วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด

วิศวะร้ายพ่ายรัก Race Queen สายเนิร์ด

last updateLast Updated : 2026-09-23
By:  Camellia.maOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
101Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

โลกของ ‘เมษา’ คือการเรียนหมอ ห้องแล็บ และตำรากองโต ส่วนโลกของ ‘ขุนทัพ’ คือความเร็ว เสียงเครื่องยนต์ และทีมแข่งรถ RED ENGINEERING ❣️ชีวิตสองขั้วนี้ไม่น่าจะมาเกี่ยวข้องกันได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะคืนฝนตกหนักคืนนั้น... คืนที่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน เปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ❣️หลังจากคืนนั้น เมษาพยายามทำตัวเป็นปกติและตั้งใจจะหลบหน้าเพื่อกลับไปใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาแพทย์สายเนิร์ดตามเดิม แต่คนหน้านิ่งอย่างขุนทัพกลับไม่ยอมจบ เพราะเขารู้ตัวแล้วว่าตกหลุมรักเรซควีนสายหมอคนนี้เข้าเต็มๆ ชายหนุ่มจึงเดินหน้าเข้ามาวนเวียนในชีวิตประจำวันของเธอแบบไม่ยอมให้หนี ❣️ยิ่งเธอพยายามถอยห่าง เขาก็ยิ่งขยับเข้าใกล้... จากกัปตันผู้แสนเย็นชากับคนทั้งโลก เขากลับกลายเป็นคนใจดีและขี้หวงกับเธอแค่คนเดียว และพร้อมจะฟิวส์ขาดทันทีถ้ามีใครกล้าเข้ามาทำร้ายเธอ มาร่วมลุ้นไปกับความรักของ เมษา กับ พี่ขุนทัพ ไปด้วยกันนะคะ

View More

Chapter 1

Prologue

              เสียงพายุฝนด้านนอกอู่ซ่อมรถยังคงกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาสังกะสีดังอื้ออึง ทว่าเสียงสะท้อนเหล่านั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและกระแสความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่บนเบาะนอนหลังเก่าชื้นเหงื่อกลางห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ แสงไฟสีส้มรำไรจากสปอตไลต์สนามแข่งด้านนอกสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้เข้ามาพาดผ่านแผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามของผู้ชายที่กำลังทาบทับอยู่เหนือร่างกายของฉัน

            ความเย็นเยือกของหยาดฝนที่เกาะอยู่ตามผิวเนื้อแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนจัดยามที่ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเลื่อนลงมาตรึงสะโพกของฉันไว้แน่น แรงกดดันดิบชื้นปนกลิ่นไหม้จาง ๆ ของน้ำมันเครื่องและควันบุหรี่ประจำตัวของเขาโชยอวลปิดกั้นการรับรู้ทั้งหมดไปจนสิ้น

            “อื้อ…”

            ฉันส่งเสียงครางแผ่วหลุดออกจากลำคอยามที่ริมฝีปากหนากดจูบลงมาบดเบียดอย่างดึงดัน รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์ราคาถูกที่ฉันเพิ่งกระดกลงคอไปก่อนหน้านี้ผสมปนเปไปกับสัมผัสลึกซึ้งอันร้ายกาจ ปลายนิ้วหนาตรึงใบหน้าของฉันให้แหงนหงายรับองศาจูบที่ทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ สมองของฉันขาวโพลน สองมือเผลอกำแผ่นหลังกว้างของเขาแน่นจนเล็บจิกฝังลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านระคนเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก

            สัมผัสแรกเริ่มที่สอดแทรกเข้ามาในกายทำเอาร่างกายของฉันบิดเกร็งด้วยความไม่คุ้นชิน ร่างสูงใหญ่ชะงักกึกไปแวบหนึ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดอยู่ข้างใบหู ก่อนที่เขาจะยอมก้มลงพรมจูบแผ่วเบาไปตามหน้าผากและซอกคอขาวสะอาดเพื่อปลอบโยนและผ่อนคลายความตึงเครียดให้อย่างอดทน

            “เจ็บเหรอ”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทกระซิบถามห้วน ๆ ตามประสาคนไม่ชอบปลอบใคร ฉันไม่ได้ส่งเสียงตอบ ทำเพียงแค่เม้มปากแน่นและพยักหน้าช้า ๆ ทั้งที่หยาดน้ำตายังคงไหลซึมออกจากหางตา ฝ่ามือหนาขยับลูบปลอบแผ่นหลังบางของฉันครั้งหนึ่ง ก่อนที่จังหวะขับเคลื่อนจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเน้นย้ำและเต็มไปด้วยความหนักแน่น ทว่าร้อนแรงจนร่างกายตอบสนองเข้าหากันตามสัญชาตญาณดิบที่ไร้การควบคุม

            เสียงแผ่นหลังบางเบียดกระทบกับเบาะนอนหลังเก่าสอดรับกับเสียงพายุฝนด้านนอก ท่วงทำนองที่ขยับขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความเรียกร้องและตอกย้ำความผิดพลาดชั่ววูบในค่ำคืนนี้ ฉันซุกหน้าลงกับซอกคอหนา มือกำเสื้อช่างสีเข้มของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเมื่อไหร่ ตัวเองจะหล่นหายลงไปในความว่างเปล่าของชีวิตที่เพิ่งพังทลายลงมาอีกครั้ง ขณะที่ผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ก็ยังคงโอบกอดและยึดเหนี่ยวร่างของฉันเอาไว้แน่นหนาไม่ต่างกัน

            เมื่อพายุฝนด้านนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นปูนเอื่อย ๆ ร่างสูงใหญ่ขยับถอนกายออกช้า ๆ ดึงฉันเข้าไปกอดแนบกับแผ่นอกกว้างที่ยังคงชื้นเหงื่อ กดจูบลงบนกลุ่มผมของฉันท่ามกลางความเงียบสลัวที่มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นพร่าของเราสองคนคอยตอกย้ำความสัมพันธ์อันป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลง

            ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่ถึงสองชั่วโมง...

            เสียงเม็ดฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนเสียงที่ตกกระทบหลังคาด้านนอกบาร์ไม้เก่า ๆ ดังอื้ออึง ไอความเย็นยะเยือกของหยาดน้ำฝนซึมผ่านบานประตูขยับไหว อุณหภูมิภายในร้านลดต่ำลงจนร่างกายของฉันสั่นเทาอยู่ในชุดเสื้อผ้าเนื้อบางที่เปียกโชกแนบเนื้อ

            ฉันนั่งก้มหน้าร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ตรงมุมบาร์ที่มืดที่สุดเพียงลำพัง หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มสะอึกสะอื้นจนตัวโยนยามที่นึกถึงเรื่องราวในชีวิต คณะแพทยศาสตร์ที่ฉันทุ่มเท อดตาหลับขับตานอนอ่านหนังสือนับปีจนสอบเข้าได้สำเร็จ คณะที่เป็นคำมั่นสัญญาสุดท้ายที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อก่อนที่ท่านจะจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ

            ทว่าความภาคภูมิใจเหล่านั้นกลับพังทลายลงในพริบตา ยามเมื่อแม่แต่งงานใหม่กับผู้ชายคนนั้น เงินค่าส่งเสียเรียนต่อที่เคยสัญญากันไว้ถูกตัดขาดอย่างไร้ความใยดี บีบให้เด็กปีหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยอย่างฉันจนมุมและไร้ทางออก

            ฉันหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาอย่างคนใกล้พังเต็มที ปลายนิ้วสั่นเทายกแก้วเหล้าถูก ๆ ในบาร์ขึ้นกระดกลงคอแก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อหวังจะใช้ความขมปร่าดับก้อนความเสียใจในอก

            ในความสลัวรางพ้นมุมมืดของบาร์ เสียงฝีเท้าของใครบางคนย่ำหนัก ๆ ตรงเข้ามา เสียงเปิดบานประตูไม้ด้านหลังอู่ซ่อมบำรุงที่เชื่อมกับตัวบาร์ดังเอี๊ยด แผ่เอากลิ่นอายดิบชื้นปนกลิ่นไหม้ของน้ำมันเครื่องและบุหรี่ร้อนให้โชยอวลเข้ามาในชั้นบรรยากาศ ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างสีเข้มประจำทีมแข่งก้าวขาเข้ามาหลบฝนด้านใน ลาดไหล่กว้างเปียกชื้นจนเนื้อผ้าลู่ติดผิว สายตาคมกริบคู่ดุของเขากวาดมองความเงียบเชียบของร้านช้า ๆ ก่อนจะมาสะดุดนิ่งอยู่ที่เงามืดตรงมุมบาร์ที่ฉันนั่งอยู่

            สายตาคู่คมคู่นั้นกวาดมองคราบน้ำตาบนใบหน้าและขวดเหล้าบนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่ง ร่างสูงใหญ่ขยับไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้บาร์ฝั่งตรงข้ามที่ห่างออกไปหลายช่วงตัว ควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเงียบ ๆ ปล่อยให้ประกายไฟสีส้มวาบไหวท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงฝนสาดซัด

            ระยะห่างที่เขาเว้นไว้บวกกับความนิ่งเฉยดั่งคนแปลกหน้า กลับแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวที่ทำให้กำแพงทิฐิอันเหนื่อยล้าของฉันพังทลายลงอย่างราบคาบ ความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดไว้มาตลอด ทำให้ฉันแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาอย่างไร้สติ ยามประจันหน้ากับความเงียบงันของผู้ชายตรงหน้า

            “โลกแม่งใจร้ายชะมัดเลยว่ามั้ยพี่…”

            ฉันพึมพำเสียงสั่นพร่า ฝ่ามือสองข้างกระชับเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดก้อนสะอื้น

            “หนูเรียนหมอ… หนูสอบติดหมอตามที่เคยสัญญากับพ่อไว้แล้วแท้ ๆ แต่ทำไมตอนนี้หนูถึงไม่เหลือใครเลยวะ”

            สายตาคมกริบที่กำลังทอดมองประกายไฟจากปลายมวนบุหรี่ตวัดกลับมานิ่งค้างที่ใบหน้าของฉัน แววตาดุดันคู่นั้นขยับไหววูบหนึ่งในความสลัว ลมหายใจทุ้มต่ำถูกพ่นออกมาพร้อมควันสีเทาจาง ความเงียบของเขาคล้ายกับปราการหนาหนักที่ยอมรับฟังฝากก้อนความอัดอั้นทั้งหมดของฉันเอาไว้โดยไม่ตั้งคำถาม ยิ่งทำให้หยาดน้ำตาไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย

            “ดึกแล้ว”

            น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เขากดดับปลายมวนบุหรี่ลงกับที่เขี่ย ยัดฝ่ามือสองข้างลงในกระเป๋ากางเกงชุดช่างขณะขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่ขยายทอดทับบดบังแสงไฟสลัวสีส้มภายในบาร์จนมิด สายตาคู่คมกริบกดต่ำลงมาจับจ้องสภาพเปียกโชกและฝ่ามือที่ยังคงสั่นเทาของฉันนิ่ง

            “จะนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทั้งคืนหรือไง ลุกขึ้น”

            “หนูไม่กลับ…” ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง เม้มปากสู้สายตาดุดันคู่นั้นทั้งที่ตัวยังสั่น “กลับไปก็ไม่มีที่ให้ไปแล้ว”

            ความเงียบทอดตัวลงคั่นกลางระหว่างเราอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะซาลง ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้แสดงสีหน้าเห็นใจ เขาเพียงแค่ถอนหายใจยาวขยับเท้าก้าวเดินตรงไปยังประตูม้วนเหล็กทางด้านหลังที่เชื่อมต่อกับอู่ซ่อมรถทันที

            ทว่าความมืด ฝนที่ตกหนัก และความจนตรอกบีบให้ฉันต้องกลืนทิฐิลงคอ ฉันรวบกระเป๋าสะพายลุกขึ้นจากเก้าอี้บาร์ ก้าวขาที่สั่นเทิ้มเดินตามแผ่นหลังกว้างของคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่สลัวของอู่ซ่อมบำรุงเก่าท้ายสนามแข่งเงียบ ๆ เพราะมันคือที่ในค่ำคืนนี้ที่มีหลังคาคุ้มหัว

            เสียงประตูม้วนเหล็กถูกดึงปิดลงตามหลังดังโครมลั่น ตัดขาดเราสองคนออกจากเสียงอื้ออึงของโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟทางรำไรจากหน้าต่างสาดส่องเข้ามาพาดผ่านร่างสูงใหญ่ที่หยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ของอู่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ลากพาความโดดเดี่ยวของฉันให้จมดิ่งลงสู่ความสัมพันธ์ทางกายอันร้อนแรงเพื่อประชดโชคชะตา

            ปัจจุบัน

            ไอความร้อนจากร่างกายของเราสองคนยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อยามที่ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมอีกครั้ง ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้า ๆ รวบเสื้อยืดตัวโคร่งที่ชื้นฝนขึ้นมาสวมใส่กลับคืนอย่างลนลาน ความเงียบและไออุ่นจาง ๆ ในห้องพักที่เคยทำให้รู้สึกหวาดระแวงในตอนแรก

            กลับแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในค่ำคืนที่โลกด้านนอกพังทลายลงมาจนหมดสิ้น ความเหนื่อยล้าและก้อนความเสียใจบีบให้ฉันยอมปล่อยวางทิฐิทุกอย่าง แล้วปล่อยตัวปล่อยใจให้ดิ่งลึกไปกับเรื่องราวที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างคนไม่มีอะไรจะเสีย

            สายตาของฉันก้มมองแผ่นอกกว้างของผู้ชายตรงหน้า ผิวเนื้อของเขาขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เริ่มคงที่ ความเงียบสนิทในห้องพักดึงเอาเสียงสะอื้นไห้ที่เคยมีก่อนหน้านี้ให้จางหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่ยังหลงเหลืออยู่ตามเนื้อตัว

            สติรับรู้ที่เคยพร่าเลือนด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มคืนกลับมาทีละส่วน ทว่ามันไม่ได้นำพาความตื่นตระหนกหรือความหวาดกลัวเข้ามาซ้ำเติมอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม ความเงียบงันและแผ่นเตียงหลังเก่าในอู่ซ่อมรถแห่งนี้กลับกลายเป็นปราการหนาหนักที่ช่วยบดบังฉันเอาไว้จากความจริงอันโหดร้ายของโลกภายนอก โลกที่เพิ่งพรากเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเด็กปีหนึ่งคนหนึ่งอย่างไม่มีชิ้นดี

            ฉันเม้มปากแน่น พลางทรุดตัวนั่งกอดเข่าอยู่บนเบาะนอน สายตาจับจ้องไปที่หยาดน้ำฝนที่ยังคงไหลลงมาตามรอยแตกของกระจกหน้าต่างไม้ แสนสีส้มรำไรจากไฟสปอตไลต์สนามแข่งด้านนอกทอดผ่านเข้ามาสลัว ๆ พาดผ่านแผ่นหลังและลาดไหล่กว้างของคนข้างกาย ร่างสูงนอนนิ่ง ไม่ได้ขยับตัว ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร และไม่ได้เข้ามาคุกคามใด ๆ หลังจากทุกอย่างสิ้นสุดลง

            ท่าทีเรียบเฉยของเขาคล้ายกับการยอมรับรู้และแบ่งเบาความแตกสลายในใจของฉันไว้เงียบ ๆ โดยไม่ตั้งคำถาม ความอุ่นจากแผ่นอกของเขาที่ยังแผ่ซ่านอยู่ใกล้ ๆ ทำหน้าที่ประคับประคองจิตใจอันอ่อนล้าขีดสุดให้ค่อย ๆ สงบลงทีละน้อย จนก้อนความอัดอั้นที่เคยบีบรัดอยู่ในอกเริ่มคลายตัวออก

            เขาขยับร่างกายสูงใหญ่ลงมาจากเบาะนอน ก้าวตรงไปยังมุมห้องพักที่มืดสนิท ฝีเท้าของเขาย่ำลงบนพื้นปูนแผ่วเบาท่ามกลางเสียงพายุฝน ฝ่ามือหนาหยิบผ้าห่มผืนหนาที่วางอยู่บนกล่องเครื่องมือเก่าขยับเดินกลับมาแล้วโยนลงบนพื้นที่ว่างฝั่งตรงข้ามอย่างเบามือ

            มันเป็นสิ่งที่เขาทำโดยไร้คำพูด ทว่ารับรู้ได้ถึงความใส่ใจในแบบของเขา จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ขยับกลับไปเอนกายลงนอนหันหลังให้ที่อีกฟากหนึ่งของห้องพักช้า ๆ เว้นระยะห่างไว้ในพิกัดที่ปลอดภัยเพื่อให้ฉันได้มีพื้นที่ของตัวเอง

            ฉันมองผ้าห่มผืนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับตัวลงนอน ซุกตัวอยู่ใต้เสื้อยืดตัวโคร่งเพื่ออาศัยความอบอุ่นในค่ำคืนที่อ้างว้าง สายตาเหม่อมองแผ่นหลังกว้างของคนแปลกหน้าที่นอนหันหลังให้อยู่ห่างออกไป ความเงียบและเสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีกลายเป็นสิ่งเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนความผิดหวังในใจ

            ฉันหลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้ความอ่อนล้าพาตัวเองจมดิ่งลงสู่ความหลับใหล ยินยอมให้ค่ำคืนนี้ช่วยซุกซ่อนความผิดพลาดทั้งหมดเอาไว้ ท่ามกลางเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเราทั้งสองคนและสายฝนที่ยังคงตกลงมาไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
101 Chapters
Prologue
เสียงพายุฝนด้านนอกอู่ซ่อมรถยังคงกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาสังกะสีดังอื้ออึง ทว่าเสียงสะท้อนเหล่านั้นกลับถูกกลบด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและกระแสความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านอยู่บนเบาะนอนหลังเก่าชื้นเหงื่อกลางห้องพักสี่เหลี่ยมแคบ ๆ แสงไฟสีส้มรำไรจากสปอตไลต์สนามแข่งด้านนอกสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้เข้ามาพาดผ่านแผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามของผู้ชายที่กำลังทาบทับอยู่เหนือร่างกายของฉัน ความเย็นเยือกของหยาดฝนที่เกาะอยู่ตามผิวเนื้อแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนจัดยามที่ฝ่ามือหนาหยาบกร้านเลื่อนลงมาตรึงสะโพกของฉันไว้แน่น แรงกดดันดิบชื้นปนกลิ่นไหม้จาง ๆ ของน้ำมันเครื่องและควันบุหรี่ประจำตัวของเขาโชยอวลปิดกั้นการรับรู้ทั้งหมดไปจนสิ้น “อื้อ…” ฉันส่งเสียงครางแผ่วหลุดออกจากลำคอยามที่ริมฝีปากหนากดจูบลงมาบดเบียดอย่างดึงดัน รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์ราคาถูกที่ฉันเพิ่งกระดกลงคอไปก่อนหน้านี้ผสมปนเปไปกับสัมผัสลึกซึ้งอันร้ายกาจ ปลายนิ้วหนาตรึงใบหน้าของฉันให้แหงนหงายรับองศาจูบที่ทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ สมองของฉันขาวโพลน สองมือเผลอกำแผ่นหลังกว้างของเขาแน่นจนเล็บจิกฝังล
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.1
กลิ่นยางไหม้ปนกับกลิ่นละอองน้ำมันเครื่องอบอวลไปทั่วแทร็กปูนของ MIDNIGHT CIRCUIT เสียงดนตรีบีท หนัก ๆ ที่เปิดคลอทั่วสนามโดนกลิ่นอายความตึงเครียดของรอบจัดอันดับช่วงดึกกลบจนมิด แสงสปอตไลท์สีขาวจัดจากโครงหลังคาเหล็กเหนือพิตเลนสาดลงกระทบพื้นยางมะตอยเป็นปื้นหนา ช่างเทคนิคในชุดหมีสีเข้มสวมหมวกนิรภัยเดินเข้าประจำจุดลากสายไฟและท่อลมเตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่สนามในชุดสะท้อนแสงเดินชูมือคอยกันตากล้องและแฟนคลับให้ออกห่างจากเส้นเหล็กหน้าอู่ซ่อมบำรุงเพื่อเปิดทางให้รถแข่งลงสนาม ฉันยืนกอดแผ่นชาร์ตตารางงานงวดถัดไปไว้แนบอก หลบมุมอยู่ข้างเสาคอนกรีตหนาใกล้โซนควบคุม หูฟังสเตอริโอที่คล้องอยู่ข้างหนึ่งแว่วเสียงพี่เซย์ประสานงานเรื่องคิวสปอนเซอร์อย่างเร่งรีบ แต่สายตาของฉันกลับจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวบริเวณพื้นที่หน้าอู่ของทีม RED ENGINEERING พื้นที่หน้าพิตสีแดงเพลิงมีคนมุงล้อมหนาตาเป็นพิเศษ พี่ราม ยืนกอดอกพิงอยู่กับขอบซุ้มเหล็กท้ายพิต ควันบุหรี่สีขาวม้วนตัวออกจากริมฝีปากช้า ๆ สายตาคมกริบจดจ้องไปยังตารางเวลากลางสนามอย่างไม่วางตา ข้าง ๆ กัน พี่วินทร์ก้มหน้าเคาะนิ้วล
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.2
งานอินเตอร์เนชันแนลเซสชันในช่วงค่ำเริ่มขึ้นต่อทันที ช่างภาพและสปอนเซอร์รายใหญ่เดินวุ่นเต็มพิตเลน ฉันต้องสลับไปยืนหน้าบูธรถคลาสสิกฝั่งซ้าย คอยประคองป้ายไฟและขยับตัวตามจังหวะชัตเตอร์ที่กดรัวไม่หยุด ขาและหลังเริ่มตึงจนชา แต่รอยยิ้มบนหน้าต้องนิ่งสนิทเหมือนเดิม ไม่มีสิทธิ์หลุดโฟกัสหรือแสดงความล้าออกมาให้ใครเห็น ตากล้องหลายกลุ่มเดินสลับหน้าเข้ามาขอคิวถ่ายเดี่ยว ฉันจัดการเวลาและขยับส้นสูงก้าวหลบไลน์เดินเครื่องจักรของช่างได้อย่างพอดี หมุนองศาตัวให้เข้ากับแสงแฟลชที่สาดเข้ามาทุกทิศทาง เสียงฝูงชนและเสียงเครื่องยนต์รอบข้างเริ่มซาลงทีละน้อยเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านเที่ยงคืน ไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่บนหลังคาพิตถูกปิดลงทีละแถว เหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากเสาไฟทางเดินส่องสว่างเป็นจุด ๆ แฟนคลับและตากล้องพากันทยอยเดินออกจากแทร็กจนสนามตกอยู่ในความสงบ ฉันลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เดินกลับเข้าห้องพัก สตาฟฟ์เพื่อเปลี่ยนชุด พอก้าวพ้นสายตาคนด้านนอกมาในห้องพักแคบ ๆ กำแพงความฝืนเมื่อครู่ก็พังลงทันที ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดแรง ปล่อยแผ่นหลังพิงพนักพลาสติกนิ่ง ๆ ยื่นมือที่สั
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.3
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตั้งแต่หกโมงเช้า ท่ามกลางความเงียบสนิทในห้องพักเล็ก ๆ ฉันเอื้อมมือควานหาโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงไม้ปูนเปลือยอย่างยากลำบากทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท นิ้วโป้งกดสไลด์ปิดเสียงแจ้งเตือนอันน่ารำคาญได้ก็พลิกตัวซุกหน้าลงกับหมอนใบนุ่มทันที ความปวดหนึบแล่นริ้วขึ้นมาตรงขมับซ้ายจนต้องขบกรามแน่น ร่างกายกำลังส่งสัญญาณประท้วงอย่างรุนแรงจากการฝืนใช้งานตัวเองติดต่อกันหลายสัปดาห์ นอนสามชั่วโมง ดีมาก เมษา ฉันนอนนิ่งทอดถอนลมหายใจอยู่แบบนั้นพักใหญ่ พยายามปล่อยให้ก้อนความล้าจางลงไปบ้าง ก่อนจะฝืนยันกายลุกขึ้นมานั่งช้า ๆ บนฟูกหลังคดหลังแข็ง ห้องเช่าอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ราคาประหยัดยังคงมืดสลัวเพราะผ้าม่านกันแสงสีทึบปิดสนิท ชีทเอกสารวิชา anatomy กองระเนระนาดอยู่ตรงปลายเตียงอย่างไม่มีระเบียบ ข้างกันนั้นมีเสื้อกาวน์สั้นสีขาวสะอาดสะอ้านของคณะแพทยศาสตร์พาดค้างไว้บนขอบเก้าอี้เหล็ก สภาพยังไม่ได้พับเก็บตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากที่ฉันกึ่งกุมขมับท่องจำชื่อส่วนประกอบของกล้ามเนื้อจนถึงแกนสมองก่อนจะวูบหลับไป ชีวิตสองโลกนี่มันเหนื่อยชะมัด
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.4
“รักพวกมึงจัง” “ไม่ต้องมาทำเป็นซึ้ง ตั้งสติอ่านหนังสือทวนโค้งสุดท้ายได้แล้วมึง” ฉันหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาตรงมุมปาก ยามที่อาจารย์ประจำวิชาก้าวขาเดินเข้ามาในห้องพอดี บรรยากาศคุยเล่นรอบตัวจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดภายในเวลาไม่กี่วินาที เลกเชอร์ชั่วโมงแรกของเช้าวันนี้หนักหน่วงจนสมองของฉันคล้ายจะดับวูบไปหลายรอบ ตัวหนังสือภาษาอังกฤษบนหน้าจอโปรเจกเตอร์เริ่มเบลอพร่าละลายกลายเป็นเส้นขนานตั้งแต่เข้าสู่ชั่วโมงที่สอง ความเหนื่อยล้าจากสัมผัสหลังพิตเลนเมื่อคืนยังคงเกาะกุมแน่นหนาอยู่ตามเนื้อตัวจนฉันต้องแอบจิกปลายนิ้วเข้ากับฝ่ามือตัวเองใต้โต๊ะเรียนเพื่อเรียกสติตัวเองไม่ให้หลับพับลงไปต่อหน้าอาจารย์ ช่วงพักเที่ยง ฉันแทบจะฟุบหน้าลงไปกองกับโต๊ะไม้ทันทีที่สิ้นเสียงบอกเลิกคลาสเรียน “คืนนี้มึงต้องเข้าสนามอีกปะ” จีน่าถามขึ้นระหว่างที่กำลังใช้ปลายนิ้วแกะหลอดพลาสติกเสียบลงถังกาแฟ “ไป” “โอ๊ย” เรย์เงยหน้าขึ้นมาสบตาทันที “แล้วมึงจะเอาเวลาไหนนอนพักผ่อนวะ” “ไม่มีเวลาให้พักหรอกช่วงนี้” “พูดเหมือน
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.5
จังหวะการเต้นของหัวใจฉันตกวูบลงไปทันที ขุนทัพยังไม่ได้เบนสายตามองมาทางจุดที่ฉันนั่ง หรืออาจจะเห็นแล้วแต่เขาเลือกที่จะรักษาสีหน้าเรียบนิ่งเฉยชาเอาไว้ เสื้อช็อปสีแดงเข้มพาดอยู่บนลาดไหล่กว้างทำให้ร่างกายสูงใหญ่ของเขาดูโดดเด่นตัดกับสภาพแวดล้อมสีขาวสะอาดของตึกคณะแพทย์อย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนอยู่กันคนละโลกเกินไป ทว่าในวินาทีที่กลุ่มคนเสื้อช็อปแดงกำลังจะก้าวฝีเท้าผ่านพ้นพิกัดแถวที่ฉันนั่ง ขุนทัพกลับเบนใบหน้าคมคายหันมาทางนี้พอดี สายตาของเราสองคนชนกันเข้าเต็ม ๆ ในระยะที่ไม่ได้ตั้งตัว ฉันรีบก้มหน้าหลบสายตาลงมองแผ่นชีทบนโต๊ะเรียนทันทีเพื่อตัดสัมผัส แต่มันกลับช้าเกินไป เพราะก่อนที่ฝีเท้าของคนกลุ่มนั้นจะพ้นผ่านแนวประตูเหล็ก ฉันได้ยินเสียงจอมขวัญหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ ดังแว่วลอดเข้ามาให้ได้ยิน “เออ โลกมันกลมดีว่ะมึงว่าไหม” ฉันเพ่งสายตาจ้องมองตัวหนังสือในชีทตรงหน้าอยู่พักใหญ่ บังคับตัวเองให้นิ่งสนิทที่สุด แต่ในสมองกลับว่างเปล่าไม่รับรู้ข้อมูลการเรียนใด ๆ ทั้งสิ้น เสียงปิดประตูบานหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง อาจารย์ผู้สอนเริ่มขยับก้าวขา
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.6
“อืม” เขาตอบรับเพียงแค่นั้นในคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินแยกออกไปตามโถงทางเดินเงียบ ๆ จีน่าที่แอบยืนสังเกตการณ์อยู่ทางด้านหลังรีบถลาตัวเข้ามาหาทำท่าเหมือนจะกรี๊ด “โอ๊ยเมษา! ผู้ชายงานดี อบอุ่นแบบพี่โซลนี่มึงไปหามาจากพิกัดไหนอีกวะ” “หยุดมโนได้แล้วมึง” “พี่โซลแม่งดูแลมึงดีเหมือนเป็นแฟนมึงเลยเอาดี ๆ” “ไม่ใช่แฟน แต่อย่ามโนไปไกลเถอะมึง” เรย์ขยับก้าวตามเข้ามาสมทบพลางพยักหน้าเห็นด้วยทันที “เออ กูเห็นด้วยกับจีน่านะ แต่พี่เขาไม่ได้เหมือนแฟนหรอก ดูทรงแล้วเหมือนเป็นแม่มึงคนที่สองมากกว่า” ฉันหลุดหัวเราะขำพรืดออกมาทันทีเพราะคำพูดของเพื่อน บรรยากาศอึดอัดตึง ๆ ที่เกาะกุมอยู่ในอกมาตลอดช่วงบ่ายคลายตัวลงไปได้นิดหน่อย ทว่ายังไม่ทันที่พวกเราจะได้ขยับปากพูดเล่นอะไรต่อ เสียงระเบิดท่อไอเสียและแรงเครื่องยนต์ที่ดังลั่นมาจากตัดถนนหน้าตึกเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ฝั่งตรงข้ามก็ดังแทรกเข้ามาอย่างรุนแรง บรื้นนน กลุ่มนักศึกษาที่กำลังเดินขวักไขว่อยู่แถวทางเชื่อมตึกพากันหันสายตาไปมองตามที่มาของเสียงโดยอัตโนมัติ รถสปอร์ตคูเป้
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.7
ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ไปชั่ววินาที รู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวจะลดฮวบลงไปดื้อ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของขุนทัพเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งแผ่นหลังกว้างหายลับไปสุดทางเชื่อมตึก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ กับกระแสความปั่นป่วนในอกที่ฉันเริ่มจะควบคุมมันไม่อยู่ “เดี๋ยวนะมึง” จีน่าหันขวับมามองหน้าฉันทันที ตาโต ๆ ของมันเบิกกว้างขึ้นด้วยความอยากรู้ “เมื่อกี้ขุนทัพเขาเดินเข้ามาคุยกับมึงเหรอเมษา” “ก็…ถามเรื่องทั่วไปน่ะ” ฉันพยายามปรับระดับเสียงให้ราบเรียบที่สุดขณะก้าวขาเดินต่อ “ทั่วไปตรงไหนวะ” เรย์ที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกัน มองตามพิกัดที่แผ่นหลังของขุนทัพเพิ่งเดินผ่านไปช้า ๆ ก่อนจะหันสายตากลับมามองหน้าฉัน “มึงไปรู้จักกับพวก RED ENGINEERING ตั้งแต่เมื่อไหร่” “ไม่ได้รู้จักสักหน่อย” “อ้าว แล้วถ้าไม่รู้จักกัน แล้วเขาจะเดินมาทักมึงทำไม” ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากันเล็กน้อยพยายามซ่อนอาการเลิ่กลั่ก บังคับฝีเท้าให้ก้าวเดินเร็วขึ้น “ก็แค่เคยเดินสวนกัน เจอกันที่สนามแข่งบ้างเฉย ๆ”
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.8
เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์บล็อกใหญ่ที่คุ้นหูดังลั่นมาจากทางเข้าพิตเลน ส่งผลให้ผู้คนรอบสนามพากันหันสายตาไปมองตามพิกัดนั้นพร้อมกันโดยอัตโนมัติ รถแข่งสีแดงเพลิงของทีม RED ENGINEERING ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทอยู่ตรงบริเวณหน้าอู่ซ่อมบำรุง ท่ามกลางแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปที่ระดมยิงเข้าใส่จนสว่างวาบไม่หยุด บานประตูฝั่งคนขับถูกผลักออกช้า ๆ ขุนทัพก้าวขาลงมาจากตัวรถในสภาพชุดแข่งเต็มยศ ทว่าเสื้อตัวนอกถูกรูดซิปลงมาครึ่งตัว เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำด้านใน เสยผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อนิด ๆ ขึ้นไปด้านหลัง เสียงกรี๊ดและเสียงซุบซิบของผู้หญิงรอบนอกสนามดังเซ็งแซ่ขึ้นมาทันทีในวินาทีนั้น ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้แสดงอาการสนใจเลยแม้แต่น้อย เขาตวัดมือโยนกุญแจรถให้เด็กช่างในอู่รับไปจัดการต่อ ก่อนจะขยับฝีเท้าเดินเข้าพิตด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเย็นชาเหมือนเดิมทุกประการ ทว่าในจังหวะเวลานั้นเอง—สายตาคมกริบคู่นั้นกลับเหลือบปัดมาทางทิศทางที่ฉันยืนอยู่พอดี มันเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาแวบเดียวเท่านั้น แต่ฉันกลับรับรู้ได้ในทันทีว่าเขาเห็นฉันแล้ว
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
EP.9
“ไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบเสียงเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินนิ่ง ๆ กลับเข้าโซน VIP ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมรสหวานจัดให้ลอยอวลอยู่ในอากาศ ฉันยืนนิ่งสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วรีบขยับเท้าเดินกลับไปทำงานตามหน้าที่ต่อในหัวคิดเพียงแค่ว่า ค่ำคืนนี้ต้องรีบผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด โดยที่ห้ามมีปัญหาอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกเด็ดขาด เวลาเคลื่อนผ่านไปจนเกือบเที่ยงคืน ตัวสนามเริ่มเข้าสู่ช่วงรอบ free run สำหรับลงซ่อมบำรุงและทดสอบระบบ เสียงเครื่องยนต์ระเบิดท่อดังสลับกันไปทั่วทั้งแทร็กยางมะตอย กลุ่มคนดูรอบนอกเริ่มมีอาการเมามายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น ส่งผลให้บริเวณโซน VIP วุ่นวายกว่าเดิมหลายเท่าตัว ฉันเพิ่งจะเดินนำแฟ้มเอกสารของสปอนเซอร์ไปส่งมอบให้ทางทีมงานเสร็จเรียบร้อย และกำลังจะขยับขาก้าวเดินลงบันไดกลับมายังพื้นที่ด้านล่าง “เมษา” เสียงเรียกของพี่เซย์ดังรั้งท้ายไว้ “คะพี่เซย์” “เอาน้ำเปล่ากับพวกเครื่องดื่มชูกำลังไปส่งให้ฝั่งอู่ RED หน่อยสิ พวกนั้นยังไม่ได้พักกินน้ำกันเลยตั้งแต่วิตแรก” ร่างกา
last updateLast Updated : 2026-07-11
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status