LOGIN"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมขอ... เพนนีคนนี้จะขอเองค่ะ!"
เพนนีตัดสินใจว่าการรอให้อาร์ตขอนัดเดตคงต้องรอให้หุ่นยนต์ที่เขาทำเดินได้เองก่อน เธอจึงเลือกใช้วิธีลักพาตัวโดยการส่งนิกและแก๊งเพื่อนวิศวะไปหลอกล่อให้อาร์ตขึ้นรถตู้ของบ้านเธอมาที่สวนสนุกปิดพรีเมียมที่เธอจองไว้เพียงสองคน! ณ สวนสนุก ที่เงียบสงบเพราะโดนเหมา อาร์ตก้าวลงจากรถด้วยท่าทางงงๆ เขาเห็นเพนนียืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของม้าหมุน "นี่คุณ... เหมาสวนสนุกอีกแล้วเหรอเพนนี? ผมบอกแล้วไงว่าอย่าใช้เงินแก้ปัญหาทุกอย่าง" "ไม่ได้ใช้เงินแก้ปัญหาค่ะ แต่ใช้เงินซื้อความส่วนตัว!" เพนนีเดินเข้าไปควงแขน "วันนี้นายห้ามพูดเรื่องเรียน ห้ามพูดเรื่องหุ่นยนต์ และห้ามพูดเรื่องอดีต... วันนี้มีแค่เพนนีกับอาร์ต โอเคไหมคะ?" อาร์ตมองไปรอบๆ แล้วถอนหายใจ แต่ที่มุมปากเขากลับแอบมียิ้มจางๆ "มาขนาดนี้แล้ว... ผมขัดใจคุณได้ด้วยเหรอ?" ตลอดทั้งคืน เพนนีลากอาร์ตขึ้นเครื่องเล่นทุกอย่างที่เธออยากเล่น เธอร้องกรี๊ดจนแสบคอ ส่วนเขาก็ทำหน้านิ่งแต่คอยจับมือเธอไว้แน่นทุกครั้งที่เครื่องเล่นเหวี่ยงแรงๆ ความเป็นธรรมชาติของเพนนีที่ไม่ได้ปรุงแต่งว่าต้องร้ายหรือสวยตลอดเวลา ทำให้อาร์ตเผลอมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป บนชิงช้าสวรรค์ เมื่อกระเช้าเคลื่อนมาถึงจุดสูงสุดที่มองเห็นวิวไฟของกรุงเทพฯ ทั้งเมือง เพนนีก็นั่งเงียบลงอย่างผิดปกติ "เป็นอะไรไปคุณหนู? กลัวความสูงเหรอ?" อาร์ตถาม "เปล่าค่ะ... เพนนีแค่คิดว่า มันจะมีวันไหนไหมนะที่อาร์ตจะมองเพนนี แล้วไม่เห็นภาพทับซ้อนของใคร" เธอพูดเสียงเบา "เพนนีรู้ว่าเพนนีมาทีหลัง แต่นายช่วยแบ่งที่ว่างในใจให้แรงเสียดทานคนนี้สักนิดได้ไหม?" อาร์ตนิ่งไปนาน เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วคว้ามือเพนนีมากุมไว้ "ผมบอกแล้วไงเพนนี... กำแพงของผมมันพังไปแล้วเพราะคุณ" เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา คราวนี้ไม่ใช่ที่นิ้ว... แต่เป็นที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยน "ขอบคุณที่พาผมออกมาจากโลกสีเทาๆ นะครับ ยัยตัวร้าย" 'กรี๊ดดดด! เขาจูบหน้าผากฉัน! เขาเรียกฉันว่ายัยตัวร้ายด้วยน้ำเสียงแบบนั้น! ฉันจะไม่เป็นนางร้ายแล้วอาร์ต ฉันจะเป็นเมีย... เอ้ย! เป็นแฟนที่ดีที่สุดของนายคนเดียวเลย!' แต่ในขณะที่กำลังหวาน... ตืดดด ตืดดด! เสียงโทรศัพท์ของอาร์ตดังขึ้น "ว่าไงนิก?" "อาร์ตแย่แล้วว่ะยัยเมล์บัญชีน่ะสิมาอาละวาดที่คณะ บอกว่ามึงโกหกว่าจะไปติวหนังสือแต่แอบมาเที่ยวกับสาว ตอนนี้ยัยนั่นกำลังไล่จิกหัวพวกกูให้บอกที่อยู่มึงอยู่เนี่ย!" เพนนีหูผึ่งทันที "เมล์เหรอ? ยัยคนที่เป็นเหรัญญิกสโมสรนักศึกษาที่ชอบทำหน้าเหมือนโดนใครเบี้ยวหนี้ตลอดเวลาคนนั้นน่ะเหรอ!" เพนนีแยกเขี้ยวใส่โทรศัพท์ในมืออาร์ตทันที "เพนนี... ใจเย็นๆ เมล์เขาเป็นเพื่อนในกลุ่มนิกน่ะ เขาคงแค่เป็นห่วงเรื่องงาน" อาร์ตพยายามปราม แต่ดูเหมือนน้ำมันจะราดลงบนไฟ "เป็นห่วงงานหรือเป็นห่วงนายกันแน่! อาร์ตคะ... ใครจะมาแตะต้องนายตอนที่อยู่กับฉันไม่ได้ทั้งนั้น!" ณ หน้าทางเข้าสวนสนุก รถแท็กซี่คันหนึ่งเบรกเอี๊ยด เมล์ก้าวลงมาด้วยลุคสาวบัญชีสุดเป๊ะ แว่นสายตากรอบบางและสมุดโน้ตในมือดูขัดกับสถานที่อย่างสิ้นเชิง โดยมีนิกวิ่งตามมาด้วยสภาพสะบักสะบอม "อาร์ตนายมาทำอะไรที่นี่? นายรู้ไหมว่าพรุ่งนี้ต้องส่งโปรเจกต์หุ่นยนต์ภาคต้นแล้ว แต่นายกลับมาเที่ยวกับ... กับยัยคุณหนูเอาแต่ใจเนี่ยนะ!" เมล์ชี้หน้าเพนนีอย่างไม่เกรงกลัว เพนนีเดินเชิดหน้าเข้าไปหา "ยัยหน้าจืด! ใครเอาแต่ใจไม่ทราบ? ฉันพาอาร์ตมาคลายเครียดเพื่อให้เขามีสมองไปทำงานต่อไงยะ ไม่เหมือนใครบางคนที่เอาแต่จิกๆๆ จนสมองอาร์ตจะฝ่อหมดแล้ว!" "ฉันไม่ได้จิก ฉันทำงานตามระเบียบ!" เมล์สวนกลับ "อาร์ตเป็นความหวังของภาควิชา อย่าให้คนไม่มีสาระอย่างเธอมาดึงเขาลงเหวสิเพนนี" "คนไม่มีสาระเหรอ?" เพนนีหัวเราะเยาะ "นิก! บอกยัยนี่ไปสิว่าใครเป็นคนบริจาคเงินซื้อเซนเซอร์หุ่นยนต์รุ่นล่าสุดให้อาร์ตใช้น่ะ!" นิกพยักหน้าหงึกๆ "เอ่อ... จริงนะเมล์ น้องเพนนีเขาเปย์หนักมากจริงๆ" "เงินซื้อความรับผิดชอบไม่ได้หรอกนะ" เมล์ยังคงนิ่ง "อาร์ต กลับไปทำงานเดี๋ยวนี้" บรรยากาศเริ่มตึงเครียด อาร์ตมองผู้หญิงสองคนที่กำลังจ้องจะกินหัวกันเอง เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปยืนตรงกลาง "พอได้แล้วทั้งคู่... เมล์ขอบคุณที่เป็นห่วงงาน แต่ผมจัดการเวลาได้ ส่วนเพนนี... ขอบคุณที่พามาเที่ยว แต่ตอนนี้ผมต้องกลับไปเช็กโค้ดจริงๆ" เพนนีหน้าหงิกทันที "อาร์ตอ่าาา..." "แต่..." อาร์ตหันมาหาเพนนีแล้วกระซิบให้ได้ยินกันสองคน "ถ้าคุณยอมกลับไปตอนนี้... พรุ่งนี้หลังส่งงาน ผมจะไปกินข้าวที่คณะนิเทศกับคุณ" เพนนีตาโตเท่าไข่ห่าน "พูดจริงนะห้ามคืนคำนะอาร์ต!" อาร์ตพยักหน้า ก่อนจะหันไปหานิกกับเมล์ "นิก พาเมล์กลับไปก่อน เดี๋ยวกูขับรถตามไปเอง" 'หึ... ถึงยัยเมล์จะมาขัดจังหวะ แต่การที่อาร์ตบอกว่าจะไปหาฉันที่คณะนิเทศฯ มันคือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่! พรุ่งนี้ฉันจะจัดขบวนต้อนรับให้ชาวโลกได้รู้ไปเลยว่า นายวิศวะคนนี้... มีเจ้าของแล้ว!' เพนนีคิดในใจและกระโดดโลดเต้นหลังจากเคลียร์งานที่เหมืองและรับมรดกจากคุณปู่เรียบร้อย อาร์ตก็พาเพนนีบินลัดฟ้ามาฮันนีมูนที่หมู่บ้านเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่นี่มองเห็นยอดเขาแมตเทอร์ฮอร์นตั้งตระหง่านสวยงามเหมือนในฝันเลย"อาร์ตคะดูสิคะ หิมะตกด้วยสวยเหมือนในหนังเลยนะคะ" เพนนีในชุดเฟอร์สีขาวฟูฟ่องวิ่งออกไปที่ระเบียงบ้านพักสไตล์ชาเลต์สุดหรูอาร์ตเดินตามออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนหนา เขาโอบกอดเพนนีจากทางด้านหลังแล้วห่มผ้าให้ทั้งคู่ "ระวังเป็นหวัดนะครับเพนนี อากาศที่นี่ติดลบนะ เดี๋ยวจะไม่มีแรงเที่ยวคืนนี้นะครับ"เพนนีหันกลับมาคล้องคอสามีสุดหล่อ "แหม... อาร์ตคะ มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะคิดเรื่องเที่ยวแบบนั้นอีกเหรอคะ? เพนนีอุตส่าห์เตรียม ชุดพิเศษมาให้เข้ากับบรรยากาศหนาว ๆ เลยนะ""ชุดอะไรครับ? ชุดกันหนาวเหรอ?" อาร์ตแกล้งทำหน้าซื่อ"ก็... ชุดนอนที่บางยิ่งกว่าเกล็ดหิมะยังไงล่ะคะ" เพนนีกระซิบข้างหูพลางขบเม้มติ่งหูอาร์ตเบา ๆ จนเขาถึงกับขนลุกซู่อาร์ตไม่รอช้า เขาอุ้มเพนนีกลับเข้าไปในห้องพักที่เปิดเตาผิงไฟจนอุ่นซ่าน แสงไฟสีส้มจากเตาผิงสะท้อนกับดวงตาของทั้งคู่ อาร์ตวางเพนนีลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่มหน้าเตาผิง"เพนนีคุณปู่ท่านอยากได
แทนที่จะหวาดกลัวจนยกเลิกงานแต่ง เพนนีกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วมองจดหมายข่มขู่นั่นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น"อาร์ตคะ... ในเมื่อมันอยากให้งานแต่งเราเป็นงานศพ เพนนีก็จะจัดให้แต่เป็นงานศพของพวกมันนะคะ" เพนนีพูดเสียงเฉียบขาด "เราจะย้ายสถานที่จัดงานจากโรงแรมห้าดาว ไปจัดที่เหมืองระยองค่ะ"อาร์ตมองหน้าแฟนสาวแล้วยิ้มกริ่มอย่างรู้ใจ "แผนล่อเสือออกจากถ้ำสินะครับ? ผมเห็นด้วยครับเพนนี เพราะที่เหมืองคือถิ่นของเรา ผมวางระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิดไว้ทุกตารางนิ้วแล้ว"ข่าวการย้ายสถานที่งานแต่งสายฟ้าแลบถูกกระจายออกไปทันที นักข่าวและแขกเหรื่อต่างพากันงงงวย แต่สำหรับคนร้าย... นี่คือโอกาสทองที่พวกมันรอคอยวันงานมาถึง... เหมืองระยองถูกเนรมิตให้กลายเป็นรันเวย์สีขาวท่ามกลางหุบเขาและเครื่องจักรเก่าที่ถูกขัดจนเงาวับ เพนนีปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวสั้นที่กระฉับกระเฉงกว่าเดิม ส่วนอาร์ตสวมสูทสีดำทับเสื้อกั๊กกันกระสุนที่เขาออกแบบเองอย่างแนบเนียนในขณะที่บาทหลวงกำลังจะเริ่มพิธี สัญญาณสั่นเตือนในนาฬิกาของอาร์ตก็ดังขึ้น"พวกมันมาแล้วครับเพนนี... ทางทิศเหนือ 3 คน ทิศใต้ 2 คน" อาร์ตกระซิบบอกเจ้าสาวของเขา"นิกต
หลังจากส่งตัวภีมให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว อาร์ตกับเพนนีก็กลับมาที่บ้านสวนของคุณปู่ แม้แผนการท่อลมหลอกของอาร์ตจะชนะขาดลอย แต่เขาก็ได้แผลถลอกปอกเปิกจากการพุ่งชาร์จภีมที่พื้นทรายขรุขระมาไม่น้อยเลย"เจ็บมากไหมคะอาร์ต? ดูสิ เลือดซิบเลย" เพนนีพูดพลางถือกล่องปฐมพยาบาลเข้ามานั่งข้างๆ อาร์ตที่ใต้ถุนบ้านไม้"แค่นี้ไกลหัวใจครับเพนนี เห็นคุณปลอดภัยผมก็หายเจ็บแล้ว" อาร์ตส่งยิ้มอ่อนโยนให้เพนนีเบ้ปากใส่คนขี้อ่อยแต่ในใจคือเต้นโครมครามค่ะ เธอค่อยๆ บรรจงชุบสำลีเช็ดแผลที่ท่อนแขนแกร่งของเขา "อยู่นิ่งๆ สิคะทีตอนสู้กับคนบ้าล่ะเก่งจัง พอจะทำแผลล่ะทำเป็นยิ้มหวาน"บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท มีเพียงเสียงจิ้งหรีดและสายลมพัดเบาๆ กลิ่นดอกปีบหอมโชยมา เพนนีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอาร์ตในระยะประชิด แสงไฟสีเหลืองนวลในบ้านทำให้ดวงตาของอาร์ตดูประกายวิบวับกว่าปกติ"เพนนีครับ..." อาร์ตเอ่ยเรียกเสียงเบา พลางใช้มือข้างที่ไม่เจ็บเชยคางเพนนีขึ้นมา "ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างผมในวันที่แย่ที่สุด จนถึงวันที่ผมมีทุกอย่างในวันนี้""เพนนีก็ต้องขอบคุณอาร์ตเหมือนกันค่ะ ที่ยอมอดทนกับนางร้ายเอาแต่ใจอย่างเพนนีมาตลอด"อาร์ตค่อยๆ โน้มใบหน้าเ
หลังจากที่ยัยไหมเดินสะบัดบ็อบออกไป เพนนียังคงยืนหน้างอ ขัดใจที่ยัยนั่นกล้าเอาเรื่องเงินมาข่มอาร์ตกลางวิลล่าส่วนตัว"อาร์ตเพนนีไม่ยอมนะคะ ยัยไหมนั่นไปเอาเงินมาจากไหน ถึงกล้ามาเสนอหน้าลงทุนในที่ดินของปู่อาร์ต" เพนนีกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจอาร์ตดึงมือเพนนีให้นั่งลงที่เดิม "ใจเย็น ๆ ครับเพนนี ผมว่ามันแปลก ๆ ทุนต่างชาติที่ไหนจะกล้าเสี่ยงกับที่ดินที่เคยมีคดีระดับประเทศแบบนี้ ถ้าไม่ใช่ทุนสีเทาที่ต้องการฟอกเงิน"เพนนีตาวาวทันที "ฟอกเงินเหรอคะ? หึ! งั้นยิ่งง่ายเลยค่ะอาร์ต ในเมื่อยัยนั่นอยากเล่นเกมการเงิน เพนนีก็จะจัดให้!"เพนนีหยิบไอโฟนเครื่องหรูขึ้นมาแล้วต่อสายตรงถึงท่านเดชทันที"คุณพ่อคะเพนนีอยากขอถอนเงินในกองทุนมรดกส่วนตัวของเพนนีทั้งหมดค่ะ ใช่ค่ะ เพนนีจะเอามาลงทุนรีโนเวทเหมืองระยองให้อาร์ต และเพนนีต้องการให้ชื่อบริษัทของยัยไหมติดบัญชีดำของสมาคมนักธุรกิจไทยภายในพรุ่งนี้ด้วยนะคะ"อาร์ตมองแฟนสาวด้วยความทึ่ง "เพนนี... นั่นมันเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณเลยนะ คุณจะเอามาทุ่มกับโปรเจกต์ที่ยังไม่เห็นกำไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ?"เพนนีหันมาสบตาอาร์ต แววตาที่เคยขี้เล่นกลับดูจริงจังขึ้นมา "อาร์ตคะ... เง
"พวกมันมากันแล้วอาร์ตทำยังไงดีคะ?!" เพนนีเกาะแขนอาร์ตแน่น มองดูบอดี้การ์ดที่ค่อย ๆ เดินโอบเข้ามาพร้อมอาวุธในมืออาร์ตสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสมเป็นวิศวกรสายมึนของเพนนีจริง ๆ "นิกเชื่อมต่อระบบสัญญาณจากรถตู้เข้ากับจอยักษ์หน้าคฤหาสน์และทีวีทุกช่องที่กำลังถ่ายทอดสดงานเลี้ยงของท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้""จัดให้ครับเพื่อน" นิกดีดนิ้วรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วแสงในขณะที่นายชาติ บอดี้การ์ดท่านเดชที่ถูกสั่งให้มาคุมสถานการณ์ กำลังจะสั่งให้คนพังประตูรถตู้ จู่ ๆ หน้าจอ LED ขนาดมหึมาหน้าบ้านและในงานเลี้ยงก็สว่างวาบขึ้น ภาพหลักฐานการโอนเงิน คลิปเสียงสั่งการสังหารพ่ออาร์ต และแผนการโกงกินชาติของรัฐมนตรีทรงพล ถูกเปิดวนซ้ำไปซ้ำมาต่อหน้าแขกเหรื่อนับร้อยและนักข่าวที่มารอทำข่าวการเมือง"นี่มันอะไรกัน?!" เสียงรัฐมนตรีทรงพลแผดลั่นกลางงานเลี้ยง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาตอนนี้ซีดเผือดเป็นไก่ต้มเพนนีตัดสินใจเปิดประตูรถตู้แล้วก้าวออกมาพร้อมกับถือโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สด ผ่านโซเชียลที่มีคนดูเป็นแสนในพริบตา "ท่านอาทรงพลคะความลับไม่มีในโลกค่ะ... และความยุติธรรมที่อาร์ตกับคุณปู่รอคอยมา 20 ปี วันนี้มั
เพนนีนั่งรินน้ำชาให้รัฐมนตรีทรงพลและภีมด้วยท่าทางอ่อนหวานระดับสิบ ในขณะที่อาร์ตแอบกบดานอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์ โดยมีนิกช่วยคอยจูนสัญญาณเสียงให้คมชัดที่สุด"ขอบใจนะหลานเพนนี นี่ถ้าภีมเขาได้แต่งงานกับหนูจริงๆ อาสงสัยว่าอาคงไม่ต้องกังวลเรื่องการขยายฐานอำนาจไปทางฝั่งวรโชติเมธีเลยล่ะ" รัฐมนตรีทรงพลหัวเราะร่า ก่อนจะหันไปคุยกับท่านเดชด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม"เดช เรื่องที่ฉันให้แกไปจัดการน่ะ เรียบร้อยไหม? ไอ้หลักฐานในเหมืองระยองที่เมียแกเคยเก็บไว้ ฉันหวังว่ามันจะถูกทำลายไปพร้อมกับลูกน้องแกที่เหมืองวันนั้นแล้วนะ"ท่านเดชจิบชาด้วยมือนิ่งๆ "เรื่องนั้น... ฉันจัดการให้แล้วทรงพล แกไม่ต้องห่วง""ดี เพราะตอนนี้ฉันกำลังจะเซ็นอนุมัติโครงการแลนด์บริดจ์มูลค่าแสนล้าน ซึ่งนอมินีของฉันเตรียมรับช่วงต่อแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกสองอาทิตย์เงินก้อนแรกจะถูกโอนผ่านบัญชีในสวิส... ข้อมูลบัญชีอยู่ในแฮนดี้ไดรฟ์ที่ฉันคล้องคอไว้นี่แหละ ใครหน้าไหนก็เอาไปไม่ได้" ทรงพลตบที่หน้าอกตัวเองอย่างลำพองในขณะที่รัฐมนตรีทรงพลคุยเรื่องชั่วๆ กับท่านเดช ภีมก็ถือโอกาสเขยิบเข้าไปใกล้เพนนีจนไหล่ชนกัน "น
อาร์ตขับรถพาเพนนีหนีลัดเลาะตามเส้นทางที่ซับซ้อนจนแน่ใจว่าสลัดพวกลูกน้องของท่านเดชหลุดแล้ว เขาตัดสินใจพาเธอมายังบ้านสวนหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่คุณปู่ของเขาเหลืออยู่หลังจากโดนยึดทรัพย์สินไปในอดีต"ที่นี่ที่ไหนคะอาร์ต? ดูเงียบสงบจัง" เพนนีถามพลางปัดฝุ่นออกจากชุดสวยที่ตอนนี
เพนนีเหลือบไปเห็นโรสที่ยืนหน้าซีดอยู่ไกลๆ เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่นางเอกไม่มีวันทำ นั่นคือการ "บีบให้ทุกคนพูดความจริง""โรส! มานี่สิ" เพนนีตะโกนเรียกเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองโรสค่อยๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวล "คุณเพนนี... อาร์ต มีอะไรกันหรือเปล่าคะ?""โรส ไม่ต้องฟังที่ยัยนี่พูดนะ กลับไปก่อน"
"ในเมื่ออาร์ตไม่ยอมบอก... ฉันก็จะหาคำตอบเอง!"เพนนีกลับมาที่บ้านด้วยหัวใจที่บอบช้ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอต่อสายตรงหาเลขาฯ ส่วนตัวของพ่อทันที "พี่ชัย... เพนนีอยากได้ประวัติย้อนหลัง 5 ปีของนักศึกษาที่ชื่ออนันดา คณะวิศวะ และ โรสิตา โดยเฉพาะข่าวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่... เอาแบบละเอียดที
"กอหญ้า! ไปซื้อตำราอาหารที่แพงที่สุดมา! แล้วก็จองคอร์สเรียนทำอาหารกับเชฟมิชลินสตาร์ให้ฉันเดี๋ยวนี้!" เพนนีแผดเสียงสั่งงานในขณะที่เธอกำลังสวมผ้ากันเปื้อนลายลูกไม้ราคาแพงอยู่ในห้องครัวของคฤหาสน์ตลอดทั้งสัปดาห์ เพนนีไม่ไปเรียนนิเทศฯ เธอคลุกตัวอยู่ในครัวจนหน้าเปื้อนแป้ง นิ้วมือที่เคยทำเล็บสวยงามกลับม







