LOGINคนอย่างเธอ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ยิ่งอะไรที่ได้มายาก ๆ มันยิ่งท้าทาย เหมือนกับที่เธออยากได้ผู้ชายจอมเย็นชาคนนั้นแต่เขาดันมีเจ้าของ
View Moreชั่วชีวิตของจ้าวเหมยไม่เคยรักใครมาก่อน ทว่าพอได้รักแล้ว หัวใจดวงนี้ก็มิเคยเป็นของผู้ใดอีก ตลอดเวลาหลายปี นางพึงใจใคร่เพียงโจวเหล่ย ท่านอ๋องศักดินาผู้มากด้วยความสามารถและรูปโฉมหล่อเหลา
คำว่ารักข้างเดียว แค่ฟังก็เจ็บปวดหัวใจแล้ว หากแต่ความจริงโหดร้ายยิ่งกว่า นอกจากไม่รักนาง สตรีที่เขารักตลอดหลายปีคือน้องสาว
แม้ว่าตนแต่งให้โจวอ๋องห้าปีกว่าแล้ว หัวใจสามีก็ยังมีเพียงน้องสาวของนางที่หายตัวไป เพราะโจวอ๋องออกตามหาจ้าวโม่อยู่ตลอด
เสียงสวบสาบดังขึ้นจากห้องข้าง ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งชำระกายแล้วเสร็จ เขาก้าวเข้ามาในส่วนเรือนนอนหลังใหญ่ของจวน จ้าวเหมยมองสามีไม่ละสายตา หัวใจเต้นระรัวดั่งตีกลองเสมอยามอยู่ใกล้เขา
“ท่านอ๋อง” เอ่ยเรียกเสียงหวาน แววตาระยิบระยับพร่างพราวประดุจดวงดาวบนท้องฟ้า
โจวอ๋องมีรูปร่างสูงโปร่ง ร่างกายแกร่งกำยำ ไหล่กว้างตั้งตรงอย่างคนไม่ยอมก้มให้ผู้ใด ใบหน้าคมคาย ดวงตาลึกล้ำสงบแต่กดดัน
คิ้วของเขาพาดตรงเหนือดวงตา จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบางมักเหยียดตรง มิเคยเผยอารมณ์ออกมาง่าย ๆ
โจวเหล่ยเม้มปากเงียบ ดวงตาลึกล้ำจ้องมองจ้าวเหมย ท่ามกลางแสงสลัวจากตะเกียง นางงดงามและเย้ายวนมาก
ใบหน้าของนางรูปไข่ได้สัดส่วน งดงามละมุน ดูอ่อนโยนทุกครั้งที่เห็น คิ้วเรียวโค้งดุจเส้นวาด ดวงตาคู่สวยใสสงบ จมูกได้รูปปลายเชิดเพียงเล็กน้อยอย่างพอดี รับกับริมฝีปากสีแดงเรื่อ ทุกอย่างช่างเข้ากันไปหมด
“เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ” เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พลางมองสำรวจร่างกายแกร่งว่าได้รับบาดเจ็บที่ใดหรือไม่
โจวอ๋องจากเมืองหลวงไปครึ่งปีแล้ว เนื่องด้วยกบฏชายแดนเหิมเกริม คิดยึดครองดินแดนใต้ของแคว้นตงเซี่ย เขาที่เป็นแม่ทัพใหญ่จึงเดินทัพไปปราบปรามด้วยตนเองจนได้รับชัยชนะ เพิ่งกลับถึงเมืองหลวงวันนี้
“แม้เหนื่อยแต่คุ้มค่า” เอ่ยตอบแล้วยื่นมือหนาไปจับแก้มเนียน ลูบไล้แผ่วเบา ก่อนจะก้มใบหน้าลงบดจูบนางอย่างดุดัน
จ้าวเหมยตกใจ แต่เพียงครู่เดียวก็ยอมปล่อยให้เขาจุมพิต จูบของสามีครั้งนี้เต็มไปด้วยความกระหาย เขาจูบนางอย่างบ้าคลั่ง แทบพรากลมหายใจไปจนหมด คล้ายวิญญาณจะออกจากร่างทุกเมื่อ
จุมพิตกินเวลาเนิ่นนาน รู้ตัวอีกทีร่างกายทั้งคู่ก็เปล่าเปลือย จ้าวเหมยถูกดันไปเรื่อย ๆ จนนอนราบกับเตียง เพียงครู่เดียวคนตัวสูงกว่าก็ตามมาทาบทับ กักขังนางไว้ใต้อาณัติ
โจวเหล่ยผละกายออก จับจ้องร่างงามของจ้าวเหมย ยามนี้หญิงสาวกำลังมองมาด้วยสายตาเย้ายวน อกอวบตรงหน้าเต่งตึง ยอดเกสรชูช่อโดดเด่น คล้ายชักชวนให้เขาก้มลงไปครอบครอง
ยิ่งไปกว่านั้น กลางกายสาวของนางที่มีบุปผา กลีบของมันกำลังปิดสนิท กลับดึงดูดยิ่งกว่า พอสายตาลึกล้ำจับจ้องมองตรง ๆ เรียวขาสวยก็หุบเข้าโดยพลัน
มือหนาจับเรียวขาสวยไว้แล้วจับแยกออก ก้มใบหน้าลงไปจูบตรงนั้นเบา ๆ ลิ้นอุ่นโลมเลียติ่งอ่อนไหวไปมา จ้าวเหมยเสียวมาก หญิงสาวเด้งสะโพกขึ้นไปรับพลางจับศีรษะเขากดย้ำหนักกับสิ่งหวงแหนของนาง
“อ๊า... ข้าเสียว”
เสียงครางหวานกระตุ้นอารมณ์ชายหนุ่ม เขารับรู้ว่าแท่งเนื้ออุ่นที่มีเส้นเลือดปูดโปนล้อมรอบกำลังปวดหนึบ ลิ้นร้อนตวัดเลียติ่งอ่อนไหวขึ้นลงรัวและถี่ขึ้น น้ำหวานกลางกายสาวไหลออกมาไม่หยุด เคล้าไปกับเสียงครางกระเส่าทรมาน
โจวเหล่ยผละใบหน้าออก เขาจับความแข็งขืน แล้วนำไปจดจ่อร่องสวย ถูขึ้นถูลง ก่อนจะส่งส่วนหัวบานหยักเข้าไปด้วยความทรมาน
“แน่น...” ชายหนุ่มกัดฟัน ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกทรมาน เพราะช่องทางรักหวานของนางกำลังบีบรัดอย่างรุนแรง
“ข้าเสียว” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นไปมองเขา โจวอ๋องคือบุรุษที่นางแอบรักมาตลอด วันที่รู้ว่าน้องสาวคือคู่หมั้น หัวใจสตรีผู้นี้ก็แตกสลาย นางพยายามทำใจยอมรับว่าความรักครั้งนี้ไม่มีวันเกิดขึ้น
ทว่าก่อนงานแต่งเพียงไม่กี่วัน น้องสาวนามจ้าวโม่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย งานแต่งมิอาจยกเลิก ตระกูลจ้าวจึงเปลี่ยนให้นางแต่งงานกับโจวอ๋อง กลายเป็นตัวแทนของน้องสาว
เมื่อนางมีวาสนา จ้าวเหมยจึงพยายามใกล้ชิด ทำทุกวิถีทางเพื่อให้โจวอ๋องรัก หากสามีเหน็ดเหนื่อยก็เคี่ยวน้ำแกงให้ คอยเป็นกำลังใจยามอ่อนแอ หวังให้เขามองมาสักเสี้ยวจิบชาก็ยังดี
หากแต่มันไม่เคยเกิดขึ้นสักครา เขายังตามหาจ้าวโม่ทุกวันคืน ซึ่งนางเดาออก หากวันใดที่พบจ้าวโม่แล้ว เขาคงหย่ากับนางแล้วแต่งจ้าวโม่แทน เพราะสตรีที่เขารักมาตลอดคือน้องสาว
โจวเหล่ยกัดฟันแน่น ช่องทางรักของนางบีบรัดเขาจนทรมาน ชายหนุ่มส่งสะโพกสอบเข้าออกเร็วและแรง ตอกอัดกระหน่ำเข้าไปสุดกำลัง เสียงครางหวานของสตรีใต้ร่างเร้าอารมณ์เขาให้พุ่งทะยานขีดสุด
“อา...”
เรียวขาจ้าวเหมยถูกแยกอ้าออกจนกว้าง ชายหนุ่มจับขาข้างหนึ่งพาดกับไหล่กว้าง แล้วสอดตัวตนเข้าออก กระแทกกระทั้นรุนแรงจนมิดด้าม เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตับ ๆ ทั่วเรือนนอน เคล้ากับเสียงครางของบุรุษและสตรี
“ข้าเสียว” จ้าวเหมยแอ่นอกส่ายไปส่ายมาเพราะซ่านเสียวจนจะไม่ไหว ยามที่ความใหญ่โตครูดไถส่วนอ่อนไหว นางก็แทบจะถึงฝั่งฝัน
“ข้ารักท่าน” บอกเขาฝ่ายเดียวมาตลอด แม้เจ็บปวดที่ความรักของนางไม่เคยได้กลับคืน แต่ขอได้รักก็พอแล้ว
เพราะสตรีที่เขารักคือจ้าวโม่ น้องสาวของนาง
โจวอ๋องไม่เคยมีสตรีผู้นี้ในหัวใจสักครา
“ห้ามรักข้า เพราะข้าไม่เคยรักเจ้า” เอ่ยเสียงกระเส่าพลางส่งตัวตนเข้าออกไม่หยุด ช่องทางรักของจ้าวเหมยคับแน่นมาก จนเขาอยากปลดปล่อยความต้องการเข้าไปในกายสาวตอนนี้
บรืนรถสปอร์ตคันหรูเข้าเขามาจอดตรงหน้ารั้วเหล็กสูงใหญ่ ดวงตาคมกริบของเพลิงกัลป์มองเข้าไปด้านใน คฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ตั้งเด่นตระการตา บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดใส่ชุดดำเดินตรวจตรารักษาความปลอดภัยอึกชายหนุ่มกลืนน้ำลาย เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นคนมีฐานะแต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านางฟ้าตัวน้องจะมีฐานะและอำนาจมากขนาดนี้ก๊อก ก๊อก ก๊อกครืดกระจกทางฝั่งคนขับถูกเลื่อนลงเมื่อมีชายชุดดำมายืนเคาะกระจก น้ำเสียงเข็มแฝงไปด้วยความดุดันเอ่ยทักทายชายหนุ่มทันที"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ""ผมเป็นแฟนของแองเจิ้ล ต้องการพบเธอ"แม้บอดี้การ์ดคนนั้นจะนึกสงสัยแต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ถามอะไรออกไป บอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหัวหน้าของเขาพร้อมเอ่ยบอกเจตจำนงของเพลิงกัลป์ในครั้งนี้"เชิญครับ"ประตูรั้วเหล็กถูกเปิดออกต้อนรับผู้มาเยือน เพลิงกัลป์เสียวสันหลังวูบทันทีเมื่อเขาขับรถเข้ามารถของเขาก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิตเอี๊ยด"สู้สิวะ มาถึงขนาดนี้แล้ว"ชายหนุ่มให้กำลังใจกับตัวเองก่อนจะเปิดประตูก้าวขาลงจากรถคันหรู บรรยากาศรอบตัวของเขามีกลิ่นอายของความตายลอยตลบอบอวลทันทีเมื่อเขาก้าวขาเข้ามาหยุ
ทางด้านเพลิงกัลป์กระวนกระวายอยู่ไม่น้อยเมื่อเขาไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้ในช่วงเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้สีหน้าของชายหนุ่มจะยังคงแสดงความเรียบนิ่งแต่แววตาคมกริบคู่นั้นแสดงถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากเพล้งโทรศัพท์ราคาแพงเครื่องที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบได้แตกกระจายเกลื่อนพื้นด้วยฝีมือของชายหนุ่มเมื่อเขายังไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้"โถ่เว้ย"ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสียพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มเพื่อต้องการดับอารมณ์ แต่ดูเหมือนว่ามันจะส่งผลไปในทางตรงกันข้ามเพราะยิ่งเขาดื่มมากเท่าไหร่ความไม่สบอารมณ์ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นมากเท่านั้นออด ออดเสียงออดดังขึ้นเรียกสติให้ชายหนุ่มกลับมา เพลิงกัลป์รีบพยุงตัวลุกขึ้นไปเปิดประตูเพราะคิดว่าแองเจิ้ลกลับมาหา แต่ทว่า"เซอร์ไพรส์"น้ำเสียงเริงร่าของเพื่อนทั้งสามทำให้ความหวังของเขาดับลงภายในพริบตา แววตาของเพลิงกัลป์กลับมาเรียบนิ่งจนรอยยิ้มบนใบหน้าของเพื่อนทั้งสามจางลงทันตาเห็น"มาทำไม""โห อะไรวะไอ้เพลิงพวกกูอุตส่าห์มาหามึงถึงห้องทั้งที จิตใจของมึงไม่คิดจะต้อนรับพวกกูทั้งสามคนสักหน่อยเหรอวะ"สิงหาบ่นร่ายยาวออกมาก่อนทั้งสามจะเดินเรียงรายเข้าไปภายในห้องของเพล
"แองเจิ้ลมาไม่ได้แล้วค่ะ"พริกไทยเอ่ยขึ้นก่อนหญิงสาวจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหลังจากได้อ่านข้อความของเพื่อนรัก ท่ามกลางความงุนงงของคนทั้งโต๊ะ"ทำไม""ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แองเจิ้ลส่งข้อความมาบอกว่ามาไม่ได้แล้วเท่านั้นเอง"พริกไทยตอบเพลิงกัลป์ด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย"นางฟ้าไม่ได้บอกเหรอว่าทำไมถึงมาไม่ได้"พริกไทยส่ายหน้าไปมากับคำถามของอบเชย บรรยากาศสนุกครื้นเครงตอนแรงกลายเป็นเงียบขรึมเมื่อรังสีอันตรายแผ่กระจายออกมาจากร่างของเพลิงกัลป์ซึ่งกำลังนั่งควงแก้วเหล้าในมือเพลิงกัลป์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาหญิงสาวก่อนที่เขาต้องพบกับความหัวเสียเมื่อเธอกล้าตัดสายใส่เมื่อโทรไปอีกครั้งก็พบว่าเธอปิดเครื่องไปแล้วปึก"ใจเย็น ๆ ก่อนสิวะไอ้เพลิงน้องนางฟ้าอาจจะมีธุระสำคัญก็ได้"กัปตันพยายามเอ่ยปลอบเพราะรู้ว่าเพื่อนของเขากำลังอยู่ในหมวดอารมณ์ไหน"น้องมันอาจจะมีธุระสำคัญอย่างที่ไอ้กัปตันว่า พรุ่งนี้น้องมีเรียนมึงค่อยไปถามน้องมันก็แล้วกัน""อย่าพึ่งคิดมาก มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้"สมองของเพลิงกัลป์ในตอนนี้ไม่รับรู้อะไร เขามองช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่วางนิ่งเอาไว้ข้างกายด้วยแววตายากจะคาดเดาตึก ตึก ตึกหญิงสาวในชุดเดรสสี
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นในขณะที่ร่างสวยของแองเจิ้ลกำลังยืนแต่งตัวอยู่ในห้องพัก หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหาคิดว่าใครโทรมาหาเธอในตอนนี้ แองเจิ้ลวางเสื้อผ้าลงบนเตียงนอนก่อนเธอจะไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุณแม่หญิงสาวเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรเข้ามา หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที แองเจิ้ลรีบกดรับสายเธอพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติดีที่สุด"สวัสดีค่ะคุณแม่""แองเจิ้ลลูก คุณพ่อต้องการให้หนูเข้ามาพบที่บ้านค่ะ""ตะ...ตอนนี้เหรอคะ""ใช่ค่ะ""ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูจะรีบเข้าไปนะคะ"แองเจิ้งวางสาย เธอทรุดกายลงนั่งลงบนเตียงนอนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคุณพ่อของเธอเรียกพบด้วยเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่lamborghiniสีแดงเด่นสะดุดทุกสายตาขับเข้ามาภายในอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่ภายในเวลาต่อมา หญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มก้าวขาเดินลงมาจากรถเมื่อเห็นว่ามารดามายืนรอเธออยู่ตรงหน้าประตู"คุณแม่คะ"อมีนาอ้าแขนโอบกอดลูกสาว ดวงตากลมโตของมารดาไล่มองสำรวจตามร่างกายของบุตรสาวอย่างต้องการหาความผิดปกติ"หนูไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนใช้ไหม""ไม่ค่ะ หนูไม่เจ็บตรงไหน""พระคุ้มครองนะลูก"แองเจิ้ลรู้สึกผิดขึ้นมาทั
"นี่มันเรื่องอะไรกัน ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที"เพลิงกัลป์เอ่ยถามเมื่อทุกคนเดินเข้ามานั่งภายในห้องรับแขกของบ้านหลังนี้ เขามีท่าทีหัวเสียและรู้สึกสับสนกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น"มึงอยากฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ เรื่องที่เมียมึงไม่ได้ชื่อฟางข้าว หรือเรื่องที่เมียมึงมีผัวแล้ว"ปอร์เช่เกริ่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใ
หญิงสาวอย่างข้าวสวยนั่งตัวสั่นเมื่อผู้หญิงตรงหน้าดันมารู้ความลับของเธอ แววตาตื่นกลัวยามเมื่อแองเจิ้ลกระตุกยิ้มร้ายทำให้ข้าวสวยสั่นสะท้านเธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น"เธอพูดเรื่องอะไรอย่ามาพูดจาพล่อย ๆ นะ เพลิงคะคุณอย่าไปฟังมันนะ""ร้อนตัวเหรอคะ ดูสินอนตัวสั่นเชียว""...""หนูยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ
พัง พัง พังบอกได้เลยคำเดียวว่าพังมาก หลังจากแองเจิ้ลรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าสภาพเนื้อตัวตามร่างกายของเธอลายเหมือนตุ๊กแก ความปวดร้าวเล่นงานตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแม้แต่แรงขยับก็แทบจะไม่มีเหลือ"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มดังมาจากทางประตูห้องน้ำทำให้เธอต้องผงกหัวดูก็เห็นว่าเป็นร่างสูงใหญ่ของเพลิงกัลป
หญิงสาวในชุดบิกินี่สีดำขับเน้นผิวพรรณของหญิงสาวให้ขาวกระจ่าง ผมสีเด่นสะดุดตาขับผิวหน้าของเธอให้สวยงามขึ้นยามเมื่อแสงไฟตกกระทบผิวขาวเปล่งปลั่ง รูปร่างเพรียวบางแต่อวบอิ่มมีส่วนเว้าส่วนโค้งดึงดูสายตาเพศตรงข้ามให้มองมาอย่างไม่กะพริบสายตา "คนมองพวกเราเยอะเกินไปหรือเปล่าอะ""ไม่หรอก เชิดเข้าไว้ยัยอบเชย"