로그인EP 2
คนแปลกหน้าที่เคยคุ้นเคย
เสียงพูดคุยภายในโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยดังอื้ออึงไปทั่ว โต๊ะเกือบทุกตัวถูกจับจองโดยนักศึกษาที่เพิ่งเลิกกิจกรรมปฐมนิเทศ กลิ่นอาหารลอยคลุ้งปะปนกับเสียงหัวเราะอย่างคึกคัก
"ตรงนั้นมีที่นั่ง" โบว์ชี้ไปยังโต๊ะว่างมุมหนึ่ง ก่อนรีบเดินนำเพื่อนทั้งสามคนไปจับจอง
ครืด
หนูดีเลื่อนเก้าอี้ออกก่อนจะนั่งลงเงียบ ๆ เธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบา ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในอกยังไม่จางหายตั้งแต่สบตากับคิริวในหอประชุม เธอไม่คิดเลยว่าคนที่ตั้งใจหนีมาตลอด จะกลับมาเจอในวันแรกของชีวิตมหาวิทยาลัยแบบนี้
"หนูดี" แก้วยื่นช้อนให้
"เหม่ออะไร"
"ไม่มีอะไร" หญิงสาวยิ้มบาง ๆ
"แน่ใจนะ เมื่อกี้เห็นเธอหน้าซีด ๆ"
"แค่คนเยอะน่ะ เลยมึน ๆ นิดหน่อย"
หนูดีเลือกโกหก เพราะเธอไม่อยากให้ใครรู้ว่า ผู้ชายที่ทั้งมหาวิทยาลัยกำลังพูดถึง คือคนเดียวกับที่เคยทำให้เธอร้องไห้แทบทุกคืน
"น้องครับ"
เสียงสุภาพของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาคณะบริหาร เขายิ้มอบอุ่นพร้อมถือจานอาหารมาหยุดข้างโต๊ะ
"พี่นั่งด้วยได้ไหม โต๊ะเต็มหมดเลย"
"ได้ค่ะ" โบว์รีบพยักหน้า
"ขอบคุณครับ" เขาวางจานอาหารลง ก่อนหันมายิ้มให้หนูดี
"น้องปีหนึ่งใช่ไหม"
"ค่ะ"
"พี่ชื่อต้า ปีสามการตลาด"
"หนูดีค่ะ"
"ชื่อเพราะดีนะ"
"ขอบคุณค่ะ"
ต้าพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเริ่มแนะนำเรื่องวิชาเรียน ชมรม และการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างเป็นกันเอง หนูดีฟังด้วยความตั้งใจ เพราะนาน ๆ ทีเธอจะเจอใครที่คุยด้วยแล้วสบายใจแบบนี้ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองภาพนั้นจากอีกฟากของโรงอาหาร
อีกด้านหนึ่ง คิริวยืนกอดอกอยู่หน้าร้านกาแฟ ใบหน้าหล่อเหลายังคงไร้อารมณ์เหมือนเดิม แต่ดวงตาคมกลับจับจ้องโต๊ะของหนูดีไม่วาง
"มึงมองอะไร" เอฟถามพลางยื่นแก้วกาแฟให้ คิริวรับมาเงียบ ๆ
"ผู้ชายคนนั้น"
"ใคร"
"อ๋อ...ไอ้ต้าคณะบริหาร" เอฟมองตามสายตาเพื่อนไป
"หัวหน้าชมรมการตลาด คนรู้จักเยอะ"
“....................” คิริวเงียบ ปลายนิ้วเคาะแก้วกาแฟช้า ๆ
"ว่าแต่มึงถามทำไม"
"เปล่า" เขาตอบเพียงสั้น ๆ สายตาไม่เคยละจากโต๊ะนั้น ในจังหวะเดียวกัน ต้าหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาแล้วยื่นให้หนูดี
"ซอสเปื้อนแก้มน้อง"
"จริงเหรอคะ" หนูดียกมือแตะแก้มตัวเองทันที
"ครับ เดี๋ยวพี่....." ชายหนุ่มยกมือขึ้นคล้ายจะช่วยเช็ดให้ แต่ยังไม่ทันแตะตัวเธอ
ครืด!
เก้าอี้อีกตัวถูกดึงออกอย่างแรง เสียงเสียดสีกับพื้นดังลั่นจนคนทั้งโต๊ะหันไปมอง
ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่งลงข้างหนูดีหน้าตาเฉย ไม่มีใครเชิญ ไม่มีใครพูดอะไร แต่บรรยากาศทั้งโต๊ะกลับเย็นยะเยือกทันที โบว์กับแก้วมองหน้ากันอย่างงุนงง ส่วนต้าก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ
"มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ" ต้าถามอย่างสุภาพ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะคุยกับตัวเอง
"กินข้าว" คิริวตอบเรียบ ๆ
"ฮะ?"
ต้าหลุดเสียงงุนงงออกมา เมื่อเห็นว่าคิริวละสายตาจากเขา ก่อนหันไปมองหนูดีแทน ไม่มีบทสนทนา ไม่มีการแนะนำตัว มีเพียงสายตาคมที่จ้องเธออยู่นิ่ง ๆ หนูดีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนก้มลงตักข้าวเข้าปาก ทำเหมือนไม่มีเขานั่งอยู่ตรงนั้น คิริวยังคงนั่งนิ่ง สายตาไม่เคยละจากเธอ บรรยากาศบนโต๊ะเริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อย ๆ ต้าจึงหันกลับมาชวนหนูดีคุยต่อ
"เดี๋ยวถ้ามีอะไรไม่เข้าใจเรื่องเรียน ถามพี่ได้"
"ค่ะ" หนูดียิ้มตอบตามมารยาท ได้ฟังดังนั้นปลายนิ้วของคิริวก็หยุดเคาะแก้วกาแฟ
วินาทีต่อมา เขาเอื้อมมือหยิบแก้วน้ำของหนูดีขึ้นมาดื่มต่อหน้าทุกคน
"คุณ!" หนูดีหันขวับไปมองทันที
"นั่นน้ำของฉัน"
"รู้" เขาวางแก้วลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"แล้วทำไมดื่ม"
"หิวน้ำ" คำตอบหน้าตาเฉยทำให้โบว์แทบสำลักน้ำ ส่วนแก้วได้แต่อ้าปากค้าง ต้าหันมองทั้งคู่สลับกันด้วยความสงสัย
"รู้จักกันเหรอครับ" ต้าถามอย่างระมัดระวัง หนูดีหันมายิ้มบาง ๆ ให้
"ค่ะ"
เธอตอบเพียงเท่านั้น แล้วก้มลงกินข้าวต่อ ราวกับไม่ต้องการอธิบายอะไรเพิ่มเติม
ท่าทีเมินเฉยของเธอทำให้โต๊ะทั้งโต๊ะเงียบลง โบว์มองหน้าหนูดีสลับกับคิริว ก่อนขมวดคิ้วเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก
"เดี๋ยวนะ....." เธอหยิบใบกำหนดการที่อาจารย์แจกตอนเช้าขึ้นมาดู
"หนูดี.....เธอใช้นามสกุลวัฒนาสกุลไพศาลเหรอ"
"อือ" หนูดีชะงักไปเพียงนิด ก่อนพยักหน้ารับ
"นามสกุลเดียวกับพี่คิริวเลย" โบว์เบิกตากว้าง แก้วรีบหันมามอง
"จริงด้วย" ทั้งโต๊ะเงียบลงโดยพร้อมเพรียง ตามองทั้งสองคนสลับกันไปมา ก่อนถามด้วยความสงสัย
"เป็นญาติกันเหรอครับ"
"ไม่ใช่ค่ะ" หนูดีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ก่อนตอบเพียงสั้น ๆ แล้วก้มลงกินข้าวต่อ ไม่เปิดโอกาสให้ใครถามต่อ
"หนูดี" คิริวเรียกชื่อเธอขึ้นช้า ๆ
"เรียกชื่อฉันทำไมคะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง คำตอบราบเรียบทำให้เอฟซึ่งเพิ่งเดินมาถึงชะงักไปทันที นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นมีคนพูดกับคิริวแบบนี้
"ออกไปคุยกัน" คิริวจ้องเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
"ไม่ค่ะ" หนูดีตอบแทบจะทันที
"ฉันกำลังกินข้าว"
"ลุก"
"ไม่ไป" เธอยังคงตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม คิริวลุกขึ้นยืนช้า ๆ ก่อนเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กไว้ แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นพอให้เธอดึงออกไม่ได้ คนรอบข้างเริ่มหันมามอง โบว์รีบลุกขึ้นทันที
"พี่คิริว.....ปล่อยหนูดีก่อนเถอะค่ะ คนมองกันหมดแล้ว"
คิริวไม่ตอบ สายตาคมยังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาว ปลายนิ้วที่จับข้อมือเธอไว้ค่อย ๆ ออกแรงแน่นขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำเรียกแทนตัวเขาว่า
"คุณคิริว ปล่อยค่ะ" หนูดีสบตาเขานิ่ง ก่อนพูดช้า ๆ เสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่หนักแน่นพอให้บรรยากาศทั้งโรงอาหารเงียบลง
@มหาวิทยาลัยคณะบริหารธุรกิจหลังจากเสร็จจากซื้อยา ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีแดงเลือดหมูของคิริว ก็มุ่งมาที่คณะของหนูดีทันที ราวกับรู้ว่าคนตัวเล็กจะต้องกำลังรอยาทาแผลอยู่แน่ ๆตึก.....ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้านในคณะหนูดีโดยไม่สนสายตาใคร ในมือหนากำถุงยาราคาแพงจากร้านขายยาหน้ามอไว้แน่น แววตาดุดันกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวังว่าจะเจอหนูดี เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียนของหนูดี ทว่า ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาต้องชะงักไป เลือดในกายพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดในพริบตาเดียว!ภาพของหนูดีที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะ โดยมีเจมส์กำลังโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอจนแทบจะชิดติดร่าง เพื่อช่วยแปะปลาสเตอร์ยาบริเวณลำคอที่มีรอยแผลแดงช้ำ!".....แม่ง!"เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เร็วกว่าความคิด คิริวพุ่งพรวดเข้าไปกระชากคอเสื้อของเจมส์อย่างแรงด้วยมือเดียว จนร่างของรุ่นน้องหนุ่มลอยกระเด็นถอยหลังไปชนกับโต๊ะอีกตัวเสียงดังสนั่นเคร้ง!"พี่คิริว!"เสียงอุทานตกใจของแก้ว โบว์ และไอซ์ดังประสานกันลั่นห้อง หนูดีผุดลุกขึ้นจากโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพดุดัน
@ห้องพยาบาลปัง!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกผลักเปิดออก ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปสีแดงเลือดหมูของคิริวก้าวเข้ามาด้านในด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ที่ไม่ค่อยสมกับมาดเฮดว้ากสุดโหดสักเท่าไหร่นัก ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบห้องพยาบาลที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพยาบาลสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดยาในตู้"...................." พยาบาลสาวเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเป็นพ่อหนุ่มตัวตึงประจำคณะวิศวะที่หาตัวจับได้ยาก"เอ่อ.....ขอโทษครับ" คิริวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะห้วน ๆ และเกร็ง ๆ เล็กน้อย"มียาทาแก้ฟกช้ำกับยาทาแผลสดรอยขีดข่วนไหมครับ แบบทาแล้วไม่แสบผิว สูตรอ่อนโยน.....""หมดพอดีเลยจ่ะพ่อหนุ่ม ยาทาแผลใช้ไปกับเด็กปีหนึ่งเมื่อกี้นี้เอง" พยาบาลสาวมองสำรวจสภาพของคิริวแวบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วส่ายหน้า"ไม่มีเลยเหรอครับ?" คิริวถามย้ำด้วยน้ำเสียงร้อนรนขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด"หมดเกลี้ยงจ่ะ""คงต้องออกไปซื้อที่ร้านขายยาใหญ่หน้ามอโน่นแหละ" พยาบาลสาวตอบหน้าตาย ก่อนจะเริ่มทำงานของตัวเองต่อคิริวเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ ชายหนุ่มยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ ดวงตาคมฉายแวว
"อย่ามาทำเป็นใส่ใจของไร้ค่าพวกนี้อีก""เพราะมันไร้ค่าแล้ว ก็เหมือนกับตัวเธอนั่นแหละ"ถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของคนที่เธอรักสุดหัวใจ คิริวปรายตามองสร้อยที่แหลกบนพื้นด้วยความเย็นชา ก่อนที่สายตาคู่คมจะเผลอเลื่อนขึ้นไปสะดุดเข้ากับรอยแผลสีแดงเถือกบริเวณลำคอขาวของหนูดี ที่เกิดจากแรงกระชากและคมสร้อยบาดเมื่อครู่ตึก!รอยแดงช้ำเป็นทางยาวบนผิวเนียนละเอียดนั้นทำให้หัวใจแกร่งกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าความทิฐิและความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นอยู่เต็มอกกลับดึงเขาให้รีบซ่อนแววตาร้าวรานนั้นไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความไร้เยื่อใยอย่างรวดเร็ว"หึ....."คิริวแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีและสาวเท้าเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นอย่างไร้ความปรานี ทิ้งให้หนูดียืนเคว้งคว้างอยู่ตามลำพัง และค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปเก็บสร้อยขึ้นมาถือไว้อย่างทะนุถนอม"หนูดี!""แกเป็นอะไรหรือเปล่า!"เสียงร้อนรนของแก้วดังขึ้น พร้อมกับร่างของแก้ว โบว์ และไอซ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาหลังจากเห็นเหตุการณ์ห่าง ๆ แก้วร
EP 81 ของไร้ค่าปึง!เสียงประตูกระจกห้องเรียนถูกผลักปิดกระแทกด้วยแรงอารมณ์ของคนที่เพิ่งเดินหนีออกมา คิริวสาวเท้ายาว ๆ ไปตามระเบียงทางเดินด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ไอความเย็นชาแผ่ซ่านรอบตัวจนรุ่นน้องที่เดินสวนทางมาต้องรีบหลบทางให้แทบไม่ทันฟึบมือหนาล้วงหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาด้วยท่าทีหงุดหงิดระคนหัวเสีย ก่อนจะก้าวตรงไปยังมุมอับหลังตึกคณะที่เป็นพื้นที่ประจำสำหรับหลบมาสูบบุหรี่แก้เครียด"ฟู่....."คิริวอัดบุหรี่เข้าปอดอย่างรีบร้อน ก่อนจะพ่นควันสีเทาจาง ๆ ออกมาทางริมฝีปากหยักหนาที่เม้มเข้าหากันแน่น ภาพคำพูดกวนประสาทของก๊อตยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท'ผู้หญิงเขาก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองปะวะ''สู้เลิกรักแล้วไปเจอคนเพียบพร้อมกว่า มันก็ถูกต้องแล้วนี่หว่า'กรอด!สันกรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความเจ็บปวดร้าวรานและความโกรธตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก เขาพ่นควันบุหรี่ระบายความอัดอั้นออกมารอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ร่างกายและจิตใจของเขาถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความหึงหวงและความแค้นจนแทบจะเป็นบ้า จนเหมือนเกือบจะเสียสติไปแล้วฟึบทว่าในจังหวะที่คิริวกำลังจะยกบุหรี่
EP 80 กระตุ้น@ห้องเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ปึง!กระเป๋าเป้แบรนด์เนมสีดำถูกโยนลงบนโต๊ะเรียนแถวหลังสุดอย่างแรงตามอารมณ์บึ้งตึงของเจ้าของ คิริวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง รังสีอำมหิตและความเย็นชานั้นยังคงแผ่ออกมารอบตัวจนเพื่อนในกลุ่มอย่าง ก๊อต เอฟ และ เบ้น ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก"แหม่.....เปิดเทอมวันแรกมึงก็เอาเลยนะไอ้ริว" เบ้นเอ่ยทักขึ้นคนแรกพลางยิ้มขำ"เมื่อกี้ตึกล่างสะเทือนถึงนี่ เขาลือกันให้แซ่ดว่ามึงแทบจะควักไส้ไอ้เจมส์ออกมาแกล้มเหล้าอยู่แล้ว""โมโหเมียแล้วพาลใส่คนที่เคยจีบเมียแหละ" ก๊อตหัวเราะร่าอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิต ก่อนจะกระเซ้าเย้าหยอกด้วยความปากไวตามประสากึด!สันกรามของคิริวปูดนูนขึ้นทันที ชายหนุ่มหันขวับมาตวัดสายตาคมกริบมองก๊อตอย่างตาขวาง ไอสังหารแผ่ซ่านจนบรรยากาศในกลุ่มเย็นวาบลงในเสี้ยววินาที"อย่าเอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นให้กูได้ยินอีก"เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันฟังดูจริงจังเสียจนเบ้นกับเอฟต้องรีบยกมือปรามก๊อต ทว่าคนปากเสียอย่างก๊อตกลับยังไม่ยอมหยุด ยิ่งเห็นเพื่อนทำท่าทีกลบเกลื่อนรอยแผลเป็น ก็ยิ่งอยากกระตุกห
EP 79 เฮดว้ากคนเดิมกลับมาแล้ว@ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ตึกตึกตึกบรรยากาศหน้าตึกคณะที่เคยครึกครื้นตามประสาเปิดเทอมวันแรก กลับพลันเงียบเสียงลงไปถนัดตา ทันทีที่ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาในอาณาเขตของคณะ สายตานับร้อยคู่ก็พากันหันขวับไปมองเป็นตาเดียว พร้อมกับเสียงซุบซิบฮือฮาที่ดังระงมขึ้นราวกับนัดกันไว้"เฮ้ย.....นั่นพี่คิริวไม่ใช่เหรอวะ?""กรี๊ดดด! กลับมาแล้วเหรอ ทำไมเท่ขึ้นเป็นกองเลยล่ะแก!""เท่อ่ะก็จริง.....แต่แกกล้าเข้าใกล้เหรอวะ""ดูสายตานั่นดิ น่ากลัวฉิบหาย เหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้ตลอดเวลาเลย"เสียงกระซิบกระซาบของเหล่านักศึกษาหญิงชายดังเซ็งแซ่ คิริวในยามนี้ก้าวเดินเข้ามาในชุดเสื้อคอกลมสีดำที่สวมทับด้วยช็อปสีแดงเลือดหมูที่ตัดกับสีผิวสุขภาพดี เรือนผมสีเข้มถูกเซตขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ทว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคายกลับปราศจากรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง ถึงแม้เฮดว้ากคนดังจะปรากฏตัวด้วยลุคเย็นชาอยู่เสมออยู่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้เขากลับดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะสายตาคมที่กวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับสามารถฆ่าคนได้ตึกตึกตึกรังสีความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขารอบรัศมีสามเมตร ดวงตาคู่คมดูลึกลับ เยือกเย็







