Fake love รักหลอก ๆ อยากบอกว่ารัก

Fake love รักหลอก ๆ อยากบอกว่ารัก

last updateZuletzt aktualisiert : 09.01.2026
Von:  เรติมาAbgeschlossen
Sprache: Thai
goodnovel18goodnovel
Nicht genügend Bewertungen
62Kapitel
484Aufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

Zusammenfassung

วาย

วัยรุ่น

รักแรกพบ

เมื่อผมต้องเข้าไปดูแลไอ้คุณชายเจ้าอารมณ์แบบไม่ได้ตั้งตัว จนตกกระไดพลอยโจรได้เป็นแฟนปลอกม ๆ เสียอย่างนั้น แล้วผมจะอยู่รอดปลอดภัยจากไอ้คุณชายมันได้มั้ยเนี่ย???

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทที่1

Aroma masakan perlahan memenuhi dapur, bercampur dengan uap hangat yang mengepul dari panci di atas kompor. Arumi bergerak cekatan, tangannya terampil mengolah bahan-bahan yang telah ia siapkan sejak tadi. Di luar, langit tampak kelabu, awan menggantung rendah seolah menahan hujan agar tak jatuh. Hari itu terasa lebih tenang dari biasanya, terlebih karena suaminya sedang tidak bekerja.

Leonard memang memutuskan untuk tinggal di rumah. Tidak ada jadwal kantor, tidak pula panggilan mendadak. Hari itu, mereka sepakat menghabiskan waktu bersama, seperti pasangan rumah tangga pada umumnya. Arumi menjalani perannya, membereskan rumah sambil sesekali melirik jam dinding, memastikan semuanya berjalan seperti biasa.

Ia melangkah ke ruang tengah, meletakkan segelas kopi hangat di atas meja.

"Mas, hari ini ada rencana mau keluar nggak?" tanyanya pelan.

Leonard menggeleng sambil menyandarkan punggungnya. "Nggak deh. Kayaknya mau di rumah aja."

Arumi mengangguk kecil, lalu bertanya lagi, "Kerja kamu memang libur atau ambil cuti sih?"

Leonard menoleh, alisnya sedikit terangkat. "Kenapa emangnya kalau aku ambil cuti?" Nada bicaranya naik tipis. "Kamu nggak suka lihat suamimu di rumah?"

Dengan cepat Arumi menggeleng. "Nggak, Mas. Bukan gitu maksudnya. Aku cuma nanya." Ia tersenyum tipis. "Ya sudah, kalau memang mau cuti."

Suasana kembali sunyi, hanya suara televisi yang menyala tanpa benar-benar mereka perhatikan.

Tiba-tiba terdengar suara teriakan dari luar.

"Mundur! Mundur dikit lagi!"

Arumi refleks menoleh ke arah jendela. "Loh?" Ia bangkit dan berjalan mendekat. "Mas, kayaknya ada yang pindahan deh."

Di sebelah rumah mereka, rumah yang cukup lama kosong sebuah mobil berhenti. Beberapa kardus dan perabot tampak diturunkan satu per satu.

"Mau ada tetangga baru, ya?" gumam Arumi.

Ia memberanikan diri keluar. Seorang wanita berambut sebahu tengah mengatur barang-barangnya. Arumi menghampiri dengan senyum ramah.

"Mbak pindah ke sini?" tanyanya.

Wanita itu menoleh dan mengangguk. "Iya, Mbak. Sekarang aku yang tinggal di rumah ini."

"Wah, akhirnya ada yang nempatin juga." Arumi tersenyum lebih lebar. "Kenalin, aku Arumi."

"Aku Indah," jawabnya hangat.

"Mudah-mudahan kita bisa jadi tetangga yang akrab, ya, Mbak."

"Amin," balas Indah singkat, tapi senyumnya terasa tulus.

Sore menjelang ketika Arumi kembali duduk di sofa, jemarinya sibuk memainkan ponsel. Pikirannya masih memutar ulang kejadian hari itu tentang tetangga baru, tentang rumah yang kini tak lagi kosong.

"Aku mau bantuin tetangga baru kita, Arumi."

Ucapan Leonard membuatnya tersentak. Arumi menoleh cepat, menatap suaminya dengan raut heran.

"Hah? Memangnya kamu udah kenal dekat sama tetangga baru kita, Mas?"

Leonard mengambil jaketnya. "Emangnya harus kenal dekat dulu?" ucapnya ringan. "Arumi, mau bantu orang itu nggak perlu lihat kenal dekat atau nggaknya."

Sebelum Arumi sempat menjawab, Leonard sudah melangkah pergi. Pintu terbuka, lalu tertutup kembali, meninggalkan sunyi yang tiba-tiba terasa berat.

Arumi menghela napas panjang. Ia tahu, tak ada yang salah dengan membantu sesama. Namun entah kenapa, perasaannya tak sepenuhnya tenang. Pikirannya berkelana, mengaitkan kejadian ini dengan cerita-cerita yang akhir-akhir ini sering ia baca tentang perselingkuhan, tentang tetangga baru, tentang rumah tangga yang perlahan retak tanpa disadari.

Ia mengusap wajahnya pelan.

"Haduh… jauh-jauh deh pikiran jahatku," gumamnya, meski hatinya tak sepenuhnya yakin bisa menyingkirkan rasa itu begitu saja.

****

"Mbak Arumi!"

Arumi menoleh, "Eh, Ika!!" Arumi langsung memeluk tubuh wanita itu. Ika, adik kelasnya dahulu.

"Mbak, aku kangen banget tau sama kamu." Ika tampak begitu senang bertemu dengan Arumi, "Wah Mbak, ini anak kamu?"

"Iya Ika, namanya Cella. Masih 2 tahun umurnya, Minggu depan dia ulang tahun loh!"

Ika tersenyum senang, "Wah! Aku usahakan datang deh Mbak, oh ya sebelah rumah Mbak ada tetangga baru ya?"

"Ada, kenapa memangnya? Kamu kenal sama dia?"

"Namanya Indah? Aku nggak terlalu dekat, tapi tau. Mbak saran aku hati-hati."

Arumi mengerutkan keningnya, kali ini ia tampak lebih serius. "Hati-hati kenapa? Memangnya dia kenapa sih, jangan nakut-nakutin."

"Bukan bermaksud nakut-nakutin Mbak, tapi dia punya riwayat yang nggak bener. Suaminya udah menikah, dia itu janda. Anaknya masih umur 5 tahun."

"Indah aja pisah sama suaminya karena ketahuan selingkuh. Pokoknya harus hati-hati sama Indah Mbak."

Arumi menelan ludahnya, ia semakin parno sekarang. "Gitu ya, terima kasih ya. Kalau gitu aku bakalan lebih hati-hati."

Ika mengangguk, "Iya Mbak, aku pamit duluan!"

----

Malam tiba, Arumi tampak gelisah. Jam sudah menunjukkan pukul setengah satu. Sementara Leonard bekum juga pulang, suaminya itu juga tak menjawab teleponnya sama sekali.

"Haduh, ada apa ya?" guman Arumi, ia terus mondar-mandir.

Ting!

Sebuah pesan masuk, Arumi buru-buru melihatnya. Ternyata itu adalah pesan dari suaminya.

Leonard: [Aku masih ada rapat, tidur aja duluan.]

Arumi menghela napas panjang, disisi lain ia lega karena suaminya baik-baik saja. Namun ia juga terus merasa gelisah.

"Mudah-mudahan semua baik-baik saja.." guman Arumi.

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel
Keine Kommentare
62 Kapitel
บทที่1
บทที่1ผมชื่อ นิวเยียร์ หรือ นายนนทภัทร รูปหล่อ พ่อรวย แต่ดันซวย…เกือบถูกแม่เลี้ยงจับปล้ำ!!!! ใช่แล้วครับ คุณฟังไม่ผิดหรอก ผมเกือบเสียตัวให้กับแม่เลี้ยงจริง ๆ คือพ่อกับแม่ของผมท่านแยกทางกันอยู่ด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่ ซึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์คัดค้านอะไรได้ หลังจากนั้นไม่กี่ปี พ่อกับแม่ต่างก็แต่งงานใหม่ด้วยกันทั้งคู่ แม่แต่งงานกับนักธุรกิจที่รวยมาก ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศก็ว่าได้ ส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่กับลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจที่ดินแถบทางภาคเหนือโน่น แถมภรรยาใหม่ของพ่อก็เด็กกว่าเป็นสิบปี เทียบกันแล้วก็อายุมากกว่าผมแค่ 5 ปี ตอนนี้ผมอายุ 22 ปีแล้วและการที่เจ้าสัวยกลูกสาวเพียงคนเดียวให้แต่งงานกับผู้ชายที่อายุคราวพ่อก็มีแค่เหตุผลเดียว คือเพื่อผลประโยชน์ ก็พ่อผมเป็นถึงเจ้าของไร่ มีที่ดินเป็นพัน ๆ ไร่ ก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้นั่นแหละ ว่าผมเนี่ย รูปหล่อ พ่อรวย ของแท้โม้มาเสียยืดยาว เข้าเรื่อง (เกือบ) เสียตัวของผมเลยก็แล้วกัน เรื่องมันมีอยู่ว่า แม่เลี้ยงของผมเธอเป็นคนเจ้าชู้มาก ซึ่งอันนี้พ่อของผมท่านก็รู้ แต่ท่านก็ไม่คิดว่าจะมายุ่งเกี่ยวกับคนใกล้ตัวอย่างผมได้ และเพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ท่าน
Mehr lesen
บทที่2
บทที่2เด็กรับใช้พาผมมานั่งรอที่ห้องรับแขก แล้วเธอก็เดินหายเข้าไปด้านใน ไม่นานก็มีเด็กรับใช้อีกคนยกน้ำมาเสิร์ฟ คือไม่เข้าใจว่าจะแบ่งหน้าที่กันให้วุ่นวายไปเพื่อ? ผมนั่งพิจารณาบ้านทรายทองไปรอบๆ เห็นกรอบรูปบานโตแขวนติดอยู่ที่ผนัง ในรูปมีทั้งหมด 4 คน หนึ่งในนั้นมีแม่ผมอยู่ด้วย บอกเลยว่าแม่ผมสวยมากกก และก็ยังดูสาวอยู่เลยอันนี้ไม่ได้โม้นะ หลายคนยังเคยทักว่าผมหน้าตาได้แม่มาเต็ม ๆ อันนี้ทำเอาปลื้มปริ่มกันไป อย่างน้อย ๆ ผมก็หน้าตาดีได้แม่มาแหละ ส่วนอีก 3 คนที่เหลือ ก็น่าจะเป็นสามีใหม่ของแม่กับบรรดาลูก ๆ ของเขา ซึ่งลูกของคุณลุงสามีใหม่ของแม่ก็โตกันหมดแล้ว คุณลุงมีลูกสาวกับลูกชาย 2 คน ไม่รู้ว่าลูกสาวคุณลุงจะร้ายเหมือนหญิงเล็กแห่งบ้านทรายทองหรือจะใจดีเหมือนหญิงใหญ่ก็ไม่รู้ ส่วนลูกชายที่หน้านิ่ง ๆ นั่นก็คงจะเหมือนชายกลางละสินะ“นิวเยียร์!” เสียงเรียกของใครบางคนทำเอาผมสะดุ้ง ก็แหม จินตนาการกำลังบรรเจิดนี่ครับ“แม่!” ผมเรียกคนมาใหม่อย่างดีใจ โผเข้ากอดแม่จนแน่น ผมคิดถึงแม่ที่สุด คิดถึงอ้อมกอดอุ่น ๆ ของแม่มาก แม่ยกมือขึ้นลูบผมของผมอย่างคิดถึงสุดหัวใจไม่ต่างกัน เราสองคนยืนกอดกันอยู่เนิ่นนาน ให้สมกับที่
Mehr lesen
บทที่3
บทที่3“เพิ่งมาถึงค่ะคุณแป้ง” แม่ผมตอบสาวสวยที่ยืนฉีกยิ้มกว้างมาให้ผม“นิวเยียร์ นี่พี่แป้งลูกสาวคุณลุงไงจ๊ะ” แม่รีบแนะนำ เมื่อเห็นหน้างง ๆ ของผมมาแล้วครับ มาเดากันครับว่าตรงหน้าผมเนี่ย หญิงใหญ่หรือหญิงเล็ก แต่เท่าที่ดูจากหน้าตาและรอยยิ้มพิมพ์ใจของพี่แป้งที่แม่เพิ่งแนะนำแล้ว ผมค่อนข้างมั่นใจว่านี่คือหญิงใหญ่นะ… พี่แป้งเดินเข้ามาจนใกล้ผมเลย แถมยังยื่นหน้าเข้ามามองอย่างพิจารณาอีก“นี่ถ้าไม่บอกก่อนว่าคุณน้ามีลูกชาย แป้งนึกว่านิวเยียร์เป็นผู้หญิงนะคะเนี่ย” นี่ผมสวยขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็เข้าใจนะว่าผมหน้าตาเหมือนแม่ แต่จะมาหาว่าผมเหมือนผู้หญิงก็แอบไม่ชินนะ หน้าอกก็ไม่มีสักหน่อยพี่แป้ง ส่วนแม่ผมก็เอาแต่หัวเราะชอบใจกับคำพูดของพี่แป้งอยู่นั่นแหละ“ใคร ๆ ก็พูดแบบนี้ค่ะคุณแป้ง ตอนนิวเยียร์เด็ก ๆ มีแต่คนทักว่าเป็นเด็กผู้หญิง” พี่แป้งยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะถอยออกไปจากหน้าสวย ๆ ของผม สวยก็สวย ดู ๆ ไปพี่แป้งก็น่าจะใจดีนะ และดูเหมือนจะเข้ากับแม่ผมได้ดีเลย เพราะส่วนใหญ่แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงมักจะมีปัญหากันตลอด ซึ่งผมว่าแม่ผมนี่โชคดีมากที่ได้มาเจอกับครอบครัวของคุณลุง เพราะเท่าที่ดูแต่ละคนก็รักแม่ผมทั้งนั้
Mehr lesen
บทที่4
บทที่4ผมเดินตามพี่แป้งมาภายในโรงพยาบาลที่คุณปอนด์พักอยู่ พี่แป้งจะพาผมมาทิ้งไว้กับชายกลาง ก่อนที่พี่แป้งจะไปงานเลี้ยงต่อ ผมกับพี่แป้งเข้ามายังห้องพักผู้ป่วยที่คุณปอนด์พักอยู่ แต่มันเงียบชอบกล เห็นเพียงด้านหลังของคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ก่อนที่จะเข้ามาผมได้ยินพี่แป้งคุยกับคุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้ ว่าเพิ่งให้ยานอนหลับคุณปอนด์ไป ถึงสงบลงได้ ไม่อย่างนั้นก็อาละวาดจนวุ่นวายกันไปหมด จึงเป็นเหตุให้ภายในห้องเงียบสงบเหมือนไม่มีใครอยู่แบบนี้“นิวเยียร์อยู่ได้ใช่ไหมจ๊ะ” ถามเพื่ออะไรครับพี่แป้ง มาถึงขนาดนี้แล้ว“ครับ ผมอยู่ได้” แน่ล่ะ ก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วนี่ ก็ต้องตอบว่าอยู่ได้อยู่แล้วล่ะ“ประมาณสี่ทุ่มพี่จะมารับนะ ตาปอนด์น่าจะหลับยาวเลยล่ะ” พี่แป้งว่า มองไปยังคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงผมก็ขอให้เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะผมยังไม่พร้อมจะเผชิญกับคนแปลกหน้าตัวต่อตัว ยิ่งได้ฟังพฤติกรรมของคุณปอนด์ที่พี่แป้งเล่าให้ฟังระหว่างที่นั่งรถมา ยิ่งไม่อยากเข้าใกล้เกินความจำเป็นบอกเลยพี่แป้งกลับไปแล้ว หลังจากที่สั่งเสียและฝากฝังผู้ชายที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่คุณหมอฉีดเข้าที่สายน้ำเกลือให้ เสียยืดยาว ก็ไม
Mehr lesen
บทที่5
บทที่5Part ปอนด์ต้องกลายเป็นคนป่วยที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ นี่มันน่าอึดอัดชะมัด! แถมเด็กรับใช้ที่พี่แป้งส่งมาให้ก็ไม่ได้เรื่องเลยสักคน ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ไม่เหมือนคุณน้าวดี คนนี้รู้ใจผมไปเสียทุกเรื่อง แถมดูแลผมเหมือนกับลูกแท้ ๆ ด้วยซ้ำ แต่วันนี้พี่แป้งบอกว่าคุณน้าต้องอยู่ต้อนรับลูกชายที่จะมาจากลำปาง แถมตอนเย็นก็ยังต้องไปงานเลี้ยงกับคุณพ่ออีก วันนี้เลยไม่มีใครมาดูแลผมสักคน พยาบาลพิเศษก็ทำอะไรชักช้าอืดอาดไม่ทันใจ ผมเลยอาละวาดเสียยกใหญ่ ช่วยไม่ได้! ก็อยากปล่อยทิ้งผมไว้คนเดียว ทั้งที่รู้ว่าผมแขนหักจะทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังต้องใส่เฝือกอีกเป็นเดือน ๆความจริงผมก็ไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนหรอก แต่คุณคงเข้าใจนะว่าคนที่เคยทำอะไรได้ด้วยตัวเองมาตลอด ต้องมาแขนหักและต้องอาศัยคนอื่นมาคอยทำให้ อยากได้อะไรก็ต้องคอยบอก แถมบางทีก็ไม่ถูกใจผมด้วยซ้ำ มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลย คุณว่าไหม?ผมตื่นขึ้นมาในตอนดึกเพื่อจะเข้าห้องน้ำ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตอนไหนจนมารู้สึกปวดท้องนี่แหละ และอีกปัญหาของผมก็นี่เลย เวลาเข้าห้องน้ำช่างเป็นอะไรที่น่าโมโหจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าชุดผู้ป่วยของโรงพยาบาลจะทำกางเกงเป็นเชือกผูกเ
Mehr lesen
บทที่6
บทที่6ผมคงนั่งจ้องหน้านิวเยียร์นานเกินไป จนเจ้าตัวรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แวบแรกที่เขาเห็นผมนั่งจ้องหน้าเขาอยู่ ทำเอาถึงกับผงะรีบดีดตัวเองลุกขึ้นทันทีแถมยังถอยหนีไปจนติดโซฟาอีกด้านหนึ่ง นี่ผมน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?“ตื่นแล้วเหรอ?” ไม่ตอบ แถมยังมองผมนิ่งเชียว“นายเป็นลูกของคุณน้าวดีที่เพิ่งมาจากลำปางใช่ไหม?” คราวนี้ตอบสนองโดยการพยักหน้ารับแทน แถมยังมองมาที่ผมอย่างหวาด ๆ อีก เอาเข้าไป“พี่แป้งให้นายมาอยู่เป็นเพื่อนฉันใช่ไหม?” พยักหน้าอีกแล้ว“ดีเลย ฉันกำลังอยากเข้าห้องน้ำพอดี” พูดจบผมก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ แต่คนที่นั่งอยู่ที่โซฟายังไม่ขยับเขยื้อน แถมยังทำหน้างง ๆ ใส่อีก จนผมต้องเรียกให้ตามมา นั่นแหละเจ้าตัวถึงลุกมาได้“คุณจะให้ผมช่วยอะไร” คำพูดแรกที่หลุดออกมาจากปากบางอมชมพูของคนตรงหน้า“ถอดกางเกงให้ที” ผมว่า“หา!” นิวเยียร์อุทานซะเสียงดัง แถมยังทำตาโตใส่ผมอีก กับอีแค่ถอดกางเกงจะตกใจอะไรนักหนา“ฉันถอดไม่ถนัด กางเกงมันเป็นเชือกผูก” ผมบอกแล้วว่ามันไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วย แถมยังเป็นผู้ป่วยที่เหลือมือใช้การได้แค่ข้างเดียวแบบผมอีกนิวเยียร์ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ผม เพื่อที่จะแกะเชือกผูกกางเกงด้วยท่าท
Mehr lesen
บทที่7
บทที่7ผมนั่งให้คุณปอนด์สอบปากคำตั้งแต่ห้าทุ่ม จนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า บอกก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้ต้องหา และคุณปอนด์ก็ไม่ใช่คุณตำรวจ แต่สิ่งที่เขาทำนี่โคตรเหมือนเลย นี่ถ้าผมไม่รู้มาก่อนว่าคุณปอนด์กำลังจะเป็นนักธุรกิจที่สืบทอดกิจการต่อจากคุณลุงละก็ ผมคงคิดว่าคุณปอนด์คงจะทำงานอยู่ฝ่ายทะเบียนราษฎร์แน่นอนก็เล่นถามตั้งแต่บ้านเกิด การศึกษา และชีวิตส่วนตัว จะอยากรู้อะไรนักหนา และที่สำคัญคือถามไม่ดูเวล่ำเวลา ใจคอจะอยู่โต้รุ่งเลยหรือไง? นี่ถ้าผมไม่ชิงลงไปซื้อของกินจากมินิมาทที่ชั้นล่างซะก่อน ก็คงจะหาเรื่องถามโน่น นี่ นั่น ไปเรื่อย ขนาดผมลงไปซื้อของกินยังไม่วายฝากให้ซื้อหนังสือพิมพ์ขึ้นมาให้ด้วยอีก คนบ้าอะไรอยากอ่านหนังสือพิมพ์ตอนตีหนึ่ง! แต่ก็คงจะบ้าพอกับผมนี่แหละที่มานึกอยากกินเอาตอนนี้เหมือนกัน แต่ผมมีเหตุผลนะ เพราะตั้งแต่ตอนเย็นยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยจึงไม่แปลกที่ผมจะหิว สรุปผมบ้าน้อยกว่าคุณปอนด์นิดหนึ่งก็แล้วกันนะคุณคงคิดว่าผมจะกินอาหารที่วางกองอยู่เต็มโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อยเลยใช่ไหม? คุณคิดผิดแล้วแหละ ผมนี่แตะอาหารบนโต๊ะน้อยมาก ซึ่งปกติแล้วผมจะฟาดเรียบไม่มีเหลือ แต่เพราะนี่มันไม่ปกติไง
Mehr lesen
บทที่8
บทที่8ผมถูกคุณปอนด์ปลุกตั้งแต่ 6 โมงเช้า ด้วยเหตุผลที่ว่า “หิว” คือคุณเข้าใจไหม ว่าผมเพิ่งได้นอนตอนเกือบ ๆ ตีสอง และคนที่ทำให้ผมต้องนอนดึกขนาดนั้นก็คือคนที่มาปลุกให้ผมตื่นตั้งแต่เช้านี่แหละ นี่มันเวรกรรมอะไรของคนหน้าตาดีอย่างผมเนี่ย ที่ต้องมาคอยดูแลคนป่วยที่เอาแต่ใจ และเอาใจยากอย่างคุณชายปอนด์แต่คนอย่างผมมีหรือจะกล้ามีปากเสียงกับคุณชายเขา ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงไม่ลงมาเดินซื้อข้าวต้มที่หน้าโรงพยาบาลไปให้คุณชายเขาหรอก คนอะไรเรื่องมากและก็มากเรื่อง ข้าวต้มของโรงพยาบาลก็กินไม่ได้ อ้างว่าจืดชืด ไม่มีรสชาติ นี่คงถูกตามใจมาจนชินละสิถึงได้เอาแต่ใจขนาดนี้ เวรกรรมของผมจริง ๆ เมื่อไหร่แม่กับพี่แป้งจะเข้ามารับก็ไม่รู้ ผมจะได้หลุดพ้นจากคุณชายเอาแต่ใจเสียทีผมจัดการเทข้าวต้มใส่ชามให้คุณปอนด์เรียบร้อย รอเพียงคุณชายเขาเสด็จมาเสวยเท่านั้นเอง ส่วนผมก็หลบมานั่งกินน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง บอกตามตรงว่าโคตรหิว ก็เมื่อคืนนี้ผมกินอาหารไปได้แค่นิดเดียว ตอนนี้เลยต้องรีบโซ้ย ก่อนที่คุณปอนด์จะออกมาจากห้องน้ำ แต่ผมก็ใช้เวลาจัดการกับของตรงหน้าไม่นานหรอก น้ำเต้าหู้อึกสุดท้ายถูกยกแก้วกระดกเข้าปาก
Mehr lesen
บทที่9
บทที่9กรี๊ด!!!เสียงใครอีกล่ะเนี่ย?ผมผละออกจากคุณปอนด์โดยอัตโนมัติ ไม่ใช่อะไร ก็เพราะตกใจกับเสียงแปดหลอดของคนที่ยืนจ้องผมกับคุณปอนด์ อย่างเอาเป็นเอาตายนั่นแหละ“พี่ปอนด์กำลังทำอะไรอยู่คะ?” เธอถามคุณปอนด์ แต่ทำไมสายตามองมาที่ผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนี้วะ“กินข้าว” คุณปอนด์ตอบหน้านิ่งมาก ถามจริงเหอะชีวิตนี้เคยยิ้มบ้างไหม?“แต่ที่บุ้งกี๋เห็นเมื่อกี้มันไม่ใช่” อ้อ ชื่อบุ้งกี๋นี่เอง“บุ้งกี๋เห็นอะไร” เออใช่ มันมีอะไรมากกว่ากินข้าวอีกเหรอ“ก็บุ้งกี๋เห็นพี่ปอนด์กำลังจูบกับนายคนนี้” หา! จะบ้าไปกันใหญ่ ใครจูบใคร? พูดอีกทีซิ ถึงองศามันจะได้ แต่มันก็ไม่ใช่โว้ย!!!ส่วนคุณปอนด์ก็เงียบเชียว ช่วยพูดอะไรออกมาหน่อยเถอะ ก่อนที่ผมจะเหวอะหวะเพราะสายตาที่เชือดเฉือนของยัยบุ้งกี๋อะไรนั่น มองอยู่ได้“ก็ไม่เห็นจะแปลก” เออใช่“พี่กับนิวเยียร์เป็นแฟนกัน จูบกันมันแปลกตรงไหน” เออ แปลกตรงไหนเฮ้ย ไม่ใช่ แทนที่จะอธิบายให้ยัยบุ้งกี๋เข้าใจถูก กลับยิ่งทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ แล้วนี่จะขยับเข้ามาใกล้ผมทำไมเนี่ยคุณปอนด์“พี่ปอนด์โกหก บุ้งกี๋ไม่เชื่อหรอกว่าพี่ปอนด์จะชอบผู้ชาย” ถูกต้องแล้ว ไอ้คุณปอนด์มันโกหก โกเจ
Mehr lesen
บทที่10
บทที่10“คุณบอกกับผู้หญิงคนนั้นว่าเราเป็นแฟนกันทำไม”“ก็แค่โกหกไป บุ้งกี๋จะได้ไม่มาตอแยฉันอีก”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ” เออ ผมเกี่ยวอะไรด้วยวะ“ก็นายอยู่ในเหตุการณ์พอดี” อ้อ นี่ความผิดของนายนนทภัทรใช่ไหม ที่บังเอิญถูกวานให้มาเฝ้าคุณปอนด์ที่โรงพยาบาล แล้วก็เลยถูกคุณปอนด์วานให้เป็นแฟนปลอม ๆ ต่ออีกที แถมยังถูกจูบฟรีอีกต่างหาก ชีวิตดี๊ดีเนอะ“แล้วคุณคิดว่าเธอจะเชื่อเหรอ” ใครเชื่อเรื่องนี้ก็บ้าสุด ๆ แล้ว“เชื่อสิ ถ้านายช่วยฉัน”“ช่วยยังไง?” อย่าบอกนะว่าจะให้จูบโชว์ยัยบุ้งกี๋นั่นอีกรอบ โนว์! มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด“ช่วยเป็นแฟนหลอก ๆ กับฉัน” หา เป็นแฟนกับคุณปอนด์เนี่ยนะ“คุณพูดเล่นใช่มั้ย?”“หน้าฉันเหมือนพูดเล่นเหรอ?” ก็เปล่า หน้านิ่งซะขนาดนี้ คงไม่เล่นหรอก“แล้วทำไมต้องเป็นผมด้วย ทำไมคุณไม่หาผู้หญิงคนอื่นมาแกล้งเป็นแฟนล่ะ มันจะดูน่าเชื่อมากกว่าผมซะอีก”“ฉันเคยลองแล้ว แต่ไม่สำเร็จ บุ้งกี๋จับได้แถมยังไปอาละวาดใส่ผู้หญิงที่ฉันจ้างมาซะเละเลย”แล้วถ้าเกิดยัยบุ้งกี๋จับได้ขึ้นมาว่าผมเป็นแค่แฟนหลอก ๆ ผมไม่ถูกยัยบุ้งกี๋เล่นงานเหมือนผู้หญิงพวกนั้นเหรอวะไม่เอาล่ะ ผมยังไม่อยากถูกยัยบุ้งกี๋
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status