INICIAR SESIÓNคนอย่างเธอ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ยิ่งอะไรที่ได้มายาก ๆ มันยิ่งท้าทาย เหมือนกับที่เธออยากได้ผู้ชายจอมเย็นชาคนนั้นแต่เขาดันมีเจ้าของ
Ver más@คอนโดมิลิน
มิลิน นักศึกษาสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ผู้ที่มีใบหน้าน่ารักและไร้เดียงสา ที่ใครๆต่างเห็นก็พากันหลงไหลในรอยยิ้มของเธอ
เธอกำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาดด้วยความสบาย แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ก็ดังปลุกเธอตื่นจากนิทรา
Rrrrr Rrrrr
มิลินเอื้อมมือหาโทรศัพท์ ก่อนจะอ่านชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกดรับปลายสายอย่างไม่ลังเล
“คะ..พี่ริชชี่ โทรปลุกลินแต่เช้าเลย”
“เช้าอะไรของเธอยัยลิน นี่มันสิบโมงกว่าแล้วจ้า”
“คิก..คิก..เหรอคะ สงสัยเมือคืน...ลินดื่มเยอะไปหน่อย”
“เออ..พี่มีเรื่องอยากให้ลินช่วยน่ะ และต้องเป็นลินเท่านั้นนะที่จะช่วยพี่ได้”
“หืมมม อะไรหรือคะ”
“พอดีว่าวันนี้ MCที่พี่จ้างมาเปิดงาน รถยนต์ตัวใหม่ของบริษัท K เกิดอุบัติเหตุตกบันไดมาไม่ได้น่ะสิ พี่ก็ไม่รู้ว่าจะหาใครมาแทนได้ทัน พี่เลยอยากให้ลินมาช่วยพี่อีกสักครั้งจะได้ไหม พี่อยากได้คนเป็นงานเลย งานนี้สำคัญมากๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาด พี่จะต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ”
“คิกๆ ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่ริชชี่ เวอร์ไปรึเปล่าคะ ใครจะไปฆ่าพี่ริชชี่ คนสวยได้ลง”
“คุณ..คาร์เตอร์ ไง”
“คุณคาร์เตอร์..?”
มิลินทวนชื่อซ้ำด้วยน้ำเสียงแผ่วสับสน เพียงแค่ได้ยินชื่อเท่านั้น หัวใจก็ไหววูบเหมือนถูกสะกิดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก รู้สึกแปลกประหลาด คล้ายความคุ้นเคยที่ไม่ควรคุ้น หรือความหน่วงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงของพี่สาวก็ดังแทรกขึ้นมา…
“ใช่ คุณคาร์เตอร์ นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของบริษัทK หล่อมากนะ กาวใจสุดๆ แต่พี่ขอบายค่ะ คนอะไรน่ากลัวเกิ๊น มิลินก็ต้องระวังด้วยนะ ไปทำงานก็อย่าเข้าไปยุ่งหรือทำอะไรขัดใจเชียว คนนี้ยิ่งไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวอแวอยู่ด้วย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“อืม...วงในเขาเมาส์กัน แต่พี่ไม่ได้พูดเวอร์นะ พี่พูดจริงๆ ลินก็ระวังๆ อย่าเข้าใกล้คุณคาร์เตอร์ด้วยล่ะ”
“อืม..ก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้งานกี่โมงคะ”
“ห้าโมงเย็นจ๊ะ แต่ลินต้องมาหาพี่บ่ายสามนะ ต้องมาซ้อมบทพูดกันก่อน แต่เดี๋ยวพี่ส่งข้อมูลรถยนต์และงานให้ทางไลน์อีกทีนะ”
“ได้ค่ะ ลินมีเรียนบ่ายโมงถึงบ่ายสอง เรียนเสร็จแล้วจะรีบเข้าไปหานะคะ”
“ขอบคุณมากนะ น้องเลิฟ เดี๋ยวพี่เลี้ยงขอบคุณอีกที”
“ไม่เป็นไร ค่า..”
หลังจากวางสายจากริชชี่พี่สาวคนสนิท มิลินก็ได้หยิบมือถือเปิดหาข้อมูล ประวัติของคาร์เตอร์ ที่พี่สาวเธอย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเข้าใกล้
“คุณคาร์เตอร์ อายุแค่ยี่สับหกปีเองเหรอเนี่ย นึกว่าอายุจะมากกว่านี้ซะอีก”
“อ่า..เก่งจัง ทำธุรกิจเยอะมากเลย” มิลินอ่านข้อมูลของนักธุรกิจหนุ่มอย่างละเอียด แอบรู้สึกชื่นชมกับความสามารถของคาร์เตอร์ ไม่ใช่น้อย
“ลูกครึ่ง...โสด...ดูเหมือนจะเป็นที่ต้องการของผู้หญิงหลายคยเลยนะ”
“แต่อืม...หน้าตาคุณคาร์เตอร์ ถึงจะหล่อมากๆแต่ก็น่ากลัวอย่างที่พี่ริชชี่พูดจริงๆ ด้วยแฮะ แล้วผู้หญิงที่ไหนจะกล้าเข้าใกล้กันนะ”
มิลินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่สายตายังไม่ยอมผละไปไหน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมสีเทาเข้มนั้น ดวงตาที่ทั้งเย็นชาและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน มันดึงดูดให้เธอเหม่อมองอยู่นานจนลืมหายใจ ราวกับว่าภายในนั้นซ่อนอะไรบางอย่างที่เธอไม่ควรรับรู้…แต่กลับอยากค้นหาอย่างประหลาด
@โกดังร้าง
“ใครส่งมึงมา” เสียชายฉกรรจ์ ในชุดสูทสีดำกำลังทำหน้าที่สอบสวนคนทรยศ ที่เข้ามาเป็นหนอนบ่อนไส้เพื่อมาล้วงความลับแก๊งของพวกเขา
“......”
เพียะ! เพียะ!
เสียง เพียะ! ดังสนั่น เมื่อปลายกระบอกปืนหนาหนักฟาดเข้ากับแก้มของชายทรยศอีกครั้ง แรงกระแทกทำให้ศีรษะของเขาหงายไปด้านหลัง เลือดสีแดงเข้มไหลอาบแก้มลงมาถึงคาง โซ่ตรวนที่พันธนาการอยู่ทั้งแขนทั้งขาเสียดสีกันจนเกิดเสียงแกร่งกรัง
ชายคนนั้นแทบจำไม่ได้แล้วว่าใบหน้าของตัวเองเคยมีหน้าตาอย่างไรทุกอย่างบวมปูด ช้ำเขียว มีแต่เลือดที่เกรอะกรังจนแทบไม่เหลือเค้าโครงดั้งเดิมให้มองเห็น
“กูถาม—ว่าใคร...ส่งมึงมา!”
เสียงคำรามกร้าวดังสะท้อนทั่วโกดังร้าง คำแต่ละคำถูกเหวี่ยงออกมาด้วยแรงโทสะ ที่ยังคงสอบสวนต่ออย่างไม่คิดลดความรุนแรงแม้แต่น้อย
แต่ทว่า
เงียบ..
ควันบุหรี่สีเทาถูกพ่นออกอย่างเชื่องช้า จากริมฝีปากของผู้ทรงอิทธิพล ที่เพียงแค่ชื่อก็ทำให้ใครต่อใครรู้สึกหนาววาบขึ้นสันหลัง
คาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทั้งในโลกธุรกิจและในเงามืด คือชื่อที่ใครได้ยินก็ต้องชะงัก เขาเป็นบุคคลอันตรายที่ผู้คนต่างหวาดกลัว เล่าลือกันไปทั่วว่าเป็นชายเลือดเย็น ไร้ความรู้สึก…ไร้หัวใจโดยสิ้นเชิง
และสำหรับคาร์เตอร์แล้ว ถ้าเขาอยากได้อะไรมันก็ต้องได้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่ทีหลัง แต่ต้องได้...เดี๋ยวนี้!
“หึ”
เขานั่งสูบบุหรี่มองดูบทสนทนาระหว่างลูกน้องและคนทรยศอยู่นาน รู้สึกป่วยการที่ถามคนอย่างพวกมัน และเขาก็ฉลาดมากพอที่จะเดาได้ไม่ยากว่าใครส่งพวกมันมา
“ตัดลิ้นมัน!”
“นะ...นายครับ ต่อไปผมจะไม่หักหลังนายแล้วครับ ดะ...ได้โปรดให้อภัยผมเถอะ”
เสียงของชายทรยศ รีบขอร้องอ้อนวอนมาเฟียหนุ่มตรงหน้าทั้งน้ำตา เมื่อลูกน้องคนอื่นๆ เข้ามาล็อกตัวและดันใบหน้าของเขาแนบลงไปกับพื้นที่เย็นเฉียบ
“หึ” มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก มองคนตรงหน้าที่กล้าขอให้เขาให้อภัย
“กูฝากพวกมึงด้วยแล้วกัน อย่าให้มันพึ่งตายล่ะ”
“ครับ!” เสียงรับคำสั่งที่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
“ค่อย ๆ…ตัดแขนตัดขามันออกทีละชิ้น”
เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับเพียงสั่งให้เก็บขยะกองหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนหมุนตัวเดินออกจากโกดังไปอย่างเนิบช้า ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเสียงกรีดร้องโหยหวนหรือคำวิงวอนแตกพร่าที่ดังตามหลังมา
เจ้าของเสียงนั้นคือคาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ขึ้นชื่อด้านอิทธิพลและความเหี้ยมเกรียมชนิดไร้ผู้ทัดทาน สำหรับเขา…คนที่กล้าคิดจะเป็นศัตรู ไม่มีวัน ได้รับการปล่อยผ่าน
และคาร์เตอร์ไม่เคยเสียเวลาฆ่าใครด้วยวิธีง่าย ๆความตาย…สำหรับเขานั้นเร็วเกินไป
เขาเลือกจะทรมานศัตรูและคนทรยศให้ตายทั้งเป็นให้พวกมันรู้สึกถึงความเจ็บปวดทุกวินาที จนสุดท้ายต้องร้องขอความตายจากปากของตัวเอง…
และนั่นแหละคือสิ่งที่คาร์เตอร์ต้องการ..
บรืนรถสปอร์ตคันหรูเข้าเขามาจอดตรงหน้ารั้วเหล็กสูงใหญ่ ดวงตาคมกริบของเพลิงกัลป์มองเข้าไปด้านใน คฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ตั้งเด่นตระการตา บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดใส่ชุดดำเดินตรวจตรารักษาความปลอดภัยอึกชายหนุ่มกลืนน้ำลาย เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นคนมีฐานะแต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางฟ้าตัวน้องจะมีฐานะและอำนาจมากขนาดนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อกครืดกระจกทางฝั่งคนขับถูกเลื่อนลงเมื่อมีชายชุดดำมายืนเคาะกระจก น้ำเสียงเข็มแฝงไปด้วยความดุดันเอ่ยทักทายชายหนุ่มทันที"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ""ผมเป็นแฟนของแองเจิ้ล ต้องการพบเธอ"แม้บอดี้การ์ดคนนั้นจะนึกสงสัยแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ถามอะไรออกไป บอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหัวหน้าของเขาพร้อมเอ่ยบอกเจตจำนงของเพลิงกัลป์ในครั้งนี้"เชิญครับ"ประตูรั้วเหล็กถูกเปิดออกต้อนรับผู้มาเยือน เพลิงกัลป์เสียวสันหลังวูบทันทีเมื่อเขาขับรถเข้ามารถของเขาก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเอี๊ยด"สู้สิวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว"ชายหนุ่มให้กำลังใจกับตัวเองก่อนจะเปิดประตูก้าวขาลงจากรถคันหรู บรรยากาศรอบตัวของเขามีกลิ่นอายของความตายลอยตลบอบอวลทันทีเมื่อเขาก้าวขาเข้ามาหยุ
ทางด้านเพลิงกัลป์กระวนกระวายอยู่ไม่น้อยเมื่อเขาไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้ในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้สีหน้าของชายหนุ่มจะยังคงแสดงความเรียบนิ่งแต่แววตาคมกริบคู่นั้นแสดงถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเพล้งโทรศัพท์ราคาแพงเครื่องที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบได้แตกกระจายเกลื่อนพื้นด้วยฝีมือของชายหนุ่มเมื่อเขายังไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้"โถ่เว้ย"ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มเพื่อต้องการดับอารมณ์ แต่ดูเหมือนว่ามันจะส่งผลไปในทางตรงกันข้ามเพราะยิ่งเขาดื่มมากเท่าไหร่ความไม่สบอารมณ์ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากเท่านั้นออด ออดเสียงออดดังขึ้นเรียกสติให้ชายหนุ่มกลับมา เพลิงกัลป์รีบพยุงตัวลุกขึ้นไปเปิดประตูเพราะคิดว่าแองเจิ้ลกลับมาหา แต่ทว่า"เซอร์ไพรส์"น้ำเสียงเริงร่าของเพื่อนทั้งสามทำให้ความหวังของเขาดับลงภายในพริบตา แววตาของเพลิงกัลป์กลับมาเรียบนิ่งจนรอยยิ้มบนใบหน้าของเพื่อนทั้งสามจางลงทันตาเห็น"มาทำไม""โห อะไรวะไอ้เพลิงพวกกูอุตส่าห์มาหามึงถึงห้องทั้งที จิตใจของมึงไม่คิดจะต้อนรับพวกกูทั้งสามคนสักหน่อยเหรอวะ"สิงหาบ่นร่ายยาวออกมาก่อนทั้งสามจะเดินเรียงรายเข้าไปภายในห้องของเพล
"แองเจิ้ลมาไม่ได้แล้วค่ะ"พริกไทยเอ่ยขึ้นก่อนหญิงสาวจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจากได้อ่านข้อความของเพื่อนรัก ท่ามกลางความงุนงงของคนทั้งโต๊ะ"ทำไม""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แองเจิ้ลส่งข้อความมาบอกว่ามาไม่ได้แล้วเท่านั้นเอง"พริกไทยตอบเพลิงกัลป์ด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย"นางฟ้าไม่ได้บอกเหรอว่าทำไมถึงมาไม่ได้"พริกไทยส่ายหน้าไปมากับคำถามของอบเชย บรรยากาศสนุกครื้นเครงตอนแรงกลายเป็นเงียบขรึมเมื่อรังสีอันตรายแผ่กระจายออกมาจากร่างของเพลิงกัลป์ซึ่งกำลังนั่งควงแก้วเหล้าในมือเพลิงกัลป์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหญิงสาวก่อนที่เขาต้องพบกับความหัวเสียเมื่อเธอกล้าตัดสายใส่เมื่อโทรไปอีกครั้งก็พบว่าเธอปิดเครื่องไปแล้วปึก"ใจเย็น ๆ ก่อนสิวะไอ้เพลิงน้องนางฟ้าอาจจะมีธุระสำคัญก็ได้"กัปตันพยายามเอ่ยปลอบเพราะรู้ว่าเพื่อนของเขากำลังอยู่ในหมวดอารมณ์ไหน"น้องมันอาจจะมีธุระสำคัญอย่างที่ไอ้กัปตันว่า พรุ่งนี้น้องมีเรียนมึงค่อยไปถามน้องมันก็แล้วกัน""อย่าพึ่งคิดมาก มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้"สมองของเพลิงกัลป์ในตอนนี้ไม่รับรู้อะไร เขามองช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่วางนิ่งเอาไว้ข้างกายด้วยแววตายากจะคาดเดาตึก ตึก ตึกหญิงสาวในชุดเดรสสี
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นในขณะที่ร่างสวยของแองเจิ้ลกำลังยืนแต่งตัวอยู่ในห้องพัก หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหาคิดว่าใครโทรมาหาเธอในตอนนี้ แองเจิ้ลวางเสื้อผ้าลงบนเตียงนอนก่อนเธอจะไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุณแม่หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรเข้ามา หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที แองเจิ้ลรีบกดรับสายเธอพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติดีที่สุด"สวัสดีค่ะคุณแม่""แองเจิ้ลลูก คุณพ่อต้องการให้หนูเข้ามาพบที่บ้านค่ะ""ตะ...ตอนนี้เหรอคะ""ใช่ค่ะ""ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูจะรีบเข้าไปนะคะ"แองเจิ้งวางสาย เธอทรุดกายลงนั่งลงบนเตียงนอนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคุณพ่อของเธอเรียกพบด้วยเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่lamborghiniสีแดงเด่นสะดุดทุกสายตาขับเข้ามาภายในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ภายในเวลาต่อมา หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มก้าวขาเดินลงมาจากรถเมื่อเห็นว่ามารดามายืนรอเธออยู่ตรงหน้าประตู"คุณแม่คะ"อมีนาอ้าแขนโอบกอดลูกสาว ดวงตากลมโตของมารดาไล่มองสำรวจตามร่างกายของบุตรสาวอย่างต้องการหาความผิดปกติ"หนูไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช้ไหม""ไม่ค่ะ หนูไม่เจ็บตรงไหน""พระคุ้มครองนะลูก"แองเจิ้ลรู้สึกผิดขึ้นมาทั
"นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที"เพลิงกัลป์เอ่ยถามเมื่อทุกคนเดินเข้ามานั่งภายในห้องรับแขกของบ้านหลังนี้ เขามีท่าทีหัวเสียและรู้สึกสับสนกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น"มึงอยากฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ เรื่องที่เมียมึงไม่ได้ชื่อฟางข้าว หรือเรื่องที่เมียมึงมีผัวแล้ว"ปอร์เช่เกริ่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใ
หญิงสาวอย่างข้าวสวยนั่งตัวสั่นเมื่อผู้หญิงตรงหน้าดันมารู้ความลับของเธอ แววตาตื่นกลัวยามเมื่อแองเจิ้ลกระตุกยิ้มร้ายทำให้ข้าวสวยสั่นสะท้านเธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น"เธอพูดเรื่องอะไรอย่ามาพูดจาพล่อย ๆ นะ เพลิงคะคุณอย่าไปฟังมันนะ""ร้อนตัวเหรอคะ ดูสินอนตัวสั่นเชียว""...""หนูยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ
หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเพลิงกัลป์ก็รีบพาหญิงสาวเดินทางกลับด้วยรถส่วนตัวของเขาซึ่งชายหนุ่มได้โทรสั่งลูกน้องให้นำรถมาส่งตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งกว่าทั้งคู่จะเดินทางมาถึงคอนโดที่พักเวลาก็ล่วงเลยมาถึงพลบค่ำ"ขอบคุณนะคะ"แองเจิ้ลกล่าวขอบคุณ เธอหมายจะเปิดประตูลงจากรถแต่ท่อนแขนเล็กของเธอกลับถูกเพลิงกัลป์
พัง พัง พังบอกได้เลยคำเดียวว่าพังมาก หลังจากแองเจิ้ลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าสภาพเนื้อตัวตามร่างกายของเธอลายเหมือนตุ๊กแก ความปวดร้าวเล่นงานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแม้แต่แรงขยับก็แทบจะไม่มีเหลือ"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มดังมาจากทางประตูห้องน้ำทำให้เธอต้องผงกหัวดูก็เห็นว่าเป็นร่างสูงใหญ่ของเพลิงกัลป