Masukแกร่กก…เสียงไขกุญแจดังขึ้นประตูถูกเปิดออกสองร่างทมึนที่อยู่ในห้องสลัวยกมือขึ้นบังดวงตาเมื่อแสงสว่างจ้าสาดส่องทิ่มแทงจอประสาทตาอย่างร้ายกาจ
แป่ะ แป่ะ แป่ะ นิ้วยาวของเจ้าบ้านเดินไล่เปิดไฟสามสี่ดวงที่เจ้าตัวโตปิดหมดมีเพียงแสงจากหน้าจอทีวีที่ไม่สว่างนัก “กลับมาแล้ว” นายตำรวจร่างสูงเพรียวสวมครื่องแบบแนบเนื้อรัดเข็มคัดแน่นจนเอวบางเฉียบคอดเล็กยกขายาวก้าวเดินราวกับมีแสงสปอร์ตไลต์อยู่บนหัว ใบหน้าคนเลิกงานดูดีมีออร่าสว่างกระจ่างใสเหมือนมีโรงงานไวท์เทนนิ่งเป็นของตัวเองแขนนขาเรียยานิ้วมือนิ้วเท้าสะอาดสะอ้านบอกใครใครจะเชื่อว่าเป็นตำรวจมือปราบอายุสามสิบแล้ว สันหลังยาวของเรย์เด้งผึงจากพื้นขึ้นมาถลาเข้าไปซบอกอุ่นหอมหวล แม้แต่กลิ่นกายคนออกไปทำงานยังหอมกว่ากลิ่นคนอยู่บ้านไม่ทำอะไรด้วยซ้ำ คนกวนๆ ที่ไล่กระทืบไข่เพื่อนเมื่อครู่แปลงกายเป็นหมาปอมปอมตัวเล็กตัวน้อยมุดหน้าดมซอกคอเจ้าของครางหงุงหงิงจนคนมองอย่างโรมหรี่ตาเป็นเส้นตรงเบะปากลงจนสุด “ตอแหล” แวซายยิ้มกว้างแต่แววตาบ่งบอกตามที่สบถด้วยเสียงหวาน “ที่รัก ไก่ทอดเค้าอ่ะ” หน้าโหดๆ หล่อร้ายเจ้าเล่ห์ก่อนหน้ากลายร่างพัวพันเลื้อยยุบยับบนร่างสมส่วนที่ไม่ว่าอะไรสักคำเอาแต่ยิ้มขำเบาๆ จนตาปิด เรยาเอียงคอกระพริบตาปริบๆ อย่างน่ารัก…แม้จะขัดกับร่างใหญ่ควายเผือกตัวหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนูนเด่นก็ตาม สารวัตรคีรติปรายตาคู่สวยสีเข้มทรงสเน่ห์มองร่างเปลือยท่อนบนกำยำด้วยความชินชาในความแด๊ะแด๋ เรยาไม่ชอบสวมเสื้อผ้าอยู่บ้านแก้ผ้าเดินในบ้านจนเหนื่อยที่จะทักท้วงแค่รักษาความสะอาดก็พอ “ช่วยงานหน่อยสิ” แผ่นโน้ตบนกระดาษเล็กยื่นให้คนทะเล้น เมื่อเจ้าตัวทำท่าเหมือนกลัวการออกไปข้างนอกนายตำรวจหนุ่มที่ไม่รู้จะช่วยยังไงเพราะเรย์ไม่ยอมไปจึงให้ทำในสิ่งที่ถนัด ทำงานแลกกับอาหาร แลกกับได้ใกล้ กอด จูบ เกาะตำรวจแดกไล่ก็ไม่ไป หน้าด้านหน้าทน เก่งอยู่สองเรื่อง เรื่องไอทีกับ…เรื่องเด้า เรยาถลาเข้าไปใช้โน๊ตบุ๊คคุณสารวัตรตัวหอมที่เดินผ่านไปล้างมือในห้องน้ำ ปลายนิ้วยาวจรดแป้นพิมพ์ขยับรัวเร็วโดยไม่มองแม้แต่น้อย “ไหนเตงบอกจะซื้อเข้ามาไงเค้าหิวไก่จัง” แม้ปากจะพร่ำบ่นเสียงอ่อนเสียงหวานแต่มือกับพิมพ์รัวเข้าโปรแกรมลึกขึ้นเข้าไปทุกที เม้มปากแก้มป่องเหมือนเด็ก “จะไม่ช่วย?” “ช่วยคับ” เรยาพยักหน้าเร็วๆ ตอบรับ โรมนั่งเล่นมือถือพาดขาอยู่มุมห้องยิ้มกรุ้มกริ่มหัวเราะหึ หึ “ไหนบอกไม่สนไง หูตั้งหางกระดิกอย่างกับหมา” “ไอ้โรม หุบปาก!” เรยาถลึงตาชี้หน้าใส่ “วันนี้ว่างเหรอโรม” เสียงทุ้มละมุนทักทายเด็กหนุ่มตัวโตอีกคน เจ้าของห้องสุดหล่อไม่แสดงท่าทีรังเกียจเพื่อนของผู้อาศัยแม้แต่น้อย “ค้าบพี่อาร์~” รอยยิ้มหวานหยดขานรับเจ้าบ้านเหมือนลูกแมวในสายตาเรยาไม่ได้น่าเอ็นดูแม้แต่น้อย ดูกวนประสาทมากกว่า “หางานทำได้แล้วพ่อแม่จะได้สบาย” รอยยิ้มพิมพ์ใจส่องสว่างออร่าอร่ามเพราะเรย์ไม่ชอบเปิดไฟหลายครั้งก็เดินเตะข้าวของไปทั่ว ไม่ว่าอย่างไรสารวัตรหนุ่มก็ไม่เคยบ่นผู้อาศัยสักครั้ง “จ้าพี่สารวัตรจ๋า” โรมตอบเสียงหวาน ยิ้มจนตาปิด “จ้า..” เรยาบีบเสียงเล็กล้อเลียน แกร่ก.. แกร่ก เรยาหมุนเก้าอี้หันมายกฝ่าเท้าแล้วเกาเท้าแรงๆ ใส่โรม ปากกหยักแสยะยิ้มท่าทางนักเลงลับหลังสารวัตรคนดี “อย่ามาจ๊ะจ๋ากับเมียกู!” เรยากดสายตามองต่ำชูนิ้วกลางพลางขยับปากไม่มีเสียงกับโรม แต่เจ้าของห้องก็หันมาเห็น จึงต้องยกมือที่เกาเท้าขึ้นเกาหัวทำหน้าตาใสซื่อฉีกยิ้มหวานการละครให้ ชิ้ง~ คุณสารวัตรส่ายหน้าแล้วยกยิ้มเอ็นดูให้กับความเล่นละครของสองเพื่อนซี้ ดาเมจรุนแรงทำสองเพื่อนซี้อ้าปากค้างเผลอยกมือขึ้นทาบหน้าอกซ้ายที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ไม่เพียงรอยยิ้มกับท่วงท่าสง่างามน้ำเสียงอ่อนโยนสุภาพใจเย็นก็ขึ้นชื่อว่าดีเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปหลายขุม “กินข้าวที่นี่มั้ยโรม” เรยาเบะปากไม่พอใจในความใจดีของสารวัตรคนละมุน เมียมาเพื่อนก็ไม่จำเป็น “ตัวเองจะถามมันทำไม! กลับบ้านมึงไปเลยไป๊!” “บ้านกูอยู่สลัมข้างล่างนี่เองจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้” โรมหันมายิ้มหน้าซื่อ แต่แววตาเย้ยหยันล้อเลียนและหันมายิ้มหวานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าหล่อ “วันนี้เหนื่อยมั้ยครับพี่สารวัตร” “ก็ปกตินะ” น้ำเสียงสุภาพกับใบหน้าหล่อเหลาไม่ว่าใครได้เห็นเป็นต้องละลาย ใจสั่น แม้แต่โรมที่ไม่ชอบผู้ชายกลับยิ้มเขินอายบิดกายใหญ่ไปมาคล้ายกับสาวน้อยนุ่งกระโปรงบานสีหวานแหว๋ว “ไอ้โรม!” เรยาแยกเขี้ยวใส่ ไม่อยากให้ใครมาทำท่าเคลิบเคลิ้มกับสารวัตรคนดี “จ๋า~” โรมทำหน้าหวานใส่กวนประสาท “กลับห้องมึงไป!” “หนูจะกินไก่” โรมทำตาแป๋ว กุมมือคีรติอย่างกับเด็กขอความเมตตาแต่เรย์โวยลั่น “กูโทรหาหมอนั่นนะ!” “ไปก็ด๊ะ พี่อาร์ขอกอดลาหน่อยค้าบ” โรมโถมเข้ากอดสารวัตรคนหล่อเต็มแรง เรยาแทบถลาเข้าไปกระชากผมที่เริ่มบางออกจากตัวสารวัตรหนุ่ม “ไอ้โรม!!” เรยาสวมวิญญาณนางร้ายในละครเงื้อมือมาตั้งแต่หน้าปากซอยแต่พอเพีมาใกล้คุณตำรวจกลับหัวเราะใส่คิกคัก สายตาเอ็นดูที่มอบให้ทุกคน ถ้าไม่เห็นว่าเป็นตำรวจคงคิดว่าเป็นบาทหลวงไปแล้ว ดี..ดีมาก ดีเหลือเกิน ดีราวกับไม่มีอยู่จริง ดีอะไรอย่างนี้ ดีไปหมด ไม่คิดว่าจะมีคนที่ดีได้ถึงขนาดที่ยับยั้งหมาบ้าอย่างเรยาได้อยู่หมัด โรมอาศัยช่วงที่เรยาเคลิบเคลิ้ม เมื่อถูกให้ท้ายขยับปลายจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นตัวสะอาดหอมอ่อนๆ ของร่างสารวัตร “ตัวพี่สารวัตรหอมจัง นี่ไปทำงานหรือไปลงอ่างมาเนี่ย คนอะไรหล่อเขย่าต่อมลูกหมากมากแม่” ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! หมอนอิงบนโซฟาปลิวว่อนปะทะร่างของโรมอย่างจัง “ให้กูเขย่าให้มั้ยแต่ใช้นี่นะ” เรยาปรายสายตาลงบนหัวแม่เท้าที่กระดิกยุกยิกบนพื้น “ป่าเถื่อนที่สุด” โรมแกล้งร้องสะดีดสะดิ้งกระโดดโหย๋งเหย๋งหลบหลังเจ้าของห้องที่ยืนยิ้มน้อยๆ ไม่ว่าอะไร แต่โรมหลบไปชูนิ้วกลางข้างหลังนายตำรวจ ยื่นปลายจมูกเข้าใกล้เส้นผมสั้นจัดทรงเรียบแปล้ เรยาแยกเขี้ยวใส่คว้าเม้าส์ไร้สายในมือเงื้อขึ้นเหนือหัว “เรย์ อย่าขว้างของ” คีรติจ้อมองของในมือเด็กหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแม้แต่ท่าทางดุยังเอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างสุภาพได้ จะไม่ให้เด็กหลงได้อย่างไร เรยากระพริบตาปริบๆ ไม่เคยมีใครหยุดยั้งอารมณ์ร้อนของคนหนุ่มด้วยความอ่อนโยนเท่านี้มาก่อน จึงแสร้งตีหน้าเศร้าส่งเสียงอ่อย “เตงก็ดูมันสิ! มันทำเหมือนตัวเองเป็นผัวมันงั้นแหละ เตงเป็นของเค้านะ! ทำไมชอบลูบหัวลูบหางมันอยู่เรื่อย เค้าหึงนะรู้มั้ย!” โรมหัวเราะเยาะทันที “ตอแหลซะไม่มี” “ไอ้โร๊มม!!” โรมยักคิ้วยิ้มยียวน “ไปก็ด้ะ~ บ๊ายบายครับพี่” คุณตำรวจโบกมือเรียวสวยให้เพื่อนผู้อาศัยเบาๆ แค่ขยับนิดหน่อยรอยยิ้มน้อยๆ ก็ทำเอาสองหนุ่มเหม่อตาลอย แต่แขกที่พึ่งรู้ตัวว่าไม่ได้ชอบผู้ชายก็ทำเพียงหมุนตัวกลับออกไปท่าทางเก้ๆ กังๆ ไม่ถือสา ไม่ซักประวัติ ไม่พาไปสถานีตำรวจ ไม่ถามหาเหตุผล ไม่พูดจาดูถูก เหยียดหยาม อบอุ่นอ่อนโยน สุภาพ แม้แต่ยามเมา ก็ยังไม่มีด้านมืดออกมาให้เห็น แม้แต่ตอนเผลอมีอะไรกันก็ไม่เคยโทษคนอื่นสักครั้ง…ดีขนาดนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาแล้วเสียงช้อนกระทบจานดัง แกร๊ก กลางร้านอาหารไฟหรูหราตกแต่งด้วยแชนเดอเลียร์ระยิบระยับเรยาทำหน้าบูด ยกช้อนขึ้นแล้ววางลงทันที “กับข้าวร้านมิชลินห้าดาวแม่ง…แดกไม่ลงว่ะ” เรยาพูดพลางพิงพนักเก้าอี้ เอนหัวไปด้านหลังอย่างเบื่อหน่ายปีรามิดเลิกคิ้วกอดอกมอง “เรื่องมากนะมึงไอ้เรย์” น้ำเสียงติดรำคาญแต่ก็ยังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบสบาย ๆเรยาถอนหายใจยาว ดวงตาหม่น ๆ “กูอยากกินไก่ทอดที่เมียสั่งให้มากกว่า” น้ำเสียงแผ่วคล้ายคิดถึงโรมหรี่ตายกยิ้มมุมปาก “เมียอ่อ~”ปีรามิดเหร่ตามองหมั่นไส้ “ใครอ่ะ เมียพี่เรย์คนหล่อ?”แวซายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะยกคิ้วสูง “ไหนมึงบอกว่าโสดไง”โรมแทรกอย่างสะใจ “ห่างกันเป็นเดือนเขามีผัวใหม่เป็นหมวดอุดมไปแล้วม้าง”แวซายพยักหน้าตาม “เนอะไอ้มิด”ปีรามิดสำลักน้ำไอโคลก แค่ก ๆ ๆ ตาเบิกกว้างรีบปัดมือ “จะ…จะไปรู้ได้ไง ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!” เรยาหรี่ตายกมุมปากยกยิ้มกวน“มี พิราบ สุด ๆ”ผั่วะ! เสียงฝ่ามือสามคนฟาดลงบนหัวเรย์แทบพร้อมกัน“พิรุธ!”เรยาหัวเราะได้ในในเกือบรอบเดือน “ขอบคุณที่แก้ให้ครับเพื่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”โรมหรี่ตามองเพื่อนนิ่ง ๆ ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “พูดถึงเมียตำรวจทำไมว
สารวัตรคีรตินั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ นิ้วเรียวยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมหรี่มองชายตรงหน้าที่เพิ่งไปหาตำรวจอีกนายมา เพราะ…นั่นคือแฟนเก่าเจ้าตัว“สวัสดีครับ”คีรติพยักหน้ารับน้อยๆ เอ่ยเสียงเรียบ สายตายังคงนิ่งสงบ แต่ซ่อนประกายน่าเกรงขามไว้ภายใน ท่าทางคุ้นเคยแต่ไม่เทียบเท่ากันเผยออกมาให้เห็นปีซ่าค้อมหัวน้อยๆ ทุกครั้งที่สนทนากับนายตำรวจที่ดูธรรมดา“ที่นั่นเป็นไง”“ก็ดีได้เงินเพียบ”เสียงตอบเรียบง่าย กับท่าทีคุ้นเคยทักทายนายตำรวจสารวัตรอย่างเป็นกันเอง รอยยิ้มกรุ้มกริ่มหน้าตามีความสุขกับการได้เจอใครบางคนตรงหน้า…คนพิเศษไม่เหมือนใคร“พักนี้ไม่ค่อยราบรื่นสินะ ถึงตามตัวคู่หมั้นมาได้”“ก็ตามที่เห็นคงต้องยืมจมูกหน่อย อ้อ~แล้วเรื่องผู้หมวดอุดมใช่เขามั้ยที่เอาเงินไป”“ไม่ใช่ครับ”“เดาผิดเหรอเนี่ย”คีรติเอียงหน้าเล็กน้อย แสงสะท้อนบนขอบแก้วกาแฟทำให้ดวงตาคู่สวยวาววับเปี่ยมสเน่ห์เล่กล“หัวขโมยนี่ใครกันนะขนาดคุณยังหาตัวไม่เจอ”สารวัตรหนุ่มไม่ตอบ แต่ยกแก้วขึ้นดื่มด้วยท่าสง่างามชินตา ชั่วขณะหนึ่ง สายตาและลมหายใจของเขาสร้างแรงดึงดูดราวกับสนามแม่เหล็ก ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเกือบอดใจไม่อยู่“เกมส์นี้ยากเหมือนกัน แ
คนตัวเล็กสะดุ้งวูบ หายใจติดขัดเมื่อถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว เสียงแหบพร่า พูดจาเร็วปรื๋อเหมือนกลัวโลกจะไม่ทันฟัง แต่กลับไม่มีความแพรวพราวเจ้าเล่ห์เลยสักนิด ท่าทางเหมือนเด็กที่ฝังใจกับคนเจ้าชู้มากทั้งที่จริงแล้ว…อยู่คนเดียวไม่เป็นทั้งที่โหยหาคนดูแล แต่กลับไม่ยอมบันทึกชื่อใครไว้ในโทรศัพท์ ทว่ากลับตั้งเขาไว้เป็น เบอร์ฉุกเฉิน โทรหาแทบทุกครั้งที่เมาเละจนไร้สติแขนเรียวโอบลำคอหนาแน่นขึ้น ริมฝีปากเล็กประกบตอบอย่างไม่ทันคิด เหมือนกำลังดิ่งลึกเข้าสู่อันตรายที่ทั้งหวาดหวั่นทั้งโหยหา“อื้อ~” เสียงหวานครางต่ำถูกกลืนหาย เมื่อปากเล็กถูกขบกัดอย่างหิวกระหาย ริมฝีปากหนาฉกชิมรสหวานดึงยืด ก่อนลิ้นร้อนจะสอดกวาด ลากเกี่ยวลิ้นเล็กออกมาดูดเลียสลับกัน สองปลายลิ้นต่างขนาดเสียดสี ปาดเลียหน้าลิ้นของอีกฝ่ายราวกับกำลังแย่งชิงความหวานที่ไม่มีวันพอไฟร้อนคุกรุ่นกระจายทั่วร่างในห้องแคบ เสียงหอบหายใจดังก้องอวลในรถ วันนี้ไอ้ดื้อปีรามิดน่ารักกว่าทุกคร้งตั้งแต่เจอกันมา แค่พูดว่าเคยคบพี่ต่างพ่อก็ทำหน้าเศร้าจะร้องไห้บอกเลิกทั้งที่ไม่ได้คบกัน แต่พอบอกว่าจะไม่มีทางกลับไปคบกับแฟนเก่าก็กระโจนเข้าจูบแบบสู้ตาย เป็นคนที่ซื่อสัต
รถที่ปิดมิดชิดก็เหมือนห้องสอบสวนแคบๆ สายตาสองคู่จดจ้องกันได้ไม่นานคนที่ห้ามแตะต้องกลับกลายเป็นฝ่ายกระชากหน้าคนร้ายกาจเข้ามาประกบจูบเสียเอง ปากบางเย็นชืดรสขมสอดลิ้นประสานเข้ากับรสชาติหมากฝรั่งกลิ่นมิ้นท์ที่อีกคนเคี้ยวมาตลอดทางคลื่นความต้องการอัดแน่นมาสักระยะตั้งแต่แอบไปหาที่ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาลจนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมเจออยู่กับคนที่เกลียดอย่างปีซ่าความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่คิดว่าจะรู้สึกกับคนร้ายกาจตรงหน้าไม่ต่างจากสายน้ำในทะเลก่อนจะมีคลื่อนสูงยิ่งนิ่งสนิทก็ยิ่งอันตรายมวลน้ำที่คิดว่าถอยล่นลงไปได้กลับถูกมวลความต้องการอัดรวมเป็นก้อนมวลคลื่นอัดแน่นก่อตัวรวมเข้าด้วยกันแล้วย้อนกลับเข้ามาซัดใส่ฝั่งอย่างแรงตึ้งงงง!!!ร่างเล็กกระแทกติดหน้าคอนโซลรถตามมาด้วยแรงกระชากเสื้อยืดตัวใหญ่ออกจากหัวเล็กกับกางเกงที่ถูกกระชากลงอย่างแรงจนลงไปกองที่รองเท้าผ้าใบสีขาวปึ้ดดดด!!“โอ๊ย เบาๆ ดิ”ปึ้กก!หมัดเล็กทุบซ้ำ ๆ เหมือนลูกหมาเอาแต่ใจ กำปั้นไม่แรงพอจะทำให้ใครเจ็บจริง แต่พอปัดป่ายดื้อ ๆ มันกลับกวนใจยิ่งกว่า อุดมปล่อยให้ฟาดอก ฟาดไหล่ กระทั่งแรงหนึ่งกระแทกตรงรอยช้ำที่ยังไม่หายจากอุบัติเหตุ“อ่ะ…เจ็บแผล” เสี
เสียงพูดคุยแว่วมาตามสายสนทนาแต่คนเมาก็ผลอยหลับไปลมหายใจสม่ำเสมอ มือยกปิดหน้า ร่างกายเอนไปกับพนักเบาะปล่อยให้สติเลือนหายลงไปทั้งอย่างนั้น“อยู่ตรงนั้นอย่าไปไหน”เสียงสายตัดไปทั้งที่ปีรามิดไม่รู้เรื่องรู้ราวมีเพียงเสียงคลื่นสาดซัดไกล ๆ ..….ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไฟหน้ารถคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดข้าง ๆ รถของปีรามิดตึก ตึก ตึกเงาของหมวดอุดมในชุดลำลองสีดำทะมึนมาพร้อมกับใบหน้าเคร่งขรึมที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันหลายวัน ก้าวขายาวไม่กี่ก้าวก็ลงมาเคาะกระจกหน้าต่างติดฟิล์มทึบไม่เห็นด้านใน“ไอ้เด็กเป็ด!!” เสียงแข็งกร้าวที่นายตำรวจชอบใช้เรียกส.ส.แรปเปอร์ดังลั่นเจ้าตัวไม่รู้สึกรู้สาหลับตาพริ้มสบายใจทั้งที่ในมือยังมีกระป๋องเบียร์และมือถือหล่นอยู่ข้างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจหยิบบางอย่างในกระเป๋าขยับยุกยิกที่ประตูรถหรูสะเดาะกลอนเข้ามานั่งเบาะข้างคนขับได้อย่างง่ายดาย ปลดล็อค ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาข้างใน กลิ่นเบียร์และกลิ่นทะเลก็ปะทะใส่ ปีรามิดเมาหลับอยู่บนเบาะคนขับ มองคนข้างนอกรถแทบลืมตาไม่ขึ้น“ไอ้เด็กเลี้ยงแกะ” หมวดอุดมว่าให้แล้วอ้อมไปนั่งข้างคนขับปิดประตูเสียงดังจนเจ้าของรถสะดุ้งลืมตาปริบๆ ปีรามิดขมวดคิ้วฝืนมอ
เรยายืนพิงโต๊ะ คิ้วขมวดเล็ก ๆ สายตาเหม่อมองแก้วเหล้าในมือ “ไอ้เรย์มึงแปลก ไม่ร้องหาเมีย ไม่กลับบ้าน กลับช่องมาอยู่อะไรในบาร์เปลืองเหล้า” ใบหน้าเรียวยาวขยับเงยขึ้นจากแก้วเหล้าเล็กๆ เลิกคิ้วสูงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ใครเมียกู กูโสด เมียเมอมีที่ไหน” ปีรามิดกอดอกแล้วส่ายหน้าให้ในความปิดบังอะไรเพื่อนไม่ได้ทั้งที่ตอแหลเก่งกว่าใครเพื่อน “มึงกลัวเค้าว่าเรื่องที่เราเป็นลูกนักการเมืองแล้วไปแกล้งขอเค้าอยู่ด้วยเหรอ” เรย์ไม่ตอบพลางยกเหล้าดื่ม ตอนไม่ได้เป็นส.สกินแต่น้ำเก๊กฮวยพอใส่สูทแล้วดื่มเหล้าได้ โรมกวักนิ้วเรียกพลางยักไหล่ เหมือนอยากจี้ให้จนมุม “มึงหึงเค้ากับผู้หมวดผัวไอ้มิดเหรอ” “ก็ไม่เชิง” “มีอะไรก็พูด มะอมพะนำอยู่นั่นน่ารำคาญ” เรยายกมือเสยผม ถอนหายใจหนัก “กู..คงไม่กลับไปอะไรกันแล้วว่ะ” เพื่อนทั้งสามชะงักค้างพลางมองหน้ากัน มุขหรือเปล่า หมาติดเจ้าของแบบเรยาเอ่ยปากว่าจะไม่กลับไป “หมายความว่าไง งอนอะไรพี่สารวัตรอีกล่ะ” เรย์ยืนพิงโต๊ะสนุ๊กกลบความขมขื่นในอก ก่อนหลุดปากพูดเสียงแผ่ว “สารวัตรเค้า…ไม่เคยรู้สึกอะไรกับกูเลยว่ะ ทีแรกกูก็หึงไอ้หมวดนั่น แต่ยังมั่นหน้าว่าเค้าเลือก







