LOGINEp.4 อีกคนเริ่มเข้าหา อีกคนเริ่มหวั่นไหว
กอหญ้าหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินประโยคคำถามจากพอร์ช
“เราเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและความอบอุ่นนั้น ทำเอาเธอเองก็หวั่นไหวไม่น้อย เพราะนิสัยแบบนี้ของเขานั้นแหละ ที่ทำให้เธอตกหลุมรักเขาในตอนนั้น รักจนตั้งความหวังและหวังจนเกินไปไกล แต่สุดท้ายก็คิดแบบนั้นอยู่ฝ่ายเดียว
“มะ ไม่ค่ะ”
“แต่นั่น… หน้าผากเรา?”
“อ๊ะ” กอหญ้ายกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเองเบาๆ ซึ่งรู้สึกเจ็บ และสัมผัสได้ว่าหน้าผากของเธอบวมปูดเกือบเท่าลูกมะนาว คงเป็นเพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุที่กอหญ้าเบรครถกะทันหัน ทำให้เธอเองก็ทรงตัวไม่อยู่ หัวคะมำไปโขกกับพวงมาลัยรถ
“พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่นี้เองเดี๋ยวก็หาย”
“ไม่ดื้อสิครับ” แม้คำพูดจะเหมือนเป็นการดุ แต่เสียงอันไพเราะและนุ่มลึกนั้นมันกลับชวนทำให้เธอใจเต้นระรัว มาเล่นละครตบตาทำตาราวกับเป็นห่วง เธอไม่หวั่นไหวหรอกนะ…
มั้ง… “ดูสภาพรถเราตอนนี้สิ ไฟหน้าแตกขนาดนั้น เดี๋ยวพี่ให้คนมาจัดการให้ ตอนนี้ไปโรงพยาบาลกับพี่ก่อนดีกว่า”
ถึงแม้จะเป็นประโยคบอกเล่าแต่ก็เหมือนออกคำสั่ง ไม่รอช้า พอร์ชคว้าข้อมือบางของรุ่นน้องไปยังรถของตัวเองทันที ส่วนรถของกอหญ้าเดี๋ยวเขาให้คนของเขามาจัดการให้ทีหลัง
โรงพยาบาลเอกชน xxx
“หมอจะให้คนไข้นอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนนะครับ”
“ต้องนอนด้วยเหรอคะ คือหนูไม่ได้เจ็บอะไรตรงไหนเลยค่ะ”
“นอนให้น้ำเกลือสักหน่อย เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลจัดวิตามินมาให้ พรุ่งนี้ค่อยออกจากโรงพยาบาล”
“แต่คุณหมอคะ คือ…”
“...” คุณหมอยิ้มอย่างใจดีเพื่อให้คนไข้รู้สึกเกรงใจและยอมตกลง เขาเองก็โดนสั่งมาเหมือนกันว่าทำยังไงก็ได้ให้ผู้หญิงคนนี้นอนพักที่นี่หนึ่งคืน และสุดท้ายก็เป็นผล กอหญ้ารู้สึกเกรงใจคนหมอจึงเลิกปฎิเสธและนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนตามที่คุณหมอบอกแต่โดยดี
พอร์ช
ที่นี่เป็นโรงพยาบาลของครอบครัวผมเอง และผมก็ได้โทรติดต่อกับจองห้องไว้หนึ่งห้องเพื่อสำหรับแอดมิทหนึ่งคืน ถ้าถามว่ากอหญ้าเจ็บตรงไหนเพิ่มเติมที่ทำให้เธอต้องนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืน บอกเลยว่าไม่มี แต่นี่มันคือแผนของผมที่พยายามใกล้ชิดและเข้าหากอหญ้าอีกครั้ง ผมจะใช้ช่วงเวลานี้เข้าหาเธอ จะทำให้เธอใจอ่อนและหวั่นไหวกับผมอีกครั้งให้ได้ ผมอยากให้กอหญ้าตัดสินใจให้โอกาสผมใหม่อีกสักครั้ง ครั้งนี้ผมคิดว่าคงจะทำหน้าที่แฟนได้ดีกว่าเมื่อก่อน ตอนนั้นเราทั้งสองคนยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจคำว่ารัก
และตอนนี้(คง)พร้อมแล้ว…
“คืนนี้พี่จะอยู่เฝ้าเราเอง”
“ไม่จำเป็นค่ะ”
“กอหญ้า ไม่ดื้อนะครับ”
“ไม่ได้ดื้อค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
“...”
“แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย”
“อืม” พอร์ชกล่าวแค่นั้นก็เปิดไปปิดไฟและทิ้งตัวนอนบนเตียงสำรองทันที ตอนนี้กอหญ้าเปลี่ยนเป็นชุดของโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาเองไม่มีชุด แต่ก็ใช้สิทธิ์ลูกเจ้าของโรงพยาบาลใส่ชุดคนป่วยเหมือนกันกับเธอ และเขาก็ได้โทรบอกให้ลูกน้องของพ่อเอาชุดใหม่มาให้ในวันพรุ่งนี้เช้าแทน
“นะ นี่ บอกให้กลับไปไง”
“แบบนี้เรียกว่าดื้อครับ”
“...” กอหญ้าไม่คิดว่าพอร์ชจะตีมึนใส่เธอขนาดนี้ เมื่อก่อนมีแค่เธอที่คอยตามใจเขา เอาใจเขาและตื้อเขา แต่ตอนนี้นั้นมัน…
เธอได้แต่หวังว่าอย่ามาเล่นกับใจเธอเป็นอันขาด เพราะตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าที่ผ่านมานั้น เธอลืมได้แล้วจริงๆ หรือเปล่า
เธอทิ้งตัวลงนอนอย่างจำยอม กอหญ้าไม่รู้ว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลของครอบครัวพอร์ช เธอรู้เพียงแค่ว่าบ้านพอร์ชทำธุรกิจเกี่ยวกับการแพทย์ เธอไม่ได้รู้ลึกอะไรขนาดนั้น เพราะความรักในวัยเด็กนั้นไม่ได้สนเรื่องฐานะทางบ้าน สนแค่ความรักอย่างเดียว ความรักเท่านั้นที่สำคัญกับเธอ
ในระหว่างที่ปิดไฟและเข้านอน ภายในห้องมีแต่ความเงียบงัน ทั้งสองไม่มีใครเอ่ยประโยคคำถามที่ต่างก็มีสิ่งที่อยู่ในใจและอยากจะถาม
กอหญ้านอนหันหลังให้พอร์ช ส่วนพอร์ชนอนตะแคงข้างหันหน้าไปทางกอหญ้า เขานอนมองรุ่นน้องที่เห็นเพียงแผ่นหลังบาง พลันเกิดคำถามภายในใจหลายอย่างที่อยากถามออกมา แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เขาอยากเข้าหากอหญ้า อยากเริ่มใหม่ อยากเป็นผู้ชายที่เธอให้ใจและเห็นความสำคัญเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนเขาคือคนแรกที่เธอนึกถึงเสมอ เขา… อยากได้ตำแหน่งคนสำคัญและคนโปรดนั้นกลับมาอีกครั้ง จะไม่ยอมแพ้ จะตื้อจนกว่าจะใจอ่อน และเขาก็มั่นใจพอตัวว่าจุดอ่อนของกอหญ้าคืออะไร
เขาไม่แน่ใจว่ากอหญ้าหลับไปหรือยัง เพราะเงียบไปนานมาก แต่พอเขาชะโงกดูกลับเห็นแสงจากโทรศัพท์ เธอกำลังฟังเพลงและใส่หูฟังอยู่
ปิดกั้นและเมินกันขนาดนี้เลยเหรอ… ทำราวกับเขาไม่มีตัวตน
กอหญ้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เธอชอบฟังเพลงเกาหลีอะไรแบบนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว และแอบเห็นเธอกับเพื่อนก็ชวนกันซ้อมเต้นอีกด้วย
“หญ้า”
“...”
“กอหญ้าครับ”
… “แล้วกูจะเรียกทำไมวะ น้องใส่หูฟังอยู่” พอร์ชลุกจากเตียงและเดินไปสะกิดไหล่กอหญ้า
“มีอะไร” กอหญ้าชักสีหน้าใส่นิดหน่อย เธออุตส่าห์ใส่หูฟัง ต้องการความเป็นส่วนตัว ยังมาสะกิดเรียกเธออีก
“ไปขับรถเล่นกัน”
“ไม่”
“พี่นอนไม่หลับ นี่มันเร็วเกินไป ยังไม่ใช่เวลานอนของพี่”
“ก็กลับไปสิ”
“ไล่เหรอ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้”
“ทำไมใจร้ายแบบนี้”
“ยังไม่เท่าพี่หรอกค่ะ”
จริงๆ พอร์ชไม่ได้อยากออกไปขับรถเล่นตามที่เขาพูดหรอก เขาแค่หาเรื่องกวนประสาทกอหญ้าก็เท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผล การที่กอหญ้าต่อปากต่อคำกับมันยังดีกว่าที่ต่างคนต่างเงียบ แบบนั้นมันน่าอึดอัดชะมัดเลย
“งั้นแสดงว่ายังไม่ลืมเรื่องตอนนั้นจริงๆ สินะ”
“...”
“ขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้งได้ไหมครับ”
“...”
“นะครับ”
“มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ เพราะตอนนั้นพี่ใจร้ายมากเลยนะ”
กอหญ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูยังไงก็ไม่ได้ปกติ เสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอ ถึงแม้ว่าตอนนี้ห้องจะปิดไฟ แต่กอหญ้าไม่ได้ปิดผ้าม่านปิดหน้าต่าง ทำให้ยังมีสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาจนเห็นใบหน้าสวยหวานตอนนี้มีน้ำตาซ่อนอยู่ จะว่าซ่อนก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้น้ำตาของเธอร่วงเผาะไหลอาบแก้มเรียบร้อยแล้ว
พอร์ชไม่รอช้า ลุกจากเตียงตัวเองเดินเข้าไปสวมกอดรุ่นน้องทันที เขาเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตไม่น้อย เขาไม่คิดว่าความรักในวัยนั้นจะทำให้เธอฝังใจเจ็บได้ขนาดนี้ เขามองอะไรผิดไปเยอะเลยจริงๆ
“ให้โอกาสพี่อีกครั้งนะ พี่ย้อนเวลาไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตไม่ได้ แต่ต่อจากนี้ไป พี่จะไม่ทำให้เราเสียใจอีก”“ฮึก”
“ถ้าพี่ทำให้กอหญ้าเสียใจอีก ด่าพี่ว่าไอ้ชาติหมาได้เลย”
“ฮึก ไอ้ชาติหมา”
“เฮ้ย ด่าพี่ทำไม”
“ด่าย้อนหลังไง”
“หึหึ เรานี่นะ”
“แต่หญ้ายังไม่ได้ให้โอกาสพี่พอร์ชตอนนี้หรอกนะ”
“ได้สิ แต่ไม่นานหรอก เราต้องใจอ่อนให้พี่แน่นอน พี่มั่นใจ”
“มั่นหน้า”
“ทำไมเดี๋ยวนี้ด่าเก่งจัง”
“ประสบการณ์มันสอนให้รู้ว่าเงียบไปก็ไม่มีประโยชน์ มันต้องด่าเท่านั้นถึงจะดีขึ้น”
“นี่ New look กอหญ้าสินะ”
“ก็ตามนั้นค่ะ”
ถึงแม้ว่าฉันจะหวั่นไหว แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเปิดโอกาสให้เขาในตอนนี้ ฉันขอดูพฤติกรรม ขอดูอะไรๆ ให้ชัดเจนก่อน ที่เคยพูดย้ำกับตัวเองว่า ลืมได้แล้ว ไม่รักแล้ว มันไม่จริงเลยสินะ ฉันยังคงร้องไห้ง่ายๆ กับเรื่องเดิมๆ ที่ฝั่งใจมาตลอด
✨✨✨
Ep.4 อีกคนเริ่มเข้าหา อีกคนเริ่มหวั่นไหวกอหญ้าหลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินประโยคคำถามจากพอร์ช“เราเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและความอบอุ่นนั้น ทำเอาเธอเองก็หวั่นไหวไม่น้อย เพราะนิสัยแบบนี้ของเขานั้นแหละ ที่ทำให้เธอตกหลุมรักเขาในตอนนั้น รักจนตั้งความหวังและหวังจนเกินไปไกล แต่สุดท้ายก็คิดแบบนั้นอยู่ฝ่ายเดียว“มะ ไม่ค่ะ”“แต่นั่น… หน้าผากเรา?”“อ๊ะ” กอหญ้ายกมือขึ้นจับหน้าผากตัวเองเบาๆ ซึ่งรู้สึกเจ็บ และสัมผัสได้ว่าหน้าผากของเธอบวมปูดเกือบเท่าลูกมะนาว คงเป็นเพราะตอนที่เกิดอุบัติเหตุที่กอหญ้าเบรครถกะทันหัน ทำให้เธอเองก็ทรงตัวไม่อยู่ หัวคะมำไปโขกกับพวงมาลัยรถ“พี่ว่าไปหาหมอดีกว่า”“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่นี้เองเดี๋ยวก็หาย”“ไม่ดื้อสิครับ” แม้คำพูดจะเหมือนเป็นการดุ แต่เสียงอันไพเราะและนุ่มลึกนั้นมันกลับชวนทำให้เธอใจเต้นระรัว มาเล่นละครตบตาทำตาราวกับเป็นห่วง เธอไม่หวั่นไหวหรอกนะ… มั้ง… “ดูสภาพรถเราตอนนี้สิ ไฟหน้าแตกขนาดนั้น เดี๋ยวพี่ให้คนมาจัดการให้ ตอนนี้ไปโรงพยาบาลกับพี่ก่อนดีกว่า” ถึงแม้จะเป็นประโยคบอกเล่าแต่ก็เหมือนออกคำสั่ง ไม่รอช้า พอร์ชคว้าข้อมือบางของรุ่นน้องไปยัง
Ep.3 หลีกเลี่ยงไม่ได้พอร์ชนั่งจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ภายในใจมันกลับคิดไม่ตกเรื่องกอหญ้า อยากเข้าหาจะต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนดี บอกเลยว่ากอหญ้าในตอนนี้สวยหวานถูกใจเขามาก ถึงแม้ว่าสเปกเขาจริงๆ จะชอบอีกแบบนึงก็ตาม แต่สาวหวานก็ไม่เลว น่าสนใจไวกว่าความคิด เขาอยากรู้ว่าที่ผ่านมากอหญ้าเป็นอย่างไรบ้าง เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเข้าแอพ ไอ-จี เปิดดูความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของเธอ แต่ทำไมแอบรู้สึกขัดใจนิดหน่อยที่เห็นรูปกอหญ้ายิ้ม เธอยิ้มหวานยิ่งกว่าตอนที่มีเขาอยู่ในช่วงเวลานั้นอีก “ยิ้มสดใสอะไรขนาดนั้นวะ”… “แล้วไอ้นั่นมันเป็นใคร”มีรูปภาพหนึ่งที่พอร์ชเลื่อนเห็นคือกอหญ้าถ่ายรูปคู่ผู้ชายคนนึงที่อายุโตกว่าเธอ แม้กอหญ้าจะยิ้มหวานใส่ตากล้อง แต่ผู้ชายคนนั้นส่งยิ้มหวานและสายคู่นั้นตามองกอหญ้าอย่างไม่ละสายตา สายตาแบบนั้น... ผู้ชายด้วยกันมันมองออกยังดีที่กอหญ้าไม่บล็อกเขา ใจจริงเขาก็คิดว่ากอหญ้าอาจจะบล็อกเขาไปแล้วด้วยซ้ำ และหลังจากนั้นเขาไม่เคยเข้าไปดู ไอ-จี เธออีกเลยจนกระทั่งวันนี้… กอหญ้าในตอนนั้นเธอตั้งใจไม่บล็อกช่องทางการติดต่อ เธอแค่ลบออกอย่างเดียว เธอใจเด็ดมากพอสามารถหักดิบได้ เจ็บแค่ไหนก็ทน ถึงแม้จ
Ep.2 เด็กถักเปียสองข้างในวันนั้น… (เจอกันอีกครั้ง)ปัจจุบันกอหญ้า โนเน และพิชชี่มาเรียนที่มหาลัย KLA เธอไม่ได้มาเพราะจะตามพอร์ชมาเรียน แต่เธอมาเพราะมาเรียนเป็นเพื่อนโนเนตามที่เคยได้สัญญากันไว้ ตอนแรกเธอคิดเอาไว้ว่าหลังจากเลิกรากับรุ่นพี่ใจร้ายคนนั้น เธอตั้งใจจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่าทำไมต้องหนี? เธอไม่ได้เรียนมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์เดิมแล้ว เธอจึงเปลี่ยนความคิดและตัดสินใจมาเรียนต่อตามเดิม เรื่องของเธอและรุ่นพี่คนนั้น เพื่อนทั้งสองคนไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เพราะเรื่องราวระหว่างเธอจะเขาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเริ่มจากวันปัจฉิมก่อนปิดเทอม และสุดท้ายก็เลิกรากันก่อนที่พอร์ชจะไปเรียนต่อมหาลัย เธอไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดเป็นความลับนะ แต่เรื่องราวมันเฮงซวยเกินไปที่จะให้เพื่อนทั้งสองมารับรู้ กว่าจะผ่านเรื่องราวในวันนั้นมาได้ ก็เล่นเอาใจของเธอเจ็บจนแทบพังสลายอยู่เหมือนกัน“ชะนี ไปโรงอาหารทางโน้นกันดีกว่า เผื่อว่าโนเนจะเจอพี่แอล”“ขอความจริง” กอหญ้าเอ่ยทักท้วงพิชชี่ เพราะดูท่าทางแล้วคนที่อยากไปน่าจะเป็นพิชชี่มากกว่า“ก็… จะเทยอยากเห็นพี่พอล คิดถึงอ่า”“เนไปกัน”“อื้ม ไปสิ”ท
Ep.1 คำบอกลาโรงเรียน XXX2 ปีที่ผ่านมาเพื่อนรักของฉันที่ชื่อโนเนตกลงยอมเป็นแฟนกับรุ่นพี่ที่ชื่อพี่แอล ก่อนหน้านั้นพี่แอลและกลุ่มเพื่อนจะมาเจอกันที่ห้องสมุดทุกวันเลยก็ว่าได้ ทำให้ทั้งสองกลุ่มค่อนข้างที่จะสนิทกันมาก ช่วงเลิกเรียนก็ไปทานอาหารไปหาของอร่อยๆ ทานด้วยกัน เราไปด้วยกันทั้งหกคนเลย ส่วนตอนแยกย้ายขากลับพี่พอร์ชมักจะเป็นคนมาส่งฉันที่หน้าปากซอยทางเข้าหมู่บ้านเสมอเพราะเป็นทางผ่าน และทุกวันๆ ก็เป็นแบบนั้นตลอดมา จนกระทั่ง… ฉันเองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้พี่พอร์ช พี่พอร์ชเป็นรุ่นพี่ที่ใจดี อบอุ่น ยิ้มหวาน และมีการกระทำน่ารักๆ ให้เด็กน้อยวัย 17 ปี อย่างฉันเกิดความประทับใจและตกหลุมรัก เมื่อความรู้สึกทุกอย่างเดินทางมาถึงจุดนี้ ฉันคาดหวังมาก คาดหวังความรัก ความสุขและความสมหวัง เพราะถ้าฉันเดาไม่ผิด และฉันเองก็ช่างใจคิดมาตลอดระยะเวลาหนึ่งแล้ว ฉันรู้สึกว่าพี่พอร์ชก็มีความรู้สึกดีๆ แบบนั้นให้ฉันเหมือนกัน เราสองคนต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน ใจตรงกัน จนกระทั่งวันนั้น วันที่ฉันรวบรวมความกล้าสารภาพความรู้สึกที่มีทั้งหมดออกไปงานเลี้ยงปัจฉิมวันนี้เป็นวันเลี้ยงส่งรุ่นพี่มัธยมปีที่หก ตอนนี้โนเนได้กลับบ้าน
Introจากความใกล้ชิด สู่ความอบอุ่นหัวใจ ฉันตกหลุมรักรุ่นพี่คนนี้เข้าแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิด พี่พอร์ชก็คิดกับฉันแบบนั้นเหมือนกัน และความมั่นใจที่ฉันมี มันทำให้ฉันเลือกที่จะสารภาพรักกับพี่พอร์ชไปตามตรงสารภาพรักแค่ครั้งเดียว แต่ทำไมถึงเจ็บซ้ำถึงสองครั้งกันนะ“พี่ว่าเรายังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าความรักที่แท้จริงมันเป็นยังไง”“พูดแบบนี้พี่ไม่ใจร้ายกับหญ้าไปหน่อยเหรอคะ”“ไว้เราโตกว่านี้จะเข้าใจทุกอย่างเอง”“ตอนนั้นพี่ตอบตกลงหญ้าทำไม?”“แค่สับสน… พี่ขอโทษนะ”ไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น มีแต่คำขอโทษจอมปลอม ไม่สิ ไม่ใช่แค่คำขอโทษเท่านั้นที่จอมปลอม แต่มันคือทุกอย่าง ทุกอย่างที่ออกจากปากเขา มันจอมปลอมทั้งหมด⭐__________________⭐ทำความรู้จักตัวละครพอร์ช ภารัณ พิศาลวาณิชยกุล นักศึกษา มหาวิทยาลัย KLA ปี 3 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกลลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งนิสัยดีกับทุกคน ยกเว้นเธอ เขาใจร้ายกับเธอแค่คนเดียว⭐__________________⭐กอหญ้า ญานิน ธรรมรัตนกุลนักศึกษา มหาวิทยาลัย KLA ปี 1 คณะนิเทศศาสตร์ลูกสาวเจ้าของบริษัทอาหารแช่แข็งทั้งในไทยและต่างประเทศน่ารักอ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกัน







