Se connecterเสียงเล็กพูดขึ้น เชอรีนยิ้มแห้งๆออกมาเพราะไม่ต้องการให้บรรยากาศดูเศร้าจนเกินไป ยังไงเพื่อนของเธอก็คงไม่โกรธเธอหรอกมั้งถ้ารู้ว่าตัวเธอนั้นต้องเจอกับอะไรมาบ้าง
“หา~ ว่าไงนะ ทำไมล่ะหรือว่าจะเป็นเรื่องผู้หญิง” ฉันเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าเพื่อนสนิทได้เลิกรากับ ‘เวหา’ เพื่อนผู้ชายห้อง 2 แล้ว เชอรีนพยักหน้าเมื่อเพื่อนของเธอเดาถูก ยัยไอรีนนี่เดาเก่งเสียเหลือเกิน
“อือ เขามีคนอื่น”
“ว่าแล้วเชียวว่าคงต้องทะเลาะกันแต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเลิกรากันแบบนี้” เพียวยังคงตกใจไปกับสิ่งที่เชอรีนพึ่งจะพูดออกไป ก็นะ..พวกเธอยังตั้งตัวไม่ได้และเชอรีนเองก็คงเช่นกัน แต่ยังไงก็ต้องเข้มแข็งเอาไว้
เชอรีนเลือกที่จะพูดต่อไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอต่างก็เงียบไปทั้งคู่…
“เราเข้าไปเห็นเขากำลังมีอะไรกับแฟนเก่าแล้วหลังจากนั้นยัยผู้หญิงนั่นก็ยังส่งคลิปลับของพวกเขาส่งมาให้เราดู หึ~” หลังจากหัวเราะจบหยดน้ำตาก็ไหลออกมา นี่เธอเปราะบางขึ้นขั้นพูดหรือคิดถึงเขาไม่ได้เลยเหรอนี่ พูดหรือนึกถึงทีไรน้ำตาไหลทุกที
“….” ไอรีนกับเพียวต่างก็เลือกที่จะเงียบ
“ฮึก~ พวกแกบอกฉันทีว่าฉันทำผิดอะไรทำไมเขาถึงได้..” เชอรีนมองไปยังเพียวกับไอรีนด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคาบน้ำตา เธอร้องไห้ออกมาโดยที่ไม่แคร์สายตาใคร ในตอนนี้เธอเจ็บ เจ็บจนจุกรู้สึกอ่อนไหวเหลือเกิน
“แกไม่ผิดอะไรเลยแต่ไอ้เวหามันเหี้ย!!” ไอรีนรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดใบหน้าให้เพื่อน ปากก็พูดด่าทอไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นที่มันบังอาจทำเชอรีนร้องไห้เสียใจ ใจนึกอยากเอาเรื่องคอยดูเถอะ เจอมันเมื่อไหร่แม่งจะด่าให้อายเลย ไอ้เวหา!! บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำเพื่อนเธอเสียใจ
“หยุด! เลิกร้องไห้ได้แล้ว อย่าไปเสียน้ำตาให้กับมัน เลิกกันไปก็ดี พอขึ้นมหาลัยไปพวกเราจะได้ไปสนุกสุดเหวี่ยงด้วยกันไง โสดเหมือนฉันไงสวยๆไปด้วยกัน” ไอรีนปลอบใจเพื่อนเธอคิดคำพูดต่างๆนาๆ ไม่มีแฟนมันก็ดีนะเที่ยวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาห้ามหรือว่าอะไร
ฮึก~
“เราแค่อยากระบายน่ะ พอทำใจได้บ้างแล้ว ไม่เห็นเหรอตาบวมขนาดนี้ร้องทั้งคืนค่ะ!!” เชอรีนเช็ดน้ำตาเธอรู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว เธอเพียงแค่อยากระบายเท่านั้น แต่พอพูดถึงเขาก็ทำให้มีน้ำตาขึ้นมาก็เท่านั้น
“เห็นแหละแค่ไม่อยากทัก ต่อไปร้องไห้ให้กับพระเอกซีรี่ย์อย่างเดียวก็พอ ไอ้พวกผู้ชายหน้าหมาพวกนั้นอย่าไปเสียน้ำตาให้กับมัน เออ..แล้วจะเอายังไงต่อไป” ไอรีนลูบหลังปลอนโยนเพื่อนสนิทพลางถามถึงยังอนาคตของพวกเรา
“เราอยากคุยกับพวกแกเรื่องเรียนต่อพอดี” เชอรีนเช็ดน้ำตาแล้วพูดไปถึงเรื่องการเรียนต่อของพวกเรา เพียวตาโตแอบคิดเองเออเองว่าเชอรีนอาจจะอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพราะช้ำรักเลยอยากจะหนีไปไกลๆ
“ทำไม..หรือว่าแกจะไปเรียนเมืองนอกเลย” คำพูดของเพียวทำเอาเชอรีนส่ายหน้าหัวเราะอย่างชอบใจ นี่เพื่อนเธอคิดไปไกลขนาดนี้เชียวเหรอ
“หึ~ บ้าไม่ใช่อย่างนั้น เราแค่อยากจะบอกว่าเราจะเข้ามหาลัย AU นะ พวกแกว่าไงอยากไปเข้าที่นั่นกับเราหรือเปล่า” เชอรีนถามความสมัครใจของเพื่อนทั้งสอง ไอรีนน่ะเธอรู้ว่ายังไงก็คงตามเธอแต่ติดที่ยัยเพียวนี่น่ะสิไม่รู้เธอจะว่าอย่างไรแล้วไหนจะมาร์ชแฟนหนุ่มของเธออีก
“พวกฉันจะไปว่าไงได้ก็ต้องตามแกไปอยู่แล้ว แกไปไหนพวกฉันไปด้วย” เพียวยิ้มกว้างไม่ว่าอย่างไรเธอขอเลือกเพื่อนสนิทไว้ก่อน ไม่ว่ายัยเชอรีนจะไปเข้าต่อที่มหาลัยไหน เธอก็จะขอตามไปเรียนที่นั่นด้วยเช่นกัน
“แล้วมาร์ชล่ะจะไม่ว่าอะไรเหรอ” เชอรีนทำสีหน้าลำบากใจเมื่อเพื่อนรักเลือกเธอแล้วแบบนี้แฟนของยัยนี่ล่ะจะไม่ว่าอะไรเอาเหรอ รายนั้นยิ่งเป็นเพื่อนสนิทของเวหาอยู่ด้วย
“เรื่องนั้นไว้ฉันคุยกับเขาเอง” เพียวบีบมือให้กำลังใจเชอรีน เรื่องนี้เธอจะเป็นฝ่ายคุยกับมาร์ชเอง
“พวกเราจะเป็นสาวแซ่บที่สวยที่สุดในมหาลัยนั้น” ไอรีนที่เห็นเชอรีนยังคงทำหน้าลำบากใจอยู่จึงได้แกล้งพูดจาขบขันขึ้นเพื่อต้องการทำให้เชอรีนได้รู้สึกดีขึ้น
“ขอบใจมากนะ รักพวกแกที่สุดเลย~” ทั้งสามกอดกันกลมเกลียวท่ามกลางสายตาของเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ต่างก็คงงงว่าพวกเธอมากอดอะไรกันในโรงอาหารแบบนี้
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปจนมาถึงวันที่เปิดรับสมัครของมหาวิทยาลัย AU
ไอรีนและเพื่อนต่างก็นัดกันเอาไว้ที่หน้ามหาลัยโดยที่ตอนนี้ฉันไอรีน ยัยเพียวและมาร์ชได้มาถึงยังหน้ามหาลัยเป็นที่เรียบร้อยจะเหลือก็แต่ยัยเชอรีนคนเดียวและเพียงไม่นานรถยนต์คันหรูของเชอรีนก็ได้ขับมาจอดริมถนนพร้อมกับยัยนั่นที่เปิดประตูแล้วก้าวเท้าเดินลงมาจากรถ
“หวัดดีมาร์ช หวัดดีพวกแก รอเรานานไหม” เชอรีนส่งยิ้มหวานทักทายมายังพวกเราทั้ง3คนที่ยืนกันอยู่ มาร์ชที่เห็นแบบนั้นจึงตอบกลับอย่างมีมารยาท
“หวัดดีเชอรีน~” เขา เพียวและไอรีนต่างก็พึ่งมายืนรอเชอรีนอยู่ตรงนี้ยังไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ เพียวที่เห็นสีหน้าของเชอรีนที่ดูเป็นกังวลเธอจึงรีบตอบกลับเพื่อนไปเช่นกันเพราะกลัวว่ายัยนั่นอาจจะคิดมาก
“รอไม่นานหรอก นี่พวกฉันก็พึ่งมาถึงกัน”
“งั้นพวกเรารีบเดินเข้าไปข้างในกันดีกว่า มาร์ช~ ยังไงก็ขอบคุณมากนะที่ยอมมาเข้าที่นี่” เชอรีนพยักหน้าอย่างเข้าใจในเมื่อเธอไม่ได้มาสายมากนักงั้นก็รีบพากันเดินเข้าไปข้างในมหาวิทยาลัยจะดีกว่า จะได้ไม่เป็นการเสียเวลาอีกต่อไปและในระหว่างที่เดินกันอยู่นั้นเชอรีนก็ไม่ลืมที่จะกล่าวคำขอบคุณไปยังแฟนหนุ่มของเพียวที่เขายอมเลือกที่จะมาเข้าเรียนต่อยังมหาลัยเดียวกับพวกเธอ
“เรื่องนั้นไม่ต้องขอบคุณเราหรอก เพียวไปไหนเราไปด้วยเสมอ” ชายหนุ่มผู้แสนดีจับมือแฟนสาวพร้อมกับส่งยิ้มหวาน ถ้าให้เลือกระหว่างเพื่อนกับแฟนยังไงเขาก็ต้องเลือก ‘แฟน’ ของตัวเองอยู่แล้ว
“แล้วไม่ได้ทะเลาะอะไรกับเพื่อนใช่ไหม” เชอรีนที่เห็นทั้งคู่ทำหวานใส่กันก็พลอยมีความสุขไปกับเพื่อนด้วย ถ้างั้นก่อนที่จะเลือกมาสมัครเรียนกับพวกเธอแบบนี้ เขาก็คงต้องผ่านการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนสนิทมาก่อนอย่างนั้นใช่ไหม
พวกเขาได้ทะเลาะกันหรือเปล่า...
“ไม่หรอก ไอ้พวกนั้นมันมีเหตุผล พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ว่ายังไงก็สามารถเจอกันได้ตลอดอยู่แล้ว เชอรีนวางใจได้เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกับเพื่อน” เธอฟังแล้วค่อยโล่งใจต่อไปก็เหลือแค่ลืมช่วงเวลาที่ได้ผ่านไปแล้ว ลืมให้หมดว่ารักครั้งแรกของเธอลงเอยเช่นไร เชอรีนฉีกยิ้มอีกครั้งฟังแล้วรู้สึกดีเป็นอย่างมาก เธอเลือกที่จะชวนแฟนเพื่อนพูดคุยต่อเพราะยังไงต่อไปในอนาคตพวกเราคงต้องเป็นกลุ่มแก๊งเดียวกันอย่างแน่นอน
“งั้นก็ดีแล้ว แล้วนี่มาร์ชสมัครคณะไหนเหรอ”
“มาร์ชเลือกวิศวะ กลุ่มเพื่อนมาร์ชก็เช่นกัน”
“งั้นเหรอก็ดีแล้วแหละ งั้นพวกเราไปยื่นใบสมัครก่อนนะ คณะวิศวะไปทางนั้น~” เชอรีนยิ้มหน้าเจือนเธอถามมาร์ชคนเดียวนะไม่ได้ถามไปถึงกลุ่มเพื่อนของเขาสักหน่อย เธอชี้มือไปทางตึกด้านซ้ายของตัวเองเพื่อเป็นการบอกเขาว่าตึกคณะวิศวะอยู่ทางด้านนั้น มาร์คมองไปตามมือของเชอรีนก่อนที่จะหันมาส่งยิ้มตาใสบอกแฟนสาว
“งั้นมาร์ชไปก่อนนะ ถ้าเสร็จไวเดี๋ยวมาร์ชมารอที่คณะเพียวนะ”
“เฮ้อ~นี่ฉันต้องพูดจริงๆใช่ไหมเนี่ย” ไอรีนบ่นอุบกับตัวเอง นี่เธอต้องเล่าเรื่องพวกนั้นให้เพื่อนฟังจริงๆน่ะเหรอ แต่ถ้าไม่เล่าเพื่อนของเธอก็คงจะไม่หยุดรังควานเธออย่างแน่นอน โดยเฉพาะยัยเพียวยัยตัวแสบจอมโวยวาย“ก็อย่างที่พวกแกเห็น ผู้ชายคนนั้นคือเร็น” ไอรีนยิ้มแห้งแล้วเริ่มเล่าเรื่องราว โดยเธอเริ่มเปิดเรื่องไปที่เด็กนั่นก็คือผู้ชายในรูป ดวงตากลมโตมองไปยังเพื่อนในกลุ่มและแอบหวังว่าพวกนางจะไม่ถามอะไรไปมากกว่านี้ แต่ทว่าความคิดของเธอก็ต้องพังทลายลงเมื่อยัยเพียวยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดีวุ่นวายมากยัยเพื่อนรัก...“ในรูปนั่นพวกแกดูใกล้ชิดกันมากเลย นี่แกกับน้องเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว ห้ามปิดบังพวกเรานะ!!” เพียวฉีกยิ้มหวาน สายตาจ้องมองมาที่เธออย่างคนที่กำลังจับผิด ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหวอรับประทานไปเลยอึก..ยัยเพื่อนบ้า!!เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยัยนี่ก็นะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น เธอถอนหายใจออกมาและท้ายที่สุดก็จำต้องอธิบายเพิ่มเติมทั้งที่ไม่อยากจะเล่าเลยด้วยซ้ำ“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรสักหน่อย...” เพียวที่ได้ยินคำปฏิเสธจากปากของไอรีนก็หัวเราะดังลั่น เธอพูดเสียงสูงพร้อมกับชี
เธอแกะมือของเร็นให้หลุดจากแขนของตัวเองจากนั้นจึงหันมาบอกเร็นก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินนำขึ้นบันไดไป“พูดมากอยู่ได้ ถ้าจะช่วยพิมพ์ก็ตามขึ้นมา”เช้าวันต่อมาหลังจากที่ฉันจอดรถเสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปยังคณะของตัวเองและในตอนนี้ฉันก็มองไปยังโต๊ะประจำของพวกเราก่อนที่จะเห็นว่ากลุ่มเพื่อนของฉันต่างก็มากันครบแล้วและก็เป็นตัวฉันเองนี่แหละที่มาเป็นคนสุดท้ายของกลุ่มมากันแต่เช้าเชียวนะ ว่าแต่เรื่องรูปพวกนั้นจะเงียบไปหรือยังนะ ฮึ่ย! ไม่อยากจะคิดเลยและยังไม่ทันทีฉันจะคิดอะไรไปมากกว่านี้เสียงเรียกชื่อฉันก็ดังขึ้น“ไอรีนเดินมาไวๆหน่อย!!” เสียงเรียกชื่อของฉันดังมาตั้งแต่ที่ตัวฉันเองยังเดินไปไม่ถึงยังโต๊ะของพวกเราเลยด้วยซ้ำและเสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘ยัยเพียว’ ยัยเพื่อนบ้าจอมโวยวายนั่นเองซึ่งพอได้ยินเสียงของยัยนี่ฉันก็รีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปนั่งลงยังม้านั่งทันที“เรียกฉันทำไม มีอะไรเหรอ” ไอรีนทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายออกไป มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋าสะพายใบรักและยังไม่ทันทีจะได้เล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองเสียงของยัยเพียวก็ดังแทรกขึ้น“สรุปผู้ชายคนนั้นคือใครบอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้เล
เธอส่งเสียงบ่นอุบออกไปและไม่วายที่จะดึงมือของเด็กหนุ่มให้ห่างออกแต่ทว่านอกจากเขาจะไม่ยอมเอามือห่างออกไปแล้วเขายังลูบวนไปตามเรียวขาของเธออีกซึ่งนั่นจึงทำให้ไอรีนขนลุกซู่ เธอแอบคิดว่าทำไมเด็กนี่ถึงได้กล้าท้าทายได้ถึงเพียงนี้“พ่อเธอไม่เห็นหรอก..” เร็นพูดเสียงเบาตอบกลับ ไอรีนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้สึกของขึ้น ถึงจะไม่เห็นแต่มันก็ไม่สมควรไหม? ไม่รู้ขอบเขตบ้างเลยหรือยังไง เธอขยับลากเก้าอี้ที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่เข้าหายังโต๊ะอาหารซึ่งการลากเก้าอี้นั้นทำให้เกิดเสียงดังขึ้นเร็นชะงักพร้อมทั้งยิ้มขึ้นอย่างคนที่รู้ทันว่าเธอทำแบบนั้นเพราะอะไร ก็ได้..ตอนนี้เขาจะยอมเธอไปก่อนแล้วกัน ชายหนุ่มตัวร้ายดึงมือตัวเองกลับทันทีและจู่ๆพ่อของไอรีนก็พูดขึ้นทำเอาทั้งสองหันมองไปยังพ่อไอรีนเป็นตาเดียว“เร็น เมื่อไหร่จะพาแฟนมาบ้านสักที”กึก!!ไอรีนชะงักอย่างคนที่พูดไม่ออก ทำไมจู่ๆพ่อของเธอถึงได้พูดเรื่องแฟนของเด็กนี่ขึ้นมาอีกแล้วเนี่ย หรือว่าพ่อเธออยากให้เด็กนี่มีแฟนมากนักหรือไง แต่จริงด้วยสิ..มันบอกว่ามีแฟนแล้วนี่ ละ แล้วมันมาทำแบบนั้นกับเธอทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน...ฮึ่ย! เกลียดที่สุดเลยไอ้พวกผู้ชายที่มีคนที่ชอ
ชายหนุ่มตัวร้ายรีบดูดกลืนน้ำหวานของเธอลงคอ จนเมื่อหมดเกลี้ยงแล้วเขาจึงลุกขึ้นนั่งหลังตรง มือแกร่งยกขึ้นเช็ดที่ริมฝีปากของตัวเอง เขามองไปยังเรือนร่างแสนสวยของไอรีนที่ตอนนี้กำลังหายใจเหนื่อยหอบและด้วยความที่เป็นคนปากตรงกับใจเขาจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป“นอนอย่างเดียวทำมาเป็นเหนื่อย” มือหนาเอื้อมไปจับเรียวขาทั้งสองข้างของเธอให้อ้าออกกว้าง ไอรีนที่โดนจับเรียวขาก็ใจเต้นแรงมองเร็นตาไม่กระพริบ เธอชะโงกหน้าขึ้นอย่างคนที่ร้อนรนและตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะทำเธออีกครั้งจริงๆน่ะ“จะทำอะไร..” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่กล้าๆกลัวๆทำเอาคนตัวสูงยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจดจ่อสิ่งนั้นกับร่องเล็กคับแคบ ปลายหัวถูไถไปมาซึ่งมันสร้างความเสียวซ่านให้กับไอรีนเป็นอย่างมาก“อะ!!”“บอกไปแล้วไงว่า..อีกรอบ”“ไม่ได้นะฉันไม่เอาแล้ว!!” เธอตาลุกวาว ร่างบางเริ่มกระถดหนีถอยไปด้านหลัง เร็นที่เห็นว่าเธอคิดที่จะหนีจึงรีบเอื้อมมือคว้าเรียวขาทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในตอนนี้เขาจับเธอนอนหงายลงไปบนที่นอนแล้วตามด้วยเขาที่ขึ้นไปคร่อมร่างเล็กของเธอเอาไว้“เธอห้ามฉันได้เหรอ” ริมฝีปากแดงหว่านพรมคว
“นอนลงไปซะ เดี๋ยวฉันจะเย็xเธอเอง” เขาหยัดกายนั่งหลังตรง มือแกร่งแยกเรียวขาของเธออ้าออกกว้าง เด็กหนุ่มไฟแรงเริ่มระรัวเอวกระแทกเข้าออกยังรูร่องสีหวานซึ่งคำพูดหยาบโลนที่หลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มหัวร้อนทำไอรีนอ้าปากค้างอึก..เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่นึกเลยว่ามันจะพูดแบบนั้นออกมา“นี่..ฉันกำลังจริงจังอยู่นะ!!” เธอรีบสวนตอบกลับ ใบหน้าสวยบิดเร่าเมื่อเขาจงใจกดกระแทกกระทั้นเข้าออกรุนแรง มือเล็กกำจิกลงบนหัวไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อระบายความเจ็บที่กำลังได้รับ“อื้อ อะ อะ..” ไอรีนส่งเสียงร้องครวญครางออกมา ริมฝีปากบางเผยออย่างห้ามไม่อยู่ เธอออกแรงทุบตีไปที่อกแกร่งของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง เร็นที่โดนทำร้ายร่างกายก็รีบเอื้อมมือไปรวบมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว“ฉันก็กำลังเย็xเธอจริงจังเหมือนกัน เรื่องอื่นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง!!” พูดจบเขาก็โน้มร่างกายทาบทับร่างบอบบางใต้ร่าง เอวสอบขยับว่องไวแทงเน้นๆไม่หยุดพัก เขาซุกหน้าแลบลิ้นเลียไปยังหัวนมสีชมพูสวยหวาน ส่วนล่างขยับเข้าออกราวกับโกรธเคืองเธอจนต้องหาทางระบายกับร่างบอบบางเน้นๆ“อะ อื้อ เบาหน่อย มันเจ็บนะ!!” ใบหน้าเรียวเล็กโกรธจัด เธอทำหน้าย
ได้..งั้นเธอจะขอสู้กับมันสักตั้ง ไอรีนแลบลิ้นเลียไปตามแท่งลำขนาดใหญ่ เธอขยับใบหน้าขึ้นลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ไอ้นั่นของเด็กนี่ไม่เหม็นคาวเลยสักนิดแถมมันยังดูน่ามองเพราะเป็นสีชมพูอีกด้วยอ๊อก!อ๊อก!อ๊อก!เสียงเธออมสิ่งนั้นให้หนุ่มรุ่นน้องดังไปทั่วทั้งห้อง เร็นที่กำลังโดนอมอยู่ก็รู้สึกพึงพอใจในฝีมือของเธอเป็นอย่างมาก เขาส่งเสียงร้องครวญครางออกมายามเมื่อเธอกำลังดูดเลียในส่วนหัวของแท่งร้อน“ซี้ด~ จะแตกแล้วคนสวย อ่าส์..อีกนิดเท่านั้น” เขาสอดนิ้วมือเข้าไปในร่องเล็กคับแคบของรุ่นพี่สาวทีเดียวถึงสองนิ้วทำเอาไอรีนตาเบิกกว้างรับรู้ได้ถึงนิ้วมือของเขา เธอส่ายหน้าไปมาเมื่อเร็นเริ่มขยับนิ้วมือเข้าออกยังร่องของเธอ“เร็นพอแล้ว ไม่ไหวแล้ว..” ส่วนนั้นขมิบเกร็งตอดรัดนิ้วมือของเขา ชายหนุ่มตัวร้ายที่รู้ว่าเธอกำลังจะแตกพ่ายก็พูดปลอบโยนเธอ เรียวลิ้นช่ำชองตวัดเลียไปทั่วกลีบดอกไม้เนียนแสนสวย“ไม่ไหวก็แค่ปล่อยออกมา ไม่ต้องกลัว ฉันรอกินน้ำเธออยู่” ไอรีนขมวดคิ้วที่ได้ยินแบบนั้น เธอแลบลิ้นเลียไปตามแท่งเนื้อสีชมพูอ่อนจนในที่สุดเธอก็เริ่มทนไม่ไหวปลดปล่อยน้ำหวานไหลทะลักออกมา“อ๊า อร้าย~” น้ำสีใสจำนวนมากไหลออกมา เธอผละ







