LOGINเช้าวันต่อมา
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนกับตึกคณะวิศกรรมศาสตร์ เซลีนในชุดนิสิตปีหนึ่งเรียบร้อยเดินตรงเข้ามายังลานกิจกรรมใต้ตึก ทว่ายังไม่ทันจะได้พักหายใจ เสียงของมีนา เพื่อนสนิทก็ดังขึ้น "ลีน! เร็ว ๆ เลย มานี่!" มีนาโบกไม้โบกมือสุดแรง ราวกับมีเรื่องใหญ่จะเล่า เซลีนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหา "อะไรของแกเนี่ย แต่เช้าเลย" "นั่งก่อนๆ" มีนาคว้าข้อมือเพื่อนแล้วดึงให้นั่งลงข้างๆ ก่อนจะกวาดสายตามองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวใครได้ยิน "หืม?" "ฉันมีข่าวเด็ดจะเมาท์!" "เรื่องอะไร?" เซลีนเลิกคิ้วทันที "เบลล่า ดาวมหาลัยที่เคยกิ๊กกั๊กกับพี่โรมไง!" มีนาลดเสียงลง แต่แววตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น "ได้ข่าวว่าโดนย้ายไปมหาลัยอื่นแล้ว" "ห๊ะ?" เซลีนขมวดคิ้ว "ย้ายกะทันหันเนี่ยนะ? ทำไมอ่ะ?" "ไม่มีใครรู้สาเหตุ แต่เห็นว่าไปขัดใจหรือทำอะไรให้พี่โรมไม่พอใจเข้ามั้ง..." มีนาทำหน้าขนลุก "..." "แต่ประเด็นคือ! ไอ้ตัวการอย่างพี่โรมอ่ะ ไม่ได้มีทีท่าสำนึกหรือเดือดร้อนอะไรเลยนะแก! เมื่อเช้าตอนฉันเดินผ่านลานเกียร์ ยังเห็นพี่แกดูอารมณ์ดีอยู่กับกลุ่มเพื่อนอยู่เลย!" "แล้ว... พี่เบลล่าอะไรนั่น ไม่ใช่แฟนอีตาพี่โรมเหรอ?" เซลีนถามขึ้นด้วยความสงสัย "ไม่ใช่ เท่าที่ฉันรู้มา พี่โรมไม่เคยยกตำแหน่งแฟนให้ใครทั้งนั้นแหละ พี่เบลล่าก็แค่คู่ควงขำๆ ไว้ควงเล่นแก้เหงาเฉยๆ" มีนาถอนหายใจยาว ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเพ้อฝัน "..." "แต่ก็นะ... ถึงจะไม่ได้เป็นแฟน ขอแค่ได้กินคนหล่อระดับอภิมหาเศรษฐีแบบพี่โรมสักครั้งก็ถือว่าคุ้มป่ะวะ น่าอิจฉาคนที่จะได้เป็นแฟนจริงๆของพี่แกว่ะ..." เซลีนฟังเพื่อนรำพันแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ "เหอะ... ก็หล่ออยู่หรอก..." เซลีนเหยียดยิ้มระอา "...แต่เรื้อนจัด!" สิ้นคำพูดของเซลีน... บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบลงอย่างแปลกประหลาด มีนาที่กำลังยิ้มขำอยู่ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ดวงตาเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ เธออ้าปากค้างเหมือนจะพูดอะไรแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เซลีนเห็นท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนก็นึกสงสัย "เป็นไรของแกเนี่ย? หน้าซีดเชียว..." เซลีนพูดยังไม่ทันขาดคำ... สายตาของมีนาก็จ้องไปที่ด้านหลังเธอ เซลีนจึงค่อยๆ หมุนตัวหันกลับไปมองตามสายตาเพื่อน กึก! หัวใจของเซลีนตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงโปร่งทรงอำนาจของโรมัน ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอในระยะประชิด เขาอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเทาเข้มพับแขน ลุคดูเถื่อนๆ แต่หล่อร้ายกาจจนทำเอาคนรอบข้างหลงใหล ทว่าสายตาคมกริบที่จ้องมองลงมายังคนตัวเล็กกลับเย็นชาและกดดันจนน่ากลัว บรรยากาศใต้ตึกคณะที่เคยจอแจพลันเงียบลงทันตา ทุกสายตาของนิสิตใหม่และรุ่นพี่นับร้อยชีวิต ต่างหยุดกิจกรรมแล้วหันมามองที่จุดเดียวกันเป็นตาเดียว เสียงทุ้มต่ำของเขาทรงพลังจนทำให้คนฟังขนลุก "เมื่อกี้... เธอพูดว่าอะไรนะ?" "..." เซลีนอึ้งไป จนทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวด้วยความตกใจ ที่เจ้าตัวดันมายืนฟังอยู่ข้างหลังเต็มๆ โรมันค่อยๆ โน้มใบหน้าต่ำลงมาใกล้ใบหูของเซลีน แววตาแฝงความร้ายกาจไว้อย่างเปิดเผย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบแต่ดังพอให้เพื่อนกลุ่มข้างๆ ได้ยิน "เมื่อกี้บอกว่าพี่เรื้อนเหรอครับ? ...ทำไม? เคยลอง 'เอา' กับพี่แล้วเหรอ ถึงได้รู้ว่าพี่เรื้อนน่ะ?" ประโยคคำถามอันร้ายกาจ ทำเอาเซลีนหน้าแดงไปถึงใบหูด้วยความอับอายและโมโหจัด เธอเม้มริมฝีปากแน่น นั่งเงียบไม่ยอมตอบอะไร "..." "ปากดีตั้งแต่เมื่อคืนยันตอนนี้เลยนะ..." โรมันยันกายขึ้นตรงพลางเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม "..." "แล้วอย่างนี้... พี่ควรจะลงโทษคนปากดียังไงดีล่ะหืม?" กลุ่มเพื่อนปีสี่ของโรมันที่เดินตามมา เห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยขัดขึ้นมากลั้วหัวเราะ "เฮ้ย! ไอ้โรม มึงจะอะไรกับน้องมันนักหนาวะ พอได้แล้ว ไปเรียนได้แล้วไป" โรมันหันไปตวัดสายตามองกลุ่มเพื่อน เพียงแค่สบตาแป๊บเดียว เพื่อนๆ ที่คบหากันมานานก็เข้าใจในทันทีว่า 'อย่าเสือก เรื่องนี้กูจัดการเอง' กลุ่มเพื่อนจึงได้แต่ยักไหล่แล้วถอยออกไปยืนดูอยู่ห่างๆ โรมันหันกลับมาจ้องหน้าเซลีนอีกครั้ง ออกคำสั่งเสียงเรียบ "ลุกขึ้น... แล้วไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลสามรอบ" "ไม่วิ่งค่ะ!" เซลีนเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน "หนูไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องไปวิ่งด้วยคะ?!" โรมันเลิกคิ้วขึ้น รอยยิ้มมุมปากยิ่งฉายแววร้ายกาจขึ้นไปอีก เขาเลื่อนสายตามองเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธออย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ไม่อยากวิ่งเหรอ? ...งั้นมีอีกทางเลือกหนึ่ง" โรมันโน้มหน้าลงมาแนบชิดอีกครั้ง กระซิบเสียงเบาหวิว "ไปนอนให้พี่ลงโทษสักสิบนาที... แล้วพี่จะยกโทษให้" คำพูดดูถูกและคุกคามอย่างเปิดเผย ทำเอาเซลีนสั่นสะท้านไปด้วยความโมโห เขาไม่ได้เกรงกลัวสายตาใครเลยแม้แต่น้อย กลับกัน กลุ่มรุ่นพี่และเพื่อนผู้ชายแถวนั้นที่ได้ยินข้อเสนอต่างพากันส่งเสียงและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน มองเธอเหมือนเป็นเหยื่อตัวเล็กๆ ที่กำลังจะโดนเขารังแก ความอับอายและความโกรธแค้นอัดแน่นอยู่ในอกของเซลีนจนแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ "เหอะ!" เซลีนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องหน้าโรมันด้วยสายตาเคียดแค้นสุดชีวิต เธอไม่ยอมตกเป็นเหยื่อคำดูถูกของคนอย่างเขาแน่! "หนูยอมวิ่งค่ะ!" เซลีนตวาดใส่หน้าเขาเสียงแข็ง "ดีกว่าต้องไปยุ่งกับคนฉวยโอกาสและน่ารังเกียจแบบคุณ!" พูดจบ เซลีนก็หมุนตัวเดินตรงไปยังสนามฟุตบอลกลางแดดร้อนทันที โดยมีสายตาคมของ โรมันจ้องอยู่ เขายืนกอดอกมองตามหลังร่างบางไปพร้อมกับรอยยิ้มพอใจในความพยศของเธอ... ในขณะที่ในใจของเซลีน กาหัวคาดโทษและนึกเกลียดเขาเข้ากระดูกดำลิ้นร้อนชื้นสอดแทรก ผ่านรอยแยกเข้าไปลากเลียกลีบกุหลาบอวบอูมอย่างจงใจ สัมผัสอุ่นเปียกทำเอาเซลีนสะดุ้งสุดตัว เผลอยกสะโพกแอ่นลอยขึ้นจากเบาะโซฟาด้วยความตกใจ และซ่านเสียวอย่างรุนแรง"อ๊า... พะ... พี่โรม... อื้อ!"โรมันไม่เปิดโอกาสให้คนใต้ร่างได้พักหายใจ เขาตวัดปลายลิ้นรัวเร็วและหนักหน่วง บดขยี้ลงบนยอดเกสรสีสดอย่างช่ำชอง ละเลียดชิมน้ำหวานฉ่ำวาวที่ไหลออกมาไม่ขาดสายเสียงดูดดึงและเสียงเฉอะแฉะดังก้องตลบอบอวลไปทั่วห้องรับแขก ลิ้นหนาแยงสอดลึกลงไปในร่องเนื้อคับแน่น ดูดดึงกลีบเนื้อทั้งสองข้างสลับกับการใช้ฟันขบงับเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นเขี้ยว"ซี๊ด... โคตรฉ่ำเลยลีน... หอยหนูโคตรหวาน" โรมสบถเสียงแหบพร่า ดวงตาสีเทาจางฉ่ำปรือไปด้วยเพลิงเสน่หา"อ๊ะ...อ๊าา""อ้าขาออกอีกนิดเด็กดี... ให้พี่เลียลึกๆ ให้หนูเสียวจนดิ้นคามือ...""อ๊ะ... อ๊ายยย! ไม่ไหว... ลีนเสียว... พี่โรม... อือออ!"เซลีนครางระงม สองมือบางจิกเบาะโซฟาแน่น ร่างกายสั่นระริกไปตามจังหวะลิ้นร้ายกาจ ที่บดขยี้จุดกระสันจนเธอสำลักความสุขสมเมื่อปรนเปรอจนคนตัวเล็กดิ้นเกร็งด้วยความวาบหวามจนถึงขีดสุด โรมันก็ยันกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาเรียว
ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอีกครั้ง โดยไม่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้ทักท้วง จุมพิตครานี้ดุดัน เร่าร้อน และบดขยี้อย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกผ่านกลีบปากอิ่มเข้าไปตวัดเกี่ยวรัดลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง ละเลียดชิมความหวานและแลกเปลี่ยนน้ำลายจนเกิดเสียงเฉอะแฉะ เซลีนหัวใจเต้นกระหน่ำรัวเร็ว หายใจติดขัดจนแทบจะขาดใจ ร่างกายอ่อนระทวยไปกับสัมผัสอันชำนาญของเขา ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสีข้างเนียนละเอียด ก่อนจะสอดล้วงเข้าไปใต้กางเกง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับกึ่งกลางกายสาวที่เริ่มชื้นแฉะ ผ่านเนื้อผ้าชั้นในตัวจิ๋ว เซลีนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบหุบเรียวขาเข้าหากันทันทีด้วยสัญชาตญาณ "พะ... พี่โรม พอแล้วค่ะ... อื้อ!" "หนูสัญญาแล้วว่าจะตามใจพี่ไม่ใช่เหรอครับ" โรมันถอนจูบออกเล็กน้อย กระซิบเสียงแหบพร่าชิดใบหู สายตาสีเทาจางทอประกายลุ่มลึกเปี่ยมด้วยเล่ห์กลล่อลวง "...อื้อ!" "พี่จะไม่ปล่อยให้หนูต้องเหนื่อยเลย... แต่ช่วยครางให้ดังๆ ก็พอ" วาจาหวานหยดย้อยและสายตาอันทรงเสน่ห์เปรียบเสมือนมนตร์สะกด ทำเอาเซลีนเคลิ้มตามอย่างง่ายดาย สติสัมปชัญญะที่มีเริ่มหลุดลอย โรมันอาศัยจังหวะนั้นแยกเรียวขาบางให้อ้าออกกว
หลังจากเดินพ้นออกมาจากโรงอาหาร เซลีนก็พามีนาตรงไปยังลานจอดรถทันที สภาพของพวกเธอในตอนนี้เปียกเลอะเทอะไปด้วยน้ำแดง จนไม่สามารถนั่งเรียนต่อในคลาสบ่ายได้ทั้งสองจึงส่งข้อความขอลาอาจารย์ประจำวิชาเรียบร้อยแล้ว เซลีนเป็นคนอาสาขับรถไปส่งมีนาที่บ้านด้วยตัวเองบรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบ ก่อนที่มีนาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด"ลีน... ขอบใจแกมากนะ แล้วก็... ขอโทษด้วยที่ทำให้แกต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย" มีนาก้มมองตักตัวเอง สองมือบีบเข้าหากันแน่น"เฮ้ย คิดมากน่าแก!" เซลีนหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อให้เพื่อนคลายความเครียด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดยามนึกถึงยัยรุ่นพี่กลุ่มนั้น"...""ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย คนที่ควรขอโทษคือยัยพวกนั้นต่างหาก ทำตัวถ่อยชะมัด! โดนผู้ชายหลอกแล้วยังมาทำซ่าสาดน้ำใส่คนอื่นอีก""เออ... แต่จะว่าไปก็น่าไม่อยากเชื่อเลยนะ" มีนาเปรยขึ้นมาด้วยสีหน้าฉงน"...""พี่โรมัน... เขาเข้ามาช่วยพวกเราด้วย ปกติเห็นใครๆ ก็บอกว่าเขาเย็นชา ไม่เคยสนใจเรื่องของใครเลยแท้ๆ"เซลีนหัวใจกระตุกวูบ เธอรีบทำหน้าเฉไฉ มองตรงไปข้างหน้าแล้วตอบปัดๆ"กะ... ก็คงเพราะพวกนั้นไปสร้างความวุ่นวายในเขตคณะมั
"หึ! ธุระงั้นเหรอ?" ฟ้าเหยียดยิ้มร้าย "ก็แค่จะมาขอทวงคืนโต๊ะตัวนี้น่ะ พวกเธอมาแย่งที่นั่งประจำของพวกฉันไป รู้ตัวหรือเปล่า?""แย่งเหรอ?" เซลีนขมวดคิ้ว "พวกเรามาก่อน โต๊ะนี้ก็ว่างอยู่ ใครๆ ก็มานั่งได้ ไม่เห็นจะมีป้ายปักไว้ว่าเป็นที่นั่งประจำของใครเลย""แต่พวกฉันนั่งตรงนี้มาตั้งหลายปีแล้ว!" ผู้หญิงอีกคนในกลุ่มเสริมขึ้นมาเสียงแข็ง"งั้นก็โทษทีละกัน ที่พวกเรามาก่อน" เซลีนตอบกลับอย่างไม่ยอมคน"...""ถ้าพวกพี่อยากนั่ง ก็รอให้พวกเรากินเสร็จก่อนละกัน""นี่เธอ!" ฟ้าตวาดเสียงดัง "อย่ามาทำปากดีกับฉันนะ! นังหน้าด้าน!"เสียงเถียงกันของเซลีนและกลุ่มผู้หญิงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนนักศึกษาในโรงอาหารเริ่มหันมามองด้วยความสนใจ บางคนถึงกับลุกขึ้นยืนมองเพื่อดูสถานการณ์มีนานั่งตัวสั่นด้วยความกลัว เธอจับแขนเซลีนไว้แน่น พยายามจะดึงเพื่อนให้ยอมแพ้ แต่เซลีนกลับไม่ได้สนใจ เธอยังคงจ้องมองฟ้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธ"หน้าด้านเหรอ? ใครกันแน่ที่หน้าด้าน" เซลีนตอบกลับอย่างแสบสัน"...""ไม่มีมารยาทกะคนอื่น แล้วยังจะมาหาเรื่องคนอื่นอีก บ้าบอที่สุดเลย!""แก!"ฟ้าโกรธจัดจนตัวสั่น เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ จนสบเข้ากับแ
เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมายังตึกคณะวิศวะบรรยากาศควรจะสดชื่น ทว่าสำหรับ เซลีน มันกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาร่างบางชะงัก ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ เมื่อมองไปยังม้านั่งหินอ่อนหน้าคณะ ภาพตรงหน้าคือ มีนา เพื่อนสนิทที่กำลังนั่งคุดคู้ ก้มหน้าลงกับฝ่ามือ และไหล่บางสั่นเทาจากการสะอื้น เสียงร้องไห้แผ่วเบาที่พยายามเก็บไว้ ทำเอาหัวใจของเซลีนกระตุกวูบ"มีนา!"เซลีนตะโกนเรียกชื่อเพื่อนเสียงหลง เธอรีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนสนิท ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วรวบตัวมีนาเข้ามากอดไว้ มือบางลูบแผ่นหลังเพื่อนเบาๆ อย่างปลอบโยน ความเป็นห่วงฉายชัดบนสีหน้า"ฮืออ...""แกเป็นไร?! ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแก บอกฉันมาสิ!" เซลีนเอ่ยถามเสียงสั่นมีนาผละตัวออกมาเล็กน้อย ใบหน้าเนียนอาบไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงกล่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอสะอื้นจนตัวโยน พยายามจะกั้นเสียงร้องแต่กลับทำไม่ได้"ลีน... ฉัน... ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ฮือออ" มีนาซุกหน้าลงกับไหล่เพื่อนอีกครั้ง ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น"ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่าให้ฉันฟัง เกิดอะไรขึ้น?" เซลีนปลอบพลางเช็ดน้ำตาให้เพื่อนอย่างเบามือมีนาพยายามร
เสียงแก้วไวน์กระทบกันเคล้าคลอไปกับบรรยากาศอันอบอุ่นบนโต๊ะอาหาร พงษ์เพชรตักอาหารใส่จานให้ลูกสาว ก่อนจะหันไปเปิดประเด็นคุยกับว่าที่ลูกเขยคนโปรดอย่างอารมณ์ดี "ช่วงนี้ได้ข่าวว่าที่อู่คึกคักน่าดูเลยนี่หว่า ได้ยินว่าคิวจองแต่งรถยาวไปถึงปีหน้า ลูกค้าแน่นเลยสิ" โรมันยกยิ้มมุมปาก พลางเอ่ยตอบติดตลกด้วยท่าทางกวนประสาท "ก็แน่นพอตัวครับป๋า แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ลูกค้าหรอกครับ... มีแต่พวกเพื่อนๆ ที่ชอบแวะมาสิง กินเหล้าฟรีแล้วไม่ยอมกลับบ้าน" เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบโต๊ะ ทว่ารุ่งโรจน์ บิดาของโรมันกลับส่ายหน้าเบาๆ พลางเอ็ดบุตรชายอย่างไม่จริงจังนัก "แกก็น่าจะพูดความจริงซะบ้าง วันๆ รวมตัวแต่พวกนักเลงหัวไม้ แหล่งรวมพวกอันธพาลชัดๆ ถ้าตำรวจไม่เกรงใจเพื่อนพ่อ ป่านนี้คงโดนตรวจทุกวัน" "พ่อครับ... อันธพาลที่ไหนจะหล่อแล้วก็ทำเงินได้เดือนละแปดหลักแบบผมล่ะ" โรมันยักคิ้วตอบบิดาอย่างไม่ยอมแพ้ "จะอวดว่าแกไม่ได้ขอเงินฉันใช้?" "ผมยังไม่ได้พูดนะ" "แต่ท่าทางแกบอกแบบนั้น... คิดถึงข้าวแดงแกงร้อนตอนเด็กบ้าง ใครมันหาให้แกกิน ที่บ้านมีธุรกิจเยอะแยะไม่ยอมทำ ฉันละเหนื่อยใจกับแกจริงๆ" "ผมไม่ชอบไง... ก็เคยบอกพ่อไปแล้







