เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]

เกิดใหม่เป็นตัวร้ายในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง [Mpreg]

last updateDernière mise à jour : 2025-07-04
Par:  Violet boyComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
32Chapitres
1.4KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

'เฟย' นักศึกษาคณะนิเทศเอกภาพยนต์กำลังดูซีรีส์วายเพื่อหาข้อมูลในการทำโปรเจคหนังสั้น ทว่าเขากับต้องตายด้วยอาการหัวใจวาย แต่ใครจะรู้ว่าเขากลับได้ไปเป็นเกิดใหม่เป็นตัวละครในซีรีส์วายเรื่องนั้นซะนี่

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ ผมเข้ามาอยู่ในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง

พลั่ก!

ร่างหนาผลักคนที่ตัวเล็กกว่าให้ลงไปนอนโซฟา พลางคว้าโซ่มาล็อกที่ข้อมือทั้งสองข้างเพื่อกันไม่ให้เจ้าตัวหนีไปไหนได้

“อึก...คิดว่าทำแบบนี้แล้วไอ้ลีมันจะกลับมาหามึงงั้นเหรอ?”

ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เว้นแต่เพียงอิสรภาพที่ตอนนี้เขากำลังถูกอีกคนช่วงชิงไปเพื่อไม่ให้ไปก่อความวุ่นวายกับบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นคนที่พวกเขากำลังพูดถึงกันอยู่

“หึ ต่อให้ลีไม่กลับมา กูก็จะทำแบบนี้อยู่ดี”

คนตรงหน้าไม่มีท่าทีลังเลในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย หมอนี่มันรักอะไรในตัวของลีนักนะ..

“โง่ฉิบหาย! คอยดูนะเดี๋ยวไอ้เวรนั่น แม่งก็แจ้นกลับไปหาหยางอยู่ดี”

“กูไม่สนหรอก ขอแค่ลีปลอดภัยก็พอ” นัยน์ตาของคนที่ถูกกล่าวหาว่าโง่วูบไหวลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าต่อให้พยายามปกป้องเช่นไรก็คงไม่มีวันที่ลีจะเปลี่ยนใจกลับมารักเขาอีกแล้ว ที่ผ่านมาตัวเขาทำเรื่องผิดพลาดมามากมาย และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก

“เฮอะ ทำตัวอย่างกับพระเอกในหนัง ถุย! มึงมันก็แค่ตัวประกอบ!”

ร่างบางถ่มน้ำลายใส่คนตรงหน้าอย่างดูแคลนเขารู้สึกสมเพชใจในตัวผู้ชายคนนี้เอามาก ๆ ที่ดันทุรังทำทุกอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้แม้แต่จะครอบครองหัวใจของอีกฝ่าย

“หึ...ใช่กูมันก็แค่ตัวประกอบ แต่มึงอย่าลืมนะว่าตัวประกอบอย่างกูมันทำอะไรได้มากกว่าการล่ามโซ่มึงไว้ที่นี่” ว่าจบหมิงก็เงื้อมือขึ้นตบหน้าอีกคนฉาดใหญ่ ก่อนจะจับกดลงพื้นแล้วปลดเปลื้องช่วงล่างจับแท่งหนาใหญ่ยาวยัดเข้าไปในช่องทางลับ ทำเอาอีกฝ่ายกรีดร้องเสียงดัง..

˜

คลิก!

เสียงเมาส์กด Pause คลิปซีรีส์ที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม โดยคนที่กดหยุดคลิปนั่นถึงกับถอนหายใจให้กับความไม่สมเหตุสมผลของตัวละครที่ชื่อหมิง เพราะจู่ ๆ หมอนั่นก็จับกดตัวร้ายของเรื่องแถมยังยัดเยียดความเป็นผัวให้ซะดื้อ ๆ

นี่มันเป็นการยัดฉาก NC แบบโจ่งแจ้งเลยชัด ๆ

ตัวเขาเองไม่ได้ดูแคลนหนัง หรือซีรีส์วายเลยนะเพียงแต่มันเป็นทางที่เขาไม่ถนัด อีกทั้งยังไม่เข้าใจในเรื่องของความรักระหว่างผู้ชายสองคน ซึ่งนั่นจึงทำให้รู้ว่าโจทย์ที่เขาได้รับเพื่อทำโปรเจกต์หนังสั้นจากอาจารย์ประจำภาควิชาการถ่ายทำภาพยนตร์ดูจะยากกว่าที่คิด

ครืด ครืดด

เสียงโทรศัพท์สั่นไหวกับพื้นโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่หน้าโซฟาเนื่องจากมีใครสักคนโทรเข้ามา หน้าจอปรากฏชื่อพอร์ชทำให้เขารีบกดรับสาย

[ไงครับท่านผู้กำกับ ดูซีรีส์วายจนฉ่ำกีเลยไหมล่ะ?]

“ฉ่ำกีพ่อมึงสิ เอาบ้าอะไรมาให้กูวะ แม่ง! มีแต่ฉากเอากัน”

ท่านผู้กำกับโวยใส่เพื่อนสนิทลั่น ด้วยเพราะก่อนหน้านั้นเขาได้ขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนซี้ว่าขอซีรีส์ หรือหนังแนวนี้มาดูเป็นวิทยาทานเพื่อจะเอาไปเขียนพล็อตหนังวายของตัวเองส่งอาจารย์สักเรื่อง

“อ้าว...จุดขายของซีรีส์วายคือฉากพวกนี้เลยนะ ดูกี่ทีก็ฟูตลอด”

“อะไรฟูวะ...ใจ?”

“กีกูนี่แหละ ฮ่า ๆๆ”

คุณผู้กำกับถึงกับส่ายหน้าให้ไอ้เพื่อนตัวแสบ ที่แม่งตั้งแต่ผันตัวไปเป็นหนุ่มวายศัพท์แสงก็ดูจะเยอะแยะจนเขาเองก็อดรำคาญไม่ไหว

“นี่ ที่กูเอาเรื่องนี้ให้มึงดูก็เพราะตัวร้ายในเรื่องชื่อเดียวกับมึงเลยนะ” พอร์ชยังคงพูดทีเล่นใส่เพื่อนอย่างนึกสนุกปาก ด้วยเพราะที่ผ่านมาคนที่มักล้อเลียนจะเป็นอีกฝ่ายซะมากกว่า ฉะนั้นครั้งนี้เขาจึงไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปง่าย ๆ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรวะ มึงนี่แม่ง...อึก โอ๊ย!”

จู่ ๆ เฟยก็เกิดอาการเจ็บที่หน้าอกอย่างรุนแรง คล้ายกับมีอะไรบางอย่างกำลังบีบรัดที่หัวใจ มันเริ่มเจ็บจากอกด้านซ้ายร้าวไปถึงขากรรไกร และแขนข้างซ้าย เหงื่อกาฬโทรมแตกมีอาการอยากคลื่นไส้อีกทั้งยังหายใจลำบาก

“อย่าเล่นมุกป่วยแกล้งกูนะโว้ย ไม่หลงกลหรอก”

“อึก กูไม่ได้ โอ๊ย อืออ”

เขากุมมือไปที่หน้าอกขยำเสื้อไปมาจนยับ โทรศัพท์ในมือร่วงตกลงสู่พื้นจนหน้าจอมือถือเกิดรอยร้าว ไม่นานร่างของเฟยก็ทรุดลงไปกำลังพื้นตามมือถือเครื่องนั้น เสียงหอบหายใจอย่างหนักมันดังราวกับถูกใครบีบคอเอาไว้ก็ไม่ปาน

ทำไมกัน...ทำไมถึงต้องมาเป็นเอาในเวลาเช่นนี้ด้วยนะ..

ตึกตัก.. ตึก...ตัก

เสียงเต้นในอกเริ่มไม่เป็นจังหวะพอ ๆ กับลมหายใจที่กำลังขาดช่วงไปเรื่อย ๆ นี่เขากำลังตายแล้วสินะ โปรเจกต์งานที่อาจารย์สั่งให้ทำยังไม่ถึงไหนเลย เขายังคิดพล็อต Boy Love ที่ถูกใจไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ซีรีส์ที่เขาเพิ่งดูจบไปรอบแรก แล้วกะว่าจะมาเก็บรายละเอียดในรอบที่สองก็ยังไม่สำเร็จ นี่เขาจะต้องจากโลกนี้ไปแล้วอย่างนั้นเหรอ

‘กูเอาเรื่องนี้ให้มึงดูก็เพราะตัวร้ายในเรื่องชื่อเดียวกับมึงเลยนะ’

จู่ ๆ คำพูดที่พอร์ชเอ่ยก่อนหน้านี้ก็ผุดขึ้นมา ทำไมเขาดันมานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้นะ ทุกอย่างเป็นไปอย่างเชื่องช้าลมหายใจแผ่วเบาลงจนสุดท้ายก็นิ่งสงบลงไม่มีเสียงใดอื่นดังแทรกเข้ามานอกจากเสียงโทรศัพท์ที่หน้าจอขึ้นชื่อว่าพอร์ชกำลังโทรซ้ำเข้ามา

˜

เฮือก!

ร่างบางในชุดนอนเนื้อผ้าซาติโน่ผุดลุกขึ้นมาราวกับตื่นจากฝันร้ายอันยาวนานที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ลมหายใจเข้าออกรุนแรงด้วยเพราะเจ้าตัวพยายามสูดมันเข้าปอดให้ได้มากที่สุด

มองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องเช่า ซึ่งเคยเป็นที่ซุกหัวนอนของนักศึกษาเอกภาพยนตร์ กลับเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โทนสีที่แปลกตา มันดูมีสีสันจนทำเอาแสบตาได้ในคราแรกที่เห็น

“ที่ไหนวะเนี่ย?” คำพูดแรกที่ออกจากปากตามมาด้วยอาการมึนศีรษะราวกับเมาค้างจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ซึ่งน่าจะอาบมากกว่าดื่มเข้าไป

เฟยพยุงตัวขึ้นเดินอย่างระมัดระวังพลางเหลือบไปเห็นรูปที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงก็พลันตกใจ ด้วยเพราะในภาพนั้นเป็นรูปที่ตัวเขาเองถ่ายคู่กับคนคนหนึ่งซึ่งรู้สึกไม่คุ้นหน้า ทว่ากลับมีท่าทางที่แสดงออกเหมือนว่าทั้งคู่เคยเป็นคนรักกัน

‘เคยถ่ายรูปพวกนี้ด้วยเหรอวะไม่เห็นจะจำได้’ เฟยพยายามนึก แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกยิ่งพอสังเกตดี ๆ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองในรูปนั้นก็ไม่ใช่สไตล์ที่ตนชอบใส่เลยด้วยซ้ำ แหมจะหน้าตาเหมือนกันแต่ก็กลับดูเหมือนเป็นคนละคนกัน

นี่มันอะไรกัน...ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่

“ตื่นแล้วเหรอไอ้ตัวดี”

ระหว่างกำลังสับสนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เขาก็กลับได้ยินเสียงทักทายของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเขารู้สึกไม่คุ้นหูมาก่อนเอ่ยพลางเดินเข้ามาพร้อมกับน้ำส้ม และยาแก้ปวดหัว

“คุณเป็นใครครับ...แล้วนี่ผมอยู่ที่ไหน?”

หญิงสาวที่พอได้ยินประโยคดังกล่าวก็เริ่มทำสีหน้าประหลาดใจ เธอเดินเอาน้ำส้มรวมทั้งยาในมือไปวางไว้ แล้วจึงตรงเข้ามาเอามืออิงหน้าผากอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้

“ทำอะไรของคุณน่ะ!?” ชายหนุ่มถอยหลังจากเธอคนนั้นไปสองก้าวจนเสียหลักล้มลงไปนั่งกับที่นอน

“เจ๊เฟียไง นี่แกเป็นอะไรไปน่ะ?”

“เจ๊เฟีย? ผมรู้จักคุณด้วยเหรอครับ ถ้างั้นช่วยไปส่งที่หอหน่อยได้ไหมครับ พอดีผมต้องรีบทำงานส่งอาจารย์”

“เดี๋ยวนะเฟย แกเป็นอะไรอะ..แกเรียนจบมา 2 ปีแล้วนะอีกอย่างทำไมแกจะไม่รู้จักเจ๊ล่ะ เจ๊เป็นพี่สาวแกไง” เฟียเริ่มจะหน้าเสียเมื่อท่าทีของน้องชายดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่น

“พี่สาว” เขาจำได้ว่าตั้งแต่เกิดมาพ่อแม่ของเขาไม่เคยว่าตัวตัวเองมีพี่สาวมาก่อน

แต่เดี๋ยวนะ ‘เฟีย’ ชื่อนี้ฟังดูคุ้นมาก แต่มันน่าจะเป็นชื่อของตัวละครในซีรีส์ที่เขาเพิ่งดูก่อนตายนี่นา หรือว่าเขากำลังฝันอยู่กันแน่นะ..

หญิงสาวที่เรียกแทนตัวเองเจ๊เฟียรีบยกหูโทรศัพท์หาใครสักคนทันที สีหน้าเธอกังวลจนเกือบจะร้องไห้

“ฮาโหลหวัง เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับเฟยหรือเปล่า ทำไมตื่นมาแล้วก็จำฉันไม่ได้ล่ะ” บทสนทนาที่เธอกำลังคุยกับปลายสายอยู่นั้นได้ยินแว่ว ๆ ว่าชื่อ ‘หวัง’ นี่ก็เป็นชื่ออีกตัวละครหนึ่งในซีรีส์เรื่องนั้นนี่นา

“เดี๋ยวนะครับ คุณมีเพื่อนชื่อหวังเหรอครับ?”

“ใช่” เฟียตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาเริ่มคลอหน่วย

“แล้วคุณยังมีเพื่อนอีกใช่ไหมครับ ชื่ออะไรนะ...หยางกับหมิงใช่หรือเปล่า?”

“ใช่ ฮึก...อึก” คุณพี่สาวเริ่มใจคอไม่ดี เธอสะอึกสะอื้นเมื่อเห็นอาการน้องชายของตัวเองที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน

ทว่าอีกคนกลับนิ่งค้างไปชั่วขณะพลันคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ทั้งหมดว่ามันคืออะไร จนในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่า..

‘ตนนั้นได้เข้ามายังโลกของซีรีส์วายที่เขาเพิ่งดูก่อนตายซะแล้ว’

โปรดติดตามตอนต่อไป..

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
32
บทนำ ผมเข้ามาอยู่ในซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง
พลั่ก!ร่างหนาผลักคนที่ตัวเล็กกว่าให้ลงไปนอนโซฟา พลางคว้าโซ่มาล็อกที่ข้อมือทั้งสองข้างเพื่อกันไม่ให้เจ้าตัวหนีไปไหนได้“อึก...คิดว่าทำแบบนี้แล้วไอ้ลีมันจะกลับมาหามึงงั้นเหรอ?”ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เว้นแต่เพียงอิสรภาพที่ตอนนี้เขากำลังถูกอีกคนช่วงชิงไปเพื่อไม่ให้ไปก่อความวุ่นวายกับบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นคนที่พวกเขากำลังพูดถึงกันอยู่“หึ ต่อให้ลีไม่กลับมา กูก็จะทำแบบนี้อยู่ดี”คนตรงหน้าไม่มีท่าทีลังเลในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย หมอนี่มันรักอะไรในตัวของลีนักนะ..“โง่ฉิบหาย! คอยดูนะเดี๋ยวไอ้เวรนั่น แม่งก็แจ้นกลับไปหาหยางอยู่ดี”“กูไม่สนหรอก ขอแค่ลีปลอดภัยก็พอ” นัยน์ตาของคนที่ถูกกล่าวหาว่าโง่วูบไหวลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่าต่อให้พยายามปกป้องเช่นไรก็คงไม่มีวันที่ลีจะเปลี่ยนใจกลับมารักเขาอีกแล้ว ที่ผ่านมาตัวเขาทำเรื่องผิดพลาดมามากมาย และครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก“เฮอะ ทำตัวอย่างกับพระเอกในหนัง ถุย! มึงมันก็แค่ตัวประกอบ!”ร่างบางถ่มน้ำลายใส่คนตรงหน้าอย่างดูแคลนเขารู้สึกสมเพชใจในตัวผู้ชายคนนี้เอามาก ๆ ที่ดันทุรังทำทุกอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้แม้แต่จะครอบครองหัวใจของอีกฝ่าย“ห
Read More
บทที่ 1 ขอเปลี่ยนลุคซะหน่อย
หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เฟยหลุดเข้ามายังโลกของซีรีส์วายเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า ‘รักร้ายนายเสเพล’ โดยเขาได้เข้ามาอยู่ในร่างของ ‘เฟย’ อีกคนที่เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญเรื่อง ชายหนุ่มที่มีนิสัยเอาแต่ใจชอบใช้เงิน และอำนาจที่ครอบครัวมีให้ในการรังแกคนที่ตนไม่ชอบหน้า หรือคนที่เข้ารุ่มร่ามคู่หมั้นของเขา“เจ๊เฟียครับ วันนี้พาเฟยไปช็อปปิ้งหน่อยได้ไหมอะ...พอดีจำทางไม่ได้แล้วน่ะ”เมื่อเริ่มชินกับสภาพความเป็นอยู่ของที่นี่ได้สักพัก เฟยจึงคิดขึ้นได้ว่าหากจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป งั้นเขาก็คงต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบสักหน่อย เริ่มจากเสื้อผ้าหน้าผมที่เป็นอยู่ตอนนี้เลยดีกว่าแล้วกันเฟยคนก่อนไว้ผมยาวประบ่าทำสีบลอนด์ ในตอนแรกที่ได้เห็นเขาเองก็ยังตกใจเอาเรื่องเลยทีเดียว ไหนจะเสื้อผ้าถึงแม้ว่าจะเป็นทรงที่ผู้ชายสามารถใส่ได้ แต่กลับแหวกหน้าแหวกหลังไม่ก็เอวลอยจนเขาไม่กล้าที่จะหยิบมาใส่“ช็อปปิ้ง?”หญิงสาวกำลังนั่งสไลด์มือถือเพื่ออัปเดตข่าวสารต่าง ๆ ก็พลันหันมามองน้องชายอย่างตั้งคำถาม คนอย่างเฟยเนี่ยนะจะออกไปช็อปปิ้งด้วยตนเอง ปกติต้องให้ร้านส่งเสื้อผ้าเข้ามาให้เลือกนี่นา“ครับ”“ให้ที่ร้านเขาส่งมาให้ก็ได้นะ ทำ
Read More
บทที่ 2 หมอนี่คือ ‘หมิง’ สินะ
ร่างสูงโปร่งที่เพิ่งส่งคู่ค้า ซึ่งนักเจรจาทางธุรกิจเสร็จมาหมาด ๆ กำลังเดินทอดน่องด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อน คู่ค้าคนนี้เคี้ยวยากมากถ้าไม่ติดว่าเขาทุนหนาละก็นะ จ้างให้เขาก็ไม่ลดตัวลงไปคุยเล่นด้วยหรอก“เปา...บ่ายนี้มีนัดอะไรอีกหรือเปล่า?” เขาเอ่ยถามคนสนิทที่เดินตามหลังมา ทำหน้าที่เป็นทั้งเลขาฯ และบอดี้การ์ดแม้อย่างหลังไม่จำเป็นด้วยซ้ำ แต่คนทางบ้านสั่งให้มาค่อยคุ้มกันจึงเลี่ยงไม่ได้“ไม่มีแล้วครับ”“อืม งั้นกลับไปเถอะ เดี๋ยวฉันว่าจะแวะไปตัดผมซะหน่อย”“ครับ” เปาตอบรับอย่างว่าง่าย เป็นเพราะรู้ดีว่าเจ้านายของเขาไม่ชอบให้พูดซ้ำ หากบอกให้กลับก็ต้องกลับห้ามตั้งคำถามครืดดแต่ยังไม่ทันได้ขยับไปไหนโทรศัพท์ที่เปาใส่มันไว้ในกระเป๋ากางเกงก็เกิดอาการสั่น เมื่อหยิบขึ้นก็พบว่ามีข้อความจากเลขาฯท่านประธานส่งเข้ามาแจ้งกำหนดการเสริมที่จะเกิดขึ้นในช่วงค้ำ“ท่านประธานเชิญคุณหมิงกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านครับ”“จิ๊! เอาอีกแล้วตาแก่” เขาสบถพลางครุ่นคิดถึงจุดประสงค์ที่นัดหมายคงหนีไม่พ้นเรื่องแต่งงาน‘หมิง’ ทายาทธุรกิจอสังหาฯเพียงคนเดียวที่มีชื่อเสียงในเรื่องของรูปร่างหน้าตาซึ่งมีความหล่อเหล่าแถมยังมีหัวด้านธุรกิจ
Read More
บทที่ 3 ภารกิจล่มงานจับคู่
“เฟยคุยกับเจ๊หน่อยสิ นี่แกเล่นเงียบใส่เจ๊มาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”ถึงเธอจะแปลกใจในท่าทางของน้องชายหลังฟื้นจากอาการเมามายอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ตาม ทว่าเธอกลับเอ็นดูสีหน้างอนตุ๊บป่องของเฟยในตอนนี้เอามาก ๆ“มีอย่างที่ไหน ก็รู้อยู่ว่าน้องตัวเองกับเพื่อนไม่ถูกกันยังมีหน้าให้ไปช่วยเล่นละครอะไรก็ไม่รู้อีก” เฟยเอ่ยพลางมองไปออกนอกหน้าต่างรถอย่างไม่สบอารมณ์“ถือว่าเจ๊ขอสักครั้งเถอะนะ หมิงมันทะเลาะกับคุณลุงเรื่องนี้มานานมากแถมช่วงนี้สุขภาพของคุณลุงก็ไม่ค่อยดีด้วย”ในเนื้อเรื่องที่เฟยได้ดูมาไม่ค่อยได้กล่าวถึงครอบครัวของหมิงเท่าไร แต่ก็รับรู้ว่าหมิงทะเลาะกับผู้เป็นพ่อด้วยเรื่องของอดีตคนรักทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ข้างนอก จนในที่สุดเมื่อพ่อของเขาจากไปก็ทำให้หมิงเสียใจมากเพราะไม่มีโอกาสได้ดูแลท่านเลยแม้แต่น้อย“ให้ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ถ้ายังมีอีกเฟยจะโกรธเจ๊จริง ๆ แล้วด้วย”ได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็คลี่ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู หากเป็นก่อนหน้านี้เธอคงไม่กล้าที่จะใช้แผนนี้แน่นอน เพราะนอกจากเฟยจะไม่ยอมช่วยแล้วอาจอาละวาดจนเรื่องบานปลายใหญ่โตขึ้นมาก็ได้˜ณ บ้านตระกูลอัครา“ว่าไงนะแกกับหนูเฟยกำลังคบหา
Read More
บทที่ 4 ข้อเสนอของตาแก่
“หึ พวกแกคิดว่าจะหลอกฉันได้หรือไงกัน หา?”˜น้ำเสียงของชายแก่ทำเอาทั้งสามสะดุ้งตกใจ โดยเฉพาะเฟยที่รู้สึกประหม่า และกลัวแบบสุด ๆ แม้ตาลุงนั่นจะมีสีหน้ายิ้มแย้มดูเป็นมิตรกับเขาเพียงใด แต่ยามที่รอยยิ้มนั่นจางไปก็ทำเอาเจ้าตัวหนาวสันหลังวาบขึ้นมาชอบกล“แกคิดว่าไอ้แผนตื้น ๆ นี่จะหลอกฉันได้สินะ เฮ้ออ ลุงไม่คิดเลยนะว่ายัยหนูเฟยก็จะเอากับเขาด้วย”“ทะ ทำไมคุณลุง..” เฟียเอ่ยถาม ทว่ายังไม่ทันจบประโยคกลับถูกตาลุงพูดสวนกลับมาทันควัน“ทำไมฉันรู้ทันแผนพวกแกงั้นเหรอ? หึ...คิดว่าฉันเป็นตาแก่น่าโง่หรือไงกัน ถึงจะวางมือมานานแล้วก็เถอะ คิดเหรอฉันจะไม่มีเส้นสายคอยสืบเรื่องพวกนี้เลยน่ะ” ชายแก่เอ่ยเสียงเข้มทำเอาแม่สาวหนึ่งเดียวบนโต๊ะอาหารถึงกับหน้าสลด เธอดูถูกฝีมือของชายแก่คนนี้ไม่ได้เลยสินะ“ฉันเป็นพ่อแกนะไอ้หมิง ทำไมจะไม่รู้ว่าแกกับยัยหนูเฟยไม่ถูกกัน ยิ่งช่วงหลัง ๆ ยัยหนูเฟยไปตามราวีแฟนเก่าแกแค่เพราะว่ามันแอบไปมั่วกับไอ้เจ้าหยางแถมแกยังคอยปกป้องไอ้บ้านั่น แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าทั้งหมดนี้มันเป็นแผนการส่ง ๆ”“ป๊า!”“ไม่ต้องมาขึ้นเสียง! อะไรมันเข้าสิงแกนัก ห๊ะ!? ถึงได้หลงไอ้เด็กนั่นหัวปักหัวปำ” สถานการณ์บนโต๊ะ
Read More
บทที่ 5 ยัยหนูเฟยแพ้โอเมก้า
“ถ้าไม่แต่งงั้นแกก็รอไปดูตัวกับโอเมก้าได้เลย”˜“ได้..โอเมก้าก็โอเมก้าสิ!”เฟยเถียงพี่สาวกลับไปอย่างเกรี้ยวกราด แต่กลับกลายเป็นว่าสีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง อีกทั้งยังดูตกใจเอามาก ๆ ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามาเอามือแตะหน้าผากเฟยเพื่อวัดดูว่าอีกคนมีไข้ขึ้นสูงหรือไม่“ตายแล้วน้องเจ๊ ถึงขั้นเอ่ยปากว่าจะดูตัวกับโอเมก้าทั้งที่แค่เดินผ่านแกก็ผื่นขึ้น หายใจไม่ออกแล้วเนี่ยนะ”“ผื่นขึ้น? หายใจไม่ออก?”“ก็เออน่ะสิ ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองแพ้โอเมก้าน่ะ”“แพ้?”เฟยไม่เข้าใจถึงสิ่งที่พี่สาวกำลังพูดถึงอยู่ เหตุใดเฟยคนก่อนถึงมีอาการแพ้โอเมก้าขึ้นมาได้ล่ะ แล้วแพ้ที่ว่ามันแค่อุปทาน หรือว่าแพ้จริง ๆพี่สาวที่เห็นสีหน้าของน้องชายก็มองว่าคงจะจำเรื่องที่เธอเอ่ยออกมาไม่ได้จริง ๆ จึงได้พาคนน้องไปนั่งเพื่อบอกถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าเหตุใดยัยหนูเฟยคนนี้ถึงได้มีอาการแพ้โอเมก้าจนถึงขนาดหนักเช่นนี้“ตอนสมัยมอต้น แกถูกเพื่อร่วมชั้นที่เป็นโอเมก้าลากไปขังไว้ในห้องเก็บของ เพราะอิจฉาที่แกหน้าตาสวยกว่าโอเมก้าแท้ ๆ อย่างพวกเธอ แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นคือในห้องนั้นกลับมีโอเมก้าคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงฮีตพอดี แล้วยัยนั่นก
Read More
บทที่ 6 หมอนี่ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ
“ไม่เจอกันแค่แป๊บเดียว...ดูหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะ”˜เสียงทุ้มนุ่มฟังดูรื่นหูเอ่ยพลางเดินเข้ามาปรากฏตัวตรงหน้าสองพี่น้องตัว ฟ. ทว่ายัยคนน้องกลับรู้สึกไม่คุ้นหน้าเขาเลยสักนิด นัยน์ตามองอีกฝ่ายด้วยความว่างเปล่าจนทำเอาคนทักถึงกับหน้าเสีย“นี่...กูพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? เอ่อ...ขอโทษนะ” เขารีบกล่าวขออภัยเฟยทันทีเพราะเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้อีกคน เพียงแต่ยัยหนูเฟยผิดกับคนตรงข้ามที่ตอนนี้ไม่รู้จะตอบกลับเขาคนนั้นออกไปเช่นไร จึงได้แต่แอบสะกิดแขนคนข้างกายพลางกระซิบถามด้วยความอยากรู้“ใครอะเจ๊”เฟียที่เข้าใจดีว่าตอนนี้น้องชายของเธอสติเลอะเลือนจำใครต่อใครไม่ค่อยได้ จึงหันไปกระซิบตอบ“นี่หวังเพื่อนเจ๊...แล้วก็เป็นหุ้นส่วนอีกคนของบริษัทแถมแกก็ยังสนิทกับหมอนี่ด้วยนะ” พอได้ยินเช่นนั้นเฟยก็นึกขึ้นมาได้ว่าในเนื้อเรื่องเฟยคนก่อนมีพี่ที่สนิท ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่สาวเขาตัวแปรสำคัญ เนื่องจากเฟยคนก่อนมักจะสั่งให้เขาคอยทำเรื่องไม่ดี แต่ที่พีคสุดคือหวังเองก็แอบชอบเฟย เชาจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจคนน้องเข้าสักวันทว่ายัยหนูเฟยคนนั้นกลับเห็นเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง..“สวัสดีครับเฮียหวัง เอ่อ...ขอบคุณที่ชมนะ
Read More
บทที่ 7 กลายเป็นงานเปิดตัวไปซะแล้ว
หลังถูกยัยหนูเฟยสะบัดหนีไปจากความพยายามช่วยทายาลดอาการผื่นคัน เนื่องจากเจ้าตัวแพ้ฟีโรโมนของโอเมก้าให้ หมิงก็เดินกลับเข้ามาในงานโดยไม่ลืมที่จะสอดส่ายสายตาหาคนดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สร้างปัญหาให้ภายหลังยาแก้แพ้ถูกอีกฝ่ายแย่งไปเสียแล้ว เหตุผลที่เขามีมันติดตัวมาด้วยนั้นเป็นเพราะหมิงเก็บได้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ หลังจากที่เฟยถูกหยางถอนหมั้นทั้งยังถูกไล่ตะเพิดออกมาอย่างไร้เยื่อใย ไม่ว่าเฟยจะพยายามขัดขืนเพียงใดหยางก็ไม่แม้แต่ใจจะอ่อน ข้าวของที่คนน้องเอาติดมาก็ล้วนถูกโยนทิ้งกระจัดกระจายใจหนึ่งก็แอบสงสารอยู่เหมือนกัน ทั้งที่คบหากันมาก่อนถึงแม้นิสัยใจคอจะเอาแต่ใจอยู่บ้าง แต่เรื่องรักมั่นใจเดียวของคนน้องขนาดตัวเขาเองยังนับถืออีกฝ่ายอยู่เหมือนกันพลันสายตาก็เห็นร่างบอบบางที่หมิงกำลังนึกถึงอยู่ ก้าวเท้ากลับเข้ามาในงานอีกครั้งหมอนั่นทำเช่นเดียวกันกับหมิง เดินหลบเข้ามุมโดยเลือกโซนที่มีของว่างพลางหยิบขึ้นมาทานเคี้ยวตุ้ย ๆ จนแก้มป่องนี่ช่างเป็นภาพที่แปลกตาสำหรับหมิงมาก เพราะปกติยัยหนูเฟยมักจะห่วงเรื่องรูปร่างของตัวเองอยู่เสมอ การไปยืนกินจุ๊บจิ๊บอยู่ตรงนั้นจึงแลไม่ใช่นิสัยของอีกฝ่ายเลยสักนิด‘ต
Read More
บทที่ 8 คิดถูกคิดผิดที่ตอบตกลง
“เราสองคนกำลังจะหมั้นกันครับ”˜เสียงฮือฮากลับมาอีกครั้งจากผู้คนในงานที่เริ่มแสดงความคิดเห็นโดยไม่ได้เอ่ยกับเจ้าของเรื่องที่ยืนอยู่บนเวทีทั้งสอง“ทำอะไรของมึงเนี่ย!?” ยัยหนูเฟยกระซิบถามสีหน้างุนงงระคนไม่พอใจที่จู่ ๆ หมิงก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมาประกาศทั้งที่เขากับอีกฝ่ายไม่เคยมีความคิดอยากจะครองคู่กันตามที่เฟีย และป๊าของหมิงต้องการ“ก็กำลังช่วยมึงอยู่นี่ไง”“ช่วย!?” เฟยถามย้ำเพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไม่น่าจะเป็นการช่วยเหลือเขาสักเท่าไร“เฮอะ มึงสองคนนัดกันมาเล่นปาหี่หรือไง ใครเขาจะเชื่อกันวะ” หยางเอ่ยจากด้านล่างของเวทีแถลงข่าว ด้วยเพราะไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเฟยจะตกลงรับหมั้นกับคนอื่นทั้งที่เมื่อไม่ถึงสัปดาห์ก่อนเจ้าตัวยังมาคอยตามตอแยเขาอยู่เลย“ถ้าทำไปเพื่อประชดละก็นะเฟย กูว่าเสียแรงเปล่า” สิ้นเสียงของหยางเหล่าบรรดาผู้ร่วมงานก็ต่างพร้อมใจเห็นด้วยกับความคิดของหมอนั้น ทำเอายัยน้องที่ยืนอยู่เกิดอารมณ์หงุดหงิด“ไม่เชื่อก็ถามเฟียดูสิ เมื่อวานกู เฟย แล้วเฟียเพิ่งไปตกลงเรื่องงานหมั้นที่บ้านป๊ากูมาเอง” หมิงโยนความน่าเชื่อถือทั้งหมดไปให้กับท่านประธานร่วมสาวที่ยืนมองอยู่ด้านล่างอย่างอึ้ง ๆ ก
Read More
บทที่ 9 อึดอัด เสียใจ พังทลาย
[ถ้าต้องการจะประชดกันบอกเลยนะว่าไม่ได้ผล!]˜ยังไม่ได้ทันจะขานรับ ปลายสายก็เอ่ยคำพูดที่ตัวหมิงเองก็พอจะคาดเดาได้ ‘ประชด’ คำคำนี้ไม่ใช่แค่เฟยคนเดียวที่โดนตั้งคำถามแต่กับเขาเองก็ยังไม่เว้น“ทำไมคิดว่ากูตั้งใจจะประชดมึงล่ะ หื้ม?”[ก็เห็น ๆ อยู่ร้อยวันพันปีเฮียไม่เคยถูกกับคุณเฟย แล้วจู่ ๆ ก็มาบอกว่าจะหมั้นกัน...มันไม่ดูจงใจไปหน่อยเหรอ?]จริงอยู่ที่ดูเหมือนว่าการประกาศหมั้นสายฟ้าแลบนี้อาจดูจงใจทำให้คู่กรณีของทั้งเขา และเฟยได้รู้ ทว่าหมิงกลับไม่ได้คิดเช่นนั้นจริง ๆเขาเพียงแค่อยากกันลีให้ออกห่างจากยัยหนูเฟยก็เท่านั้น..“เป็นความต้องการของตาแก่..”[คิดเหรอว่าลีจะเชื่อ ปกติไม่เห็นเฮียจะยอมคล้อยตามพ่อตัวเองอยู่แล้วนี่]อาจเพราะเขาทั้งคู่รู้จักกันดีพอ เพราะไม่ว่าเขาจะเอ่ยเหตุผลใดมาอีกฝ่ายก็กลับดักทางได้ซะหมด“อืม...กูจงใจ แต่ไม่ใช่เพราะอยากประชดมึงหรอกนะลี”สุดท้ายก็จำต้องยอมรับออกไปอย่างง่ายดาย เพราะหากฝืนโกหกต่อไปก็ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมจบง่าย ๆ[ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วอะไรล่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะยังไงความรู้สึกของลีก็ยังไม่เปลี่ยน] ทุกครั้งที่ลียืนยันในรักมั่นคงที่มีต่อหยางมันราวกับมีดคมกริบปักเข้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status