เข้าสู่ระบบ“เธอก็ได้ยินที่แม่เธอพูดไม่ใช่หรือไง ผู้ใหญ่รออยู่ที่บ้านใหญ่” สกายโยนผ้าเช็ดตัวสีเทาเข้มลงบนเตียงข้างๆ เธอ “หรือจะให้ฉันอาบให้”
“ฝันไปเถอะ!”
ไอรินคว้าผ้าเช็ดตัวมาถือไว้แน่น กวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อหาเสื้อผ้าของตัวเอง
“ชุดเธอซักอบอยู่ตรงระเบียง ยังไม่แห้ง” สกายพูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้ทันความคิด “ใส่เสื้อฉันไปก่อน ในตู้มีกางเกงวอร์มตัวเล็ก เลือกเอา”
หญิงสาวกัดฟันกรอด อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่สภาพปัจจุบันไม่อำนวยให้ปากดีได้นาน เธอต้องรีบจัดการตัวเองแล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสติแตกไปมากกว่านี้
ไอรินตวัดผ้าห่มออกจากตัว คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันทับเสื้อเชิ้ตอีกชั้นอย่างรัดกุม แล้วลุกขึ้นยืน
อาการปวดหัวโจมตีอีกระลอกจนต้องเอามือค้ำโต๊ะเครื่องแป้งไว้ สกายที่กำลังสวมเสื้อยืดสีดำหันมามอง แววตาคมกริบมีร่องรอยของบางอย่างพาดผ่าน แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อไอรินเงยหน้าขึ้นมาสบตา
เขาเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่าจากตู้เย็นเล็กมุมห้อง บิดฝาออกแล้วยื่นส่งให้
“กินซะ จะได้สร่าง”
ไอรินมองขวดน้ำในมือเขาอย่างระแวง “นายไม่ได้ใส่อะไรลงไปใช่ไหม”
“ถ้าจะใส่ ฉันใส่ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รอจนถึงเช้าหรอก”
คำตอบนั้นทำเอาไอรินพูดไม่ออก เธอฉวยขวดน้ำมากระดกดื่มรวดเดียวครึ่งขวด ความเย็นชื่นใจช่วยให้คอที่แห้งผากดีขึ้นบ้าง
“ห้านาที” สกายยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “ถ้าเธอไม่ออกมาจากห้องน้ำ ฉันจะพังประตูเข้าไปลากคอเธอออกมาเอง”
“นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!”
“ลองดูไหมล่ะ ว่าฉันกล้าพังประตูห้องตัวเองหรือเปล่า”
น้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาจริงจังของสกายทำให้ไอรินรู้ว่าเขาไม่ได้ขู่ ผู้ชายคนนี้พูดคำไหนคำนั้นเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เขาทำหน้านิ่งจัดแบบนี้
ไอรินสะบัดหน้าพรืด เดินกระแทกเท้าปึงปังตรงไปที่ห้องน้ำ ปิดประตูใส่หน้าเขาเสียงดังลั่น
ปัง!
ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมห้องกว้างอีกครั้ง
สกายยืนมองบานประตูห้องน้ำที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปจะกระตุกยิ้มขึ้นมามุมหนึ่ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยได้เห็น... รอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
เขาล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงที่สั่นเตือนขึ้นมาดูอีกครั้ง
เป็นข้อความจากแม่ของเขา
'จัดการเรื่องข่าวให้เรียบร้อย อย่าให้เสียชื่อบ้านเรา แล้วรีบพาหนูไอรินมา แม่กับคุณหญิงรอดำเนินเรื่องอยู่'
นิ้วเรียวยาวพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ
'ครับแม่ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน'
สกายกดล็อกหน้าจอ โยนโทรศัพท์ลงบนเตียง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงแดดยามสายกำลังสาดส่อง
แผนการที่เขาวางไว้เงียบๆ มาตลอดหลายปี... ในที่สุดมันก็เริ่มทำงานเสียที
ไอ้ลูกหมางั้นเหรอ...
สกายแค่นหัวเราะในลำคอ
หมาตัวนี้แหละ... ที่จะกัดไม่ปล่อยเลยคอยดู
เขาเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้นกระเบื้อง บ่งบอกว่าคนข้างในกำลังชำระล้างร่างกาย
"รีบๆ อาบเข้าล่ะ ไอริน..." เขากระซิบกับบานประตู เสียงทุ้มแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่ถูกกดทับไว้อย่างมิดชิด "เตรียมตัวคุยกับที่บ้านได้เลยไอริน เพราะจากนี้ไป... เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นแล้วล่ะ"
บรรยากาศภายในห้องโดยสารรถยุโรปคันหรูเย็นเฉียบ ไม่ใช่แค่เพราะอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะความเงียบที่โรยตัวคั่นกลางระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า
ไอรินนั่งกอดอกแน่น สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดระยะเวลาเกือบสี่สิบนาทีที่รถแล่นออกจากคอนโด ภาพตึกรามบ้านช่องที่ผ่านไปไม่ได้เข้าหัวเลยสักนิด ในสมองของเธอมีแต่คำถามและสถานการณ์จำลองนับร้อยพันที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อถึงบ้านใหญ่
เธอก้มลงมองสภาพตัวเองอีกครั้ง เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของสกายที่สวมทับกางเกงวอร์มสีเทาพับขา ชายเสื้อยาวลงมาคลุมสะโพก คอเสื้อกว้างจนต้องคอยดึงให้เข้าที่ ยิ่งมองก็ยิ่งหงุดหงิด สภาพเหมือนเพิ่งลุกจากเตียงนอนด้วยกันแบบนี้ ต่อให้มีปากสิบปากก็แก้ตัวกับแม่ไม่ขึ้น
“นาย...” ไอรินทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน หันไปมองคนขับที่ยังคงจับพวงมาลัยด้วยมือเดียว สายตาคมกริบของเขามองตรงไปข้างหน้า นิ่งเสียจนเธอหมั่นไส้ “ถึงบ้านแล้ว นายห้ามพูดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ฉันเป็นคนอธิบายเอง เข้าใจไหม”
สกายเหลือบตามามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองถนน “จะอธิบายว่ายังไง”
“ก็บอกความจริงไปสิ ว่าฉันเมา อ้วกใส่เสื้อตัวเอง นายก็เลยเปลี่ยนชุดให้ แล้วฉันก็หลับไปเลย ไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้น”
“คิดว่าผู้ใหญ่เขาจะเชื่อ?”
“ก็มันคือความจริง! หรือนายจะบอกว่าเมื่อคืนเรามีอะไรกันล่ะฮะ!” ไอรินแหวใส่ เสียงเริ่มดังขึ้นตามแรงอารมณ์
รถยนต์เลี้ยวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดบานใหญ่เข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังโตของครอบครัวเลิศทรัพย์เจริญ สกายเหยียบเบรก จอดรถเทียบหน้ามุขทางเข้าบ้านอย่างนิ่มนวล เลื่อนเกียร์ไปที่ตำแหน่งจอด แล้วดับเครื่องยนต์
“พอได้แล้วไอริน! จะแตะหรือไม่แตะ มันก็ไม่ต่างกันแล้วในสายตาคนอื่น” แม่ของเธอจัดการรวบกระดาษบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงหน้า “ในเมื่อเรื่องมันบานปลายขนาดนี้ ทางออกเดียวที่จะรักษาหน้าตาของทั้งสองครอบครัว และผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เราเพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนกันไป... คือแกสองคนต้องหมั้นกัน”“หมั้น!” ไอรินร้องลั่น ลุกพรวดขึ้นยืนทันที “ไม่มีทาง! รินไม่หมั้น! ให้ตายยังไงรินก็ไม่หมั้นกับไอ้บ้านี่เด็ดขาด แม่จะบ้าไปแล้วเหรอคะ รินเพิ่งอยู่ปีสามนะ!”“ปีสามแล้วยังไง การหมั้นมันไปหนักหัวสมองส่วนไหนของการเรียนของแก”“แต่รินไม่ได้รักเขา! เราเกลียดกัน แม่ก็รู้!”“ความรักมันไม่ได้ช่วยพยุงบริษัทเราหรอกนะไอริน เงินกับชื่อเสียงต่างหากที่ทำให้เราอยู่รอดในวงการนี้ได้” คุณศจีกดเสียงต่ำลง แววตาเด็ดขาด “ฉันคุยกับคุณหญิงศิริพรเรียบร้อยแล้ว งานหมั้นจะจัดขึ้นภายในอาทิตย์หน้า เป็นงานปิดเชิญเฉพาะญาติและสื่อบางสำนักเพื่อกลบข่าวฉาวของแก”ไอรินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอหันไปมองคุณหญิงศิริพร หวังพึ่งความเมตตา “คุณป้าคะ คุณป้าก็รู้ว่าสกายไม่ได้คิดอะไรกับริน ปล่อยให้รินหมั้นกับสกายไป เขาก็อึดอัดเปล่าๆ ใช่ไหมคะ”คุณหญิงศิริพรยิ
เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว แขนข้างหนึ่งพาดไว้กับพวงมาลัย“ความจริงคืออะไรมันไม่สำคัญหรอกไอริน สำคัญที่ว่าตอนนี้คนข้างนอกเขา ‘เชื่อ’ อะไรไปแล้วต่างหาก”“ก็นั่นมันคนนอก! แต่เรากำลังจะคุยกับแม่นะ นายก็แค่ช่วยฉันยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นายเกลียดฉัน ฉันเกลียดนาย แค่นี้แม่ก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว”สกายไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาดึงกุญแจรถออก เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก้าวลงไป ไอรินกัดฟันกรอด รีบเปิดประตูลงตามไปติดๆแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดิน สกายก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีดำที่เขาสวมทับเสื้อยืดตัวในอยู่ออก แล้วโยนแหมะลงมาคลุมหัวเธออย่างแม่นยำ“อะไรของนายเนี่ย!” ไอรินดึงเสื้อออก ทำท่าจะปาใส่หน้าเขา“ใส่ซะ” เสียงทุ้มสั่งเรียบๆ สายตากวาดมองลงมาที่ช่วงคอเสื้อเชิ้ตของเธอ “ถ้าไม่อยากให้แม่เธอเห็น ‘รอย’ ชัดไปกว่านี้”ไอรินชะงัก มือที่กำแจ็กเก็ตอยู่เผลอบีบแน่นขึ้น ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เธอรีบสอดแขนใส่แจ็กเก็ตของเขาลวกๆ รูดซิปขึ้นมาจนสุดคอเพื่อปกปิดรอยแดงบ้าๆ นั่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอนของเขาเมื่อเช้าเธอเกลียดกลิ่นนี้ เกล
“เธอก็ได้ยินที่แม่เธอพูดไม่ใช่หรือไง ผู้ใหญ่รออยู่ที่บ้านใหญ่” สกายโยนผ้าเช็ดตัวสีเทาเข้มลงบนเตียงข้างๆ เธอ “หรือจะให้ฉันอาบให้”“ฝันไปเถอะ!”ไอรินคว้าผ้าเช็ดตัวมาถือไว้แน่น กวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อหาเสื้อผ้าของตัวเอง“ชุดเธอซักอบอยู่ตรงระเบียง ยังไม่แห้ง” สกายพูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้ทันความคิด “ใส่เสื้อฉันไปก่อน ในตู้มีกางเกงวอร์มตัวเล็ก เลือกเอา”หญิงสาวกัดฟันกรอด อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่สภาพปัจจุบันไม่อำนวยให้ปากดีได้นาน เธอต้องรีบจัดการตัวเองแล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสติแตกไปมากกว่านี้ไอรินตวัดผ้าห่มออกจากตัว คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันทับเสื้อเชิ้ตอีกชั้นอย่างรัดกุม แล้วลุกขึ้นยืนอาการปวดหัวโจมตีอีกระลอกจนต้องเอามือค้ำโต๊ะเครื่องแป้งไว้ สกายที่กำลังสวมเสื้อยืดสีดำหันมามอง แววตาคมกริบมีร่องรอยของบางอย่างพาดผ่าน แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อไอรินเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่าจากตู้เย็นเล็กมุมห้อง บิดฝาออกแล้วยื่นส่งให้“กินซะ จะได้สร่าง”ไอรินมองขวดน้ำในมือเขาอย่างระแวง “นายไม่ได้ใส่อะไรลงไปใช่ไหม”“ถ้าจะใส่ ฉันใส่ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รอจนถึงเช้าหรอก”ค
สายถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไอรินนั่งนิ่งงันด้วยความงุนงง ‘คุณหญิงศิริพร’ คือแม่ของสกาย... ทำไมแม่เธอต้องนัดแม่สกายด้วยลางสังหรณ์ประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง หญิงสาวรีบกดสลับแอปพลิเคชันเข้าไปในอินสตาแกรมของตัวเองทันทีวินาทีที่หน้าฟีดโหลดเสร็จ โลกทั้งใบของไอรินแทบจะหยุดหมุนภาพล่าสุดที่ถูกโพสต์เมื่อประมาณตีสามของเมื่อคืนเป็นภาพเซลฟี่ที่เบลอเล็กน้อยจากความเมา แต่ยังเห็นหน้าเธอชัดเจน ไอรินในภาพหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม กำลังชูสองนิ้วใส่กล้อง แต่จุดพีคไม่ได้อยู่ที่หน้าเธอมันอยู่ที่แบ็กกราวด์ด้านหลังผู้ชายตัวโตเปลือยท่อนบนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเดียวกัน ใบหน้าด้านข้างของเขาชัดเจนพอที่คนทั้งมหาลัยจะดูออกว่าเป็น ‘สกาย’ เดือนคณะวิศวะปีสาม ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และสิ่งที่ทำให้ไอรินแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง คือแคปชันสั้นๆ ใต้ภาพ'ไอ้ลูกหมา 🐶'ยอดกดไลก์พุ่งทะลุหลักหมื่น ยอดคอมเมนต์อีกหลายพัน และยอดแชร์ที่พุ่งกระฉูดจนน่ากลัว“เชี่ย...” ไอรินสบถออกมาคำโต มือสั่นระริกขณะเลื่อนดูคอมเมนต์[ช็อกวงการมาก! ไปคบกันตอนไหน!][กรี๊ดดดดดดด พี่สกายของฉันนนน][แคปชันไอ้ลูกหมาคืออัลไ
ความรู้สึกแรกที่พุ่งชนสติสัมปชัญญะคือความปวดหนึบที่ขมับทั้งสองข้างไอรินขมวดคิ้วแน่น เปลือกตาหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมขึ้นในทันที คอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมาหลายวัน อาการคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย บ่งบอกชัดเจนว่าเมื่อคืนเธอซัดแอลกอฮอล์เข้าไปหนักหน่วงแค่ไหนหญิงสาวขยับตัวเพื่อหาท่าที่สบายที่สุด แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่ปะทะผิวเนื้อทำให้ต้องชะงักสัมผัสของผ้าปูที่นอนใต้ร่างไม่ใช่ผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่เธอคุ้นเคย กลิ่นหอมปรับอากาศในห้องก็ไม่ใช่กลิ่นวานิลลาที่เธอชอบใช้ แต่มันเป็นกลิ่นเย็นๆ ผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ แบบที่... คุ้นจมูกอย่างประหลาดไอรินเบิกตาขึ้นทันทีเพดานสีเทาเข้ม ผนังห้องสไตล์ลอฟต์ และแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านทึบแสงเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทุกอย่างรอบตัวแปลกตาไปหมดเธอก้มลงมองตัวเองเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งหลวมโพรกสวมทับอยู่บนร่าง มันตัวใหญ่ขนาดที่ชายเสื้อคลุมลงมาถึงหน้าขา แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสื้อ ปัญหาคือภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวนี้... ไม่มีอะไรเลยชุดชั้นในหายไปไหน!ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง ไอรินผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาการแฮงก์เล่นงานจนหน้ามืดไปชั่วขณะ เธอสะบัดศีรษะแ







