LOGINSpecial Chapter 2— The New Pit Crew “พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายกของหนัก” เสียงทุ้มดุแฝงความหงุดหงิดดังขึ้นทันทีที่ฉันพยายามจะช่วยยกกล่องลังกระดาษใส่น้ำดื่มในพิตเลน พี่ขุนทัพเดินดิ่งเข้ามาแย่งกล่องในมือฉันไปถือเองทันทีโดยที่ฉันยังไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเหล็กอย่างระมัดระวังคล้ายกลัวว่าแรงสะเทือนจะกระทบมาถึงคนข้าง ๆ แล้วหันกลับมามองฉันด้วยสายตาคาดโทษ ดวงตาคมกริบคู่ที่เคยทำให้คู่แข่งในสนามแข่งต้องหวาดหวั่น ตอนนี้กลับจ้องฉันเขม็งนิ่งสนิทราวกับกำลังจะเรียกเข้าห้องสอบสวนขัดกับท่าทางผ่อนลมหายใจยาวหน่วงเพื่อระงับอารมณ์ “มันไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อยค่ะพี่ขุน หนูแค่อยากช่วย ไม่อยากนั่งเฉย ๆ” ฉันบ่นอุบ ย่นจมูกใส่เขา พลางลูบท้องตัวเองเบา ๆ อย่างคนไม่สำนึกผิดเพื่อเอาใจช่วยตัวเอง ตอนนี้ฉันท้องได้เกือบห้าเดือนแล้ว หน้าท้องเริ่มนูนชัดขึ้นจนเสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ที่ใส่มาวันนี้ปิดไม่มิด อาการแพ้ท้องในช่วงแรกหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความหิวบ่อยกับพลังงานล้นเหลือจนคนรอบตัวเริ่มปวดหัวยามที่เห็นฉันขยับตัวทำนู่นทำนี่ไม่หยุด
Special Chapter 1 — Midnight Shift ตีสองสิบห้านาที… ประตูห้องฉุกเฉินปิดลงด้านหลังพร้อมเสียงดังแกร๊กเบา ๆ ฉันยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแปบหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นกดบ่าและต้นคอที่ปวดตึงจนแทบขยับไม่ได้ ความเหนื่อยล้าสะสมจากเวรยาวกว่าสิบหกชั่วโมงเต็มทำเอาร่างกายประท้วงจนโลกทั้งใบดูช้าลงไปหมด แสงไฟนีออนสีขาวในทางเดินของโรงพยาบาลสว่างจ้าจนแสบตา กลิ่นแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโชยติดเสื้อผ้าขยับตามทิศทางลมไม่หาย “หมอเมษา กลับบ้านดี ๆ นะคะ” พยาบาลรุ่นพี่ที่กำลังนั่งเคลียร์เอกสารโบกมือให้จากหน้าเคาน์เตอร์ “ค่ะพี่อร เจอกันพรุ่งนี้นะคะ” ฉันฝืนยิ้มตาปรือพยักหน้ารับ “พรุ่งนี้อีกแล้วเหรอ” “เวรเช้าค่ะ…” “โหดเกินคนแล้วลูก พักผ่อนบ้างนะ” เสียงหัวเราะเอ็นดูดังตามหลังมาเบา ๆ ฉันยิ้มแห้งตอบ ก่อนจะก้าวขาเดินไปตามทางเดินยาวพลางหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าขึ้นมาดู หน้าจอสว่างวาบปรากฏข้อความสั้น ๆ ที่ส่งมาเมื่อสามสิบนาทีก่อน ‘เลิกเวรหรือยัง พี่จอดรถอยู่ใต้ตึก’ แค่นึกภาพคนส่ง หัวใจที่แห้งเหี่ยวและ
“ตั้งใจเป็นหมอดี ๆ ล่ะ อย่าหักโหมเกินไป” “ค่ะ เมษาจะจำไว้” ดึกสงัดของคืนวันเดียวกัน… แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพมหานครค่อย ๆ ดับลงทีละดวงตามกาลเวลา ถนนหลายสายที่เคยพลุกพล่านเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ทว่าเสียงคำรามต่ำทรงพลังของเครื่องยนต์รถสปอร์ตสีดำคันคุ้นเคยยังคงดังก้องทะลุผ่านความเงียบงันยามราตรี พี่ขุนทัพขับรถพาฉันกลับมายัง MIDNIGHT CIRCUIT สถานที่ที่มีความหมายกับเราสองคนมาก เพราะมันเป็นที่ที่เปลี่ยนชีวิตพัง ๆ ของฉันให้ดีขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มาอยู่ด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ เมื่อรถจอดสนิทตรงพิตเลน… เขาดับเครื่องยนต์จนความเงียบเข้าปกคลุม ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับให้ฉันช้า ๆ สองมือหนาประคองจับประตูย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อรอรับเหมือนที่เขาตั้งใจทำเสมอมา “มองอะไร” เสียงทุ้มห้วนติดดุถามขึ้นเบา ๆ เมื่อเห็นฉันยังคงนั่งนิ่งสบตาเขาแล้วอมยิ้มไม่ยอมก้าวลงจากรถ “มองว่ากัปตันทีมแชมป์ระดับเอเชีย ผู้ชายที่ดุดันที่สุดในสนามแข่ง ยังยอมลงมาเปิดประตูรถให้แฟนอยู่เลยค่
มา 5 ปีต่อมา… “ยินดีด้วยนะคุณหมอเมษา!” เสียงของจีน่ากับเรย์ดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะพุ่งเข้ามากอดฉันคนละข้างจนแทบเสียหลัก แรงกอดแน่น ๆ นำพาเอาความตื้นตันใจมาสู่ฉันจนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกที่คอ เสียงหัวเราะ เสียงแสดงความยินดี และเสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปดังไปทั่วลานหน้าหอประชุมใหญ่ในช่วงบ่ายของวันสำคัญ วันนี้คือวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วันแห่งความสำเร็จที่นิสิตแพทย์ทุกคนเฝ้าเพียรพยายามมาตลอด 6 ปีเต็ม วันที่ฉันจะได้ก้าวเข้าสู่การเป็นแพทย์หญิงอย่างภาคภูมิใจ ฉันยืนมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ของคณะ ดวงตาไล่มองภาพสะท้อนของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดครุยวิทยฐานะที่สวมทับอยู่บนร่างกายดูแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันทั้งงดงาม ทรงเกียรติ และดูหนักอึ้งไปด้วยความรับผิดชอบของคำว่า ‘ผู้รักษา’ ห้าปีหลังจากคืนฝนตกวันนั้น… และอีกหนึ่งปีเต็มในฐานะอินเทิร์น เพียงแค่คิดถึงคำนี้ หัวใจก็สั่นไหวอย่างรุนแรง หกปีเต็ม ๆ ที่ต้องแลกมาด้วยการหยิบยืมเวลานอน แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและความกดด
“ก็หนูดีใจนี่” “รู้” “แล้วจะว่าอะไร” “ไม่ได้ว่า” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “แค่รู้สึกดี” “ดีอะไร” “มีคนดีใจให้ขนาดนี้” หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะยิ่งหนักกว่าเดิมเมื่อเสียงพิธีกรดังขึ้นจากเวที “เชิญผู้ชนะขึ้นรับถ้วยรางวัลครับ!” ขุนทัพถอนหายใจเบา ๆ “ไปทำหน้าที่ก่อน” “ค่ะ กัปตัน” “เดี๋ยวกลับมา” “เมษารออยู่แล้ว” ดวงตาคมสบตาฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือมาบีบปลายนิ้วเบา ๆ แล้วเดินขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง แสงสปอร์ตไลต์สาดส่องลงบนร่างสูงสง่า ถ้วยรางวัลแชมป์ถูกชูขึ้นเหนือศีรษะ พลุสีทองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเย็น เสียงเพลงแห่งชัยชนะดังกระหึ่มไปทั่วสนาม ฉันยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม เพราะรู้ดีว่า… ผู้ชายคนนี้สมควรได้รับทุกอย่างแล้วจริง ๆ หลังจบพิธีมอบรางวัล ทีม RED ENGINEERING จัดการฉลองกันเล็ก ๆ ภายในพิต เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย จอมขวัญเปิดแชมเปญจนฟองกระจายไปทั่ว รามโดนทีมช่างจับยกขึ้นบ่า ส่วนวินทร์กำลังโดนล้อเรื่องหน้าตาเครียดตลอ
หลังจากผ่านพ้นมรสุมเรื่องครอบครัวของฉันไปได้ โลกทั้งใบก็เหมือนจะกลับมาสงบสุขอีกครั้ง พี่ขุนทัพทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ทุกอย่าง เขาดูแลฉันดีมากจนบางครั้งฉันยังแอบคิดว่าผู้ชายดุดันในสนามแข่งคนนั้นหายไปไหน ปัญหาเรื่องพ่อเลี้ยงกับแม่เงียบหายไปสนิทราวกับไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตฉันอีกเลย แต่สำหรับพี่ขุนทัพ... งานใหญ่ที่แท้จริงของเขากำลังจะเริ่มขึ้น ไทม์ไลน์ของชีวิตเราหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมาถึงวันสำคัญที่สุดในฤดูกาล ศึกตัดสินแชมป์ King’s Cup นัดสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย สมรภูมิที่สนาม MIDNIGHT CIRCUIT ในวันนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คนจนแทบไม่มีที่เดิน เสียงเครื่องยนต์จากพิตต่าง ๆ คำรามสลับกันจนแผ่นดินสะเทือน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความตื่นเต้น ฉันยืนอยู่กลางแทร็กในพิตเลน สวมชุด Race Queen ของทีม RED ENGINEERING ตัวเสื้อสีขาวตัดกับกระโปรงสั้นสีแดงสด ยืนเคียงข้างรถแข่งสีแดงดำเบอร์ 7ของกัปตันทีม พี่ขุนทัพในชุดแข่งเต็มยศเดินเข้ามาหาฉัน ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังและนิ่งขรึมกว่าทุกวัน สายตาของเขาจับจ้องไปที่แทร็กข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ทว่าพอหันมาสบ







