เข้าสู่ระบบ[ย้อน] 3 ปีที่แล้ว
โรงพยาบาลคีรีกันตรักษ์ โรงพยาบาลเอกชน ที่มีมาแล้วมากกว่า 40 ปี ได้รับการรับรองเป็นมาตรฐานสากล และได้รับความไว้วางใจจากผู้คนมากมายเป็นวงกว้าง มีชื่อเสียงทั้งในด้านการให้บริการ การตรวจวินิจฉัย และการดูแลรักษา เอาใจใส่เสมือนคนในครอบครัว ผู้อำนวยการนายแพทย์กันต์ คีรีกันตรักษ์ เดินออกมากจากห้องประชุมด้วยท่าทางสุขุมและหนักแน่น แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในหน้าที่ เมื่อครู่เป็นการประชุมที่ผอ.กันต์เพิ่งเรียกจัดประชุมกับทีม เพื่อพูดคุยอัปเดตถึงความคืบหน้าของโปรเจกต์ต่างๆ คนโปรดยืนอยู่ข้างพ่อเขา บนทางเดินที่คนเดินสวนไปมาในห้องโถงกว้างของโรงพยาบาล ทั้งสองเพิ่งออกมาจากห้องตรวจ โดยมีนายแพทย์ที่เดินตามออกมาส่งด้วย เพราะตนจะไปพักเที่ยงด้วยพอดี “แนะนำอย่าหักโหมมากนะครับ พักผ่อนเยอะๆ แล้วก็อย่าเครียดมาก” แพทย์บอกด้วยน้ำเสียงสุภาพและจริงจัง “ก็ลูกชายผมน่ะสิครับหมอ ทำให้ผมเครียด” นายตำรวจคนป่วยหันมาพูดกับลูกชายตัวเอง แต่ไม่ได้จริงจังมาก “อ้าวพ่อ ทำไมพูดงี้อ้ะ?” คนโปรดแย้งกลับด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนพ่อลูกคุยเล่นกัน แต่มีคนที่ไม่เก็ทอยู่คือ “โอ๊ะ อย่าเถียงกันครับ อย่าเถียงกัน บอกแล้วไงครับว่าอย่าเครียด” นายแพทย์ที่ยืนอยู่ด้วยกันยกมือขึ้นสองมือเป็นปางห้ามญาติ “ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับ” “อะ อ๋อครับ” แพทย์แอบงง เพราะตามอารมณ์สองพ่อลูกไม่ทัน คนโปรดยกมือไหว้ขอบคุณแพทย์เจ้าของไข้พ่อของตัวเอง นายตำรวจคนป่วยเองก็ก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณพร้อมกับคำที่ลูกชายเอ่ย “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” แพทย์ตอบพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็เดินจากไป “จริงๆ ไม่ต้องมาก็ได้นะ บอกแล้ว” “ได้ไงล่ะพ่อ พ่ออ้ะทำงานหนักเกินไป มาโรงพยาบาลก็ดีแล้วจะได้ตรวจเช็กด้วยว่ามีอะไรน่าเป็นห่วงรึเปล่า” คนโปรดตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเป็นห่วง แต่ก็ไม่วายพ่อพูดต่อ “มึงแช่งกูเหรอฮะ” คนโปรดได้ยินแล้วก็ยกยิ้ม “เปล่าสักหน่อย ผมเป็นห่วง จะได้ดูแลถูกไง” คนโปรดพูดไปตามความจริง “ถ้ามึงอยากดูแลกู มึงก็ทำตามที่กูบอกสิ” -คนโปรด- คำพูดเมื่อครู่แฝงด้วยความจริงจัง ทำให้บรรยากาศรอบๆ เงียบไปครู่หนึ่ง ผมไม่ได้พูดอะไรต่อ“แล้วเรียนเป็นไงบ้าง” พ่อถามลูก ขณะก้าวขาไปตามทางเดินยาวในโรงพยาบาล “ก็ดีครับ” คนโปรดตอบสั้นๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร “มันเข้าท่ามั้ย” พ่อถามอีกครั้ง ขณะนั้นเอง นายแพทย์กันต์เดินตรงเข้ามาในทางเดียวกัน ก่อนจะกล่าวทักนายตำรวจเพื่อนของตัวเอง “อ้าว คุณนพ เป็นไงบ้าง” “อ้าวเฮ้ย คุณหมอ นึกว่าจะไม่เจอแล้ว” นายตำรวจเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เจอกันนานเลย สบายดี” ‘นึกว่าจะไม่เจอแล้ว’ เมื่อกี้บอกไม่อยากมาไม่ใช่เหรอวะ คนโปรดนึกในใจ ก่อนจะยกมือเกาหัว “สบายดีๆ เพิ่งประชุมเสร็จน่ะ มาทำไรครับ?” “หน้ามืดนิดหน่อยน่ะ ไม่ได้เป็นไร เอ้อ ลูก อันนี้คุณหมอกันต์ รู้จักกับพ่อนี่แหละ” “สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้คุณหมอ “หวัดดีครับลูก” นายแพทย์ยกมือรับ พร้อมส่งยิ้มใจดีให้ “ลูกชายเหรอ ดูเป็นเด็กดีมากเลย เห็นแล้วนึกถึงลูกชายคนเล็ก” เขาหันไปคุยกับพ่อของผมต่อ “ใช่ ลูกชาย ชื่อคนโปรด เป็นน้อง มีคนโตอีกคนชื่อคนดี” “เรียนที่เดียวกันกับลูกผมเลย” คุณหมอว่า เมื่อเห็นชุดนักศึกษาผม “จริงเหรอ?” น้ำเสียงนายตำรวจฟังดูดีใจ “ใช่ครับ ผมก็มีลูกชายสองคนเหมือนกัน คนโต เรียนบริหาร แต่จบแล้วล่ะ บอกให้เรียนหมอเหมือนพ่อก็ไม่เรียนสักคน คนเล็กอีกคนก็อยู่เมกานู้น เรียนสถาปัตย์” “เหมือนกันครับ ผมอยากให้เป็นตำรวจ ลูกสองคนก็ไม่มีใครเป็นให้เลย เฮ้อ” นายตำรวจส่ายหัว แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ “บอกให้ไปทางดีๆ แท๊ๆ” “จริงครับ แต่ก็ขัดอะไรไม่ได้ ฟังที่ไหนเด็กสมัยนี้” “นี่บอกอยากเรียนนิเทศศาสตร์การแสดง ผมก็เลยตามใจเขาไป” ‘ตามใจ’ แต่ทุกวันนี้ก็ยังบอกอยากให้ไปเป็นตำรวจอยู่เลยนะ “อ๋อ อยากเป็นนักแสดงเหรอ ดีๆ หน้าตาดี” ผมยิ้มรับคำชมพร้อมกับโค้งหัวลงเล็กน้อยให้คุณหมอไปที “คุณหมอค่ะ เชิญทางนี้หน่อยค่ะ” ทันใดนั้นเองเสียงเรียกก็ดังขึ้นจากทางด้านข้าง เป็นพยาบาลผู้หญิงที่เดินเข้ามาหาคุณหมอ “ครับ” นายแพทย์หันไปตอบ “เดี๋ยวไม่กวนเวลาแล้ว ไว้เจอกัน” พ่อผมพูด “เจอกัน อย่าลืมดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะลูก” ประโยคหลังนายแพทย์หันมาพูดกับผม “ครับคุณหมอ” ผมตอบกลับอย่างเต็มใจ “เรียกอาก็ได้” “ครับ คุณอา” “ไป นำไปเลย” คุณอาหมอหันไปพูดกับพยาบาล “เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงพยาบาลวัยกลางคนผายมือพาคุณหมอเดินไปอีกทาง _________ “อ้าวคุณหมอ มาอยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอครับ ไม่เคยเห็นเลย” “อ๋อ เพิ่งย้ายมาน่ะครับ จะได้ใกล้โรงพยาบาล จำได้ว่าคุณนพก็อยู่ที่นี่” “อ๋อ ดีๆ ครับ อยู่นี่ก็ดี” “ผมว่าสภาพแวดล้อมโอเคดี” “วันหลังเดี๋ยวเชิญมาที่บ้านนะครับ” คนมาอยู่ใหม่ว่าขึ้น “โอ้ ได้เลยครับ” . “สวัสดีค่ะ คุณกานต์” เสียงครูแม่ลักษณ์กล่าวทักคุณกานต์ กานต์ คีรีกันต์รักษ์ ภรรยาคุณหมอหรือแม่ของไนท์ “สวัสดีค่ะ เชิญค่ะๆ” “วันนี้มารบกวนคุณกานต์กับคุณหมอหน่อยนะคะ” “อ๋อ ไม่รบกวนเลยค่ะ เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ อยากมีเพื่อนคุยพอดี” คุณกานต์เจ้าบ้านว่ายิ้มๆ พ่อแม่ทั้งสองของครอบครัวพากันรับประทานอาหารว่าง คุยสัพเพเหระกันถูกคอ “หมอเล่นกอล์ฟด้วยเหรอ เห็นมีถุงกอล์ฟ ตรงนั้น” นายตำรวจถามนายแพทย์ “อ่อ เคยเล่นนานแล้วน่ะครับ” “หมอว่างวันไหน เดี๋ยวไปตีกอล์ฟกัน” ? “คุณนพก็เล่นเหรอ” “ครับ” “ช่วงนี้งานไม่ยุ่งแล้วเหรอคะ” ครูลักษณ์ภรรยานายตำรวจถามสามีตัวเอง เหมือนเป็นเชิงเบรก “ช่วงนี้ไม่ค่อยมีไรแล้ว” “ความได้เพื่อนเล่นแล้วอ้ะเนาะ” คุณลักษณ์พเยิดหน้ายิ้มว่าแซวสามีตัวเองกับเจ้าบ้านทั้งสอง ฮ่าๆๆๆ จากนั้นก็เกิดเสียงหัวเราะกันขึ้น เอี๊ยดดดด!!! เสียงเบรครถ ไนท์เหยียบเบรคแทบไม่ทันเมื่อเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ที่หนีบอยู่หน้าคอนโซนรถ แล้วพบว่ามีบิ๊กไบค์ขับมาจะเลี้ยวเข้าซอยหมู่บ้านเดียวกันกับเขา ปี๊ก ปี๊ก!! เสียงบีบแตรรถของบิ๊กไบค์สีเขียว ก่อนที่เจ้าของรถจะพายมือ เป็นเชิงให้รถเบนซ์ข้างหน้าขับเข้าไปก่อน “ขับรถไม่ดูรึไง” คนโปรดส่ายหัวให้กับรถเบนซ์ดำด้านที่ขับมาเกือบจะชนเข้ากับรถของเขา ก่อนจะขับต่อเข้ามาในหมู่บ้านเดียวกัน และแล้วรถทั้งสองคันก็จอดลงที่จุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นบ้านหลังเดียวกัน เบนซ์เข้ามาจอดในโรงรถบริเวณบ้าน ส่วนคนโปรดจอดบิ๊กไบค์ไว้หน้าบ้าน ไนท์ลงมาจากเบนซ์พร้อมปิดประตูรถ แล้วพูดกับเจ้าของบิ๊กไบค์ “ตามมาทำไม ไม่จบเหรอ” ไนท์ถามขึ้นเสียงเข้ม หันกลับมามองคนโปรดที่เดินตามหลังมา “ตามอะไร ผมก็จะมาที่นี่เหมือนกัน” ? “มาทำไม” “อ้าวเฮ้ย เดี๋ยว” เจ้าของบ้านพูดยังไม่ทันจบ คนโปรดก็ถือวิสาสะเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้านแล้ว “อ้าวโปรด มาแล้วเหรอลูก” ครูลักษณ์แม่ของคนโปรดว่าขึ้นก่อน “อ้าวไนท์ มาพร้อมกันเลย” คุณกานต์แม่ของไนท์ว่าขึ้นบ้าง เมื่อเห็นไนท์เดินตามเข้ามา “สวัสดีครับ” / ”สวัสดีครับ” ไนท์และคนโปรดยกมือไหว้สวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวที่อยู่ในบ้าน “มา นั่งๆ กินข้าวกัน” คุณกานต์เจ้ามือที่ทำกับข้าวมื้อนี้บอกเด็กทั้งสอง คนที่ยืน ก่อนทั้งหมดจะย้ายก้นมานั่งที่โต๊ะอาหาร หลังจากนั่งเล่นที่โซฟาประมาณว่ารอเด็กๆ มา “ไนท์ นี่คนโปรด ลูกชายคุณอาร้อยตำรวจโทนพ” “เรียกซะเต็มเลย” นายตำรวจว่ากับคุณกันต์ “ครับ” ไนท์ตอบรับสั้นๆ นายแพทย์แนะนำคนโปรดให้กับลูกตัวเองเสร็จก็ถามคนโปรดต่อ “เห็นว่าเรียนนิเทศ แล้วเป็นไงบ้างลูก” “ก็ดีครับ สนุกดี ปี 1 ก็ยังไม่ได้เข้มข้นอะไรมากครับ” “เอ้อ แล้วทำไมถึงเรียนนิเทศล่ะ” “อ๋อ มีคนบอกน่ะครับว่าหน้าตาดี แสดงได้เลย” “ก็ดีจริงๆ นั้นแหละ” “หลงตัวเอง” ไนท์ว่าขึ้นเสียงเบา “แล้วผมก็เคยลองเล่นหนังของโรงเรียนแล้วชอบ ก็เลยอยากเรียนทางนี้ต่อน่ะครับ” “อ๋ออ” ตำรวจนพพูดขึ้นบ้าง “ผมพูดไว้ว่าถ้ามันไม่ใช่หรืออะไรยังไง ก็มาเป็นตำรวจเหมือนพ่อ ผมว่า” “ให้ลูกลองดูก่อน” แม่คนโปรดว่าตอบสามีตัวเอง น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่น ตอบกลับสามีที่มีท่าทีห่วงใย “ก็ให้ไง” พ่อตอบกลับทันที เสียงเข้มขึ้นมา “กดดันลูก” แม่เสริมขึ้นพร้อมมองหน้าสามีราวกับจะเตือนให้ใจเย็นหน่อย “ไม่ได้กดดัน เนาะ” นายตำรวจว่า คำสุดท้ายเป็นเชิงถามความคิดเห็นลูกตัวเอง “ครับ ไม่ได้กดดันอะไร” คนโปรดตอบกลับเสียงเรียบ ก่อนจะยกยิ้ม _________ “น้องดูเป็นเด็กน่ารักเนาะ” คุณแม่บ้านคีรีกันพูดกับลูกชาย “ก็งั้นๆ แหละ ผมสงสัยว่าเขาทำของใส่รึเปล่าเนี่ย..” ไนท์พูดขึ้น น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย คนเป็นแม่ยกมือตีแขนลูกน้อยๆ เป็นเชิงเหมือนตำหนิ “พ่อกับแม่ชมคนอื่นหน่อยไม่ได้เลยเหรอลูกก” คุณแม่พูดขึ้นพร้อมหัวเราะน้อยๆ “ไม่ได้” ร่างสูงตอบกลับทันที น้ำเสียงหนักแน่ เหมือนเด็กน้อยโดนขัดใจ “ขี้อิจฉาเหรอ” แม่พูดเสียงเล่น จากนั้นไนท์ก็เดินขึ้นบันไดไปบนห้อง ไม่ตอบอะไรต่อ “เอ้า แม่หยอกเล่นเฉยๆ” “ลูกคนนี้หนิ โตมาแล้วงอนเก่งเหมือนใครเนี่ย” _________ วัดบูรณภักดิ์วาอาราม ขณะนี้เป็นสถานที่จัดงานฌาปนกิจศพ และวันนี้ ก็เป็นวันเผาแล้ว การันต์ยืนมองภาพใบหน้าของนางวรกานต์วัยห้าสิบสามปีในกรอบสีทอง ตั้งแต่รู้ว่ามารดาของตัวเองสิ้นลมลงแล้ว เขาก็ยังใจหายยังไม่หายจนถึงตอนนี้ ตอนนั้นนายแพทย์กันต์อยู่ที่โรงพยาบาล ไม่มีใครอยู่บ้าน ไนท์ก็ไปดูงาน ก่อนจะรู้ว่าผู้เป็นแม่เป็นลมล้มหมดสติ คุณน้าลักษณ์เพื่อนบ้านมาที่บ้านพอดี และพบเข้าจึงโทรเรียกรถโรงพยาบาล ไนท์ก็ขับตามมาที่โรงพยาบาล แต่แล้วคุณกานต์ก็มาจากไปแบบไม่บอกไม่กล่าว ผมยังไม่ได้เปิดบริษัทเลย แม่ก็มาจากไปก่อนซะแล้ว ไหนบอกจะรอดูความสำเร็จของผมไง เหลือทำงานหลังจากรับปริญญา แล้วก็ไม่รอดูหน้าครอบครัวของเราลูกของแม่คนนี้ก่อนเหรอ ผมอยากให้แม่ภูมิใจนะ แม้ว่าแม่จะเคยบอกว่าภูมิใจในตัวผมแล้วก็ตาม ร่างสูงหยิบธูปขึ้นมาหนึ่งดอก มือข้างหนึ่งยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมาหางตา ก่อนจะท่องบทสวดในใจแล้วปักธูปลงไปในกระถาง ขอบคุณที่เลี้ยงผมมาเป็นอย่างดีนะครับ คนโปรด ลูกชายนายตำรวจเพื่อนของพ่อ จากที่มองเขาอยู่เมื่อครู่ ก็ลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามานั่งลงที่ม้านั่งตัวยาวด้วยกัน ข้างๆ ร่างสูง โดยเว้นระยะห่างเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น “ไม่มีใครรู้หรอกว่า พรุ่งนี้คนที่เรารักหรือคนที่รักเราจะยังอยู่กับเรามั้ย ไม่เป็นไรนะครับ” ไนท์คิดในใจ ไม่เป็นเหี้ยอะไรล่ะ “ขอแสดงความเสียใจด้วยอีกครั้งนะครับ ไม่คิดว่าจะมาจากกันไปเร็วขนาดนี้” นายตำรวจบอกกับเพื่อน ผู้เป็นสามีผู้เสียชีวิต “ขอบคุณครับ” นายแพทย์กันต์เองก็ใจหายเหมือนกัน ###-คนโปรด-เช้าวันรุ่งขึ้น ไนท์กับคนโปรดตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า สวมชุดเรียบๆ เพื่อจะไปทำบุญตักบาตรกันที่วัด หลังใส่บาตรเสร็จหน้าเจดีย์หินที่บรรจุอัฐิของแม่ไนท์“ผมแต่งงานกับคนโปรดแล้วนะครับ”“ผมจะดูแลลูกของคุณแม่ให้ดีที่สุด ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“แล้วก็อีกอย่างนึงครับ ผมจะเป็นพ่อคนแล้วนะ” ไนท์ว่าต่อผมตาโตขึ้นทันที “เดี๋ยว ยังไม่ได้ อะไรเลยนะ”“ก็นี่แหละ ก็อีกไม่นานป่ะ”แหมมสายวันเดียวกัน เราเดินทางมาที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังตามนัดพนักงานต้อนรับตรวจชื่อแล้วรีบพายังห้องตรวจเฉพาะกิจ“คุณไนท์กับคุณคนโปรดใช่มั้ยคะ? หมอธันย์รออยู่แล้วค่ะ เชิญด้านในได้เลยนะคะ”พี่หมออายุสามสิบสี่ปี ในเสื้อกาวน์ขาวนั่งรออยู่โต๊ะ“ยินดีด้วยอีกครั้งนะครับ สำหรับงานแต่งเมื่อวาน” “ขอบคุณครับ” ไนท์เอ่ย“เข้าเรื่องกันเลยนะครับ คุณทั้งคู่อยากให้คุณคนโปรด เป็นคนตั้งครรภ์เองใช่มั้ยครับ?”เราสองคนมองหน้ากัน“ใช่ครับ ถ้าเขาโอเค ผมก็อยากให้เขาได้อุ้มลูกครับ” ไนท์ตอบหมอ แต่มองหน้าผม“ครับ ว่าแต่วิธีมันคือ..ยังไงเหรอครับ? แล้วอันตร
โรงแรมระดับห้าดาว ชั้นบนสุดถูกปรับเป็นโถงกระจกเพดานสูงแสงยามเย็นลอดผ่านเข้ามาได้ทุกมุม เส้นขอบฟ้าของเมืองทอดยาวอยู่เบื้องหลังเหมือนฉากหนัง ดอกไม้โทนขาวเขียวแซมตกแต่งอยู่ทุกจุด บรรยากาศอบอุ่นแต่ก็มีความเป๊ะอยู่ทุกมุมคนโปรดไม่รู้เลยว่างานเลี้ยงเล็กๆ นี้ จะกลายเป็นงานแต่งงานของตัวเองคนโปรดก้าวเข้ามาในห้องโถง แล้วก็ชะงักเมื่อทุกคนลุกขึ้นพร้อมกัน ดนตรีก็เปลี่ยนทำนอง แล้วสายตาก็สบเข้ากับคนที่ยืนอยู่ปลายพรมยาวสีครีม ไนท์ยิ้มให้เขาแบบที่เจ้าบ่าวทุกคนควรจะยิ้ม เขาโดดเด่นด้วยชุดสูททักซิโด้สีแดง ผูกโบหูกระต่ายสีดำ ในขณะที่ทุกคนแต่งตัวโทนสีขาวธีมของงานแขกมีประมาณเจ็ดสิบคน ทั้งเพื่อนในวงการ ผู้จัด ผู้กำกับ คนในครอบครัว และที่สำคัญคือมีสื่อมวลชนมาร่วมด้วย แต่ก็เฉพาะที่ได้รับเชิญมาเท่านั้น ไม่มีไลฟ์ ไม่มีเปิดสาธารณะ มีแค่สื่อที่เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่พ่อกับแม่ยืนอยู่ข้างเวที มองมาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความรัก ความยินดี คุณอาหมอกับน้าพิมก็มาด้วย พี่โดนัท แฟนและลูกชาย มิว เพื่อนสนิทของไนท์อยู่ในชุดเรียบเท่ ข้างกันคือนนท์น้องชายไนท์ ที่สวมบทเพื่อนเจ้าบ่าวฝั่
หลังจากรถแล่นออกจากกรุงเทพฯมาได้พักใหญ่ ไนท์ก็หักพวงมาลัยเข้าปั๊มแห่งหนึ่งริมทาง ผมเหลือบมองหน้าเขา “จอดทำไม?”“จะล้าง”“รถ?”“เปล่า ตัว”ก็จริง หลังจากที่เพิ่งเสร็จกิจกรรมกันไปเมื่อกี้ ร่างกายแต่ละคนแทบจะกลายเป็นหลักฐานชั้นดี“หนูอาบน้ำเลยก็ได้นะ ที่นี่มีห้องอาบน้ำ”“นี่เสิร์ชมาแล้วด้วยเหรอ?”ไนท์หลบตาไม่ตอบ ก่อนเขาจะเดินไปฝั่งร้านค้าผมหลุดยิ้ม แล้วก็เดินไปอาบน้ำ น้ำเย็นจัดตอนราดตัวครั้งแรกทำให้สะดุ้งนิดๆ แต่ก็รู้สึกดี เหมือนได้ล้างคราบบางอย่าง ทั้งเหงื่อ ทั้ง...สิ่งอื่นๆ อย่างน้อยตอนขึ้นรถรอบหน้าก็จะไม่รู้สึกเหนอะอีกแล้ว สดชื่น ใช้เวลาไม่นาน เช็ดตัวเสร็จ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเดิม แล้วก็เห็นไนท์ยืนรออยู่ตรงหน้าเขาใส่ชุดใหม่ ดูสะอาดเอี่ยมไวเกินเหตุ ในมือถือถุงจากร้านมินิมาร์ทเล็กๆ ในปั๊มเขายื่นมันมาตรงหน้า “เอ้า เอาไปเปลี่ยน”ผมรับมันมาแบบงงๆ เป็นเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงขาสั้นสีดำ“ไปซื้อมาเมื่อกี้เหรอ?”“อือ”.ผมเดินกลับมาที่รถในชุดใหม่ ผมมองเข้าไปในรถ ไนท์ไม่อยู่ หันไปมองรอบ
-คนโปรด-คอนโด“อะแฮ่ม!” ผมกระแอมขึ้นเบาๆ ขณะยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของพี่มัน เห็นกับตาว่ากำลังไถหน้าจอโทรศัพท์ดูอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจไนท์สะดุ้งนิดหน่อยก่อนรีบกดปิดหน้าจอ แล้วรีบหันกลับมามองผมทันที“ปิดทำไม ชอบไม่ใช่เหรอ? ดูไปสิ สเปกเลยหนิ” ผมพูดใส่เขาไปเล่นๆ ไม่ได้จริงจังส่วนอีกฝ่ายไม่รอให้พูดจบ คว้าดึงแขนผมให้ลงไปนั่งตักเขา“สเปกแล้วไง แต่คนที่ใช่ก็อยู่ตรงหน้านี้แล้วไงคับ” ไนท์ว่า พลางกอดเอวผมแน่นผมเบะปากใส่ ไม่ได้อยากจะยิ้ม แต่เอาจริง... ใจก็พองนิดๆ“วันนี้วันเกิด อยากได้ไรคับ?” ไนท์ถามเสียงแจ้ว“ไม่เก็บตังค์ไว้แต่งเมียแล้วเหรอ?”“ตรงหน้านี่ไงคับ เมีย จะให้ไปแต่งกับใครอีก แล้วหนูก็ตกลงแต่งกับพี่แล้วด้วย” ไนท์ว่า พร้อมยื่นมือมาบีบแก้มผมเบาๆ แบบคนถือสิทธิ์ผมจ้องหน้าเขานิ่ง ไม่พูดอะไร แต่สายตาไม่ปิดอารมณ์“ทำไมชอบมองแบบนั้น? ยังไม่ชินอีกเหรอ?” อีกคนถาม“จำไม่ได้เหรอ ว่าตอนที่เราเจอกันพี่เป็นคนยังไง”“ก็ตอนนั้นยังไม่ได้รักไง...”คนโปรดลุกออกจากตักไนท์ไปนั่งที่เก้าอี้ข้างกัน “มันไม่ได้อยู่ที่รักหรือไม
-คนโปรด- หลายเดือนต่อมาวันนี้เรามานอนกันที่บ้านของพี่ไนท์ เขาบอกอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาอยู่ห้องนี้พอเปิดประตูเข้าไป จะเจอกับห้องสไตล์โมเดิร์นมินิมอล พื้นไม้สีอ่อนตัดกับผนังสีเทาเข้ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเท่ ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านขวามีเก้าอี้เอนนอน และทีวี หันหน้าออกประตู ข้างผนังจัดเป็นโต๊ะทำงาน ผนังฝั่งห้องน้ำติดตู้เสื้อผ้าบานกระจกยาวตลอดทั้งแนว ขวามือด้านในสุดของห้องเป็นเตียงคิงไซซ์ ตั้งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาเต็มที่คนโปรดนอนตะแคงมองไนท์ที่นั่งอยู่ปลายเตียง ซึ่งกำลังเขี่ยโทรศัพท์อยู่ วันนี้ร่างกายคนโปรดเหนื่อยล้ามาจากการทำงาน แต่ใจกลับไม่อยากหลับ“พรุ่งนี้งานรับปริญญาผมแล้วนะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาเบาๆไนท์เงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วยิ้มบาง แต่สายตาดูลังเล “อาจจะไม่ว่างไปนะ เพราะว่าติดงานเปิดตัวคอลเล็กชัน”คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจ คนโปรดผุดลุกขึ้นนั่งทันที ใบหน้าที่เปื้อนความตื่นเต้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นผิดหวังทันตา “ทำไมออกคอลเล็กชันบ่อยจัง ทั้งวันเลยเหรอ?”“มันก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ อัป
“ฮัลโหลครับ” ไนท์กดโทรศัพท์หาพ่อ น้ำเสียงนิ่งเหมือนปกติ[มีอะไร? ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะโทรมา]“ตอนเย็นว่างมั้ยครับ? ว่าจะกินข้าวด้วย แล้วก็คุยด้วยนิดหน่อย…”[…. อือ ว่าง]“โอเคครับ ไว้เจอกันครับ” เขาวางสาย ก่อนจะหันมาเจอคนโปรดที่นั่งมองอยู่ ยิ้มนิดๆ“ยิ้มอะไร” ไนท์ถามพลางเลิกคิ้ว“เปล่าา”หลังจากวางสายพ่อ ไนท์กับคนโปรดก็ออกไปซื้อของด้วยกัน ทั้งของสดและของใช้ที่จะเอาไว้ทำอาหารเย็นวันนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงบ่ายวันธรรมดา คนไม่เยอะ เดินสบาย ส่วนคนโปรดเลือกของ ไนท์เข็นรถ เขาช่วยหยิบใส่ตะกร้าแบบไม่บ่น ทั้งที่ปกติไม่ค่อยยุ่งกับงานครัว พอซื้อของเสร็จ ทั้งคู่ก็ไปบ้านคนโปรด เตรียมทำอาหารเย็นกันในครัว แม่ของคนโปรดกำลังล้างผักอยู่หน้าอ่าง ไนท์ถอดนาฬิกาวาง แล้วล้างมือเตรียมเป็นลูกมือช่วย ส่วนคนโปรดก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่“ไนท์ หั่นแครอทนี่ให้แม่หน่อย” แม่หันมาบอก“ครับ” ไนท์รับคำสั้นๆ เดินไปหยิบเขียงกับมีด จัดการอย่างคล่องแคล่วจนน่าประหลาดใจคนโปรดหันไปแซว “หั่นเก่งนะเรา”ไนท์เลิกคิ้วนิดหน่อย “ก็แฟนทำอาหารเก่ง ก็ต้องทำเป็นบ้







![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)