เข้าสู่ระบบนางเอกเป็นเพื่อนสนิทกับพระเอกมาตั้งแต่สมัยมัธยม นางเอกแอบรักพระเอก แต่พระเอกไม่รู้ จนกระทั่งคืนหนึ่งที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันโดยไม่ตั้งใจ… — “หนีบทำไมวะ! ฉันเข้าไม่ได้!” “แมค อ้ะ! เราไม่ให้นายเข้า อะ...ออกไปนะ!” “ไม่ออก! อย่ามาทำเล่นตัว เธอกับฉันของมันก็เคยๆ อ้อ! แต่ครั้งนี้เหมือนจะตื่นเต้นกว่าหน่อย ตรงที่เปลี่ยนจากผัวเมีย...มาเป็นชู้!” “เราไม่ได้เป็นชู้กับนาย” “ก็กำลังทำให้เป็นอยู่นี่ไง” เพราะเขาไม่รู้หัวใจตัวเอง จึงทำให้เขาทำร้ายหัวใจใครอีกคน...
ดูเพิ่มเติมMINTRA
ปึก! เสียงคนนั่งลงข้างๆทำฉันตกใจจนต้องหันไปมอง ก่อนหัวใจฉันจะเต้นแรงขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาชื่อแมคน่ะ เป็นเพื่อนห้องเดียวกับฉัน และฉัน...ก็แอบชอบเขา ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ฉันแอบชอบเพื่อนตัวเอง ชอบมาตั้งแต่ม.1 แล้ว จนตอนนี้ม.5 ฉันก็ยังไม่เลิกชอบเขาเลย มีแต่จะชอบมากขึ้น ยิ่งเขาชอบมานั่งด้วยเวลาเรียน มานั่งด้วยกันเวลากินข้าว แถมยังคอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ฉันก็ยิ่งหยุดชอบเขาไม่ได้ ใจฉันสั่นทุกทีที่ได้อยู่ใกล้เขา แต่ฉันก็ต้องพยายามเก็บอาการเอาไว้ เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน แม้หลายอย่างที่เขาทำในบางครั้งมันจะทำให้ฉันเผลอคิดไปไกล แต่ฉันก็ต้องหักห้ามใจไว้ ในเมื่อก็อย่างที่บอก เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขาเห็นฉันเป็นแค่เพื่อนคนนึงเท่านั้น “ระบายสีให้หน่อยดิ” เขาหยิบกระดาษร้อยปอนด์ขนาดเอสี่จากแฟ้มเขามาวางบนโต๊ะฉัน กระดาษร้อยปอนด์ที่วาดรูปไว้เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบายสี และสิ่งที่เขาบอก ฉันไม่ได้แปลกใจหรอก เพราะตั้งแต่เรียนด้วยกันมา แมคชอบมาขอให้ฉันช่วยทำการบ้านเป็นประจำจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และใช่ ฉันก็ช่วยเขาทุกครั้ง ดูเหมือนฉันช่วยเพื่อนในทางผิดๆใช่มั้ย แต่จะให้ฉันทำยังไง ในเมื่อฉันชอบเขา ชอบแต่แสดงออกอะไรไม่ได้ มันเลยทำได้แค่นี้ แค่คอยช่วยเหลือเขาในสิ่งที่พอจะทำได้ “อืม แต่วันนี้เราไม่ได้เอาสีมา” “ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปยืมไอ้เป้งก็ได้ รอแป๊บ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเป้ง และฉันก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับการกระทำของเขาหรอก เพราะฉันเป็นเพื่อนกับเขามานาน ฉันรู้จักนิสัยเขาดี เขาเป็นคนไม่ค่อยซีเรียสกับอะไรเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมไม่เครียดซะบ้าง บางทีจะสอบวันนี้พรุ่งนี้ เขาก็ยังนั่งเล่นเกมอยู่ได้สบายใจเฉิบ การบ้านก็เหมือนกัน ไม่เคยเลยที่จะทำเสร็จให้ทันก่อนวันส่ง ไม่รู้เขาเอาเวลาไปทำอะไรหมด เหมือนบางทีก็เป็นเรื่องไร้สาระนะ แต่ถึงจะรู้อย่างนี้แล้ว ฉันก็ยังช่วยเขาทำการบ้านอยู่ดี ไม่มีเลยสักครั้งที่ฉันจะปฏิเสธเขา กลับดีใจซะอีก ที่เขาเอาการบ้านมาให้ช่วยทำ เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาพอจะเห็นฉันสำคัญอยู่บ้าง แม้ฉันจะมีประโยชน์กับเขาแค่เรื่องเรียนกับเรื่องการบ้านก็ตามที “ได้มาละ” เขากลับมาพร้อมกล่องสี ก่อนจะวางมันลงใกล้ๆกับกระดาษร้อยปอนด์ “งั้นเดี๋ยวมานะ ลงไปเตะบอลแป๊บ” เขาบอกแล้วเดินไปหากลุ่มเพื่อนเขา ก่อนพวกเขาจะพากันเดินออกจากห้องเรียนไป ส่วนฉัน ก็ก้มหน้าก้มตาระบายสีไปตามระเบียบ ถึงจะดูเหมือนโดนเขาเอาเปรียบ และเขาก็เหมือนจะเห็นฉันมีประโยชน์กับเขาแค่เรื่องนี้ แต่ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนกัน ยังไงฉันก็รักเขา ไม่ว่าเขาจะดีจะเลวหรือจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่เป็นเขา ยังไงฉันก็รัก และตราบใดที่ยังเลิกรักเขาไม่ได้ ฉันก็ยังคงเต็มใจทำสิ่งต่างๆให้เขาอยู่อย่างนี้จนกว่าจะถึงวันที่เราต้องแยกย้ายกันไป เอ่อ ฉันหมายถึงตอนเรียนจบม.6 น่ะ พอเรียนจบ ต่างคนก็ต่างต้องแยกย้ายใช่มั้ย และฉันกับเขาก็อาจจะได้อยู่คนละมหาลัยกัน แล้วฉัน เอ่อ ฉันก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันนะ กลัวว่าถ้าวันนั้นมาถึง วันที่ฉันไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา ไม่ได้เห็นหน้าเขาทุกวันอย่างตอนนี้ แล้วชีวิตฉันจะเป็นยังไง MINTRA END MAX “ไปเว้ยพวกมึง” ผมเดินมาบอกเพื่อนผม หลังจากเดินห่างออกมาจากโต๊ะของมิน เอ่อ... มินคือใครอ่ะเหรอ ชื่อจริงเธอชื่อมินตราน่ะครับ เธอเป็นเพื่อนผมเหมือนกัน เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ม.1 แถมเธอก็เป็นเพื่อนที่โคตรดี เวลาให้ช่วยอะไร เธอไม่เคยบ่นเลย อย่างเมื่อกี้ผมเอาการบ้านไปให้เธอช่วยระบายสี เธอก็ยอมช่วยแต่โดยดีเหมือนกับทุกๆครั้ง เพื่อนดีแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบอกเลย แต่เพื่อนเลวที่ชอบใช้งานเธอแบบผม เอ่อ ถ้าให้ผมตอบแทนเธอ ผมคิดว่าเธอคงไม่อยากมีหรอก แต่ดันหลวมตัวคบไปแล้วไง เลยไม่มีทางเลือก เลยต้องคบต่อไป แล้วที่สำคัญ ผมเองก็เกาะเธอไม่ยอมปล่อยซะด้วยสิ ทีนี้คิดดูเอาเองแล้วกัน ว่าถึงเธอคิดจะสลัดผมจริงๆ แล้วผมจะยอมหลุดออกมามั้ย แต่ก็นะ เธอคงไม่ทำหรอก ก็อย่างที่บอกว่าเธอเป็นเพื่อนที่โคตรดี แล้วผมก็โคตรโชคดีเลยที่มีเธอเป็นเพื่อน โคตรโชคดีเลยที่ได้มีเธออยู่ข้างๆ อาจฟังดูเหมือนผมเห็นแก่ตัวใช่มั้ย ที่เอาเปรียบและคอยแต่จะพึ่งพาแต่เธอ คุณคิดถูกแล้วล่ะ ผมเห็นแก่ตัวจริงๆ แต่ถึงผมจะรู้ตัวว่าที่ผมทำอยู่มันเห็นแก่ตัวและโคตรชั่ว แต่ผมก็เลิกทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม “แล้วการบ้านมึงอ่ะไอ้สัส” เพื่อนผมมันถามกลับมา “กูให้มินช่วยทำละ” “ให้มินช่วยทำแล้ว!?” “อือ” “ไอ้สัส แม่งดีจังเลยเนอะ ใช้เพื่อนทำการบ้านให้ ส่วนตัวเองก็ไปเล่นเนี่ย” ไม่บอกก็รู้ใช่มั้ยว่าพวกมันด่าผม(ตรงๆ) แต่หน้าหนาๆอย่างผมหรือจะสน “เอาน่า เดี๋ยวค่อยซื้อหนมมาให้ยัยนั่นเป็นการตอบแทน ไปเหอะ รีบไปเตะบอลดีกว่า เดี๋ยวหมดคาบพักซะก่อน” ผมบอกแล้วเดินนำออกมา ส่วนเรื่องที่บอกพวกมันไป ผมไม่ได้พูดเล่นๆหรอก ผมตั้งใจจะไปซื้อขนมให้มินตราจริงๆ เป็นการตอบแทนเธอไง ถึงแม้มันจะเทียบไม่ได้กับการบ้านที่เธอช่วยทำให้ผมก็เหอะ MAX ENDMAXเห้อ...!!!วันนี้หลังจากที่ผมขับรถไปหามินตราที่บ้าน แล้วต้องกินแห้วเหมือนอย่างเคย ผมก็กลับมานั่งคอตกอยู่ที่คอนโดคนเดียวไม่ต่างกับหลายๆวันที่ผ่านมา การรอคอยอย่างไม่รู้จุดสิ้นสุดมันเป็นอะไรที่โคตรทรมานเลยจริงๆ ตอนนี้ผมไม่รู้ข่าวคราวของมินตราเลย ไม่รู้เลยว่าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ ทั้งๆที่นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ความจริงเธอน่าจะกลับมาได้แล้ว แต่เธอก็ยังไม่กลับมาเลย และผมเดาไม่ออกจริงๆว่าเธอไปไหน เพราะถ้ารู้ ผมคงไม่มานั่งกลืนความหมดอาลัยตายอยากแทนข้าวอยู่เป็นเดือนๆแบบนี้ ...นี่สินะ ผลของความเลวระยำและความโง่เง่าเต่าตุ่นของผม ถ้าผมไม่ทำร้ายมินตรา ถ้าผมรู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เรื่องทุกอย่างมันก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ แต่ผมจะมาพูดพร่ำตอนนี้มันก็คงไม่มีประโยชน์ ในเมื่อผมทำตัวเอง และผมคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขความบัดซบของตัวเองในอดีตไม่ได้ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ผมทำได้ คงมีเพียงอย่างเดียว คือรอให้ถึงวันเปิดเทอม เพราะวันเปิดเทอมมันคือความหวังเดียวของผมในนาทีนี้แล้วจริงๆ.:;วันเปิดเทอม...และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เป็นความหวังเดียวของผม วันที่ผมหวังว่าจะได้เจอมินตราหลังจากที่ผมรอเห็นหน้า และรอที่จะสารภาพ
หลายวันต่อมา...สรุปแล้ววันนั้นมินตราก็ไม่กลับมา ผมนั่งรอเธออยู่หน้าบ้านทั้งคืนแต่ก็ไร้วี่แวว จนมาถึงวันนี้เธอก็ยังไม่กลับมา ผมมาหาเธอทุกวัน นั่งรอเธอหน้าบ้านอย่างตอนนี้ทุกวัน แล้วก็กินแห้วทุกวัน ผมไม่รู้ว่าเธอไปไหน และผมไม่รู้จะไปหาเธอได้ที่ไหน ไม่รู้จะติดต่อเธอได้ยังไง ในเมื่อดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊คไอจีของเธอก็ไม่เคลื่อนไหว เธอเงียบหายไปเลยดื้อๆ จนผมมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ผมควรจะทำยังไงดี การได้เห็นแต่ไม่ได้คุยว่าทรมานแล้ว แต่นี่ทั้งไม่เห็นทั้งไม่ได้คุยทั้งไม่รู้เรื่องรู้ราวหรือข่าวคราวอะไรเลยมันยิ่งกว่าทรมาน คำถามเดียวที่อยู่ในหัวผมตอนนี้ คือผมจะได้เจอมินตราอีกมั้ย ผม...ผมกลัวเหลือเกินRrrrrrr...!!!เสียงโทรศัพท์ที่จู่ๆก็ดังขึ้นทำให้ผมจำต้องละสายตาจากหน้าบ้านมินตราแล้วหยิบโทรศัพท์มากดรับแทน ไอ้ลีโอมันโทรมาน่ะครับ“มีไร” ผมรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป ในเมื่อผมเดาไม่ออกว่าไอ้ลีโอมันโทรมาทำไม ผมไม่ได้เจอกับมันหลายวันแล้ว กับไอ้อคินก็เหมือนกัน ก็ตั้งแต่ปิดเทอม(“ก็มีนิดหน่อย มึงว่างป่ะ ออกมาเจอกันหน่อยดิ พอดีมีเรื่องให้ช่วย”)“ช่วยเรื่อง?”(“เอาน่า มาก่อนเหอะ เดี๋ยวอธิบายให้
คิดได้อย่างนั้นฉันเลยลุกเดินไปเปิดประตูบ้าน ก่อนความตกใจจะมาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว ทันทีที่เปิดประตูออกไปแล้วเห็นว่าใครเป็นคนเคาะ“โบว์!?” ใช่ คือโบว์ที่เป็นคนมาเคาะประตู“เอ่อ โบว์...โบว์มาหาเราเหรอ” ที่ฉันถามไปแบบนั้น เพราะไม่คิดว่าโบว์จะมาหาฉัน เพราะโบว์เกลียดฉันไปแล้ว แต่ถ้าให้คิดว่าโบว์จะมาหาเรื่องฉันมันก็ดูเหมือนไม่น่าจะใช่ เพราะสีหน้าท่าทางของโบว์มันไม่ได้ดูเกรี้ยวกราดหรือขุ่นเคืองเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับดูเศร้าซึมและขุ่นหมองด้วยซ้ำ“อืม โบว์มาหามิน โบว์อยากคุยกับมิน“ คะ...คุย? คุยงั้นเหรอ“ขอเข้าไปได้มั้ย”“ห้ะ อือ อืม ได้สิ” ฉันตอบรับทั้งๆที่ยังนึกไม่ออกและไม่เข้าใจ ว่าโบว์จะมาไม้ไหน แล้วโบว์จะคุยกับฉันเรื่องอะไร ในเมื่อตอนอยู่มหาลัย โบว์แทบไม่มองหน้าฉัน หรือถ้ามองก็อย่างที่เคยบอก ว่ามันมีแต่ความเกลียดชังและขุ่นเคือง“มีเรื่องอะไรจะคุยกับเราเหรอ” ฉันเดินนำมาที่โซฟาก่อนจะเอ่ยถามหลังจากที่เรานั่งลงทั้งสองคน“โบว์อยากมาขอโทษ” ขอโทษ?“อยากขอโทษในทุกๆเรื่องที่โบว์เคยทำกับมิน โบว์รู้แล้วว่าโบว์ทำไม่ถูก และโบว์เข้าใจแล้ว ว่าถึงแม้ว่าโบว์จะรักแมคและพยายามทำเพื่อแมคแค่ไหน โบว์ก็ไม
ฉันเดินตามพี่นิคมาจนถึงม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเขาพร้อมกับรอฟังเรื่องที่เขาจะพูด“คือพี่จะมาขอโทษเรื่องวันนั้นน่ะ”“ขอโทษ?” ฉันเอียงหน้าขมวดคิ้วอย่างงุนงง ในเมื่อฉันต่างหากที่ผิด ไม่ใช่เขา“ครับ พี่จะมาขอโทษมิน เรื่องที่วันนั้นพี่ใช้อารมณ์มากไปหน่อย พี่ควบคุมตัวเองไม่ได้ พี่ขอโทษจริงๆ” ดูจากสีหน้าและแววตาของเขาแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกผิดจริงๆด้วยนั่นแหละ“ไม่เป็นไรค่ะพี่นิค มินไม่โกรธหรอก เพราะคนผิดคือมินต่างหาก มินขอโทษนะคะที่มินเอาความวุ่นวายไปให้ที่ร้าน แล้วก็ขอโทษที่มิน เอ่อ...” ปฏิเสธความรักของพี่ ประโยคท้ายฉันละไว้ในฐานที่เข้าใจ“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ความรักมันบังคับกันไม่ได้ เพราะงั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ ที่พี่จะสั่งให้มินเลิกรักหมอนั่นแล้วหันมารักพี่ ก็เหมือนกับที่พี่สั่งตัวเองให้เลิกรักมินไม่ได้”“พี่นิค...”“เอาน่า ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวนานไป พี่ก็คงทำใจได้เอง แล้วอีกอย่าง ที่พี่มาวันนี้ไม่ได้จะมาดราม่ากับมินซะหน่อย แต่ที่พี่มา เพราะพี่อยากจะมาขอโทษเรื่องวันนั้น แล้วก็อยากจะมาชวนมินให้กลับไปทำงานที่ร้านด้วยกัน”“กลับไปทำงาน?” ฉันไม่คิดว่าเขาจะยังใจดีให้ฉันกลับ





