LOGINเซลีนนิ่งไป ความรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออกวิ่งเข้าชนเธอเต็มๆ เมื่อเจอประโยคหักหน้า ต่อหน้าผู้ใหญ่ จากปากชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม
ทว่าโรมัน กลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งกอดอก ท่าทางสงบนิ่งแฝงความหยิ่งยโส สายตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับกำลังต้อนสัตว์ตัวเล็กๆ ให้จนมุม "โรม! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย!" รุ่งโรจน์เอ่ยปรามลูกชายเสียงเข้ม ใบหน้าเริ่มฉายแววไม่พอใจ "ขอโทษด้วยนะจ๊ะหนูลีน ตาโรมปากเสียแบบนี้แหละอย่าไปถือสาพี่เขาเลยนะลูก" คุณหญิงพิมพ์ประภารีบหันมาเอ่ยกับเซลีนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะหันไปดุลูกชาย "..." "แม่กับพ่อแค่จะให้ลองคุยๆ สนิทกันไว้ ไม่ได้บังคับว่าต้องหมั้นหรือคบกันเลยสักหน่อย!" โรมันไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ด้วยท่าทางระอาและหน่ายใจสุดขีด ก่อนจะค่อยๆ กวาดสายตามองผู้ใหญ่ทีละคนบนโต๊ะอย่างวิเคราะห์... ดวงตาคู่โตนั่นฉายแววรู้ทันทุกอย่างจนน่ากลัว "คุยกันเหรอครับ? ..." โรมันเค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำของเขากดต่ำลงจนทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยือกขึ้นมาทันที "..." "เอาเด็กสองคนมาเป็นข้อต่อรองเพื่อเชื่อมผลประโยชน์ทางธุรกิจกับอิทธิพลฝั่งตำรวจ... มันไม่ดูตลกไปหน่อยเหรอครับ?" "เฮ้ยๆ... เจ้าโรม พูดอะไรอย่างนั้นล่ะหว่า ไม่ใช่ขนาดนั้นสักหน่อย" ปิยะ ผู้ใหญ่ที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ พยายามทำบรรยากาศให้เป็นเรื่องตลก "ไม่จริงเหรอครับ?" โรมันเลิกคิ้ว สายตาที่จ้องมองปิยะมีความกดดันบางอย่างที่ทำให้ปิยะต้องหลบสายตา "..." "ลองไล่เรียงดูสิครับ... คุณปิยะเองก็ไม่มีลูก คุณนพกับคุณมณีรัตน์ก็ไม่มีลูกสาวหรือลูกชาย... เพราะฉะนั้น ในบรรดาตระกูลที่กุมห่วงโซ่อาหารตรงนี้ หวยมันก็เลยมาตกอยู่ที่ ผม กับ ลูกสาวป๋าเพชร... ใช่ไหมล่ะครับ?" คำพูดตรงไปตรงมาของโรมัน ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งหกคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะถึงกับเงียบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยเถียงแม้แต่คำเดียว บารมีและความฉลาดแกมโกงของเขา ร้ายกาจจนทำให้ผู้ใหญ่ทรงอิทธิพลหลายคนต้องเกรงใจ เซลีนที่นั่งฟังอยู่เริ่มรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอไม่ชอบให้ตัวเองกลายเป็นหมากในเกมธุรกิจ และยิ่งไม่ชอบสายตากวนประสาทของหมอนี่ด้วย! "เอ่อ... ป๊าคะ ลีนขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" เซลีนเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วออกจากห้องไปทันที รุ่งโรจน์มองตามหลังเด็กสาวไปก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ลูกชายตัวดีแล้วโบกมือไล่ "ออกไปเลยไป! ไปขอโทษน้องด้วย!" "หึ..." โรมันหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ เขายักไหล่แล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางสง่างามแต่เต็มไปด้วยอันตราย ทว่า... ก่อนที่เขาจะเดินพ้นประตูห้องรับรองไป ชายหนุ่มก็หยุดชะงัก แล้วหันหลังกลับมามอง พลตำรวจตรีพงษ์เพชร บิดาของเซลีน พลันรอยยิ้มมุมปากสุดกวนก็ยกขึ้นอีกครั้ง "..." "แต่จะว่าไป..." โรมันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "ลูกสาวป๋า ก็สวยดีนะครับ..." พูดจบ โรมันก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของป๋าเพชร "ฮ่าๆๆ ไอ้นี่มันตาถึงเว้ย!" พงษ์เพชรหัวเราะร่าตบโต๊ะเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจ ในความตรงไปตรงมาและใจเด็ดของโรมัน ทำให้บรรยากาศเครียดๆ เมื่อกี้คลายลง และผู้ใหญ่คนอื่นๆ ก็พากันหัวเราะขำตามกันไปทั้งห้อง เซลีนเดินเลี่ยงออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ริมระเบียงกว้างชั้นบนสุดของโรงแรม ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าหวานเบาๆ ช่วยปัดเป่าความอึดอัดและอารมณ์ขุ่นมัวจากห้องรับรองออกไปได้มาก ดวงตากลมโตมองลงไปยังเบื้องล่าง เห็นแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูง และรถยนต์บนถนนที่เคลื่อนตัวไปมา ราวกับภาพวาดเมืองใหญ่ที่ไม่เคยนอนหลับ ทว่า... พักหย่อนใจได้ไม่ทันไร กลิ่นหอมของฟิโรโมนเฉพาะตัว เป็นกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นไอความเย็นชาแบบสุขุม ก็ลอยมาแตะจมูกเธอตามสายลม กึก! หัวใจดวงน้อยของเซลีนกระตุกวูบ และเริ่มเต้นระสับขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอค่อยๆ หันหลังกลับไปมอง... ร่างสูงทรงเสน่ห์ของโรมัน ยืนพิงขอบประตูระเบียงอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ในชุดเชิ้ตแบรนด์เนมปลดกระดุมเม็ดบน รูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน สมบูรณ์แบบด้วยไหล่กว้างและโครงหน้าหล่อเหลาบาดใจ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็นสายตาคมกริบแสนเย็นชา ที่แฝงไปด้วยออร่าแห่งอำนาจ มันน่าเกรงขามจนทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่นและไม่กล้าเข้าใกล้ "ออกมายืนทำอะไรคนเดียวตรงนี้..." โรมันเอ่ยถามเสียงเรียบต่ำ หยิ่งยโสตามฉบับของเขา "มันเรื่องของฉัน" เซลีนตอบกลับแบบขอไปที พลางกอดอกเบือนหน้าหนี "หึ..." โรมันแค่นหัวเราะในลำคอ เขาก้าวขาเดินเข้ามาริมระเบียงอย่างเนิบนาบ "..." "ถ้าไม่อยากเป็นหมากในเกมธุรกิจของคนพวกนั้น... ทำไมไม่รู้จักต่อต้านล่ะ?" เซลีนถอนหายใจยาว หันมากระตุกยิ้มประชด "ต่อต้านยังไง? ให้หนีออกจากบ้านเหรอ? หรือให้ปฏิเสธผู้ใหญ่มารยาทเสียแบบคุณกันแน่?" โรมันไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคู่คมค่อยๆ กวาดมองใบหน้าเนียนใส ไล่ต่ำลงมาที่ลำคอระหง และทรวดทรงองเอวภายใต้ชุดเดรสอย่างถือสิทธิ์ ความจริงลึกๆ ในใจ เขากลับรู้สึก 'อยากได้' เด็กสาวตรงหน้าขึ้นมาอย่างจริงจัง เธอไม่ได้น่ารักแค่รูปร่างหน้าตา แต่ความพยศและไม่ยอมคนของเธอมันช่างปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาเหลือเกิน "มันมีทางที่ดีกว่าการหนีไม่ใช่หรือไง?" โรมเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้ง รอยยิ้มมุมปากเย้าแหย่เหมือนหลอกล่อให้เธอเดินตกหลุมพรางที่เขาสร้างไว้ "...?" "อย่างเช่น... ยอมรับข้อเสนอ แล้วมาอยู่ในความดูแลของฉันคนเดียว" "อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อหน่อยเลย โรมัน!" เซลีนสวนกลับทันควัน เรียกชื่อเขาตรงๆ ด้วยความโมโห โรมันขมวดคิ้วทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดัน ขึ้นมาทันตา "อย่าปีนเกลียว... ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ฉันแก่กว่าเธอตั้งกี่ปี? เรียก 'พี่โรม'" "ไม่เรียก!" เซลีนเชิดหน้าท้าทาย "ไม่เรียกใช่ไหม...?" ยังไม่ทันที่เซลีนจะได้ตั้งตัว ร่างสูงโปร่งก็ก้าวเข้ามาถึงตัว! มือหนาคว้าเอวบางไว้หลวมๆ ดึงรั้งร่างน้อยเข้ามาหาจนแผงอกแกร่งเบียดชิดกับอกนุ่มของเธออย่างแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดตรงหน้าผากมน "..." ตึกตัก! ตึกตัก! หัวใจของเซลีนเต้นรัวเร็ว ด้วยความตื่นตระหนก ระยะห่างที่ใกล้กันจนแทบไม่เหลืออากาศทำเอาเธอเกร็งไปทั้งตัว "เรียกพี่โรม..." โรมันโน้มใบหน้าต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มแหบพร่ากดขู่แกมบังคับ สัมผัสอันตรายและแรงกดดันทำให้เซลีนจำต้องยอมจำนน ดวงตาคู่สวยสั่นระริก เธอเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเค้นเสียงเบาหวิวออกมาด้วยความเจ็บใจ "...พี่โรม" โรมันยิ้มพอใจในชัยชนะ ดวงตาคมจ้องมองแก้มเนียนใสของเด็กสาวที่บัดนี้ขึ้นสีชมพูระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู ฟอด! โรมโน้มหน้าลงไปกดจูบหนักๆ บนแก้มเนียนนุ่มของเธอหนึ่งที กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มใสทำให้เขาอดใจไม่ไหว "อื้อ!!" เซลีนเบิ่งตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอรีบใช้สองมือดันแผงอกแกร่งออกสุดแรง จนหลุดออกจากอ้อมกอดเขา หน้าเธอร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู "หอมจัง..." โรมยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความชอบใจที่ได้แกล้งเธอ "ไอ้... ไอ้พี่บ้า! คนฉวยโอกาส! ทะลึ่ง! ไอ้คนนิสัยไม่ดี!" เซลีนด่าเป็นชุด ใบหน้าแดงด้วยความเขินผสมความโกรธ โรมยิ่งเห็นเธองอนก็ยิ่งชอบใจ เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวเพื่อเย้าแหย่ "โวยวายทำไม? ก็ถือว่าเป็นค่าตอบแทน ที่พี่ช่วยชี้แนะทางสว่างให้ไงครับ... น้องเซลีน" "ไอ้พี่โรมบ้า!!" เซลีนตวาดใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น สู้ความเขินอายไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบวิ่งหนีออกจากระเบียงตรงไปยังลิฟต์ทันที โดยมีเสียงหัวเราะของโรมันดังไล่หลังมาตลอดทางโรมันที่ได้ยินดังนั้น ก็หันไปจ้องหน้าเดี่ยวทันที คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงสั่ง คล้ายจะบอกว่า หาวิธีให้กูไปส่งให้ได้ ไม่งั้นพวกมึงตาย! เดี่ยวสะดุ้ง เมื่อเห็นสายตาของเจ้านาย"เอ่อ... คุณลีนครับ! ทางออกจากซอยนี้มันเปลี่ยวมากเลยนะครับ แท็กซี่ก็ไม่มีผ่านเข้ามาเลย เดินออกไปมันอันตรายมากครับ... พอดีผมยังไม่ว่างไปส่ง งั้น... ให้คุณลูกค้าท่านนี้ช่วยไปส่งปากทางไหมครับ? ทางเดียวกันพอดีเลย""ไม่ต้องค่ะ ลีนเรียกแกร็บหรือเดินออกไปเองได้ ไม่รบกวนใครดีกว่า" เซลีนปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไม่ไยดีเดี่ยวหน้าซีดเผือด รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากมีนา โรมันเองก็ส่งสายตากดดันมาที่เธอ จนมีนาเริ่มทำตัวไม่ถูก หญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ"เอ่อ... ฉันยังไงก็ได้นะแก ถ้าพี่เขาผ่านไปทางนั้น...""มีนนน!" เซลีนหันไปเอ็ดเพื่อน ก่อนจะหันมามองข้ามหัวโรมัน "ลีนจะกลับเองค่ะ ไม่ต้องให้ใครไปส่งทั้งนั้น"พูดจบ เซลีนก็ดึงแขนมีนาแล้วหมุนตัวเพื่อเดินหนี ท่าทีรังเกียจและหมางเมินนั้น ทำให้โรมันใจหาย แววตาของเขาตัดพ้อและเจ็บปวดทว่าความต้องการที่จะปกป้องและอยู่ใกล้เธอมันมีมากกว่า เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ก่อนจะเดินขึ้นไปดักหน้าพวกเธอไว้ทัน
รถยนต์เลี้ยวเข้าสู่ซอยลึกก่อนจะหยุดลงที่อู่ซ่อมรถ ทันทีที่สองสาวก้าวเท้าลงมาจากรถ บรรดาช่างซ่อมและลูกน้องหลายคนก็พากันยืนตัวตรง รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ทว่าท่าทางของแต่ละคนกลับดูเกร็งๆ เหมือนคนกลัวความผิดอยู่ตลอดเวลาพวกเขาจัดแจงพาเซลีนและมีนามานั่งพักตรงชุดโต๊ะเก้าอี้รับรองแขกด้านหน้า แม้จะเป็นมุมที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แต่เนื่องจากทั่วทั้งอู่ ไม่มีห้องกระจกติดเครื่องปรับอากาศเลยสักห้อง มีเพียงพัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่หมุนส่ายไปมาอย่างเชื่องช้า บรรยากาศรอบกายจึงค่อนข้างร้อนอบอ้าว ไอร้อนระอุของแดดผสมกับไอน้ำมันเครื่องลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ"น้ำเย็นๆ ครับคุณหนู... เอ้ย คุณลีน ดื่มให้ชื่นใจก่อนนะครับ" คิมรีบนำแก้วน้ำสแตนเลสใส่น้ำเย็น จนมีหยดน้ำเกาะมาเสิร์ฟให้ถึงมือ"ขอบคุณมากนะคะพี่คิม" เซลีนและมีนายกมือไหว้รับมาดื่มแก้กระหายเมื่อคิมค้อมหัวแล้วรีบถอยห่างออกไป มีนาก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้ามากระซิบกับเพื่อนรักทันทีด้วยความสงสัย"นี่ลีน... แกแอบรู้จักคนกลุ่มนี้เป็นการส่วนตัวหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมแต่ละคนดูเกรงใจแกแปลกๆ เลิ่กลั่กเหมือนกลัวแกยังไงชอบกล""เปล่า ฉันไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อนหรอก แต่ป๊าเป
เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลงมากระทบหน้าตึกคณะ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาดวงตากลมโตบวมช้ำและแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ผลพวงมาจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดทั้งคืน จนกระทั่งฟ้าสาง เธอทำได้เพียงฝืนพาร่างอันอ่อนล้า ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมาเรียนตามหน้าที่"ลีน! แกไปทำอะไรมาเนี่ย?!"เสียงของมีนา ร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นสภาพเพื่อนรัก ที่ก้าวเท้าลงจากรถด้วยท่าทางอิดโรยราวกับร่างไร้วิญญาณ ผิวหน้าขาวผ่องดูซีดเซียว ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอน"ฉัน... ไม่ได้นอน นอนไม่หลับเลย" เซลีนฝืนยิ้มบาง พลางหลุบสายตาลงต่ำ "ในหัวมันมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด"มีนามองหน้าเพื่อนสนิทด้วยความสงสารและเป็นห่วงจับใจ เธอรู้ดีว่าเรื่องที่ทำให้เซลีนเป็นหนักขนาดนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องความรัก ทว่าในฐานะเพื่อน เธอเลือกที่จะไม่เซ้าซี้หรือคาดคั้น"งั้นวันนี้ไหวไหมแก ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวฉันพาไปห้องพยาบาล""ไหวสิ... แค่คาบเช้าเอง สบายมาก"มีนาไม่ได้ซักไซ้ต่อ ทำเพียงบีบมือให้กำลังใจและคอยดูแลอยู่ข้างๆ ไม่ห่างทั้งสองคนพากันเดินขึ้นตึกเรียน เซลีนเปิดสมุดจดค้างไว้ แต่สายตากลับเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหม
ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่แกร่งชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือเสียงสะอื้นแผ่วเบาก่อนที่เธอจะเค้นเสียงสั่ง"ปล่อยลีนลง...""ถ้าพี่ยอม หนูสัญญาว่าจะคุยกับพี่ดีๆ ใช่ไหม?" โรมันต่อรอง เสียงทุ้มแหบพร่าข้างขมับ"ลีนไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทั้งนั้น ปล่อย" เซลีนเถียงสวนทันควันอย่างไม่ยอมลงให้"ถ้างั้นพี่ก็ไม่ปล่อย อยู่มันแบบนี้แหละ อยากให้คนทั้งมหาลัยมามุงดูผัวอุ้มเมียก็เอาสิวะ!""พี่โรม! พูดจาบ้าอะไรของพี่ ปล่อยลีนเดี๋ยวนี้!"ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงหวานตวาดสลับกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของร่างสูง จนสุดท้าย เมื่อเห็นคนรักเริ่มแดง และมีหยดน้ำตาคลอเบ้า โรมันก็เป็นฝ่ายถอนหายใจยาว ยอมผ่อนแรง แล้ววางปลายเท้าของคนตัวเล็กลงแตะพื้นคอนกรีตอย่างนุ่มนวลทันทีที่อิสรภาพกลับคืนมา เซลีนก็รีบถอยระยะห่างออกไปทันที โรมันขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายรอยตัดพ้อและหงุดหงิด ที่เห็นเธอทำเหมือนรังเกียจสัมผัสจากเขา"เป็นอะไรของหนูวะลีน?" โรมันเค้นถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ"...""ทำไมไม่รับสายพี่ ข้อความก็ไม่ยอมตอบ"เซลีนเบือนสายตาหลบไปมองพื้นถนนด้านข้าง พร้อมกับตอบส่งๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ลีนไม่เห็นค่ะ"
เมื่อรุ่นพี่ระเบียบซาลง ความตึงเครียดก็ค่อยๆ คลาย เปิดทางให้กลุ่มรุ่นพี่ฝ่ายสันทนาการเข้ามาคุมบรรยากาศต่อหญิงสาวสี่คนก้าวขึ้นมายืนด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มสดใส และท่าทางกระฉับกระเฉง แต่ละคนเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองเพื่อละลายพฤติกรรมรุ่นน้องพวกเธอเริ่มชี้แจงถึงกำหนดการกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่ ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แม้จะย้ำชัดเจนว่ายังไม่มีมติสรุปเรื่องสถานที่แน่ชัดก็ตาม"นี่แก..." มีนายื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูเซลีนเบาๆ "ฉันว่านะ ไม่พ้นทะเลชัวร์ เหมือนปีก่อนๆ ไง มหาลัยไหนก็ชอบพาไปทะเลทั้งนั้นแหละ""อาจจะไม่ใช่ก็ได้มั้ง""แล้วแกอยากไปไหนอ่ะ?" มีนายิ้มกริ่มก่อนเอ่ยถามต่อเซลีนหลุดยิ้มบางๆ สายตามองตรงไปข้างหน้าพลางตอบเสียงเรียบ"เลือกได้ด้วยเหรอว่าอยากไปไหน?""เอ้า ก็เผื่อพี่เขาเปิดให้โหวตไงแก ไม่แน่นะ ปีนี้เราอาจจะได้ไปที่ที่อยากไปจริงๆ ก็ได้" มีนาหัวเราะคิกคัก"ฝันไปเถอะ" เซลีนส่ายหน้าช้าๆ "รุ่นพี่เขาก็คงเลือกที่ที่ตัวเองอยากไปเที่ยวมากกว่านั่นแหละ จะมานั่งถามความเห็นพวกเราทำไม"มีนาชะงัก คิดตามคำตอบเพื่อนรักแล้วพยักหน้าเห็นพ้อง"เออว่ะ จริงของแก..."เวลาล่วงเลยไปจนกระท
ทั้งสองเริ่มวิ่งลงสนามบาสเกตบอลกลางแจ้ง กันต์ธี ขยับก้าวขาขึ้นมาตีคู่ข้างเซลีน ชายหนุ่มหันมองใบหน้าหวานสลับกับลู่ทางข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด"ขอโทษนะเซลีน... เพราะผมแท้ๆ คุณถึงต้องมาโดนทำโทษแบบนี้"เซลีนที่กำลังควบคุมจังหวะการหายใจหอบเบาๆ ส่ายหน้าช้าๆ"ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมาก... กฎก็ต้องเป็นกฎ"แม้บทสนทนาจะเป็นเพียงการพูดคุยตามมารยาท ทว่าในสายตาของคนที่ยืนมองอยู่บนลานหน้าแถว ภาพที่ทั้งคู่คุยกันอย่างกระหนุงกระหนิง กลับยิ่งสาดน้ำมันเข้ากองเพลิงโรมันยืนกำหมัดแน่นข้างลำตัว เขาจ้องเขม็งตามแผ่นหลังบางและไอ้หนุ่มข้างกายเธอตาไม่กะพริบ รังสีความเดือดดาลแผ่ซ่าน จนรุ่นน้องและเพื่อนร่วมรุ่นที่ยืนอยู่รอบตัวสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกอันตรายรอบที่หนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่รอบที่สอง เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้าหวานของเซลีนเสื้อแขนยาวที่เธอสวมทับ บวกกับอุณหภูมิอบอ้าวช่วงพลบค่ำ ทำให้เหงื่อเริ่มเปียกชุ่มซึมผ่านเนื้อผ้าออกมาจนน่าสงสาร บรรดาเพื่อนๆ ในแถวต่างพากันมองตามด้วยความเป็นห่วงจนกระทั่งวิ่งครบสามรอบตามกำหนด ทั้งสองจึงค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง แล้วเดินกลับเข้ามาหยุดยืนหน้า







