Masuk"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมบอก... ฉันก็จะหาคำตอบเอง!"
เพนนีกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต่อสายตรงหาเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อทันที "พี่ชัย... เพนนีอยากได้ประวัติย้อนหลัง 5 ปีของนักศึกษาที่ชื่ออนันดา คณะวิศวะ และ โรสิตา โดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่... เอาแบบละเอียดที่สุดนะคะ" เพียงไม่กี่วัน แฟ้มเอกสารหนาปึกก็ถูกส่งมาถึงมือเพนนี เธอเปิดอ่านมันในห้องนอนที่ปิดเงียบ มือของเธอสั่นเทาเมื่อเห็นรูปพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์เก่าๆ 'อุบัติเหตุรถตู้ค่ายอาสาเสียหลักตกเหว... นักศึกษาเสียชีวิต 1 ราย!' เพนนีอ่านรายละเอียดด้วยความรู้สึกจุกที่อก ในปีนั้น อาร์ตเป็นคนขับรถตู้พาน้องๆ ไปทำค่าย แต่เกิดฝนตกหนักและถนนลื่น รถเสียหลักหล่นลงข้างทาง อาร์ตและโรสรอดชีวิตมาได้... แต่เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่มที่ชื่อ วิน ที่เป็นพี่ชายของโรส และเป็นเพื่อนที่อาร์ตรักมากที่สุด กลับเสียชีวิตในเหตุการณ์นั้น นั่นคือเหตุผลที่อาร์ตมักจะฝันร้าย... และนั่นคือเหตุผลที่เขาดูแลโรสเหมือนเป็นชีวิตของเขาเอง เพราะเขาแบกรับความรู้สึกผิดที่ทำให้พี่ชายของโรสต้องจากไป "ที่แท้... นายก็แบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวแบบนี้เหรออาร์ต" เพนนีลูบรูปใบหน้าของอาร์ตในข่าวด้วยความสงสารจับใจ "นายไม่ได้รักโรสแบบผู้หญิงทั่วไป แต่นายรักเขาเพราะความผิดบาปในใจสินะ" ณ ลานเกียร์ วันต่อมา เพนนีมาปรากฏตัวที่เดิม แต่คราวนี้เธอไม่ได้มาแบบนกกระจิบหน้ากระจก และไม่มีของกินหรูหรา เธอเดินเข้าไปหาอาร์ตที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว (วันนี้โรสมีเรียนเช้า) อาร์ตเงยหน้ามองเธอ สายตายังคงเย็นชาเหมือนเดิม "ผมบอกให้คุณออกไปให้พ้นหน้าไม่ใช่เหรอ?" เพนนีไม่โกรธ เธอค่อยๆ นั่งลงตรงข้ามเขา แล้ววางจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ "ฉันรู้เรื่องพี่ชายของโรสแล้วนะ... และฉันก็รู้ว่านั่นไม่ใช่ความผิดของนาย" อาร์ตชะงักร่างกายแข็งทื่อ สายตาเปลี่ยนเป็นดุดันทันที "คุณแอบสืบเรื่องของผม! คุณมันน่ารังเกียจที่สุดเพนนี!" "ใช่! ฉันแอบสืบ เพราะฉันอยากรู้ว่าทำไมผู้ชายที่ดูเหมือนไม่สนใจโลกอย่างนาย ถึงได้มีดวงตาที่เศร้าขนาดนี้!" เพนนีตะคอกกลับทั้งน้ำตา "นายจะเกลียดฉันก็ได้อาร์ต แต่นายเลิกเกลียดตัวเองซะทีเถอะ! พี่วินเขาคงไม่ยากเห็นนายใช้ชีวิตเหมือนคนตายซากแบบนี้หรอก!" ปัง! เสียงอาร์ตตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "หยุดพูดชื่อเขา! คุณไม่รู้อะไรเลย อย่ามาทำเป็นเก่ง!" "ฉันรู้ว่านายรักโรสเพราะนายอยากไถ่โทษ! แต่นายถามโรสหรือยังว่าเขาอยากได้ความสงสาร หรืออยากได้ความรักจริงๆ จากนายกันแน่?" เพนนีลุกขึ้นยืน คว้าข้อมืออาร์ตมากุมไว้ "อาร์ต... ให้ฉันเป็นคนที่ช่วยนายลืมเรื่องนั้นได้ไหม? ฉันไม่ได้ดีเหมือนโรส แต่ฉันพร้อมจะอยู่ข้างนายในวันที่นายฝันร้าย โดยที่ฉันจะไม่ตัดสินนายเลย" อาร์ตมองหน้าเพนนีที่ร้องไห้จนหน้าแดงก่ำ ความเข้มแข็งที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอนเพราะผู้หญิงที่เขาเคยเรียกว่าแรงเสียดทาน "คุณมันบ้า... เพนนี" อาร์ตพึมพำเสียงสั่น "ใช่ ฉันบ้า! บ้าที่มารักคนประหลาดอย่างนายไง!" ในจังหวะนั้นเอง โรสที่เพิ่งเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีก็หยุดชะงัก เธอเห็นเพนนีกำลังกุมมืออาร์ต และเห็นอาร์ตที่ดูอ่อนแอลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 'ฉันรู้แล้วว่าจุดอ่อนของนายคืออะไร... และฉันจะไม่ใช้มันทำลายนาย แต่ฉันจะใช้มันดึงนายออกมาจากอดีตเอง ต่อให้ต้องโดนนายเกลียดไปชั่วชีวิต ฉันก็จะทำ!' เพนนีคิดในใจหลังจากเคลียร์งานที่เหมืองและรับมรดกจากคุณปู่เรียบร้อย อาร์ตก็พาเพนนีบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนที่หมู่บ้านเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่นี่มองเห็นยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นตั้งตระหง่านสวยงามเหมือนในฝันเลย"อาร์ตคะดูสิคะ หิมะตกด้วยสวยเหมือนในหนังเลยนะคะ" เพนนีในชุดเฟอร์สีขาวฟูฟ่องวิ่งออกไปที่ระเบียงบ้านพักสไตล์ชาเลต์สุดหรูอาร์ตเดินตามออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา เขาโอบกอดเพนนีจากทางด้านหลังแล้วห่มผ้าให้ทั้งคู่ "ระวังเป็นหวัดนะครับเพนนี อากาศที่นี่ติดลบนะ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเที่ยวคืนนี้นะครับ"เพนนีหันกลับมาคล้องคอสามีสุดหล่อ "แหม... อาร์ตคะ มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะคิดเรื่องเที่ยวแบบนั้นอีกเหรอคะ? เพนนีอุตส่าห์เตรียม ชุดพิเศษมาให้เข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ เลยนะ""ชุดอะไรครับ? ชุดกันหนาวเหรอ?" อาร์ตแกล้งทำหน้าซื่อ"ก็... ชุดนอนที่บางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยังไงล่ะคะ" เพนนีกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูอาร์ตเบา ๆ จนเขาถึงกับขนลุกซู่อาร์ตไม่รอช้า เขาอุ้มเพนนีกลับเข้าไปในห้องพักที่เปิดเตาผิงไฟจนอุ่นซ่าน แสงไฟสีส้มจากเตาผิงสะท้อนกับดวงตาของทั้งคู่ อาร์ตวางเพนนีลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าเตาผิง"เพนนีคุณปู่ท่านอยากได
แทนที่จะหวาดกลัวจนยกเลิกงานแต่ง เพนนีกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วมองจดหมายข่มขู่นั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"อาร์ตคะ... ในเมื่อมันอยากให้งานแต่งเราเป็นงานศพ เพนนีก็จะจัดให้แต่เป็นงานศพของพวกมันนะคะ" เพนนีพูดเสียงเฉียบขาด "เราจะย้ายสถานที่จัดงานจากโรงแรมห้าดาว ไปจัดที่เหมืองระยองค่ะ"อาร์ตมองหน้าแฟนสาวแล้วยิ้มกริ่มอย่างรู้ใจ "แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะครับ? ผมเห็นด้วยครับเพนนี เพราะที่เหมืองคือถิ่นของเรา ผมวางระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิดไว้ทุกตารางนิ้วแล้ว"ข่าวการย้ายสถานที่งานแต่งสายฟ้าแลบถูกกระจายออกไปทันที นักข่าวและแขกเหรื่อต่างพากันงงงวย แต่สำหรับคนร้าย... นี่คือโอกาสทองที่พวกมันรอคอยวันงานมาถึง... เหมืองระยองถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สีขาวท่ามกลางหุบเขาและเครื่องจักรเก่าที่ถูกขัดจนเงาวับ เพนนีปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวสั้นที่กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ส่วนอาร์ตสวมสูทสีดำทับเสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขาออกแบบเองอย่างแนบเนียนในขณะที่บาทหลวงกำลังจะเริ่มพิธี สัญญาณสั่นเตือนในนาฬิกาของอาร์ตก็ดังขึ้น"พวกมันมาแล้วครับเพนนี... ทางทิศเหนือ 3 คน ทิศใต้ 2 คน" อาร์ตกระซิบบอกเจ้าสาวของเขา"นิกต
หลังจากส่งตัวภีมให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว อาร์ตกับเพนนีก็กลับมาที่บ้านสวนของคุณปู่ แม้แผนการท่อลมหลอกของอาร์ตจะชนะขาดลอย แต่เขาก็ได้แผลถลอกปอกเปิกจากการพุ่งชาร์จภีมที่พื้นทรายขรุขระมาไม่น้อยเลย"เจ็บมากไหมคะอาร์ต? ดูสิ เลือดซิบเลย" เพนนีพูดพลางถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามานั่งข้างๆ อาร์ตที่ใต้ถุนบ้านไม้"แค่นี้ไกลหัวใจครับเพนนี เห็นคุณปลอดภัยผมก็หายเจ็บแล้ว" อาร์ตส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพนนีเบ้ปากใส่คนขี้อ่อยแต่ในใจคือเต้นโครมครามค่ะ เธอค่อยๆ บรรจงชุบสำลีเช็ดแผลที่ท่อนแขนแกร่งของเขา "อยู่นิ่งๆ สิคะทีตอนสู้กับคนบ้าล่ะเก่งจัง พอจะทำแผลล่ะทำเป็นยิ้มหวาน"บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมพัดเบาๆ กลิ่นดอกปีบหอมโชยมา เพนนีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาร์ตในระยะประชิด แสงไฟสีเหลืองนวลในบ้านทำให้ดวงตาของอาร์ตดูประกายวิบวับกว่าปกติ"เพนนีครับ..." อาร์ตเอ่ยเรียกเสียงเบา พลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บเชยคางเพนนีขึ้นมา "ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างผมในวันที่แย่ที่สุด จนถึงวันที่ผมมีทุกอย่างในวันนี้""เพนนีก็ต้องขอบคุณอาร์ตเหมือนกันค่ะ ที่ยอมอดทนกับนางร้ายเอาแต่ใจอย่างเพนนีมาตลอด"อาร์ตค่อยๆ โน้มใบหน้าเ
หลังจากที่ยัยไหมเดินสะบัดบ็อบออกไป เพนนียังคงยืนหน้างอ ขัดใจที่ยัยนั่นกล้าเอาเรื่องเงินมาข่มอาร์ตกลางวิลล่าส่วนตัว"อาร์ตเพนนีไม่ยอมนะคะ ยัยไหมนั่นไปเอาเงินมาจากไหน ถึงกล้ามาเสนอหน้าลงทุนในที่ดินของปู่อาร์ต" เพนนีกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจอาร์ตดึงมือเพนนีให้นั่งลงที่เดิม "ใจเย็น ๆ ครับเพนนี ผมว่ามันแปลก ๆ ทุนต่างชาติที่ไหนจะกล้าเสี่ยงกับที่ดินที่เคยมีคดีระดับประเทศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทุนสีเทาที่ต้องการฟอกเงิน"เพนนีตาวาวทันที "ฟอกเงินเหรอคะ? หึ! งั้นยิ่งง่ายเลยค่ะอาร์ต ในเมื่อยัยนั่นอยากเล่นเกมการเงิน เพนนีก็จะจัดให้!"เพนนีหยิบไอโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายตรงถึงท่านเดชทันที"คุณพ่อคะเพนนีอยากขอถอนเงินในกองทุนมรดกส่วนตัวของเพนนีทั้งหมดค่ะ ใช่ค่ะ เพนนีจะเอามาลงทุนรีโนเวทเหมืองระยองให้อาร์ต และเพนนีต้องการให้ชื่อบริษัทของยัยไหมติดบัญชีดำของสมาคมนักธุรกิจไทยภายในพรุ่งนี้ด้วยนะคะ"อาร์ตมองแฟนสาวด้วยความทึ่ง "เพนนี... นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลยนะ คุณจะเอามาทุ่มกับโปรเจกต์ที่ยังไม่เห็นกำไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"เพนนีหันมาสบตาอาร์ต แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นมา "อาร์ตคะ... เง
"พวกมันมากันแล้วอาร์ตทำยังไงดีคะ?!" เพนนีเกาะแขนอาร์ตแน่น มองดูบอดี้การ์ดที่ค่อย ๆ เดินโอบเข้ามาพร้อมอาวุธในมืออาร์ตสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสมเป็นวิศวกรสายมึนของเพนนีจริง ๆ "นิกเชื่อมต่อระบบสัญญาณจากรถตู้เข้ากับจอยักษ์หน้าคฤหาสน์และทีวีทุกช่องที่กำลังถ่ายทอดสดงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้""จัดให้ครับเพื่อน" นิกดีดนิ้วรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสงในขณะที่นายชาติ บอดี้การ์ดท่านเดชที่ถูกสั่งให้มาคุมสถานการณ์ กำลังจะสั่งให้คนพังประตูรถตู้ จู่ ๆ หน้าจอ LED ขนาดมหึมาหน้าบ้านและในงานเลี้ยงก็สว่างวาบขึ้น ภาพหลักฐานการโอนเงิน คลิปเสียงสั่งการสังหารพ่ออาร์ต และแผนการโกงกินชาติของรัฐมนตรีทรงพล ถูกเปิดวนซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยและนักข่าวที่มารอทำข่าวการเมือง"นี่มันอะไรกัน?!" เสียงรัฐมนตรีทรงพลแผดลั่นกลางงานเลี้ยง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้ซีดเผือดเป็นไก่ต้มเพนนีตัดสินใจเปิดประตูรถตู้แล้วก้าวออกมาพร้อมกับถือโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สด ผ่านโซเชียลที่มีคนดูเป็นแสนในพริบตา "ท่านอาทรงพลคะความลับไม่มีในโลกค่ะ... และความยุติธรรมที่อาร์ตกับคุณปู่รอคอยมา 20 ปี วันนี้มั
เพนนีนั่งรินน้ำชาให้รัฐมนตรีทรงพลและภีมด้วยท่าทางอ่อนหวานระดับสิบ ในขณะที่อาร์ตแอบกบดานอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ โดยมีนิกช่วยคอยจูนสัญญาณเสียงให้คมชัดที่สุด"ขอบใจนะหลานเพนนี นี่ถ้าภีมเขาได้แต่งงานกับหนูจริงๆ อาสงสัยว่าอาคงไม่ต้องกังวลเรื่องการขยายฐานอำนาจไปทางฝั่งวรโชติเมธีเลยล่ะ" รัฐมนตรีทรงพลหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปคุยกับท่านเดชด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม"เดช เรื่องที่ฉันให้แกไปจัดการน่ะ เรียบร้อยไหม? ไอ้หลักฐานในเหมืองระยองที่เมียแกเคยเก็บไว้ ฉันหวังว่ามันจะถูกทำลายไปพร้อมกับลูกน้องแกที่เหมืองวันนั้นแล้วนะ"ท่านเดชจิบชาด้วยมือนิ่งๆ "เรื่องนั้น... ฉันจัดการให้แล้วทรงพล แกไม่ต้องห่วง""ดี เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะเซ็นอนุมัติโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าแสนล้าน ซึ่งนอมินีของฉันเตรียมรับช่วงต่อแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองอาทิตย์เงินก้อนแรกจะถูกโอนผ่านบัญชีในสวิส... ข้อมูลบัญชีอยู่ในแฮนดี้ไดรฟ์ที่ฉันคล้องคอไว้นี่แหละ ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้" ทรงพลตบที่หน้าอกตัวเองอย่างลำพองในขณะที่รัฐมนตรีทรงพลคุยเรื่องชั่วๆ กับท่านเดช ภีมก็ถือโอกาสเขยิบเข้าไปใกล้เพนนีจนไหล่ชนกัน "น
อาร์ตขับรถพาเพนนีหนีลัดเลาะตามเส้นทางที่ซับซ้อนจนแน่ใจว่าสลัดพวกลูกน้องของท่านเดชหลุดแล้ว เขาตัดสินใจพาเธอมายังบ้านสวนหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่คุณปู่ของเขาเหลืออยู่หลังจากโดนยึดทรัพย์สินไปในอดีต"ที่นี่ที่ไหนคะอาร์ต? ดูเงียบสงบจัง" เพนนีถามพลางปัดฝุ่นออกจากชุดสวยที่ตอนนี
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมขอ... เพนนีคนนี้จะขอเองค่ะ!"เพนนีตัดสินใจว่าการรอให้อาร์ตขอนัดเดตคงต้องรอให้หุ่นยนต์ที่เขาทำเดินได้เองก่อน เธอจึงเลือกใช้วิธีลักพาตัวโดยการส่งนิกและแก๊งเพื่อนวิศวะไปหลอกล่อให้อาร์ตขึ้นรถตู้ของบ้านเธอมาที่สวนสนุกปิดพรีเมียมที่เธอจองไว้เพียงสองคน!ณ สวนสนุก ที่เงียบสงบเพราะโดนเ
เพนนีเหลือบไปเห็นโรสที่ยืนหน้าซีดอยู่ไกลๆ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางเอกไม่มีวันทำ นั่นคือการ "บีบให้ทุกคนพูดความจริง""โรส! มานี่สิ" เพนนีตะโกนเรียกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองโรสค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล "คุณเพนนี... อาร์ต มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?""โรส ไม่ต้องฟังที่ยัยนี่พูดนะ กลับไปก่อน"
"กอหญ้า! ไปซื้อตำราอาหารที่แพงที่สุดมา! แล้วก็จองคอร์สเรียนทำอาหารกับเชฟมิชลินสตาร์ให้ฉันเดี๋ยวนี้!" เพนนีแผดเสียงสั่งงานในขณะที่เธอกำลังสวมผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ราคาแพงอยู่ในห้องครัวของคฤหาสน์ตลอดทั้งสัปดาห์ เพนนีไม่ไปเรียนนิเทศฯ เธอคลุกตัวอยู่ในครัวจนหน้าเปื้อนแป้ง นิ้วมือที่เคยทำเล็บสวยงามกลับม







