนิ่มของเธอนั้นจะตกจากเตียง ริมฝีปากล่างแดงอวบอิ่มถูกขบเบาๆ ปลายลิ้นเขาเลียย้ำปากคนตัวเล็กอยู่หลายรอบ เขารู้สึกชอบใจรสหวานนี้จนไม่อาจละจากปากนุ่มของตัวเล็กได้เลย อีกอย่างเขาต้องการปลอบตัวเล็กด้วย ที่เธอกัดปากตัวเองเมื่อกี้ “อื๊ออออ จ๊วบบบ” ปลายลิ้นร้อนส่งเข้าอุ้งปากเล็กตวัดเกี่ยวเล่นกับลิ้นเธอ สร้างเสียงครางในลำคอหวานไม่น้อย “อื้มม ฟอนต์คับ” เขาผละจูบก่อนเว้นช่องว่างให้ฟอนต์ได้หายใจ “แฮ่ก แฮ่ก” เธอหอบหายใจ ดวงใจน้อยๆ สั่นไหวแววตาใสนิลสบตากับเขาไม่ห่าง สายตาเว้าวอนคู่นั้นของเธอมันบ่งบอกกับเขาว่า......... เธอต้องการจูบมากกว่านี้.... เพียงอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น “อื้มมมม จ๊วบบ~ จ๊วบบบ” รสจูบแสนหวานได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทำเอาเสื้อบางๆ ข้างหนึ่งหลุดจากไหล่ลงถึงแขน ลิ้นหนาตวัดพันลิ้นเธออย่างหยอกเย้า มือหน้าขยับผ้าเย็นเลื่อนแตะสัมผัสเนินอกขาวระหง และขยับลงเช็ดบริเวณใกล้ๆ…… “อ๊ะ” ฟอนต์เผลอร้องครางกัดปากเขา เมื่อปลายนิ้วเขาเผลอแตะสัมผัสเข้าที่ยอดปทุมสีหวาน ความเย็นของผ้าทำให้เธอสะดุ้งรู้สึกตัวรีบผลักจูบธีร์ออก แต่คนตัวโตขยับห่างจากเธอเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น แฮ่ก แฮ่ก ทั้งคู่หอบหายใจสบตากัน และมีเเค่เธอเท่านั้นที่รู้สึกจะหอบหนักมากกว่าคนตรงหน้า มันน่าอายจนต้องหันหน้าหนีมองทางอื่นแทน ไม่มีแม้คำพูดใดๆ ออกมาจากปากทั้งคู่ "////" “ฟอนต์คับ...” คนตัวโตเรียกฟอนต์เสียงหวาน มือหนาประคองแก้มแดงให้หันมองเขา ร่างสูงขยับใบหน้าเข้าใกล้ปากเล็กนุ่มนิ่มหวังจะเข้าไปจูบเธออีกครั้ง “พ....พอก่อน ////” น้ำเสียงหวานเอ่ยบอกให้เขาหยุด เธอหลบสายตาอ่อนหวานของเขาคู่นั้น ‘คงต้องหยุดก่อนสินะ’ ปากหนากัดปากล่างร้องบอกตัวเองในใจ แม้จะเสียดายจูบเมื่อกี้มากเท่าไรก็ตาม “โอเคครับ” มือหนายกเสื้อบางขึ้นใส่ให้ฟอนต์คืน “////” เธอเขินอายเขามากเกินไป เธอจึงได้แต่หนีหน้าเขาอีกครั้ง ไอใจบ้านี้ก็เต้นอย่างกับจะหลุดออกมาเต้นระบำอีก ธีร์ยกยิ้มเช็ดคราบน้ำหวานมุมปากให้ฟอนต์เลื่อนขึ้นลูบแก้มนวลแดงๆ เพราะจูบหรือพิษไข้กันนะ ถึงแดงเถือกขนาดนี้ “ฟอนต์คับ มองหน้าธีร์หน่อย” “////” หัวใจเธอแทบเหลวไหลเป็นฟองสบู่ลอยกลางอากาศซะให้ได้ เมื่อคนตรงหน้าพูดอ้อนวอนเธอให้มองหน้าสบสายตาเขา เธอสะบัดความคิดบ้าๆ ทิ้งหันมองธีร์ เป็นครั้งแรกเลยมั่ง ที่เธอได้เห็นใบหน้านี้ชัดๆ หลังจากที่ธีร์ไปเรียนต่อต่างประเทศหลายปี “ขอโทษนะ เรื่องเมื่อกี้ช่วยลืม.......” จ๊วบบบบบ~ ร่างสูงโน้มจูบฟอนต์เบาๆ อีกครั้ง แล้วผละออก รอยยิ้มมุมปากบางๆ เผยขึ้น สายตาคมสบตาเข้ากับเธอ มาถึงขนาดนี้แล้วคงลืมยากวะฟอนต์ เพราะฉะนั้นธีร์ไม่ต้องการรออีกต่อไปแล้ว “มันสายไปแล้วครับ” “จูบเมื่อกี้” “มันเกินกว่าเพื่อนแล้วนะ รู้ไหมตัวเล็ก.....”“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







