“จะไปไม่ไป เร็วๆ รถมันติด” เขาถามเร่งรัด
“ขอบคุณครับ” ผมว่าตอบออกไปเบาๆ พอให้ได้ยิน ก่อนจะก้าวเท้าอย่างเร่งรีบไปยังประตูรถ ผมเดินไปทางประตูข้างหลัง ตั้งใจจะนั่งตรงนั้น แต่ดันเปิดไม่ออก จึงเปลี่ยนไปเปิดด้านหน้า คราวนี้เปิดได้ จากนั้นก็สอดตัวเข้าไปนั่งข้างคนขับ แต่ก็นั่งแค่ปลายๆ เบาะ พยายามไม่ชิดกับพนักพิงมากนัก เพราะเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของผมอาจจะทำให้เบาะของเขาเปียกไปด้วย “นั่งดีๆ มันบังกระจกข้าง” เขาว่าเสียงเข้ม ผมจึงเอนตัวหลบถอยเข้ามานิดหน่อยเพื่อไม่ให้บังกระจกที่ไว้สำหรับมองทาง ..รู้สึกว่าเหมือนคนขับจะถอนหายใจยาว จากนั้นเขาก็เอี้ยวตัวมาคาดรัดเข็มขัดให้ผม กรึบ “..ผมกลัวเบาะพี่จะเปียก” “มันเปียกตั้งแต่ก้นมึงนั่งลงไปละ” เขาว่าแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้าต่อ ผมเหลือบสายตามองการกระทำของเขาก่อนจะถอนมันกลับมา หาที่ทิ้งสายตาโดยการหันมามองข้างทางผ่านกระจกหน้าต่างรถด้านซ้ายของตัวเอง แล้วก็คิดอะไรเพลินๆ จังหวะที่ไนท์เอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดให้เขา แม้หน้าของทั้งสองจะไม่ได้ใกล้กันมาก มีช่องว่างอยู่เล็กน้อย แต่ก็ทำให้คนโปรดได้กลิ่นของน้ำหอมคนตรงหน้าอย่างชัดเจน เขาสูดเอากลิ่นน้ำหอมนั้นเข้าไปอย่างเต็มปอด อาจเป็นเพราะเขาอยากได้กลิ่นนั้นชัดๆ สักครั้ง หลังจากได้กลิ่นอ่อนๆ เมื่อหลายครั้งที่เจอกัน มันเป็นกลิ่นที่หอมเบาๆ สบายๆ ไม่แสบจมูก แทบจะไม่ได้กลิ่นของแอลกอฮอล์เลย ลักษณะกลิ่นคือละมุน นัวผสมหวาน แต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่น แถมดูสปอร์ตหน่อยๆ น่าค้นหา และรู้สึกว่ายั่วในที “ไปห้องนะ” เสียงคนขับ …. ช่างเป็นน้ำหอมที่ให้หลายความรู้สึกมาก หรือผมคิดไปเองวะ ว่าแต่ใช้น้ำหอมกี่อย่างเนี่ย ผสมรึเปล่า …. “โปรด!” เขาเรียกผมเสียงดัง ทำให้ผมหลุดจากภวังค์และหันกลับมามองเขา ... “ฮะ?” “เป็นอะไร ฮะ” ร่างสูงหันมาถามเสียงจริงจัง ก่อนจะหันกลับไปมองทางตรงหน้า “กูเห็นใจลอยตั้งแต่เช้าละ” “ไม่สบายเหรอ?” ไม่ว่าเปล่า ร่างสูงหันหน้ามาอีกรอบ พร้อมกับเอาหลังมือข้างซ้ายมาอังหน้าผากผมเพื่อเช็กดู “ตัวก็ไม่ร้อนนะ” เขาพูดด้วยเสียงเรียบ ผมตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรง ทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะหยุดนิ่ง ไม่รู้เพราะความใกล้ชิดนี้หรือเพราะสัมผัสที่ไม่คาดคิดมาก่อนกันแน่ “พี่ทำดีกับผมทำไม” ผมตัดสินใจถามออกไป “ไม่ดีรึไง?” “อยากเป็นเพื่อนกับกูไม่ใช่เหรอ” “อยากเป็นเพื่อนกับผมแล้วเหรอ ทำไม?” ผมถามออกไปด้วยความสงสัยว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนไป “ไม่ต้องถามมากหรอก” จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปที่หน้าคอนโซลรถ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนปุ่มเปิดเพลง เสียงดนตรีอ่อนๆ ดังขึ้นมาแทนที่บรรยายกาศที่เคยปกคลุมอยู่ก่อนหน้านี้ ผมเหลือบมองเขานิดหน่อย เห็นเขาหันกลับไปมองถนนเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สายตายังจดจ่ออยู่กับการขับรถ นิ่งและดูแน่วแน่เหมือนเดิม ผิดกับทำนองที่เล่นอยู่ตอนนี้ ♪This love has taken its toll on me She said Goodbye too many times before And her heart is breaking in front of me I have no choice cause I won’t say goodbye anymore … คนโปรดหารู้ไม่ว่าตั้งแต่เขาขึ้นมาบนรถคันนี้ คนขับมองเขาที่นั่งข้าง ด้วยชุดนักศึกษาที่เปียกโชกจากฝนจนชุ่มไปทั้งตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวบางๆ แนบสนิทกับร่างกายที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทำให้เห็นลางๆ ถึงผิวเนื้อเนียนที่เปลือยเปล่าใต้ผ้านั้น ไนท์พยายามจะไม่ใส่ใจ แต่สายตากลับหันไปทางคนโปรดอยู่เรื่อย แต่ก็พยายามข่มมันไว้ มองถนนอย่างเดียว ผมปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามจังหวะของเสียงเพลง มองออกไปด้านนอกหน้าต่าง แต่ครั้งนี้รู้สึกอบอุ่นกว่าครั้งก่อนหน้ายังไงไม่รู้ “พี่ใช้น้ำหอมอะไร” ถามออกไป โดยไม่ได้หันหน้าไปมอง เสียงเขาเบาๆ ลอยอยู่ในอากาศ “ทำไม ชอบเหรอ” ผมไม่รู้เขาทำหน้าแบบไหนอยู่ “อือ” . เสียงดนตรีบรรเลงยังคงดังอยู่เบาๆ พื้นถนนด้านหน้ารถยังคงยืดยาวต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดรถก็เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดใต้คอนโด ในห้อง ผมเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ถอดเสื้อตัวเปียกออก จากนั้นก็หยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ราวติดกับผนังขึ้นมาเช็ดตัว เสร็จแล้วก็คลี่ผ้าขนหนูออก คลุมตัวไว้หลวมๆ เพื่อให้ความอุ่นกลับมาปกคลุมร่างกายอีกครั้ง “ไม่-” พี่มันเหมือนจะห้ามอะไรบางอย่างผม ผมจึงมองหน้าเขานิ่ง สายตาสื่อถึงความไม่พอใจ จะโกรธแล้วนะ จะให้เป็นปอดบวมตายกันรึยังไง เพิ่งเช็ดตัวเสร็จ แทนที่จะรู้สึกดีขึ้น อุณหภูมิในห้องกลับเย็นเกินไป “เออๆ” ร่างสูงว่าส่งๆ แล้วก็ไม่พูดอะไรต่อ แต่หันไปสนใจเหมือนหาอะไรบางอย่างบนโต๊ะข้างๆ จนกระทั่ง... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด เสียงรีโมตแอร์ดังขึ้น พี่มันกดปุ่มเพื่อลดอุณหภูมิลง อากาศที่เย็นอยู่แล้วกลับเย็นขึ้นไปอีก “พี่จะแกล้งผมเหรอ” ผมถามขึ้นทันที เสียงเริ่มมีแววหงุดหงิดอยู่บ้าง “อะไร ก็กูร้อน” น้ำเสียงเหมือนไม่ได้สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง “มันหนาวนิ!” เอ่ยเสียงดังกว่าปกติ สำเนียงใต้ น้ำเสียงแฝงความหงุดหงิด แต่ก็ปนติดเล่น เหมือนจงใจให้ทุกอย่างดูเบาและเปลี่ยนขำมากกว่า ผมเห็นเขายกยิ้มมุมปากนิดหน่อย ก่อนจะว่าตอบ “คนที่ไหน?” ^ ^ เล่นด้วยด้วยแหะ พี่มันหยิบรีโมตแอร์มาลดลงอีก เอ้า! “พี่ไม่เห็นผมเหรอ” ผมทำหน้าไม่พอใจเขาอย่างจริงจัง ร่างสูงหันหน้ามามองผมนิ่ง พลางยักไหล่ให้อย่างไม่แยแส เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วผมรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ผมเดินเข้าไปหาพี่มัน ก่อนจะยกแขนขึ้นโอบกอดร่างของเขาจากด้านข้าง “ไอ่สัส” พี่มันสถบออกมา ตัวแข็งทื่อเมื่อผมกอดเขาไว้ “หนาว” “เออๆ ออกไป กูจะเพิ่มให้” เขาพูดเสียงเรียบพลางพยายามผลักผมออกอย่างไม่จริงจังนัก หึ “ก็แค่นี้” ผมเดินไปในโซนครัว หยิบผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่ มาใส่ทับ ทั้งผ้าขนหนูก็ยังคลุมไหล่อยู่แบบนั้น เพราะยังรู้สึกหนาวๆ อยู่ “ทำไมไม่ใส่เสื้อ” ร่างสูงพูดอยู่ตรงนั้น ให้ได้ยินมาถึงผม “ก็-“ “รอมันแห้ง?” ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร พี่มันก็พูดขึ้นก่อน ไม่เห็นแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเขากำลังส่ายหัวด้วยท่าทางอย่างเคย “จะให้เสื้อผมใส่เหรอ” “ไม่” ได้ยินคำตอบแล้วเขาก็หรี่ตาทันที แล้วถามทำไม “ปกติพี่ทำกับข้าวมั้ย” เอ่ยถามร่างสูง พร้อมกับหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็น “ฝึกทำอยู่” “ฝึก?” “ทำไม?” เขาว่าเสียงเข้ม “มึงจะบอกว่าอายุเท่านี้แล้ว ยังทำกับข้าวไม่เป็นใช่มั้ย” “เปล่า ผมยังไม่ว่าอะไรเลย ไม่เห็นเป็นไรเลย” ไม่นานในครัวก็มีเสียงน้ำเดือด ตั้งใจว่าจะทำข้าวต้มร้อนๆ จากวัตถุดิบที่มีไม่มากนักในตู้เย็น เขาทำมันอย่างทะมัดทะแมง ไม่นานก็เสร็จ จากนั้นเขาก็ยกถ้วยข้าวต้มที่ยังคงไอน้ำร้อนๆ ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเดินไปหาไนท์ที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เล่นโทรศัพท์อยู่ ร่างสูงเลื่อนสายตาจากจอมือถือขึ้นมามองผม ก่อนจะกลืนน้ำลาย “หิวล่ะสิ กลืนน้ำลายอ้ะ” ผมว่าแซวเขา “น่ากินใช่มั้ยล้า” อันที่จริงแล้วที่ไนท์กลืนน้ำลายไม่ใช่เป็นเพราะอาหารตรงหน้า แต่เพราะคนตรงหน้าที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อต่างหาก ร่างกายที่เปลือยเปล่าอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนมีเพียงผ้าขนหนูคลุมไหล่ ยังดีที่เขายังใส่กางเกงขายาวของเขาอยู่ ไม่งั้นคนตรงหน้าอาจจะไม่รอด พี่มันเดินไปหยิบเสื้อยืดสีเทามา แล้วโยนใส่หน้าผมอย่างไม่ทันตั้งตัว “ใส่ซะ” “ให้ใส่แล้วเหรอ” ผมว่ายิ้มๆ “เออ” เขาว่าเสียงเรียบ ผมถอดผ้ากันเปื้อนออก แล้วหยิบเสื้อขึ้นมาใส่ “ผม...ถอดกางเกงได้มั้ย” ! คนพูดหารู้ไม่ว่ากำลังทำให้คนตรงหน้าแทบจะสติแตก “ผมใส่บ็อกเซอร์อยู่” “แล้วแต่” เขาน่าจะขี้เกียจพูดกับผมแล้ว ผมเดินเข้าไปถอดกางเกงในห้องน้ำ แล้วถือมันออกมาตากที่หน้าระเบียงห้อง จากนั้นก็กลับมานั่งกินข้าวต้มกับพี่มันต่อ “อร่อยมั้ย” “ก็ดี” “อร่อยมากก็พูดมาเถอะ” ผมยักคิ้วให้พี่มัน “แล้วจะถามทำเหี้ยอะไร” “พูดดีๆ ก็ได้ ชิ” หลังจากกินข้าวกันเสร็จ บรรยากาศในห้องก็เริ่มเงียบสงบ มีเพียงแค่เสียงกระทบกันของถ้วยชามที่เกิดจากการล้างถ้วยของคนโปรดเป็นครั้งคราว เสร็จเรียบร้อยคนโปรดก็เดินออกมา ไนท์ยังคงนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะแสดงท่าทางออกมาเหมือนปวดเมื่อย “เมื่อยเหรอ ผมนวดให้มั้ย” “นวดเป็นเหรอ” เขาว่า ผมนึกว่าเขาจะพูดว่า‘ไม่ต้อง’เหมือนอย่างเคยซะอีก “ก็พอได้ เคยนวดให้พ่อกับแม่” ร่างสูงยกมือขึ้นบีบเค้นที่ไหล่ตัวเองพร้อมกับทำหน้าเมื่อยๆ หน่อย ผมลอบมองเขา อันนี้คืออ้อนมั้ย อยากให้นวดให้ล่ะสิ ผมคิดเล่นๆ จากนั้นก็เดินเข้าไปหลังเก้าอี้เขา คนโปรดค่อยๆ เริ่มต้น บีบนวดลงบนบ่าของอีกฝ่ายด้วยจังหวะที่ช้าและนุ่มนวล สัมผัสที่ผ่านเข้ามาในร่างสูงนั้นช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวันได้เป็นอย่างดี คนโปรดกดเบาๆ ไล่ไปตามแนวไหล่และต้นคอ เส้นเลือดในกล้ามเนื้อที่เกร็งๆ ก็ค่อยๆ คลายตัวลง ท่ามกลางความเงียบงันนั้น ความรู้สึกใกล้ชิดบางอย่างก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ขณะนั้นเองมือของไนท์ก็เลื่อนจับข้อมือคนนวด เขาออกแรงดึงโดยไม่ปล่อยให้มีเวลามากนัก มันไม่ได้รุนแรงแต่ก็ไม่ได้นุ่มนวลเท่าที่ควร มันเต็มไปด้วยความเร่งเร้าและเจตนาที่ชัดเจน คนโปรดถูกดึงลงมานั่งบนตักของไนท์อย่างฉับพลัน ความตกใจเล็กๆ วูบผ่านไปชั่วขณะ สายตาคมมองนิ่ง ราวกับจะบอกให้รู้ว่าเขาตั้งใจทำ “พี่เล่นอะไรเนี้ย” น้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย “ทำไม? ไม่ได้เหรอ” สายตาฉายแววขี้เล่น แต่ก็อ่อนโยนในที “ต้องจริงจังเท่านั้นเหรอ” มือของร่างสูงยังคงวางอยู่บนสะโพกของคนบนตักอย่างแผ่วเบา ราวกับไม่อยากให้เขาขยับหนีไปไหน “หมายถึงอะไร?” คนบนตักทำหน้างง “ก็ เล่นด้วยกันได้แต่ไม่ใช่แบบนี้” หึ ไม่รู้ว่าคนโปรดรู้หรือไม่ว่ามีบางอย่างภายใต้กางเกงผ้าลื่นของไนท์ ที่เจ้าตัวกำลังนั่งทับอยู่นั้นกำลังแข็งตัวขึ้น “ยิ้มอะไรของพี่” เจ้าของยิ้ม กูยิ้มเหรอ “ซ้อมบท?” “เดี๋ยวไปเอาบทมาให้” พูดจบ คนโปรดก็ลุกจากตักไนท์ เดินไปหยิบบทจากโต๊ะก่อนยื่นให้ “อ้ะนี่” เขาวางบทลงตรงหน้าพี่มัน “ผมไปอาบน้ำก่อนละ สู้ๆ” พูดจบก็เดินหายเข้าห้องน้ำ ไนท์ที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองตามแผ่นหลังไปอย่างไม่ลดละ จนเขาหายลับเข้าห้องน้ำไป “เฮ่ย!” ไนท์ตะโกนเรียกคนโปรดที่อยู่ในห้องน้ำ “อะ อะไรพี่” เสียงคนโปรดดังลอดออกมา “ถ้าอยากให้สอนก็ออกมาให้ทันก่อนก็อ่านเสร็จ” “…โอเค” ###เดินมาถึงบาร์ Lazy Loungeในเมื่อเขายืนยันแบบนั้นแล้วคนโปรดก็ไม่ขัด อาจเป็นเพราะอยากตามใจให้อีกฝ่ายได้ผ่อนคลายบ้าง จึงไม่อยากเคร่งครัดกับเขานัก แม้ว่าลึกๆ แล้ว จะยังไม่แน่ใจว่าการอนุญาตให้มาที่นี่นั้นจะนำไปสู่เรื่องอะไรอีกรึเปล่า แต่เพราะเขาอยากให้ไนท์รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่มีเขาเป็นผู้จัดการ ไม่อยากให้ไนท์คิดแค่ว่าตนสร้างแต่ความปวดหัวมาให้บาร์แห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนเป็นร้านเล็กๆ ธรรมดาๆ ในห้าง ไม่ได้ดึงดูความสนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อก้าวเข้ามาภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือน ‘บาร์ลับ’ ที่ซ่อนตัวอยู่จากสายตาคนทั่วไปแสงไฟสลัวตัดกับเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ด้านหลังเป็นชั้นวางเครื่องดื่มที่เรียงรายเป็นระเบียบ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และเครื่องเทศคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ แต่ยังไม่ถึงขั้นแสบจมูก บรรยากาศให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น ต่างจากบาร์ทั่วไปที่มักเต็มไปด้วยเสียงดังและความวุ่นวาย เสียงดนตรีเบาๆ ดังแว่วมาจากด้านใน มีเสียงพูดคุยและเสียงแก้วกระทบกันดังเป็นระยะไนท์ก้าวเข้าไปโดยไม่ลังเล พร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆ อย่างคุ้นชิน ต่างจากคนโปรดที่ไม่ได้มาสถานที่แบบนี้บ่อยนั
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
-คนโปรด-ห้องปีย์“มึงเห็นนี่ยัง” เสียงของปีย์ดังมาจากโซฟาด้านบน คนโปรดที่นั่งอ่านบทอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมอง“อะไร?” “ไอดอลมึงอ้ะ” มันยื่นโทรศัพท์มาให้ดู บนหน้าจอแสดงภาพข้อความพาดหัวข่าวตัวโต‘พระเอกซีรีส์ดัง อักษรย่อ น. ถูกแฉซื้อบริการ แฟนคลับวิจารณ์สนั่น เหมาะสมหรือไม่?’ ข้อความพาดหัวข่าว เรียกความวิตกให้กับคนโปรด เขาชะงัก คิ้วขมวดและคิดว่าไนท์จะทำยังไงต่อนะ เห็นข่าวรึยัง“มึงคิดว่าไง?”“คิดว่าอะไร?” “ก็ มึงเชื่อป้ะ?” “เชื่อไม่เชื่อแล้วเกี่ยวไรกับมึง” “เอ้า ก็อยากรู้เฉยๆ เดี๋ยวนี้ถามไม่ได้เลยไง?” คนโปรดเหลือบมองปีย์ที่ทำหน้าเหมือนจะรำคาญเต็มที “เชื่อ แต่แล้วไงอ้ะ? เหมือนมึงไม่ซื้อ วันนั้นมึงก็ไป” “มันก็ไปที่นั่นเหรอ?” “มันอะไร” คนโปรดพูดเสียงเย็นเฉียบ ภายในใจไม่ค่อยชอบนักที่เพื่อนใช้คำนั้นเรียกศิลปินที่ตัวเองชื่นชอบ “เออ โทษที เขาก็ไปที่นั่นเหรอ?” ปีย์รีบแก้คำพูดทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอใช้คำที่ไม่ค่อยดีนัก “อือ” “มึงเห็น? แสดงว่า… งั้นก็เรื่องจริ
ณ วัดบูรณภักดิ์วาอารามเช้าที่ควรแสนสงบ… แต่คนที่มาด้วยนั้นดันสร้างความไม่สงบเท่าไหร่นัก ขณะเราสองคนเดินไปยังศาลาการเปรียญ ที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเสียงลมอ่อนๆ พัดผ่านต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ และเสียงนกร้องแว่วทักทายเป็นระยะ “เข้ามาอยู่ในวัดแล้ว อยู่ในความสงบด้วยนะครับ อารมณ์หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ระงับหรือตัดทิ้งไปนะครับ” ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ“สั่งกู?”“ถ้าโตพอก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่ใช่ว่าแคร์สายตาคนอื่นนะ แต่มันจะดีกับตัวพี่เอง”“สอนกู” ไนท์หรี่ตามอง“อือ” คนโปรดยักคิ้วข้างหนึ่งให้เขา พลางยิ้มบางเข้ามาในศาลาการเปรียญ คนโปรดและไนท์วางชุดสำรับอาหารและดอกไม้ที่แวะซื้อมาตั้งแต่เช้าลงข้างตัว ก่อนจะก้มกราบพระสามครั้ง หลังจากนั้นพวกเขาก็นำของที่เตรียมมาไปวางไว้ในจุดสำหรับถวาย ขณะนั้นเองเสียงระฆังก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มพิธีถวายภัตตาหารพอดี โม่งงงง…. เสียงก้องของระฆังที่ถูกตีอย่างช้าๆ ดังลึกและยาว สะท้อนก้องออกไปในอากาศ พระอาจารย์ขึ้นสู่ธรรมาสน์ พระสงฆ์รูปอื่นๆ นั่งเรียงแถวกันจนครบ ทั้งคู่เดินกลับมาหาที่นั่ง ก่อนจะประนมมือขึ
-คนโปรด-เขาไม่ได้โกรธอะไรไนท์กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าไนท์ก็คงเป็นแบบนั้นตามปกติของเจ้าตัว และมันก็มีสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เขาจึงไม่ได้รู้สึกตกใจมากนักแต่เมื่อไนท์แสดงท่าทีที่คิดจะทำจริงจังขึ้นมา ภาพความทรงจำบางอย่างที่เคยอยู่ในหัวของคนโปรดก็ฉายวาบกลับเข้ามาอีกครั้ง [ย้อน] 4 ปีที่แล้ว“สวัสดีค่ะพี่ลักษณ์ ลูกชาย เจ้าบอม อยู่ม.ห้า เพิ่งย้ายโรงเรียนมาอยู่กับแม่ สวัสดีพี่เขาสิลูก” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอยืนข้างเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี “สวัสดีครับ” บอมเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ในใจมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ “หวัดดีครับ” คนโปรดในวัยสิบแปดปี ยกมือขึ้นรับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ยังไงน้าฝากดูบอมด้วยนะลูก ถ้าเห็นผ่านๆ แต่ถ้าเกิดมันไปกวนอะไรเรา บอกน้าได้เลยนะ” หญิงวัยกลางคนเอ่ยกับคนโปรดด้วยท่าทีฝากฝัง พลางตบบ่าลูกชายเบาๆ ราวกับกลัวว่าเด็กคนนี้จะสร้างความปวดหัวให้ผู้อื่นอย่างนั้นแหละ“ได้ครับ”“พี่คนโปรดเขาเรียนเก่งมากเลยนะ” เธอหันไปพูดกับลูกชาย“แล้วผมไม่เก่งเหรอ” บอมเงยหน้
-ไนท์- วันนี้อยู่ในช่วงกลางเดือน ซึ่งถือเป็นช่วงพักผ่อนที่มีวันหยุดยาวสามวันติดต่อกันของไนท์ หลังจากที่ทำงานมาตลอดทั้งเดือน นอกจากจะขอหยุด ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาจะได้หยุดพักผ่อนจากความวุ่นวาย สนามบาสในโรงยิม เขามักจะมาที่นี่ในเวลาว่าง เพื่อเล่นบาสกับเพื่อนหรือคนที่อยู่ในยิม ซึ่งปกติก็จะเป็นกลุ่มคนในยิมกลุ่มเดิม เป็นกิจกรรมที่ได้เสียเหงื่อและช่วยให้เขาได้ผ่อนคลายจากความเครียดและความวุ่นวายในชีวิต เขาไม่ได้เพียงแค่เล่นกีฬา แต่ออกกำลังอยู่เรื่อยๆ ด้วย เพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตและแข็งแรง “เล่นด้วยได้มั้ยครับ” ไนท์เดินเข้ามาพูดขึ้นกับกลุ่มคนที่เขาคุ้นเคยและไม่ได้เจอกันนาน“ได้ๆ มาเลยๆ อ้าว ตัวตึง” คุณตุลย์หันมาเห็นผม ตอนแรกเขาตอบคงไม่รู้ว่าเป็นผม“โห ไม่หรอกครับ”“หายไปนานเลย ยุ่งเหรอ?”“ครับ มีเรื่องใหม่เพิ่มเข้ามาน่ะ”“นี่รู้ป้ะ ไนท์เป็นดาราเลยนะเว้ย” เขาหันไปพูดกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันที่กำลังยืนอยู่ในสนาม“จริงอ๋อ ก็ไม่แปลกหรอก หน้าตาดี สเปกสาวๆ เลยหนิ”“เอาเลยมั้ยครับ?” ผมเดินกลับมาหลังจากไปวางกระเป๋าไว้ที่อัฒจันทร์ขอบสนาม“ม