ログインเมื่อผมต้องเข้าไปดูแลไอ้คุณชายเจ้าอารมณ์แบบไม่ได้ตั้งตัว จนตกกระไดพลอยโจรได้เป็นแฟนปลอกม ๆ เสียอย่างนั้น แล้วผมจะอยู่รอดปลอดภัยจากไอ้คุณชายมันได้มั้ยเนี่ย???
もっと見るบทที่1
ผมชื่อ นิวเยียร์ หรือ นายนนทภัทร รูปหล่อ พ่อรวย แต่ดันซวย…เกือบถูกแม่เลี้ยงจับปล้ำ!!!! ใช่แล้วครับ คุณฟังไม่ผิดหรอก ผมเกือบเสียตัวให้กับแม่เลี้ยงจริง ๆ คือพ่อกับแม่ของผมท่านแยกทางกันอยู่ด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์คัดค้านอะไรได้ หลังจากนั้นไม่กี่ปี พ่อกับแม่ต่างก็แต่งงานใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แม่แต่งงานกับนักธุรกิจที่รวยมาก ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศก็ว่าได้ ส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่กับลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจที่ดินแถบทางภาคเหนือโน่น แถมภรรยาใหม่ของพ่อก็เด็กกว่าเป็นสิบปี เทียบกันแล้วก็อายุมากกว่าผมแค่ 5 ปี ตอนนี้ผมอายุ 22 ปีแล้ว
และการที่เจ้าสัวยกลูกสาวเพียงคนเดียวให้แต่งงานกับผู้ชายที่อายุคราวพ่อก็มีแค่เหตุผลเดียว คือเพื่อผลประโยชน์ ก็พ่อผมเป็นถึงเจ้าของไร่ มีที่ดินเป็นพัน ๆ ไร่ ก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้นั่นแหละ ว่าผมเนี่ย รูปหล่อ พ่อรวย ของแท้
โม้มาเสียยืดยาว เข้าเรื่อง (เกือบ) เสียตัวของผมเลยก็แล้วกัน เรื่องมันมีอยู่ว่า แม่เลี้ยงของผมเธอเป็นคนเจ้าชู้มาก ซึ่งอันนี้พ่อของผมท่านก็รู้ แต่ท่านก็ไม่คิดว่าจะมายุ่งเกี่ยวกับคนใกล้ตัวอย่างผมได้ และเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ท่านก็เลยอยากให้ผมมาอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งแม่เองก็ดูจะดีใจมากที่ผมจะได้มาอยู่ด้วย เพราะความจริงท่านอยากให้ผมมาอยู่กับท่านตั้งแต่แรก แต่พ่อกลัวจะมีปัญหากับทางสามีใหม่ของแม่ ผมเลยต้องอยู่กับพ่อตั้งแต่ต้น แต่เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นพ่อเลยยอมให้ผมมาอยู่กับแม่แต่โดยดี ซึ่งผมโคตรดีใจเลยที่จะได้มาอยู่กับแม่ ผมห่างหายจากอ้อมกอดอุ่น ๆ ของแม่มานานมาก ทั้งคิดถึงและโหยหาเลยแหละ
เล่าชีวประวัติของตัวเองมาเสียยาวววว คุณคงจะงง ๆ และดูมันออกจะวุ่นวายไปสักหน่อย กับเรื่องราวของคนหล่ออย่างผม แต่ก็นะ…เรื่องราวหลังจากนี้มันวุ่นวายกว่านี้อีกเยอะ บอกเลย
...............
ผมพาตัวเองมายืนอยู่หน้าบ้านของแม่ หรือจะเรียกให้ถูก ก็ต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า เพราะมันช่างใหญ่โตและกว้างขวางเสียเหลือเกิน พร้อมกับเป้และกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบ บอกเลยว่ามันทุลักทุเลมาก กว่าผมจะพาร่างอันบอบบางมาถึงที่นี่ได้ อย่าเพิ่งงงกันนะครับ ที่ผมบอกว่าร่างบอบบางเนี่ยมันเป็นเรื่องจริง ซึ่งผมก็พยายามจะฟิตหุ่นให้ตัวเองมีร่างกายกำยำเหมือนกับผู้ชายทั่ว ๆ ไป แต่ก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง ไม่ใช่อะไร นั่นก็เพราะความขี้เกียจของตัวเองนั่นแหละ การเข้าฟิตเนส เป็นอะไรที่ห่างไกลจากชีวิตผมมาก อย่างมากก็จะวิ่งออกกำลังกายเบา ๆ ในตอนเช้ากับเย็นก็เท่านั้น แต่ก็โชคดีที่ผมกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ทั้งที่ผมกินจุมาก จนเพื่อน ๆ ต่างก็พากันขยาดเวลาที่ไปกินอาหารที่ร้าน เพราะผมสั่งแหลกลาญ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นคนตะกละตะกลามเชียวนะ ผมแค่เป็นคนที่เพลิดเพลินกับบรรดาของกินทั้งหลาย บนโลกใบนี้แค่นั้นเอง
นอกเรื่องมาเสียนาน มาเข้าเรื่องกันเถอะ บอกเลยว่าสภาพของผมตอนนี้ช่างไม่ต่างจากพจมาน แห่งบ้านทรายทองเลย ติดตรงที่ผมไม่ได้ถือชะลอมมาด้วยแค่นั้นเอง และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าในบ้านทรายทองแห่งนี้ ผมจะต้องเจอใครบ้าง หญิงเล็ก หญิงใหญ่ ชายกลาง หรือชายน้อย แต่ช่างเถอะ! เลิกเพ้อเจ้อก่อน สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือพาร่างที่เหงื่อโทรมจากสภาพอากาศที่ร้อนเว่อร์ของเมืองไทย เข้าไปหาลุงยามที่ยืนหลบแดดอยู่ในป้อมเล็ก ๆ นั่นก่อน อย่างว่าแหละบ้านคนรวยก็ต้องมียามรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องปกติ แถมยังติดแอร์เย็นฉ่ำให้อีกด้วย แอบอิจฉาลุงยามนะเนี่ย
“มาหาใครครับ?” ลุงแกวิ่งออกมาหาผมก่อนที่ผมจะเข้าไปหาแกด้วยซ้ำ
“ผมมาหาคุณวดีครับ” คุณวดี ก็คือแม่ผมเอง ลุงยามแกพยักหน้ารับ มองหน้าผมอย่างพิจารณาอีกครั้งก่อนจะถามชื่อ และเดินเข้าไปในป้อมเพื่อโทรศัพท์หาใครสักคนก่อนจะเดินออกมาหาผมอีกครั้ง
“รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวจะมีคนมาพาคุณเข้าไป” ลุงแกว่างั้น ผมเพียงพยักหน้ารับ
ผมนั่งรอคนที่ลุงยามแกบอกว่าจะมาพาผมเข้าไปได้ไม่นาน ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาหาผมกับลุงยาม ดูจากลักษณะการแต่งตัวแล้ว ก็น่าจะเป็นเด็กรับใช้ในบ้าน เธอพาผมเดินเข้ามาภายในบ้าน ที่บอกได้คำเดียวว่า (โคตร) ใหญ่ ที่เห็นจากภายนอกว่าใหญ่โตมโหฬารแล้ว พอเข้ามาข้างในนี่ใหญ่โตและกว้างขวางกว่าที่เห็นเป็นสิบเท่า ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างให้มันใหญ่โตโอเว่อร์ไปทำไมนักหนา ทั้งที่ความจริงก็ใช้พื้นที่ภายในบ้านได้ไม่ทั่วถึงด้วยซ้ำ แต่ก็นะ คนรวยอยากจะสร้างบ้านให้ใหญ่โตแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหาอะไรหรอกแล้วผมจะมามีปัญหาอะไรกับบ้านเขาวะ?
บทที่62คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมพี่ปอนด์มันบอก Happy birth day New yearก็วันที่1มกราคม วันปีใหม่เนี่ยมันเป็นวันเกิดของผมด้วยยังไงล่ะ พี่ปอนด์มันเลยบอกทีเดียวสองอย่างเลยไง“สุขสันต์วันเกิดนะครับนิวเยียร์ ขอให้ลูกแม่มีแต่ความสุขมาก ๆ นะครับ” คราวนี้เป็นแม่ที่อวยพรวันเกิดให้ผมบ้าง และก็ตามด้วยคุณลุงกับพี่แป้ง ที่พากันอวยพรวันเกิดให้ผมกันยกใหญ่“ขอบคุณครับ วันเกิดปีนี้นิวมีความสุขที่สุดเลยที่ได้ฉลองกับแม่แล้วก็ทุกคน” ผมเดินเข้าไปกอดแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วันนี้ผมมีความสุขมากจริง ๆ“แม่ก็มีความสุขจ้ะที่ได้ฉลองวันเกิดให้นิวเยียร์ปีนี้”“เรามาดื่มฉลองวันเกิดให้นิวเยียร์ไปพร้อมกับฉลองวันขึ้นปีใหม่กันเถอะค่ะ” เป็นพี่แป้งที่เป็นคนเอ่ยผมจึงเดินกลับไปนั่งประจำที่ตัวเองที่อยู่ข้าง ๆ กับพี่ปอนด์ แล้วพวกเราก็ดื่มฉลองให้กับค่ำคืนที่มีความสุขกันอย่างสุขสุด ๆ โดยเฉพาะผม บอกเลยว่าความสุขมันล้นออกมาจนเก็บเอาไว้ไม่อยู่แล้วเวลาล่วงเลยมาจนเกือบตีหนึ่ง แม่ คุณลุงแล้วก็พี่แป้งต่างก็พากันขึ้นไปพักผ่อนเพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว เหลือเพียงผมกับพี่ปอนด์สองคนที่ยังคงนอนเล่นกันอยู่ที่ตรงม้านั่งตรงที่เราจัดปาร์ตี้กัน“ง
บทที่61วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่31ธันวาคมตอนนี้ผมกับพี่ปอนด์เรามาปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่บ้านใหญ่กัน พร้อมกับแม่ คุณลุง แล้วก็พี่แป้ง พวกเรามีความเห็นตรงกันว่าจะจัดงานเลี้ยงเคาท์ดาวน์กันเล็ก ๆ ที่บ้านก็พอ เพราะไม่อยากไปทานอาหารข้างนอก เพราะช่วงเทศกาลแบบนี้ผู้คนต้องเยอะแน่ ๆ แต่ผมก็ชอบนะที่เราจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กันแบบนี้ เพราะผมไม่ชอบคนมาก ๆ อยู่แล้ว เลี้ยงฉลองเล็ก ๆ กันที่บ้านก็ดูอบอุ่นดี เพราะมีแต่คนในครอบครัว เสียอย่างเดียวที่ปีนี้พ่อไม่ได้มาร่วมฉลองกับพวกเราด้วย แต่ผมก็โทรไปหาท่านมาแล้วเมื่อตอนเย็น“นั่งคิดอะไรอยู่ครับ” อยู่ ๆ พี่ปอนด์มันก็มานั่งซ้อนผมจากทางด้านหลัง ทำเอาผมนี่ตกใจเลยเพราะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่เชียว“กำลังคิดว่าถ้าพ่ออยู่ฉลองกับเราด้วยก็คงดี” ผมหันมาหาคนที่อยู่ด้านหลังที่นั่งซ้อนผมอยู่“เอาไว้เราค่อยขึ้นไปหาท่านหลังปีใหม่ไหม? แล้วก็ค่อยไปฉลองย้อนหลังที่นั่นด้วยเลย”“พี่ปอนด์จะพานิวไปจริง ๆ นะ?” ผมเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ก็มันดีใจนี่ที่จะได้กลับไปหาพ่อ“จริงสิ พี่เคยโกหกนิวเหรอ?” ผมรีบส่ายหน้าทันที ก็พี่ปอนด์มันไม่เคยโกหกผมเลย อาจจะมีเจ้าเล่ห์บ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่เคยผิด
บทที่60วันนี้เราทั้งคู่จึงตั้งใจที่จะมาค้างที่บ้าน มื้อเย็นแม่เลยลงมือเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้เราทั้งคู่ทาน มีทั้งของชอบของพี่ปอนด์แล้วก็ของชอบของผมด้วยเป็นมื้อเย็นที่แสนจะอบอุ่น เพราะเราอยู่กันพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวหลังจบอาหารมื้อค่ำเราทั้งหมดจึงมานั่งรวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่น คุณลุงกับคุณแม่นั่งดูข่าวในทีวี ส่วนพี่แป้งก็เอางานมานั่งทำตรงนี้ด้วยผมกับพี่ปอนด์เห็นว่าเวลานี้น่าจะเหมาะที่จะบอกเรื่องของเรากับพวกท่าน“คุณพ่อกับคุณน้าครับ คือว่าผมกับนิวเยียร์มีเรื่องจะบอก” พี่ปอนด์เป็นคนเอ่ยขึ้น“มีอะไรหรือเจ้าปอนด์” เป็นคุณลุงที่ถาม“คือ ผมกับนิวเยียร์เราคบกันครับ” หลังจากที่พี่ปอนด์พูดจบ คุณลุงกับแม่ของผมต่างก็หันมองหน้ากัน ทั้งคู่นิ่งมาก ๆ ไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยออกมาส่วนผมในตอนนี้ก็คือใจไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว คุณลุงต้องไม่โอเคแน่ ๆ ที่ลูกชายเพียงคนเดียวอย่างพี่ปอนด์จะมาคบกับผู้ชายด้วยกันและผมก็คงต้องกลับไปอยู่กับพ่อตามเดิม เพราะท่านคงไม่อยากให้เราอยู่ใกล้กันอยู่แล้วคิดแค่นี้ผมก็อยากจะร้องออกมาแล้ว พี่ปอนด์เอื้อมมือมาบีมมือผมเบา ๆ หลังจากที่ท่านทั้งคู่เอาแต่เงียบ“ความจริงพ่อรู้เรื่องนี้
บทที่592 อาทิตย์ต่อมาเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของพี่ปอนด์ที่ดังรัวในตอนเช้า ทำให้พี่ปอนด์มันหงุดหงิดเพราะพี่มันกำลังหลับสบายอยู่ แต่ตอนนี้ผมชักจะเริ่มหงุดหงิดเสียเองแล้ว ที่พี่ปอนด์ไม่ยอมหยิบมาดูเสียทีว่าใครส่งข้อความอะไรมาตั้งแต่เช้าแบบนี้ซึ่งพอพี่ปอนด์หยิบมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากพี่แป้งที่ส่งรูปอะไรมาก็ไม่รู้แต่พอเมื่อเปิดเข้าไปดูเท่านั้นแหละตายห่า!นี่มันรูปของผมกับพี่ปอนด์ตอนเราไปซื้อของด้วยกันที่ห้างนี่นา แถมยังมีรูปที่พี่ปอนด์มันขโมยหอมแก้มผมด้วย ซึ่งมันเป็นรูปแอบถ่ายประเด็นคือใครเป็นคนถ่ายรูปพวกนี้?“หมายความว่ายังไงปอนด์? เดี๋ยวเย็นนี้พี่เข้าไปหานะ” พี่แป้งส่งข้อความกลับมาเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว เราทั้งคู่จึงตกลงกันว่าจะบอกเรื่องนี้กับพี่แป้ง“เล่ามา!” พี่แป้งเอ่ยด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าทุกครั้ง ในช่วงเย็นของวันนี้“ก็อย่างที่พี่แป้งเห็นนั่นแหละ ผมกับนิวเยียร์เราคบกันอยู่”“แล้วคิดจะบอกเรื่องนี้ตอนไหน”“ก็คิดอยู่ว่าจะบอกนั่นแหละ แต่แค่รอเวลาที่เหมาะสม”“เวลาไหนล่ะปอนด์ นี่ถ้าบุ้งกี๋ไม่ส่งรูปมาให้พี่ พี่ก็คงไม่รู้”“บุ้งกี๋เหรอ?” ผมกับพี่ปอนด์หันมองหน้าหันแทบจะ
![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




