แชร์

ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย
ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย
ผู้แต่ง: อัคคีใต้จันทรา

บทที่ 1

ผู้เขียน: อัคคีใต้จันทรา
หานเจียงจ้องมองรายงานผลตรวจ DNA ทั้งสามฉบับตรงหน้าด้วยความตะลึงลาน ประทับตราสีแดงฉาดพร้อมข้อความที่ระบุว่า 'ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด' มันบาดตาบาดใจอย่างถึงที่สุด

ลูกสาวทั้งสามคน ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเลยแม้แต่คนเดียว!

ลูกสาวคนโตอายุสิบห้าปี คนรองอายุสิบเอ็ดปี และคนเล็กอายุหกขวบ เด็กๆ ที่เขาทุ่มเทฟูมฟักเลี้ยงดูมานานหลายปี กลับไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเขาสักคน!

เหลวไหลสิ้นดี!

หนาวสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย สองมือที่กำพวงมาลัยแน่นสั่นระริก หัวใจเจ็บปวดรวดร้าวทุรนทุราย

เขากับลู่ฉู่ฉู่ภรรยาอายุเท่ากัน ทั้งคู่รู้จักและตกหลุมรักกันตอนอายุยี่สิบสี่ จากนั้นก็แต่งงานครองคู่หวานชื่นมานานถึงสิบหกปี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ภรรยาให้กำเนิดลูกสาวแก่เขาถึงสามคน และต้องเสียสละไปไม่น้อย ตามปกติผู้หญิงหลังคลอดลูกแล้วรูปร่างมักจะเสียทรง แต่ภรรยาของเขากลับไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งผ่านการให้กำเนิดบุตรถึงสามครั้ง รูปร่างของนางก็ยิ่งเย้ายวนสมบูรณ์แบบ อกเป็นอก เอวเป็นเอว บนใบหน้าไม่มีริ้วรอยเลยสักนิด ทั้งขาวผ่องละเอียดเนียน ราวกับหยุดวัยไว้ที่ยี่สิบแปดปีตลอดกาล

ภรรยามาจากตระกูลใหญ่โต แถมยังเป็นลูกสาวคนเดียว เมื่อห้าปีก่อนนางจึงได้รับหงส์ต่อจากหงส์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารลู่ซื่อกรุ๊ป ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีหญิงอันดับหนึ่งแห่งเจียงตงในพริบตา

ภรรยาคือหญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะและรูปโฉมอย่างแท้จริง บวกรวมกับลูกสาวน่ารักประหนึ่งนางฟ้าทั้งสามคน หานเจียงเคยคิดว่าตนเองเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในเจียงตง

ทว่าใครเล่าจะคาดคิด...

หานเจียงนึกถึงภูมิหลังของตนเองที่เป็นเพียงลูกชาวประมง ช่างธรรมดาเสียจนหาความพิเศษไม่ได้ ยิ่งพ่อแม่ด่วนจากไปพร้อมกันด้วยโรคภัยเมื่อห้าปีก่อน เขาก็แทบจะไม่เหลือเบื้องหลังอะไรให้พึ่งพาอีกเลย

เขาเป็นเพียงแพทย์ทั่วไปประจำแผนกผู้ป่วยในของโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยเจียงตง ทำงานมาสิบแปดปี สุดท้ายก็เป็นแค่แพทย์เจ้าของไข้ที่ไม่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม

หลายปีมานี้ ภรรยาคงเห็นเขาเป็นเพียงคนโง่เง่า เป็นเหมือนสุนัขว่าว่าง่ายตัวหนึ่ง ที่จะโขกสับอย่างไรก็ได้ แล้วก็ทรยศหยามเกียรติเขาตามใจชอบ ความหวังดีและความปรนนิบัติทั้งหมดที่นางเคยมอบให้ อาจเป็นเพียงการทานน้ำใจจากผู้ที่อยู่สูงกว่าเท่านั้น

พอคิดว่าต่อให้กลับบ้านไปแฉความชั่วช้าของภรรยา หญิงสาวผู้มั่งคั่งและมีอิทธิพลอย่างนางก็คงแค่โยนเศษเงินไม่กี่บาทให้เป็นค่าหย่าและค่าปิดปาก โดยที่เขาอาจไม่มีวันรู้ด้วยซ้ำว่าชายชู้เป็นใคร หรือหากคิดในทางเลวร้ายที่สุด ต่อให้นางยอมบอกว่าชายชู้เป็นใคร คนอย่างเขาก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี นึกถึงตรงนี้เขาก็ยิ่งกลุ้มอุรา

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกที่จะหลบหนี ไม่ยอมกลับบ้าน พอขับรถผ่านบาร์แห่งหนึ่ง จึงตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปทันที

นับตั้งแต่นั่งลงที่โต๊ะ มือที่รินเหล้าของเขาก็ไม่เคยหยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว

หานเจียงเป็นชายหนุ่มหน้าตาหมดจดเกลี้ยงเกลา เค้าโครงหน้าหล่อเหลา สวมเสื้อเชิ้ตแผ่ออร่าปัญญาชนผู้สุภาพนุ่มนวล ทว่าดูจากท่าทางการกระดกเหล้าแล้ว ราวกับแปะป้าย 'ชีวิตนี้มีเรื่องราว' ไว้บนใบหน้า จึงทำให้ถูกพวกสาวๆ สายท่องราตรีในบาร์เล็งเป้าเข้าให้อย่างรวดเร็ว

ทว่า พอสาวซ่าแต่งหน้าจัดเต็มสวมกระโปรงรัดรูปคนแรกเดินเข้าไปหา กลับถูกหานเจียงพ่นคำสบถใส่ว่า "หญิงแพศยา ไสหัวไป!" หลังจากพ่ายแพ้กลับมา บรรดาสาวสายอ่อยคนอื่นๆ จึงพร้อมใจกันคอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ แต่ทุกคนต่างเตรียมพร้อม รอเวลาให้หานเจียงเมาฟุบ แล้วค่อยเข้าไปจับฉวยโอกาส

หานเจียงไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นและไม่คิดจะสนใจ ตอนนี้เขาเพียงอยากเมามายให้ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตระหว่างเขากับภรรยา อยากมัวเมาในสุราและความฝัน เพื่อไว้อาลัยให้แก่เยาว์วัยที่มอบให้ผิดคน การแต่งงานอันไร้สาระ และชีวิตที่เฮงซวยไร้ราคา

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่เปิดเพลงภาษาฮกเกี้ยนอย่าง 'หลางจื่อหุยโถว' (ลูกผู้ชายกลับใจ)

อัดบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า!

กระดกเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่า!

โปรดเห็นใจฉันด้วยเถอะ!

คอฉันไม่แข็ง อย่าหาทำเรื่องแกล้งกันเลย!

...

หานเจียงยิ่งดื่มหนักกว่าเดิม ในที่สุดหลังจากดิ่งแก้วนี้ลงคอ สติสัมปชัญญะของเขาก็เริ่มพร่ามัว และฟุบหลับไปด้วยความเมามาย

ท่ามกลางสติอันเลือนราง เขารู้สึกเหมือนมีคนช่วยพยุงลุกขึ้นเดิน ไหล่ของอีกฝ่ายนุ่มนิ่ม แรงน้อย เดินโงนเงนไปมา ชัดเจนว่าเป็นผู้หญิง แต่เขาไม่สามารถลืมตาขึ้นมองได้ จึงมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร

จากนั้น เขาก็ขึ้นไปบนรถ คลื่นการสั่นสะเทือนนุ่มนวลราวกับเปลกล่อมทำให้อารมณ์ของเขาผ่อนคลายลง เขาฝืนลืมตาขึ้นเล็กน้อย เห็นแสงไฟนอกหน้าต่างรถสาดแสงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

พอหันไปมองคนขับรถ เห็นเรือนผมยาวสลวยดั่งสายน้ำตก หานเจียงคิดว่าเป็น 'ภรรยา' จึงเปิดปากคาดคั้นทันที "ลู่ฉู่ฉู่ ทำไมเธอต้องหลอกฉัน ทำไมเธอต้องทรยศฉัน ชายชู้ข้างนอกนั่นมันเป็นใคร?!"

คนขับรถไม่ได้ใส่ใจคำพูดของหานเจียง เขาจึงพูดต่อ "ไม่ต้องมาแก้ตัว! ฉันมีหลักฐานเรื่องที่เธอสวมแตรสวมเขาและทรยศฉัน แค่ฉันเอาออกมาตีแผ่ เธอได้ฉาวโฉ่จนไม่มีที่ยืนแน่!"

คนข้างหน้ายังคงเงียบกริบ ไม่ยอมตอบคำ หานเจียงจึงตะคอกเสียงดัง "พูดมาสิ! ฉันรักเธอขนาดนี้ ฉันรักเธอหมดหัวใจ ทำไมเธอต้องหลอกฉันด้วย? คำโกหก! แม่แม่งมีแต่เรื่องโกหกทั้งนั้น!"

เรี่ยวแรงของเขาเหมือนจะหมดลงเพียงเท่านี้ หลังจากระบายอารมณ์เสร็จ เขาก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง

เมื่อรถจอดนิ่ง เขาถูกพยุงลงจากรถ โดยอาศัยร่างของ 'ภรรยา' คอยพยุงไว้ เขาถึงไม่ล้มพับลงไป เขาฝืนลืมตาขึ้นมาอีกครั้งอย่างสะลึมสะลือ พบว่าตนเองอยู่ในลานจอดรถใต้ดิน นึกว่าเป็นทรัพย์สินชิ้นใหม่ที่ 'ภรรยา' ซื้อไว้ จึงเอ่ยขึ้นว่า "ลู่ฉู่ฉู่ เธอเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาแล้วสิ! เธอซื้อบ้านไว้มากมายขนาดนี้ ก็เพื่อจะสะดวกในการนัดพบกับชายชู้ใช่ไหม ล่ะใช่ไหม พูดสิ ทำไมไม่พูดล่ะ กล้าทำแต่ไม่กล้ารับหรือไง?!"

'ภรรยา' ไม่ได้ตอบคำถาม ทำเพียงพยุงเขาเข้าบ้านไป แต่เพราะไม่มีแรงพยุงไปถึงห้องนอน สุดท้ายจึงล้มพับลงไปบนพรมกลางห้องรับแขกด้วยกันทั้งคู่

ความเมาแล่นขึ้นสมองของหานเจียงหนักกว่าเดิม เขาไม่อาจลืมตาขึ้นได้อีก สติยิ่งหลุดลอย นอนแผ่หลาอยู่อย่างนั้น และก่อนที่สติหยดสุดท้ายจะเลือนหายไปอย่างสมบูรณ์ เขาแน่ใจเป็นอย่างยิ่งว่า 'ภรรยา' กำลังถอดเสื้อผ้าของเขาอยู่

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 30

    หานเจียงติดต่อลู่ฉู่ฉู่ แต่โทรศัพท์ของอีกฝ่ายปิดเครื่องอยู่ เขาจึงติดต่อไม่ได้ ส่วนซูเฟยก็ไม่รับสาย เขาจึงทำได้เพียงเดินทางไปที่สถานีตำรวจ"คุณหมอหาน ที่แท้ก็เป็นคุณนี่เอง ถ้ารู้ก่อนว่าหานหนิงเป็นลูกสาวคุณ ฉันคงส่งเธอไปที่บ้านคุณแล้ว"ตำรวจหญิงหน้าตาสะสวยคนนั้นจำหานเจียงได้ เธอต้อนรับเขาอย่างกระตือรือร้น แต่หานเจียงกลับรู้สึกเสียหน้า เขาพูดคุยทักทายตามมารยาทเล็กน้อย แล้วจัดการตามขั้นตอน เมื่อเขาเห็นบันทึกการลงชื่อของหานหนิง ระบุความสัมพันธ์กับเขาว่า "พ่อเลี้ยง" หัวใจของเขาก็ถูกทิ่มแทงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวสาเหตุที่หานหนิงถูกจับคือข้อหาลักขโมย หรือพูดให้ถูกก็คือถูกเข้าใจว่าเป็นขโมย เดิมทีเธอแอบเข้าไปในคลับหรูแห่งหนึ่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบตัวและจับไว้ เมื่อเธอไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนได้ จึงถูกส่งตัวให้ตำรวจสายตรวจระหว่างทาง หานเจียงเงียบมาตลอด เขาขับรถพาหานหนิงไปส่งที่บ้านพ่อตา เพราะตอนนี้หานหนิงควรอยู่ที่โรงเรียน เธอแอบหนีออกมาเอง หากส่งเธอกลับไปหาลู่ฉู่ฉู่ เธอคงถูกตำหนิแน่นอน แน่นอนว่า หานเจียงเองก็ไม่อยากเจอลู่ฉู่ฉู่อีก"เหล่าหาน นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงทำแบบน

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 29

    หลังจากคุยกับซูเฟยจบ หานเจียงก็ถูกเรียกกลับไปที่ห้องทำงานของเหลียงเว่ยลี่ และเวลานี้ลู่ป๋อหลินก็กลับไปแล้ว“หานเจียง นายก็ไม่ไว้หน้าลู่เลยจริง ๆ ตอนเขาออกไป หน้าซีดไปหมดแล้ว” เหลียงเว่ยลี่ให้หานเจียงนั่งลงเขาตบหน้าผมโดยไม่ถามเหตุผล แถมยังข่มขู่ผมอีก เรื่องอื้อฉาวของลู่ฉู่ฉู่ก็ทำให้ผมกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว... หานเจียงกล่าว “สิ่งที่ผมพูดไม่ได้ผิด การหย่าร้างเดิมทีเป็นเรื่องง่าย ลู่ป๋อหลินกลับมาที่โรงพยาบาลครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อกดดันผม แบบนี้เสียฐานะของเขาเอง”“อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเขา”“ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ลู่ฉู่ฉู่” หานเจียงไม่อยากเสียเวลาไปพัวพันกับเรื่องส่วนตัวของตัวเองอีก จึงเปลี่ยนกลับมาพูดเรื่องงานเลขาเคาะประตูเข้ามา แล้วนำเอกสารแฟกซ์มาส่งให้ เหลียงเว่ยลี่เซ็นเอกสาร ก่อนพูดกับหานเจียง “ฉันต้องไปเข้าร่วมการประชุมทางการแพทย์ที่หัวเมืองใหญ่ ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับมา เรื่องงานของนาย ฉันคุยกับเหล่าเฉียนแล้ว นายไปช่วยที่แผนกผู้ป่วยวิกฤตต่อ”หานเจียงรับคำสั่ง แล้วกลับไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤต ทันทีที่เดินเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงญาติคนไข้

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 28

    ค่ำคืนนี้ หานเจียงนอนไม่หลับเป็นเวลานาน เขาหันไปมองประตูอยู่หลายครั้ง ด้วยเกรงว่าประตูจะปิดไม่สนิท แล้วจะมีผู้หญิงเข้ามาอีก ที่จริงเขาได้ล็อกประตูห้องจากด้านในจนแน่นหนาแล้ว ต่อให้ลู่ฉู่ฉู่หรือใครก็ตามมีกุญแจ ก็ไม่มีทางเปิดจากด้านนอกเข้ามาได้"ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็น ‘วาสนาพบหญิงงาม’ ที่ลู่ฉู่ฉู่สร้างขึ้นมา เพื่อหวังให้ฉันกลับบ้านและยอมอ่อนข้อให้ แต่มันก็เป็นเรื่องอื้อฉาวของฉันเหมือนกัน ถ้าเรื่องนี้แพร่ไปทั่วโรงพยาบาลจริง ๆ ไม่มีใครสนใจหรอกว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ทุกคนจะสนใจแค่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ฉันก็จะกลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียในชีวิตส่วนตัว ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็คือถูกไล่ออกโดยตรง ต่อให้เหลียงเหว่ยลี่ออกหน้าปกป้องฉัน เรื่องเลื่อนตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็คงไม่มีส่วนของฉันอีกแล้ว""ฉันแค่อยากใช้ชีวิตและทำงานอย่างสงบ แต่ความจริงกลับเอาแต่เล่นตลกกับฉัน จะให้ทำอย่างไรได้!"หานเจียงถอนหายใจยาว แต่ภายในใจก็ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมันเที่ยงวันถัดมา หานเจียงเพิ่งช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่อาการกำเริบกลับมาได้สำเร็จ เมื่อมองค่าต่า

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 27

    หานเจียงคิดว่าตัวเองมองผิดไป เขาจึงเพ่งดูอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังสงสัยว่าภาพเหล่านี้อาจถูกตัดต่อด้วยโปรแกรมหรือไม่ เขาจึงเปรียบเทียบทีละจุดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพบว่ารายละเอียดทุกอย่างล้วนตรงกับห้องพักของเขา นั่นหมายความว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ราวกับต้นมะเขือที่ถูกน้ำค้างแข็งเล่นงาน ร่างกายทั้งร่างเหมือนสูญเสียเรี่ยวแรงลงไป หากไม่มีที่วางแขนและพนักพิง เขาเกรงว่าตัวเองคงล้มลงไปกองกับพื้นแล้วจากภาพถ่าย เมื่อคืนที่ผ่านมาภายในห้องพักแห่งนี้ เขากับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยา ได้ทำเรื่องที่ไม่อาจเอ่ยถึงกันได้ แน่นอนว่าใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาพ แต่บนร่างของเธอมีรอยสักรูปผีเสื้อ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ภรรยาของเขาบ้าเอ๊ย เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน!ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เธอเข้ามาได้อย่างไร ทำไมเขาถึงปล่อยให้เธอเข้ามา? ทำไมเขาถึงทำเรื่องแบบนั้นกับเธอ ทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธเธอ ตอนนั้นเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?คำถามมากมายถาโถมเข้ามา ทำให้สมองของหานเจียงยุ่งเหยิงราวกับเส้นด้ายพันกัน เมื่อเทียบกับเรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล สิ่งที่ทำให้เขา

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 26

    หานเจียงจามออกมาหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เพราะเป็นหวัด แต่กลับคล้ายมีใครกำลังคิดถึงเขา ตำหนิเขา หรือใส่ร้ายเขาอะไรทำนองนั้น ทว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการชำระค่าธรรมเนียมการเรียนปริญญาเอกของเขาแม้แต่น้อย ภายใต้ใบสมัครของตัวเอง รวมถึงความช่วยเหลือจากเหลียงเหว่ยลี่ เขาจึงสามารถกลับมาเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาเอกที่หยุดชะงักไปเมื่อกว่าสิบปีก่อนได้อีกครั้ง ตอนนี้เขาเพียงต้องทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จและเข้าร่วมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ก็จะได้รับวุฒิการศึกษาและใบปริญญาเอกแบบเต็มเวลาหลังจากชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อย หานเจียงก็สงบจิตใจลง ตั้งใจอ่านตำราแพทย์และเอกสารต่าง ๆ จนกระทั่งหนึ่งทุ่ม เขาจึงไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาล หลังกลับมา เขาดื่มน้ำเล็กน้อย อ่านหนังสือต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างหนัก ไม่นานนักเขาก็ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะหนังสือไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เขารู้สึกเลือนรางว่ามีใครบางคนเข้ามาในห้อง เขาถูกป้อนอะไรบางอย่างเข้าไป จากนั้นก็ถูกพยุงขึ้นไปนอนบนเตียง เสื้อผ้าของเขาก็ถูกถอดออก"ลู่ฉู่ฉู่ นี่คุณกำลังทำอะไร?" แม้สติของหานเจียงจะพร่าเลือน แต่เขายังคงเอ่ยถามออกมาได้ คน

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 25

    วันถัดมาตอนเที่ยง ที่ร้านกาแฟ หานเจียงเห็นซูเฟยเดินเข้ามา เขาตรงเข้าไปหา และพบว่าอีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มกับอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นสเต๊กชิ้นใหญ่แบบอาหารตะวันตก เพราะเป็นเพื่อนกัน ซูเฟยจึงรู้รสนิยมการกินของเขาเป็นอย่างดี"เฟยเฟย ถ้ามาครั้งนี้เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ฉันกลับไปง้อลู่ฉู่ฉู่ งั้นมื้อนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว""แน่นอนว่าไม่ใช่ค่ะ เป็นเรื่องงานของพี่ต่างหาก ญาติของฉันคนหนึ่งป่วย ต้องย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลของพี่ ฉันเลยอยากฝากพี่ช่วยดูแลให้หน่อย"คำพูดของซูเฟยมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่แต่งขึ้น เธอต้องการทำให้หานเจียงผ่อนคลาย กินข้าวกลางวันให้เสร็จก่อน ขณะเดียวกันก็อยากลองล้วงข้อมูลจากเขา แต่หานเจียงกลับเบี่ยงประเด็นได้อย่างแนบเนียนทุกครั้ง"พี่หาน พ่อตาของพี่กำลังจะฟ้องพี่นะ พี่รู้หรือยัง?""เขาก็ควรฟ้องผมอยู่แล้ว ยังไงผมก็เป็นคนเอ่ยปากเรียกร้องเงินเป็นหมื่นล้าน ลู่ฉู่ฉู่เองก็คิดแบบนี้ใช่ไหม?""พี่ลู่ไม่ได้คิดจะฟ้องพี่หรอกค่ะ เธอแค่คิดว่าพี่เข้าใจเธอผิด...""เข้าใจผิด? ซูเฟย เธอเป็นทนาย เธอคิดว่าสถาบันตรวจพิสูจน์จะทำผลผิดพลาดได้หรือ?""ฉันเชื่อว่าผลการตรวจพิสูจน์เป็นของจริง แต่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status