登入สายถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไอรินนั่งนิ่งงันด้วยความงุนงง ‘คุณหญิงศิริพร’ คือแม่ของสกาย... ทำไมแม่เธอต้องนัดแม่สกายด้วย
ลางสังหรณ์ประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง หญิงสาวรีบกดสลับแอปพลิเคชันเข้าไปในอินสตาแกรมของตัวเองทันที
วินาทีที่หน้าฟีดโหลดเสร็จ โลกทั้งใบของไอรินแทบจะหยุดหมุน
ภาพล่าสุดที่ถูกโพสต์เมื่อประมาณตีสามของเมื่อคืน
เป็นภาพเซลฟี่ที่เบลอเล็กน้อยจากความเมา แต่ยังเห็นหน้าเธอชัดเจน ไอรินในภาพหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม กำลังชูสองนิ้วใส่กล้อง แต่จุดพีคไม่ได้อยู่ที่หน้าเธอ
มันอยู่ที่แบ็กกราวด์ด้านหลัง
ผู้ชายตัวโตเปลือยท่อนบนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเดียวกัน ใบหน้าด้านข้างของเขาชัดเจนพอที่คนทั้งมหาลัยจะดูออกว่าเป็น ‘สกาย’ เดือนคณะวิศวะปีสาม ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่
และสิ่งที่ทำให้ไอรินแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง คือแคปชันสั้นๆ ใต้ภาพ
'ไอ้ลูกหมา 🐶'
ยอดกดไลก์พุ่งทะลุหลักหมื่น ยอดคอมเมนต์อีกหลายพัน และยอดแชร์ที่พุ่งกระฉูดจนน่ากลัว
“เชี่ย...” ไอรินสบถออกมาคำโต มือสั่นระริกขณะเลื่อนดูคอมเมนต์
[ช็อกวงการมาก! ไปคบกันตอนไหน!]
[กรี๊ดดดดดดด พี่สกายของฉันนนน]
[แคปชันไอ้ลูกหมาคืออัลไลลลล แฟนกันเหรอ หรือยังไง!]
[เตียงคุ้นมาก คอนโดพี่สกายปะ]
[เมื่อคืนเห็นพี่สกายอุ้มพี่ไอรินออกจากผับด้วยแหละ!]
ไอรินหน้าซีดเผือด เลือดในกายเย็นเฉียบ เธอรีบกดที่จุดสามจุดมุมขวาบนของโพสต์ หวังจะลบมันทิ้งให้เร็วที่สุด
“ลบไปก็ไม่มีประโยชน์”
เสียงเรียบๆ แทรกขึ้นมา ไอรินเงยหน้าขวับไปมองสกายที่ตอนนี้หยิบ โทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาสไลด์หน้าจอเล่น
“หมายความว่าไง!”
สกายหันหน้าจอโทรศัพท์ของเขามาให้เธอจอดู มันคือหน้าแชตไลน์ที่ส่งมาจาก ‘คุณแม่’ ของเขา
ในแชตนั้นมีรูปแคปหน้าจอโพสต์ของไอริน พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า
'พาน้องกลับมาคุยที่บ้านใหญ่เดี๋ยวนี้ ศิวัช'
“แม่ฉันเห็นแล้ว” สกายพูดหน้าตาย “และผู้ใหญ่ทุกคนก็เห็นหมดแล้ว”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” ไอรินทึ้งหัวตัวเองอย่างแรงจนผมยุ่งเหยิงไปหมด อาการปวดหัวจากแฮงก์เมื่อกี้เทียบไม่ได้เลยกับความปวดประสาทที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ “ทำไมนายไม่ห้ามฉัน! ตอนที่ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป นายทำบ้าอะไรอยู่ฮะสกาย!”
“ฉันหลับ”
“คนอย่างนายเนี่ยนะจะหลับลึกขนาดที่คนมาถ่ายรูปข้างๆ แล้วไม่รู้เรื่อง! นายมันหูไวตาไวจะตาย!”
“ก็บอกว่าหลับ” สกายย้ำคำเดิม สบตาเธอตรงๆ โดยไม่มีหลบตา แววตาคู่คมยังคงนิ่งสนิทราวกับน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง
ไอรินกัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด มือที่กำ โทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อขาว เธอไม่เชื่อหรอกว่าสกายจะไม่รู้เรื่อง หมอนี่ฉลาดเป็นกรดและรอบคอบเสมอกับทุกเรื่อง ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้เธอถ่ายรูปบ้าๆ นี่ลงโซเชียลได้ถ้าเขาไม่อนุญาต
แต่ประเด็นคือ เขาจะปล่อยให้รูปนี้หลุดไปทำไม ในเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขามันไม่ได้มีอะไรดีเลยสักนิด
“นายตั้งใจใช่ไหม” ไอรินหรี่ตามอง จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า
“ตั้งใจอะไร”
“ตั้งใจให้รูปนี้หลุด นายอยากแก้แค้นฉันเรื่องที่ฉันเคยทำโมเดลนายพังตอนปีหนึ่งใช่ไหม หรือเรื่องที่ฉันด่านายหน้าคณะเมื่อเดือนก่อน!”
สกายถอนหายใจยาวๆ มือหนาวาง โทรศัพท์มือถือลงบนเตียง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กางเกงวอร์มสีดำเกาะอยู่หมิ่นเหม่ที่สะโพกสอบ รูปร่างหนาและไหล่กว้างๆ ของเขาแผ่กลิ่นอายคุกคามออกมาจนไอรินเผลอขยับตัวถอยร่นไปชิดขอบเตียงอีกฝั่ง
เขาเดินอ้อมเตียงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก้มมองร่างเล็กที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม
“ถ้าฉันอยากแก้แค้นเธอ ไอริน...” สกายโน้มตัวลงมาใกล้ วางมือทั้งสองข้างคร่อมร่างเธอไว้กับฟูกเตียง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่ห่างจากใบหน้าเธอแค่คืบ “ฉันมีวิธีที่สนุกกว่านี้เยอะ”
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม ไอรินเบิกตากว้าง กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายฝนที่ชัดเจนขึ้นทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นผิดจังหวะ เธอพยายามจะดันอกเขาออก แต่มือกลับสั่นจนไร้เรี่ยวแรง
“ถอยไป” เธอเค้นเสียงสั่ง แต่เสียงกลับสั่นพร่าอย่างน่าโมโห
สายตาของสกายเลื่อนจากดวงตากลมโตของเธอ ลงมาที่ริมฝีปาก และหยุดนิ่งอยู่ที่ลาดไหล่เนียนอีกครั้ง
“รอยนั่น...” เขากระซิบชิดริมหู “ชัดดีนะ”
ไอรินสะดุ้งสุดตัว รีบดึงคอเสื้อเชิ้ตให้ปิดชิดขึ้นไปถึงคอทันที ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รอยที่เขาพูดถึง... รอยแดงตรงคอ!
เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
“ฉันบอกให้ถอยไปไงไอ้บ้า!” ไอรินออกแรงผลักเต็มที่ คราวนี้สกายยอมผละออกไปยืนตัวตรงอย่างง่ายดาย เขายกมือขึ้นลูบผมตัวเองลวกๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปทางตู้เสื้อผ้า
“ไปอาบน้ำ” เขาสั่งเสียงเรียบ เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้มีการคุกคามใดๆ เกิดขึ้น
“ฉันจะกลับคอนโดตัวเอง”
“พอได้แล้วไอริน! จะแตะหรือไม่แตะ มันก็ไม่ต่างกันแล้วในสายตาคนอื่น” แม่ของเธอจัดการรวบกระดาษบนโต๊ะแล้วเลื่อนไปตรงหน้า “ในเมื่อเรื่องมันบานปลายขนาดนี้ ทางออกเดียวที่จะรักษาหน้าตาของทั้งสองครอบครัว และผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เราเพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนกันไป... คือแกสองคนต้องหมั้นกัน”“หมั้น!” ไอรินร้องลั่น ลุกพรวดขึ้นยืนทันที “ไม่มีทาง! รินไม่หมั้น! ให้ตายยังไงรินก็ไม่หมั้นกับไอ้บ้านี่เด็ดขาด แม่จะบ้าไปแล้วเหรอคะ รินเพิ่งอยู่ปีสามนะ!”“ปีสามแล้วยังไง การหมั้นมันไปหนักหัวสมองส่วนไหนของการเรียนของแก”“แต่รินไม่ได้รักเขา! เราเกลียดกัน แม่ก็รู้!”“ความรักมันไม่ได้ช่วยพยุงบริษัทเราหรอกนะไอริน เงินกับชื่อเสียงต่างหากที่ทำให้เราอยู่รอดในวงการนี้ได้” คุณศจีกดเสียงต่ำลง แววตาเด็ดขาด “ฉันคุยกับคุณหญิงศิริพรเรียบร้อยแล้ว งานหมั้นจะจัดขึ้นภายในอาทิตย์หน้า เป็นงานปิดเชิญเฉพาะญาติและสื่อบางสำนักเพื่อกลบข่าวฉาวของแก”ไอรินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอหันไปมองคุณหญิงศิริพร หวังพึ่งความเมตตา “คุณป้าคะ คุณป้าก็รู้ว่าสกายไม่ได้คิดอะไรกับริน ปล่อยให้รินหมั้นกับสกายไป เขาก็อึดอัดเปล่าๆ ใช่ไหมคะ”คุณหญิงศิริพรยิ
เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว แขนข้างหนึ่งพาดไว้กับพวงมาลัย“ความจริงคืออะไรมันไม่สำคัญหรอกไอริน สำคัญที่ว่าตอนนี้คนข้างนอกเขา ‘เชื่อ’ อะไรไปแล้วต่างหาก”“ก็นั่นมันคนนอก! แต่เรากำลังจะคุยกับแม่นะ นายก็แค่ช่วยฉันยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นายเกลียดฉัน ฉันเกลียดนาย แค่นี้แม่ก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว”สกายไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาดึงกุญแจรถออก เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก้าวลงไป ไอรินกัดฟันกรอด รีบเปิดประตูลงตามไปติดๆแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเดิน สกายก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนส์สีดำที่เขาสวมทับเสื้อยืดตัวในอยู่ออก แล้วโยนแหมะลงมาคลุมหัวเธออย่างแม่นยำ“อะไรของนายเนี่ย!” ไอรินดึงเสื้อออก ทำท่าจะปาใส่หน้าเขา“ใส่ซะ” เสียงทุ้มสั่งเรียบๆ สายตากวาดมองลงมาที่ช่วงคอเสื้อเชิ้ตของเธอ “ถ้าไม่อยากให้แม่เธอเห็น ‘รอย’ ชัดไปกว่านี้”ไอรินชะงัก มือที่กำแจ็กเก็ตอยู่เผลอบีบแน่นขึ้น ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เธอรีบสอดแขนใส่แจ็กเก็ตของเขาลวกๆ รูดซิปขึ้นมาจนสุดคอเพื่อปกปิดรอยแดงบ้าๆ นั่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปนกับกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอนของเขาเมื่อเช้าเธอเกลียดกลิ่นนี้ เกล
“เธอก็ได้ยินที่แม่เธอพูดไม่ใช่หรือไง ผู้ใหญ่รออยู่ที่บ้านใหญ่” สกายโยนผ้าเช็ดตัวสีเทาเข้มลงบนเตียงข้างๆ เธอ “หรือจะให้ฉันอาบให้”“ฝันไปเถอะ!”ไอรินคว้าผ้าเช็ดตัวมาถือไว้แน่น กวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อหาเสื้อผ้าของตัวเอง“ชุดเธอซักอบอยู่ตรงระเบียง ยังไม่แห้ง” สกายพูดขัดขึ้นมาเหมือนรู้ทันความคิด “ใส่เสื้อฉันไปก่อน ในตู้มีกางเกงวอร์มตัวเล็ก เลือกเอา”หญิงสาวกัดฟันกรอด อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่สภาพปัจจุบันไม่อำนวยให้ปากดีได้นาน เธอต้องรีบจัดการตัวเองแล้วออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสติแตกไปมากกว่านี้ไอรินตวัดผ้าห่มออกจากตัว คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันทับเสื้อเชิ้ตอีกชั้นอย่างรัดกุม แล้วลุกขึ้นยืนอาการปวดหัวโจมตีอีกระลอกจนต้องเอามือค้ำโต๊ะเครื่องแป้งไว้ สกายที่กำลังสวมเสื้อยืดสีดำหันมามอง แววตาคมกริบมีร่องรอยของบางอย่างพาดผ่าน แต่มันก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อไอรินเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่าจากตู้เย็นเล็กมุมห้อง บิดฝาออกแล้วยื่นส่งให้“กินซะ จะได้สร่าง”ไอรินมองขวดน้ำในมือเขาอย่างระแวง “นายไม่ได้ใส่อะไรลงไปใช่ไหม”“ถ้าจะใส่ ฉันใส่ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่รอจนถึงเช้าหรอก”ค
สายถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ไอรินนั่งนิ่งงันด้วยความงุนงง ‘คุณหญิงศิริพร’ คือแม่ของสกาย... ทำไมแม่เธอต้องนัดแม่สกายด้วยลางสังหรณ์ประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในช่องท้อง หญิงสาวรีบกดสลับแอปพลิเคชันเข้าไปในอินสตาแกรมของตัวเองทันทีวินาทีที่หน้าฟีดโหลดเสร็จ โลกทั้งใบของไอรินแทบจะหยุดหมุนภาพล่าสุดที่ถูกโพสต์เมื่อประมาณตีสามของเมื่อคืนเป็นภาพเซลฟี่ที่เบลอเล็กน้อยจากความเมา แต่ยังเห็นหน้าเธอชัดเจน ไอรินในภาพหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำเยิ้ม กำลังชูสองนิ้วใส่กล้อง แต่จุดพีคไม่ได้อยู่ที่หน้าเธอมันอยู่ที่แบ็กกราวด์ด้านหลังผู้ชายตัวโตเปลือยท่อนบนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงเดียวกัน ใบหน้าด้านข้างของเขาชัดเจนพอที่คนทั้งมหาลัยจะดูออกว่าเป็น ‘สกาย’ เดือนคณะวิศวะปีสาม ทายาทบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และสิ่งที่ทำให้ไอรินแทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้ง คือแคปชันสั้นๆ ใต้ภาพ'ไอ้ลูกหมา 🐶'ยอดกดไลก์พุ่งทะลุหลักหมื่น ยอดคอมเมนต์อีกหลายพัน และยอดแชร์ที่พุ่งกระฉูดจนน่ากลัว“เชี่ย...” ไอรินสบถออกมาคำโต มือสั่นระริกขณะเลื่อนดูคอมเมนต์[ช็อกวงการมาก! ไปคบกันตอนไหน!][กรี๊ดดดดดดด พี่สกายของฉันนนน][แคปชันไอ้ลูกหมาคืออัลไ
ความรู้สึกแรกที่พุ่งชนสติสัมปชัญญะคือความปวดหนึบที่ขมับทั้งสองข้างไอรินขมวดคิ้วแน่น เปลือกตาหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมขึ้นในทันที คอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำมาหลายวัน อาการคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย บ่งบอกชัดเจนว่าเมื่อคืนเธอซัดแอลกอฮอล์เข้าไปหนักหน่วงแค่ไหนหญิงสาวขยับตัวเพื่อหาท่าที่สบายที่สุด แต่ความรู้สึกเย็นวาบที่ปะทะผิวเนื้อทำให้ต้องชะงักสัมผัสของผ้าปูที่นอนใต้ร่างไม่ใช่ผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่เธอคุ้นเคย กลิ่นหอมปรับอากาศในห้องก็ไม่ใช่กลิ่นวานิลลาที่เธอชอบใช้ แต่มันเป็นกลิ่นเย็นๆ ผสมกับกลิ่นอายฝนจางๆ แบบที่... คุ้นจมูกอย่างประหลาดไอรินเบิกตาขึ้นทันทีเพดานสีเทาเข้ม ผนังห้องสไตล์ลอฟต์ และแสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านทึบแสงเข้ามาเพียงเล็กน้อย ทุกอย่างรอบตัวแปลกตาไปหมดเธอก้มลงมองตัวเองเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งหลวมโพรกสวมทับอยู่บนร่าง มันตัวใหญ่ขนาดที่ชายเสื้อคลุมลงมาถึงหน้าขา แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสื้อ ปัญหาคือภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวนี้... ไม่มีอะไรเลยชุดชั้นในหายไปไหน!ความตื่นตระหนกแล่นพล่านไปทั่วร่าง ไอรินผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาการแฮงก์เล่นงานจนหน้ามืดไปชั่วขณะ เธอสะบัดศีรษะแ







