-ไนท์-
วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน “ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม “โห ไม่หรอกครับ” “หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?” “ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ” “นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม “จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ” “เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม “มา โอทีมกันใหม่” . เอี๊ยดอ๊าด เอี๊ยดอ๊าด เสียงรองเท้าผู้เล่นกระทบกับเสียงพื้นสนาม กลับมาถึงคอนโด ไนท์ปลดล็อกประตูและเปิดประตูเข้าไป แกร๊ก ก่อนที่เขาเห็นหลังของคนโปรดนั่งอยู่ที่โซฟา “มาทำไม? บ้านช่องไม่มีเหรอ” ไนท์ถามออกไปเสียงแข็ง เพราะไม่ชอบให้ใครมาอยู่ที่ห้องตอนที่เขาไม่อยู่ คนโปรดหันหน้ามาตามเสียง แต่ยังไม่พูดอะไร ? ทำไมตาแดง “เป็นอะไร?” ไนท์เลิกคิ้ว ถามด้วยเสียงที่เครียดขึ้นเล็กน้อย “อะแฮ่ม” คนโปรดกระแอมเล็กน้อย พยายามปรับเสียงให้เป็นปกติก่อนพูด “เห็นทวิตยัง?” “ไม่ได้ดู ทำไม? ใครตาย?” เขาพูดออกไปด้วยท่าทางสบายๆ ตามสไตล์ คนโปรดเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าทวิตและยื่นมาให้ [ เล่นเป็นถึงพระเอก แต่ไม่เห็นจะหล่อตรงไหน เห็นคนในกระซิบว่า ไม่มองหญิงด้วยนะเทอ สาวๆ คนไหนหมายปอง ก็คงต้องเสียใจด้วยนะจ๊ะ ] ↳ ถึงว่าหยิ่ง มีคนบอกขี้เหวี่ยงขี้วีน ↳ [ จริงค่ะ ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็มองค้อนใส่ อยากเป็นดารา แต่ไม่หัดทำตัวให้รู้จักว่าการเป็นคนของประชาชนเป็นยังไง แล้วล่าสุดนี่แอบไปเจอมาด้วยนะว่าเจ้าตัวชอบไปสถานที่ซื้อขายน้ำด้วย เป็นถึงดารา ควรทำที่ไหน บอกเลยว่าแบน #แบนไนท์การันต์ ] ↳ โห จริงเหรอคะ ไม่น่าเชื่อ เห็นดูดีซะขนาดนั้น “เดี๋ยวกูทักไปคุยเอง มึงส่งคอนแท็กต์มา” ไนท์ตอบสั้นๆ ด้วยสายตาดุดัน “แค่นี้เหรอ?” คนโปรดถาม เหมือนคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่ “ก็ใช่น่ะสิ แล้วมึงร้องไห้ทำไมเนี่ย” เสียงห้วน ถามอีกฝ่ายตรงๆ เพราะก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมอีกคนถึงมีน้ำตา “ก็ กลัวพี่คิดมาก มันวุ่นวายยุ่มย่าม” อีกฝ่ายว่าเสียงเบา โอ๊ย กูจะบ้า นอกจากต้องรับมือกับข่าวแล้ว กูต้องมารับมือกับมึงอีกเหรอ “เฮอะ กะอีแค่เรื่องแค่นี้อ้ะนะ แล้วถ้าคิดมากแล้วยังไง?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “แล้ว..ไม่แสดงแล้ว” น้ำเสียงของคนโปรดเริ่มสั่น ทำให้ไนท์ขมวดคิ้วขึ้นไปอีก “ก็…” มันจ้องหน้ามองผมเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็เงียบไป ไนท์ส่ายหัวให้กับคนตรงหน้า และคิดว่ามันไร้สาระ “มึงชอบกูมากขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถามออกไปตรงๆ “….” “มึงเป็นเอามากละนะ ทำอย่างกับกูเป็นอะไรในชีวิตมึงงั้นอ้ะ เลิกเพ้อเจ้อได้ละ” ไนท์พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “กูจะบอกอะไรให้นะ กูจะทำอะไร ตัดสินใจยังไงมันก็เรื่องของกู แล้วที่สำคัญกูยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ มึงก็ตีโพยตีพายละ อะไร” ผมว่าให้เขา “ก็จริง” คนโปรดพูดเสียงอ่อย “สติมึงหายไปไหน ฮะ ร้องไห้เพื่อ?” ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงอ่อนไหวขนาดนี้ “ไม่ได้ร้องมันไหลเอง” คนโปรดว่าเสียงเบา พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ ….“ไปล้างหน้าไป ตาแดงหมด” คนโปรดหันหลังเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างว่าง่าย “เฮ้อ” ไนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คิดอะไรของมันวะ ว่างมากรึไง เรื่องก็แค่ขี้เล็บ แล้วอยากมาเป็นนักแสดง อ่อนไหวง่ายฉิบหาย ไม่นานคนโปรดก็กลับมา หลังล้างหน้าเสร็จ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาดูเหมือนจะได้ตัวตนเดิมกลับมา ไม่มีร่องรอยของน้ำตา หรือความอ่อนไหวที่เคยมี “เมื่อวานผมเจอดาราดังด้วยนะ ที่คาเฟ่ ชื่อ..ณะ พี่รู้จักมั้ย เห็นเขาตามไอจีพี่ด้วย” คนพูดตาเป็นประกาย “เขาน่ารักมากเลย ออร่าพุ่งนึกว่าหลุดออกมาจากนิยาย ตอนแรกนึกว่าจะหยิ่ง ที่ไหนได้เป็นกันเองสุด เขาขอไอจีผมด้วย” ไนท์เหลือบตามอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เล่าให้ฟังหรือขิง” “ทั้งสอง” คนโปรดตอบหน้าตาย “แต่คุยไปคุยมาเขาก็มีความอ่านใจไม่ออกอยู่ แต่ก็ส่วนน้อย” “ใครจะเหมือนมึงอ้ะ ซื่อๆ ทื่อๆ” คู่สนทนายกสองมือเท้าสะเอวทันที “ก็เพราะคนมันซับซ้อนพอแล้วไง เลยไม่อยากทำตัวซับซ้อนเพิ่ม แค่ใช้ชีวิตก็ยากพอแล้ว จะทำตัวซับซ้อนเพื่อ ซื่อสัตย์ ซื่อตรงก็ดี ไม่ปวดหมองด้วย ไม่พูดไม่บอกแล้วใครมันจะไปเดาถูก ถ้าเราไม่พูดไม่แสดงออกไปตรงๆ” “ทำมาเป็นพูดปรัชญา สุดท้ายก็เอาอารมณ์เป็นที่ตั้งอยู่ดี” ไนท์ส่ายหัว ซึ่งเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ “ส่ายเก่งจังเลยหัวเนี่ย” มันยื่นมือมาจับหน้าผม กล้ามากนะ “ถ้ามันหนักก็เอาขยะออกไปบ้างก็ได้นะ” “เอามึงออกไปก่อนเลย” ตอบกลับทันที ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ผมเข้าไปอยู่ในหัวพี่ด้วยเหรอ?” มันเล่นหูเล่นตา “ทำมาเป็นพูดเหมือนกันแหละ พี่ก็เอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้งเหมือนกัน” ผมยักไหล่ “อย่างน้อยกูก็ไม่คิดมโนไปเองเหมือนมึง ว่าใครเขาจะออกจากวงการหรือไม่ออก” “ไม่เชื่ออ้ะ ทุกคนมันก็ต้องมีคิดมโนกันบ้างแหละ เรื่องนั้น...” คนโปรดยกมือขึ้นเกาท้ายทอย “ก็มันอดคิดไม่ได้อ้ะ” ไนท์ไหวไหล่ “ไม่มีใครมาล้มเลิกความตั้งใจกูได้หรอก ในเมื่อเป้ากูยังไม่สำเร็จ” “? เป้าพี่คือไรอ้ะ” คนตรงหน้าถามด้วยความอยากรู้ เขากระตุกยิ้ม ก่อนจะก้มหัวลงนำสายตาอีกคนมาที่เป้าของตน “นี่ไง” คนโปรดมองตามก็จะถอนสายตากลับมา “ทะลึ่ง!” ผมมองหน้าคนตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ก้าวต้อนเข้าไปใกล้อีกฝ่าย คนโปรดถอยหลังทีละก้าว รู้ตัวอีกทีก็จนมุมแล้ว “พี่-” พูดยังไม่ทันจบก็เสียหลักล้มลงโซฟาซะก่อน “พี่จะทำอะไร?” มันถามผมเสียงเข้มขึ้นมาจากปกติ ผมไม่ตอบ โน้มตัวลงไปหามัน ใกล้พอที่จะสัมผัสถึงความตึงเครียดในตัวมัน ดูเหมือนว่าทุกการเคลื่อนไหวของผมจะทำให้อีกฝ่ายตัวแข็งทื่อ “เออ วันนั้นที่..อาบอบนวด ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปนะ เพื่อนผมมันลากไป” มันยกประเด็นขึ้นมาพูด เบี่ยงเบนความสนใจผม แต่มันคงไม่สามารถหนีจากความกดดันที่ผมสร้างขึ้นได้หรอก “อือ” ผมยืดตัวตรงพร้อมตอบกลับสั้นๆ “พี่เชื่อเหรอ” คนโปรดถามอย่างไม่มั่นใจ พลางปรับท่านั่งให้อยู่ในท่าสบายๆ ที่ถามออกไปเพราะปกติเห็นไนท์จะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะคำที่ออกจากปากเขา “เพื่อนลากไปถึงเตียงเลยเหรอ” “….” คนโปรดเม้มปาก คิดในใจว่า จะบอกว่าอยากลองก็.. “อยากลอง?” ไนท์คิดว่าตัวเองเดาออก “อยากทำก็ทำไปสิ กูไม่ว่าหรอก กูไม่ใช่เจ้าชีวิตมึง ไม่ต้องมาอธิบายให้กูฟังก็ได้” พูดจบผมก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซอกคออีกคนเหมือนเดิม คนตรงหน้าสะดุ้งหดคอหนีทันที “พี่ ชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ” ร่างสูงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะถอนหน้าออกมาคุยกันตรงๆ “รู้ได้ไง?” “ก็ตอนนั้นเห็นพี่ไปรับเขา” ผมเห็นแววสับสนในตาของมัน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกแรงดึงดูดบางอย่างครอบงำโดยไม่รู้ตัว “แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบผู้ชายหนิ” พูดจบผมก็ถอดเสื้อออกทิ้งลงพื้นอย่างไม่ลังเล แสดงให้เห็นว่าเอาจริง ไม่ได้แค่ล้อเล่น “จะทำอะไร ออกไปเลย” น้ำเสียงไม่ได้ฟังดูดุขึ้น แต่กลับดูเหมือนว่าคนพูดไม่ได้พูดจริงจังนักมากกว่า อาจเป็นเพราะคนพูดหรือผู้ถูกกระทำยังอยากจะรักษาความสัมพันธ์อัน(ก็ไม่ได้)ดีอยู่ แต่ก็อยากให้อีกฝ่ายยอมทำตาม “ก็จะทำให้มึงรู้จักกูมากขึ้นกว่านี้ไง” น้ำเสียงแฝงไปด้วยอารมณ์ความเจ้าเล่ห์ ผมเข้าใกล้มันจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่มันใช้ หอมเหมือนกันนะเนี้ย หอมแบบสดชื่น ฟรุ๊ตตี้ๆ แต่ก็แอบสปอร์ต น่าค้นหาใช่ย่อย “พี่!” มันร้องเรียกเสียงเข้มขึ้น ดุผมที่กำลังใช้จมูกถูซอกคอมันอยู่ ผมยกมือสองข้างจับไหล่มันไว้ ไม่ให้ขยับ “พะ..พี่ ผมไม่กวนแล้ว จะไปแล้ว” มันพูดตะกุกตะกัก พยายามถอยหลังหนี แต่ผมไม่ให้ไป “อย่าเพิ่ง~” เลื่อนมือไปสัมผัสแผ่นหลังของมัน “พี่ ไม่เอา” คนโปรดพูดห้ามเต็มเสียง “แต่กูจะเอา” น้ำเสียงหนักแน่น แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะเอาในสิ่งที่ต้องการให้ได้ โดยไม่สนใจคำโต้แย้งใดๆ สัญชาตญาณดิบของไนท์เริ่มทำงาน รูปร่างหน้าตาแบบมัน เรียกได้ว่าเป็นสเปกอีกแบบนึงของผมเลยก็ว่าได้มั้ง เพราะตอนนี้ผมรู้สึกชอบ ที่จะแกล้งมันยังไงไม่รู้ “พี่ไนท์…” มันพูดเสียงเบาเชิงขอร้อง ไม่รู้ว่ากลัวรึเปล่า หึ แต่อย่าหวังว่าผมจะหยุดแค่นี้ เพราะนี่แค่เริ่มต้น มันไม่ได้หดคอหนีหลบผม แต่หันหน้าไปอีกทาง ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง “ฮึก” เหมือนอีกคนสะอื้นไห้ “อย่า..พี่” ผมชะงักก่อนจะใช้หลังมือข้างขวาเอียงใบหน้าของอีกคนให้กลับมามองกันตรงๆ จากนั้นจึงพบว่าดวงตาคู่ของคนตรงหน้ามีน้ำเอ่อออกมา พร้อมกับตัวที่สั่นเทาจากการร้องไห้ ไม่นานก็มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากมันอีก “ฮึก...” ร้องไห้เหรอ? หัวใจร่างสูงพลันกระตุก ความสะใจและสัญชาตญาณดิบที่มีอยู่ในตัวเมื่อครู่หายไปในทันที น้ำตาของมันค่อยๆ ไหลอาบลงมาตามแก้ม ผมหยุดมองภาพคนตรงหน้านิ่ง “โปรด คนโปรด!” ผมเรียกสติมัน “เป็นอะไร” ผมทำตัวไม่ถูกที่เห็นเขาเป็นแบบนี้ ที่คิดไว้อย่างมากก็แค่ขัดขืนไม่คิดว่าจะร้องไห้ ทำไงละกู ต้องปลอบมั้ย ผมมองอีกคนที่กำลังยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาลวกๆ ด้วยมือที่สั่น “กะ..กูขอโทษ กูจะไม่ทำละ โอเคนะ” ปกติเคยปลอบใครที่ไหน เอาแบบที่เคยปลอบไอ่นนท์ตอนเด็กๆ ละกัน “โอ๋ๆ กูขอโทษ” ร่างสูงพูดเสียงไม่ได้ดังมาก ติดไปทางพึมพึม พร้อมกับอ้าแขนออกกอดอีกคนที่ใบหน้าตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ดวงตาที่เริ่มบวมและแดงก่ำทำให้ไนท์เห็นแล้วก็ใจไม่ดี เขากอดคนโปรดอย่างแนบแน่น หวังให้อีกคนหยุดร้องไห้ หน้าของมันตอนนี้ซุกอยู่ในอกผม “ไม่เป็นไรนะครับ” ผมพูดเบาๆ มือก็ลูบหัวมันเบาๆ ผมรู้สึกได้ว่าตัวมันยังแอบสั่นๆ อยู่ ผมเองก็รู้สึกประหลาดใจที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ กำลังว่าจะทำภารกิจ ละไง๋ต้องมาปลอบเด็กนี่ได้เนี้ย ไอ่เชี่ย เสียลุคหมดเลย ทำเป็นเก่งที่ไหนได้ ก็เด็กขี้แงดีๆ นี่เอง จมูกโด่งได้รูปสูดน้ำมูกที่มีอยู่ไม่มากนัก เพียงอึดใจเดียว ร่างในอ้อมกอดก็ยกมือขึ้นมากอดผมกลับ … หน้ายังคงซบลงมาที่อกผม คนตรงหน้าไม่ได้กอดกลับมาแน่นนัก แต่เป็นเพียงแค่กอดตอบเบาๆ แต่ถึงกระนั้นการกระทำของอีกฝ่ายก็ทำให้ใจร่างสูงสั่นอยู่รอมร่อ “ฮืออ” มันสะอื้นเบาๆ จนทำให้ผมรู้สึกแย่ ไอ่เหี้ย กูดูชั่วเลย เห็นเป็นอย่างนั้น แต่ก็เพียงแค่ชั่วขณะเดียว อีกฝ่ายไม่ปล่อยอารมณ์ทิ้งไว้ให้นาน “ฮึ้บ” คนตรงหน้าหายใจเข้าลึก สกัดกั้นอารมณ์ของตัวเองไว้ทันทีเมื่อดูตั้งสติได้ แต่ก็ใช่ว่าที่ผ่านมาเมื่อครู่นี้คนโปรดไม่มีสติเลย มีแต่มีน้อย เขาผละตัวเองออกจากอ้อมกอดของไนท์ เห็นแล้วไนท์ก็นึกเอ็นดูขึ้นมา “ผะ ผมไปก่อนนะ” คนร้องไห้ว่าขึ้นเสียงเบา ลุกขึ้นยืน ไม่ลืมที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่วางไว้อยู่บนเก้าอี้หมุนขึ้นมาสะพายไหล่ข้างหนึ่ง ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป ไม่มีแม้แต่เสี้ยวสายตาที่จะเหลือบมองกลับมา …. ทิ้งร่างสูงไว้ ..กับความเงียบ .. พ้นเขตประตู ขาเรียวยังคงเดินต่อไป มือขาวก็ยกขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่มีอยู่ _________ LINE [KARAN] : พี่นัท การที่คนๆ นึงเป็นแฟนคลับ มันถึงขั้นร้องห่มร้องไห้ กลัวดาราเขาเลิกเล่นละครหรือออกจากวงการได้เลยเหรอ [DONUT NATTHI] : ก็ได้นะ แสดงว่าแฟนคลับคนนั้นรักศิลปินมาก [KARAN] : ผมว่ารักตัวเองมากกว่า [DONUT NATTHI] : ก็ทั้งสองนั้นแหละ [KARAN] : ถ้ารักจริงก็ต้องเคารพการตัดสินใจ แล้วก็สนับสนุนไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทไหนสิ ไม่ใช่เหรอครับ? [DONUT NATTHI] : มันก็ใช่ …แต่เขาอาจจะเริ่มรู้จักและชื่นชอบจากการที่ไนท์แสดงไง [KARAN] : ไนท์ไหนล่ะ ไม่ใช่ผม ผมถามเฉยๆ [DONUT NATTHI] : อ่อ จ้ะๆ แต่ก็แสดงว่าแฟนคลับคนนั้นต้องยกให้ดาราคนนี้เป็นที่หนึ่งหรือลำดับต้นๆ เลยนะ ถึงมีผลต่อใจเขาขนาดนั้น ที่หนึ่งก็อาจจะมีหลายคน ไนท์อ่านข้อความแล้วก็คิดตาม [DONUT NATTHI] : อีกอย่างพี่คิดว่าการที่แฟนคลับแสดงออกแบบนี้แสดงว่าไม่มากไม่น้อยต้องอาจจะมีความต้องการอยากครอบครอง [KARAN] : อยากเป็นแฟน? จะพิมพ์ให้ยาวทำไม [DONUT NATTHI] : ประมาณนั้น [KARAN] : แต่เกือบร้อยเขาก็อยากเป็นแฟนกับดาราที่เขาชอบรึเปล่า [DONUT NATTHI] : ไม่เสมอไปหรอก ต้องดูว่าเขาชอบเราแบบไหน แบบไอดอลหรือแบบคนรัก [KARAN] : เราอะไร! [DONUT NATTHI] : อ่อ โทดทีจ้ะ พี่ลืม . เป็นขนาดนี้ก็ต้องคนรักป้ะ รึเปล่า? ไนท์คิดด้วยท่าทางกอดอก มือข้างหนึ่งจับคาง ที่แน่ๆ ก็คือรักตัวเอง กลัวไม่ได้เห็นผลงานมากกว่า ไม่ก็ประโยชน์ตัวเอง ไนท์คิดถึงเรื่องที่ตัวเองเป็นคนสร้างวันนี้ ร้องไห้? กลัวเหรอ ไม่เห็นเก่งเหมือนปาก คิดอย่างนั้น แต่ไนท์ก็แอบอดคิดในใจไม่ได้อีกว่า พรุ่งนี้คนโปรดจะยังไงกับตนต่อนะ จะลาออกหรือเปลี่ยนตำแหน่งงานรึเปล่า ถ้าถามว่าเป็นความตั้งใจของไนท์มั้ย… …รู้แค่ว่าตอนนั้นอารมณ์มันพาไป ไม่ได้คิดหรือมีแผนอะไรเป็นที่ตั้งทั้งนั้น ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม