Share

บทที่ 2

Author: อัคคีใต้จันทรา
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด หานเจียงตื่นขึ้นมาจากอาการแฮงก์เหล้าอย่างหนัก แล้วพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง

ใต้ผ้านวมผืนหนา ร่างกายของเขาเปลือยเปล่า และจากร่องรอยความวุ่นวายบนเตียง มันชัดเจนว่าต้องมีเรื่องอย่างว่าเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

สมองของเขายังคงอื้ออึง เขาส่งแรงพยายามทบทวนความทรงจำเมื่อคืน ตัวเองเพิ่งรู้เรื่องที่ภรรยาทรยศ ไม่อยากกลับไปเผชิญหน้า จึงเลือกมาดื่มเหล้าให้เมามาย แต่เรื่องราวหลังจากเหล้าเข้าปาก กลับเลื่อนลอยจนจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด

เขา เมาจนภาพตัดไปแล้ว!

นี่ฉันมาเปิดห้องกับสาวในบาร์งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็นอกกายเหมือนกัน แล้วฉันจะต่างอะไรกับลู่ฉู่ฉู่ล่ะ? ไม่สิ มันไม่เหมือนกัน! ฉันกำลังจะหย่ากับลู่ฉู่ฉู่แล้ว ฉันกับเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก ต่อไปฉันอยากจะใช้ชีวิตยังไง มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน!

หานเจียงหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองแบบข้างๆ คูๆ พยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับพบว่าศีรษะปวดรวดร้าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดออกมา

เพียงครู่เดียว เขาก็ได้ยินเสียงน้ำจากห้องน้ำ จากนั้นเมื่อหันไปมอง ก็เห็นภรรยาของตนเดินออกมาจากข้างใน

นี่เราโดนจับได้คาหนังคาเขางั้นเหรอ? ลู่ฉู่ฉู่ เธอหลอกลวงฉันมาตั้งนาน ฉันไม่เคยสงสัยเลยสักนิดว่าเธอจะนอกใจทรยศ ไม่เคยเอะใจเรื่องเธอกับชายชู้เลยสักนิด แต่ฉันแค่เหล้าเข้าปากจนขาดสติไปแค่ครั้งเดียว กลับโดนเธอจับได้คาตา แม่มเอ๊ย อยุติธรรมสิ้นดี!

หานเจียงคิดเช่นนั้น พลางจ้องมองภรรยาตาค้าง นึกหาวิธีว่าจะรับมือและพูดคุยกับนางอย่างไรดี

ทว่าในตอนนั้นเอง ภรรยากลับเอ่ยขึ้นว่า "ตื่นแล้วเหรอคะ คุณดื่มหนักขนาดนั้น แถมยังคึกจนเกือบเช้า ตอนนี้คงทั้งเหนื่อยทั้งเพียบกริบเลยใช่ไหม? อายุอานามก็ตั้งขนาดนี้แล้วยังจะคึกคะนองอีก ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกนะคะ ฉันเตรียมน้ำซุปแก้แฮงก์ไว้ให้แล้ว ลุกขึ้นมาดื่มหน่อยสิ"

หานเจียงไม่พบร่องรอยความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของภรรยา ตรงกันข้าม นางกลับเข้ามาช่วยพยุงและปรนนิบัติเขา ทำให้เขาถึงกับงงงวยไปหมด

"ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วเธอ มาได้ยังไง?"

หานเจียงจำได้ลางๆ ว่า เมื่อคืนตนควรจะไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ของภรรยาไม่ใช่หรือ ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้เลย

"ก็เมื่อคืนคุณส่งข้อความมาหาฉัน บอกให้ฉันมาอยู่เป็นเพื่อนไงคะ! ไม่คิดเลยว่าคุณจะดื่มหนักขนาดนี้ แถมยังเมาแล้วหื่นใส่อีก เมื่อคืนคุณน่ากลัวนิดหน่อยนะคะ ไม่ทำตามสเต็ปเดิมๆ จนฉันรับมือแทบไม่ทัน วันหลังถ้าจะเล่นพิสดารแบบนี้อีก ต้องบอกฉันล่วงหน้านะคะ จะได้เตรียมตัวทัน ไม่อย่างนั้นคุณจะทำฉันเจ็บเอานะ"

ภรรยายิ้มตาหยี ดวงตางดงามเอ่อล้นไปด้วยความหวานซาบซ่าน พวงแก้มซับสีเลือดฝาด เผยเสน่ห์ยวนเย้าแบบหญิงสาววัยสะพรั่ง เมื่อคืนหานเจียงดุดันฮึกเหิมมาก และพิชิตนางได้อีกครั้งจนสุขสมอารมณ์หมายอย่างที่สุด

หานเจียงรีบเรียกสติให้คืนกลับมา จากนั้นก็กดเปิดโทรศัพท์มือถือดู แล้วก็พบว่าเมื่อคืนตนเองได้ส่งข้อความไปหาภรรยาจริงๆ ข้อความนี้ทำเอาเขาถึงกับเอ๋อไปเลย เขาจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยสักนิด เมาหนักขนาดนั้น ยังจะส่งข้อความได้ แถมยังทำเรื่องอย่างว่าได้อีกเหรอ?

เอาเถอะ ถือเสียว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ใช้ชีวิตสามีภรรยากับนาง หานเจียงยอมรับความจริงข้อนี้ จัดแจงแต่งตัวเรียบร้อยแล้วไปเช็กเอาต์ เขาพบว่าห้องนี้ใช้บัตรประชาชนของเขาในการลงทะเบียนเข้าพัก จึงจ่ายเงินสดไปห้าหมื่นบาทเพื่อเป็นค่าห้องและค่ามัดจำ เขาเอ่ยปากขอเปิดดูกล้องวงจรปิดของเมื่อคืน แต่กลับถูกทางโรงแรมปฏิเสธโดยอ้างเหตุผลเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ทำได้เพียงรู้ข้อมูลแค่ว่า คนที่มาส่งเขาที่โรงแรมเป็นผู้หญิงผมสั้นสีแดง

หานเจียงยังคิดหาคำตอบไม่ได้ในทันที ประกอบกับภรรยาเอ่ยปากเร่งแล้ว เขาจึงรีบออกจากล็อกบี้ แล้วเดินทางไปกินข้าวกับนาง

'เจียงเซียงหุ้ย' เป็นภัตตาคารชั้นนำระดับท็อปๆ ของเจียงตง และเป็นธุรกิจในเครือของตระกูลลู่

ลู่ฉู่ฉู่ให้คนเปิดห้องส่วนตัวที่เงียบสงบ นอกจากอาหารเลิศรสรสชาติประณีตแล้ว นางยังจงใจสั่งซุปเต่าตุ๋นโสมมาให้หานเจียงเป็นพิเศษ เพื่อช่วยบำรุงร่างกายให้เขา เพราะอย่างไรเสีย ความเร่าร้อนที่หานเจียงมอบให้นางเมื่อคืน มันก็ทำให้นางสุขสมฟินเวอร์จนยากจะอธิบายเป็นคำพูด

หานเจียงไม่ได้มีความอยากอาหารมากนัก หลังจากทานไปได้นิดหน่อยก็วางตะเกียบลง แล้วก้มมองข้อความในโทรศัพท์มือถือที่ส่งออกไป 'ฉันดื่มเหล้ามา ไม่อยากกลับบ้าน นานแล้วไม่ได้ทำกันที่โรงแรม อยากไปฟื้นความหลัง เธอรีบมานะ' ข้อความแบบนี้ เขาไม่มีทางส่งให้ภรรยาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในยามที่เขารู้ความจริงแล้วว่านางทรยศเขา

ลู่ฉู่ฉู่เห็นหานเจียงใจลอย จึงหัวเราะเบาๆ "คุณรีบดื่มซุปสิคะ ถึงคุณจะยังเก่งกาจเหมือนเดิม แต่ยังไงก็อายุสี่สิบแล้ว เรื่องแบบนั้นต้องเพลาๆ ลงบ้าง จะได้เก็บไว้กินได้นานๆ ไงคะ!"

หานเจียงไม่รู้สึกสนุกไปกับมุกของนางเลยแม้แต่น้อย ยามมองภรรยาเลอโฉมตรงหน้า ในใจกลับค่อยๆ กล้ำกลืนความขมขื่น ภรรยาเป็นผู้หญิงที่งดงามหยาดเยิ้มปานนี้ ต่อให้มองนางมานานนับสิบปีก็ไม่มีวันเบื่อ หากไม่ใช่เพราะรู้ว่านางนอกใจทรยศ ในอีกหลายสิบปีหลังจากนี้ เขาคงยังคงหลงใหลนางอย่างไม่ลืมหูลืมตาต่อไป

เขาเอ่ยถามขึ้นว่า "ฉู่ฉู่ เธอสวยขนาดนี้ อยู่ข้างนอกมีคนมาขายขนมจีบบ้างไหม?"

"มีสิคะ"

ลู่ฉู่ฉู่ภรรยาของเขา เวลาทานอาหารจะคอยๆ เคี้ยวอย่างประณีต ดูงดงามสะกดตาและสง่างามเป็นอย่างยิ่ง

หานเจียงรู้สึกจุกแน่นในอกทันที เอ่ยถามต่อว่า "แล้วเธอเคยไปนอนกับพวกเขาไหม?"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 30

    หานเจียงติดต่อลู่ฉู่ฉู่ แต่โทรศัพท์ของอีกฝ่ายปิดเครื่องอยู่ เขาจึงติดต่อไม่ได้ ส่วนซูเฟยก็ไม่รับสาย เขาจึงทำได้เพียงเดินทางไปที่สถานีตำรวจ"คุณหมอหาน ที่แท้ก็เป็นคุณนี่เอง ถ้ารู้ก่อนว่าหานหนิงเป็นลูกสาวคุณ ฉันคงส่งเธอไปที่บ้านคุณแล้ว"ตำรวจหญิงหน้าตาสะสวยคนนั้นจำหานเจียงได้ เธอต้อนรับเขาอย่างกระตือรือร้น แต่หานเจียงกลับรู้สึกเสียหน้า เขาพูดคุยทักทายตามมารยาทเล็กน้อย แล้วจัดการตามขั้นตอน เมื่อเขาเห็นบันทึกการลงชื่อของหานหนิง ระบุความสัมพันธ์กับเขาว่า "พ่อเลี้ยง" หัวใจของเขาก็ถูกทิ่มแทงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวสาเหตุที่หานหนิงถูกจับคือข้อหาลักขโมย หรือพูดให้ถูกก็คือถูกเข้าใจว่าเป็นขโมย เดิมทีเธอแอบเข้าไปในคลับหรูแห่งหนึ่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบตัวและจับไว้ เมื่อเธอไม่สามารถแสดงหลักฐานยืนยันตัวตนได้ จึงถูกส่งตัวให้ตำรวจสายตรวจระหว่างทาง หานเจียงเงียบมาตลอด เขาขับรถพาหานหนิงไปส่งที่บ้านพ่อตา เพราะตอนนี้หานหนิงควรอยู่ที่โรงเรียน เธอแอบหนีออกมาเอง หากส่งเธอกลับไปหาลู่ฉู่ฉู่ เธอคงถูกตำหนิแน่นอน แน่นอนว่า หานเจียงเองก็ไม่อยากเจอลู่ฉู่ฉู่อีก"เหล่าหาน นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงทำแบบน

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 29

    หลังจากคุยกับซูเฟยจบ หานเจียงก็ถูกเรียกกลับไปที่ห้องทำงานของเหลียงเว่ยลี่ และเวลานี้ลู่ป๋อหลินก็กลับไปแล้ว“หานเจียง นายก็ไม่ไว้หน้าลู่เลยจริง ๆ ตอนเขาออกไป หน้าซีดไปหมดแล้ว” เหลียงเว่ยลี่ให้หานเจียงนั่งลงเขาตบหน้าผมโดยไม่ถามเหตุผล แถมยังข่มขู่ผมอีก เรื่องอื้อฉาวของลู่ฉู่ฉู่ก็ทำให้ผมกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว... หานเจียงกล่าว “สิ่งที่ผมพูดไม่ได้ผิด การหย่าร้างเดิมทีเป็นเรื่องง่าย ลู่ป๋อหลินกลับมาที่โรงพยาบาลครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อกดดันผม แบบนี้เสียฐานะของเขาเอง”“อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเขา”“ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ลู่ฉู่ฉู่” หานเจียงไม่อยากเสียเวลาไปพัวพันกับเรื่องส่วนตัวของตัวเองอีก จึงเปลี่ยนกลับมาพูดเรื่องงานเลขาเคาะประตูเข้ามา แล้วนำเอกสารแฟกซ์มาส่งให้ เหลียงเว่ยลี่เซ็นเอกสาร ก่อนพูดกับหานเจียง “ฉันต้องไปเข้าร่วมการประชุมทางการแพทย์ที่หัวเมืองใหญ่ ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับมา เรื่องงานของนาย ฉันคุยกับเหล่าเฉียนแล้ว นายไปช่วยที่แผนกผู้ป่วยวิกฤตต่อ”หานเจียงรับคำสั่ง แล้วกลับไปยังแผนกผู้ป่วยวิกฤต ทันทีที่เดินเข้าไป เขาก็ได้ยินเสียงญาติคนไข้

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 28

    ค่ำคืนนี้ หานเจียงนอนไม่หลับเป็นเวลานาน เขาหันไปมองประตูอยู่หลายครั้ง ด้วยเกรงว่าประตูจะปิดไม่สนิท แล้วจะมีผู้หญิงเข้ามาอีก ที่จริงเขาได้ล็อกประตูห้องจากด้านในจนแน่นหนาแล้ว ต่อให้ลู่ฉู่ฉู่หรือใครก็ตามมีกุญแจ ก็ไม่มีทางเปิดจากด้านนอกเข้ามาได้"ถึงแม้เรื่องนี้จะเป็น ‘วาสนาพบหญิงงาม’ ที่ลู่ฉู่ฉู่สร้างขึ้นมา เพื่อหวังให้ฉันกลับบ้านและยอมอ่อนข้อให้ แต่มันก็เป็นเรื่องอื้อฉาวของฉันเหมือนกัน ถ้าเรื่องนี้แพร่ไปทั่วโรงพยาบาลจริง ๆ ไม่มีใครสนใจหรอกว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ทุกคนจะสนใจแค่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ฉันก็จะกลายเป็นคนที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียในชีวิตส่วนตัว ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็คือถูกไล่ออกโดยตรง ต่อให้เหลียงเหว่ยลี่ออกหน้าปกป้องฉัน เรื่องเลื่อนตำแหน่งหรือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็คงไม่มีส่วนของฉันอีกแล้ว""ฉันแค่อยากใช้ชีวิตและทำงานอย่างสงบ แต่ความจริงกลับเอาแต่เล่นตลกกับฉัน จะให้ทำอย่างไรได้!"หานเจียงถอนหายใจยาว แต่ภายในใจก็ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมันเที่ยงวันถัดมา หานเจียงเพิ่งช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินที่อาการกำเริบกลับมาได้สำเร็จ เมื่อมองค่าต่า

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 27

    หานเจียงคิดว่าตัวเองมองผิดไป เขาจึงเพ่งดูอย่างละเอียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังสงสัยว่าภาพเหล่านี้อาจถูกตัดต่อด้วยโปรแกรมหรือไม่ เขาจึงเปรียบเทียบทีละจุดอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพบว่ารายละเอียดทุกอย่างล้วนตรงกับห้องพักของเขา นั่นหมายความว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริงเขานั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ราวกับต้นมะเขือที่ถูกน้ำค้างแข็งเล่นงาน ร่างกายทั้งร่างเหมือนสูญเสียเรี่ยวแรงลงไป หากไม่มีที่วางแขนและพนักพิง เขาเกรงว่าตัวเองคงล้มลงไปกองกับพื้นแล้วจากภาพถ่าย เมื่อคืนที่ผ่านมาภายในห้องพักแห่งนี้ เขากับผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยา ได้ทำเรื่องที่ไม่อาจเอ่ยถึงกันได้ แน่นอนว่าใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่ในภาพ แต่บนร่างของเธอมีรอยสักรูปผีเสื้อ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ภรรยาของเขาบ้าเอ๊ย เมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน!ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เธอเข้ามาได้อย่างไร ทำไมเขาถึงปล่อยให้เธอเข้ามา? ทำไมเขาถึงทำเรื่องแบบนั้นกับเธอ ทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธเธอ ตอนนั้นเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่?คำถามมากมายถาโถมเข้ามา ทำให้สมองของหานเจียงยุ่งเหยิงราวกับเส้นด้ายพันกัน เมื่อเทียบกับเรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล สิ่งที่ทำให้เขา

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 26

    หานเจียงจามออกมาหนึ่งครั้ง ไม่ใช่เพราะเป็นหวัด แต่กลับคล้ายมีใครกำลังคิดถึงเขา ตำหนิเขา หรือใส่ร้ายเขาอะไรทำนองนั้น ทว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการชำระค่าธรรมเนียมการเรียนปริญญาเอกของเขาแม้แต่น้อย ภายใต้ใบสมัครของตัวเอง รวมถึงความช่วยเหลือจากเหลียงเหว่ยลี่ เขาจึงสามารถกลับมาเรียนต่อในหลักสูตรปริญญาเอกที่หยุดชะงักไปเมื่อกว่าสิบปีก่อนได้อีกครั้ง ตอนนี้เขาเพียงต้องทำวิทยานิพนธ์ให้เสร็จและเข้าร่วมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ก็จะได้รับวุฒิการศึกษาและใบปริญญาเอกแบบเต็มเวลาหลังจากชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อย หานเจียงก็สงบจิตใจลง ตั้งใจอ่านตำราแพทย์และเอกสารต่าง ๆ จนกระทั่งหนึ่งทุ่ม เขาจึงไปกินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาล หลังกลับมา เขาดื่มน้ำเล็กน้อย อ่านหนังสือต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกง่วงขึ้นมาอย่างหนัก ไม่นานนักเขาก็ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะหนังสือไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เขารู้สึกเลือนรางว่ามีใครบางคนเข้ามาในห้อง เขาถูกป้อนอะไรบางอย่างเข้าไป จากนั้นก็ถูกพยุงขึ้นไปนอนบนเตียง เสื้อผ้าของเขาก็ถูกถอดออก"ลู่ฉู่ฉู่ นี่คุณกำลังทำอะไร?" แม้สติของหานเจียงจะพร่าเลือน แต่เขายังคงเอ่ยถามออกมาได้ คน

  • ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย   บทที่ 25

    วันถัดมาตอนเที่ยง ที่ร้านกาแฟ หานเจียงเห็นซูเฟยเดินเข้ามา เขาตรงเข้าไปหา และพบว่าอีกฝ่ายสั่งเครื่องดื่มกับอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นสเต๊กชิ้นใหญ่แบบอาหารตะวันตก เพราะเป็นเพื่อนกัน ซูเฟยจึงรู้รสนิยมการกินของเขาเป็นอย่างดี"เฟยเฟย ถ้ามาครั้งนี้เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ฉันกลับไปง้อลู่ฉู่ฉู่ งั้นมื้อนี้ก็ไม่ต้องกินแล้ว""แน่นอนว่าไม่ใช่ค่ะ เป็นเรื่องงานของพี่ต่างหาก ญาติของฉันคนหนึ่งป่วย ต้องย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลของพี่ ฉันเลยอยากฝากพี่ช่วยดูแลให้หน่อย"คำพูดของซูเฟยมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่แต่งขึ้น เธอต้องการทำให้หานเจียงผ่อนคลาย กินข้าวกลางวันให้เสร็จก่อน ขณะเดียวกันก็อยากลองล้วงข้อมูลจากเขา แต่หานเจียงกลับเบี่ยงประเด็นได้อย่างแนบเนียนทุกครั้ง"พี่หาน พ่อตาของพี่กำลังจะฟ้องพี่นะ พี่รู้หรือยัง?""เขาก็ควรฟ้องผมอยู่แล้ว ยังไงผมก็เป็นคนเอ่ยปากเรียกร้องเงินเป็นหมื่นล้าน ลู่ฉู่ฉู่เองก็คิดแบบนี้ใช่ไหม?""พี่ลู่ไม่ได้คิดจะฟ้องพี่หรอกค่ะ เธอแค่คิดว่าพี่เข้าใจเธอผิด...""เข้าใจผิด? ซูเฟย เธอเป็นทนาย เธอคิดว่าสถาบันตรวจพิสูจน์จะทำผลผิดพลาดได้หรือ?""ฉันเชื่อว่าผลการตรวจพิสูจน์เป็นของจริง แต่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status