Share

บทที่ 11

Author: สายลมไร้กาลเวลา
“ท่านจะให้ข้าทอดทิ้งผู้คุ้มกันที่กำลังจะไปสนามรบเหล่านี้ เพียงเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของข้าอย่างนั้นหรือ?”

ในดวงตาของฉู่หนิงฉายแววอำมหิต ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “หรือท่านไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่แนวหน้ากำลังวิกฤต ต้องการกำลังคนสนับสนุนอย่างเร่งด่วน? ในยามนี้กลับจะมาสังหารเพื่อนร่วมแคว้นของตนเอง ท่านไม่คู่ควรกับการเป็นรองเสนาบดีกรมกลาโหม!”

ทหารผ่านศึกเหล่านี้เขาได้มาอย่างยากลำบาก จะยอมให้เฝิงอันกั๋วสังหารไปง่าย ๆ ได้อย่างไร

จ้าวอวี่ กวนอวิ๋น และทหารผ่านศึกกว่าสามสิบคนได้ฟังก็ซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

พวกเขารู้ดีว่า ในยามนี้การทอดทิ้งพวกเขาคือทางเลือกที่ดีที่สุด

ทว่า ฉู่หนิงไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา!

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาเข้าใจว่า การที่พวกเขาเลือกฉู่หนิงนั้นไม่ผิด!

ผู้มีความสามารถมีอยู่มากมาย แต่ผู้ที่มองเห็นและส่งเสริมความสามารถนั้นหาได้ยาก

เพื่อพวกเขาแล้ว ฉู่หนิงถึงกับยอมมาตีอาวุธด้วยตนเอง กระทั่งยอมละเมิดกฎหมายเพื่อการนี้!

ชีวิตนี้ได้พบนายท่านผู้ปราดเปรื่องเช่นนี้ ก็เพียงพอแล้ว!

ทว่า เฝิงอันกั๋วกลับไม่สนใจฉู่หนิงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว กล่าวอย่างเรียบเฉย “จวิ้นอ๋อง โปรดไตร่ตรองให้ดี หากวันนี้พวกเขาไม่ตาย คนที่ต้องตายอาจจะเป็นท่าน!

การลักลอบตีอาวุธ ประกอบกับฐานะองค์ชายของท่าน ย่อมทำให้ฝ่าบาททรงคิดว่าท่านมีเจตนาอื่นแอบแฝงได้”

คำพูดนี้ เท่ากับเป็นการตัดทางหนีทีไล่ของฉู่หนิงที่จะไกล่เกลี่ยเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว

ผู้คุ้มกันกลุ่มนี้ เฝิงอันกั๋วตัดสินใจแล้วว่าจะต้องฆ่า!

กวนอวิ๋นทนเห็นฉู่หนิงถูกหยามเช่นนี้ไม่ได้ ตวัดดาบยาวในมือทันที มายืนคุ้มกันฉู่หนิงไว้ด้านหลัง

“ท่านอ๋อง ท่านไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ ที่นี่มอบให้พวกเราจัดการ ต่อให้ต้องตาย พวกเราก็จะขอลากใครสักคนไปเป็นเพื่อน!”

จ้าวอวี่ก็ค่อย ๆ หันปลายหอกยาวในมือเล็งไปที่เฝิงอันกั๋ว กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านอ๋อง โปรดปล่อยท่านอ๋องไป!”

ท่านอ๋องได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อหาหนทางรอดให้พวกเขาแล้ว แต่น่าเสียดายที่เฝิงอันกั๋วผู้นี้เผด็จการเกินไป ยึดติดกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ยอมปล่อย

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างมากก็แค่สู้ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

เพียงแต่น่าเสียดาย พวกเขาไม่มีโอกาสได้ติดตามจวิ้นอ๋องไปรับใช้บ้านเมืองที่แนวหน้าด้วยกันแล้ว

แต่ว่า ก่อนตายจะต้องกำจัดคนอย่างเฝิงอันกั๋วเพื่อท่านอ๋องให้ได้!

กล้ามาหยามท่านอ๋องถึงเพียงนี้ ต่อให้ต้องตาย ก็ต้องกำจัดคนผู้นี้ให้ได้

สิ่งนี้ คือสิ่งเดียวที่พวกเขาสามารถทำให้จวิ้นอ๋องได้ในตอนนี้

แน่นอนว่าเฝิงอันกั๋วไม่ได้คิดจะลงมือกับฉู่หนิงจริง ๆ จึงโบกมือครั้งใหญ่ทันที “จวิ้นอ๋อง รีบจากไปเถิด กระหม่อมจะประหารคนเหล่านี้ ณ ที่แห่งนี้!”

เมื่อสิ้นเสียงคำพูดนี้ ทหารของกรมกลาโหมก็กำอาวุธในมือแน่น รอเพียงคำสั่งสุดท้ายเท่านั้น

ทหารผ่านศึกกว่าสามสิบคนในตอนนี้ก็กลั้นหายใจ เตรียมพร้อมที่จะสู้ตาย

กวนอวิ๋นกล่าวเสียงทุ้ม “ท่านอ๋อง อย่าได้ไปขอร้องใครเพื่อพวกเราอีกเลยพ่ะย่ะค่ะ ต่อให้พวกเราถูกฆ่าในวันนี้ ก็ไม่อยากเห็นท่านต้องไปขอร้องใครเช่นนี้!”

ในฐานะองค์ชาย ควรจะมีเกียรติและศักดิ์ศรีของราชวงศ์ จะไปขอร้องใครเพื่อพวกเขาได้อย่างไร

ถึงแม้ฉู่หนิงจะไม่ถือสา แต่พวกเขาก็ถือสา

ฉู่หนิงเห็นทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน ก็พลันถอนหายใจยาว “เฮ้อ คาดไม่ถึงว่าต้าฉู่ของเราในยามนี้ นอกจากจะต้องเผชิญกับภัยคุกคามภายนอกแล้ว ยังต้องมาเผชิญกับภัยคุกคามภายในอีก!”

“การลักลอบตีอาวุธ ก็เพื่อปกป้องบ้านเมือง ไม่ได้มีเจตนาส่วนตัวแอบแฝง หากใต้เท้าเฝิงยืนกรานจะใช้กฎหมายมาจัดการพวกเขา ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด!”

เฝิงอันกั๋วหัวเราะเยาะในใจ

ก็ต้องการให้เจ้าไม่มีอะไรจะพูดนี่แหละ!

ต้องการจะฆ่าคนของเจ้าต่อหน้าเจ้า

ใครใช้ให้เจ้าไปล่วงเกินองค์ชายรองเล่า!

“แต่ว่า...”

ฉู่หนิงสูดหายใจเข้าลึก ดวงตาดุจพญาอินทรีจ้องเขม็งไปที่เฝิงอันกั๋ว กล่าวเสียงทุ้ม “เดิมทีคนเหล่านี้คือผู้ที่จะคุ้มกันข้าไปที่แนวหน้า หากถูกฆ่าไป ใต้เท้าเฝิงก็ต้องจัดสรรกำลังคนบางส่วนมาเป็นผู้คุ้มกันให้ข้า!”

หยุดไปครู่หนึ่ง ฉู่หนิงก็เหลือบมองทหารของกรมกลาโหมที่ล้อมตนเองอยู่ พยักหน้าพลางเอ่ยขึ้น “คนเหล่านี้ล้วนรูปร่างกำยำแข็งแรง ในมือยังมีทั้งอาวุธและชุดเกราะ ก็ให้พวกเขาติดตามข้าไปแนวหน้าด้วยกันเถิด!”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เหล่าทหารของกรมกลาโหมตกใจจนหน้าซีดเผือด รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง

แนวหน้า ใครมันจะกล้าไปกัน!

ที่นั่นแทบจะเป็นแดนประหารที่ต้องตายอย่างแน่นอน จะไปสบายเหมือนกับการรับราชการอยู่ในกรมกลาโหมที่เมืองหลวงได้อย่างไร

เฝิงอันกั๋วได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ยิ่งเขียวคล้ำ จ้องฉู่หนิงเขม็ง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จวิ้นอ๋องอย่าได้เปลี่ยนเรื่อง ตอนนี้กระหม่อมกำลังพูดถึงเรื่องที่คนกลุ่มนี้ลักลอบตีอาวุธ!”

ฉู่หนิงยักไหล่ “คนก็อยู่ที่นี่แล้ว จะฆ่าก็ฆ่าไป แต่หากท่านฆ่าพวกเขาแล้ว ข้าจะทูลขอให้เสด็จพ่อส่งท่านและพวกเขาทั้งหมดไปที่แนวหน้า!”

สีหน้าของเฝิงอันกั๋วเปลี่ยนไปทันที

เหตุใด...ถึงได้ลามมาถึงตัวเองได้?

“ท่านอ๋องอย่าได้พูดจาเหลวไหล กระหม่อมในฐานะรองเสนาบดีกรมกลาโหม จะไปสนามรบง่าย ๆ ได้อย่างไร?”

“อย่างนั้นหรือ? ใต้เท้าเฝิงก็รู้ว่าตนเองเป็นรองเสนาบดีกรมกลาโหมนี่นา เช่นนั้นก็พอดีเลยสิ กรมกลาโหมก็คือหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการรบ!”

ฉู่หนิงกล่าวอย่างเรียบเฉย “ข้าเติบโตในหมู่สามัญชน ในกองทัพไม่มีบารมี คำพูดของข้า ทหารที่แนวหน้าอาจจะไม่ฟัง แต่หากมีใต้เท้าเฝิงติดตามไปด้วย ย่อมสามารถข่มขวัญเหล่าทหารที่แนวหน้าได้อย่างแน่นอน”

เฝิงอันกั๋วใจหายวาบ

หากเป็นยามปกติ ในฐานะรองเสนาบดีกรมกลาโหมย่อมไม่ต้องไปที่แนวหน้า

แต่แนวหน้าในยามนี้เปรียบเสมือนเผือกร้อน ทั้งยังไม่มีใครกล้าไปจัดการ หากฉู่หนิงทูลเสนอขึ้นมา แล้วฮ่องเต้ทรงอนุญาตขึ้นมาเล่า?

ถึงแม้ฉู่หนิงจะเป็นองค์ชายขยะ แต่ก็เป็นถึงองค์ชาย เป็นโอรสของฮ่องเต้!

ประกอบกับฝ่าบาทเพิ่งจะสั่งฆ่าล้างตระกูลเซียวหมิงเพื่อฉู่หนิง

ฉู่หนิงยังไม่ทันได้เอ่ยปาก ฝ่าบาทยังทรงกำจัดเซียวหมิงให้ หากฉู่หนิงเอ่ยปากขึ้นมา ฝ่าบาทอาจจะทรงอนุญาตให้ตนเองไปแนวหน้าจริง ๆ ก็ได้

อย่างไรเสีย แนวหน้าก็ต้องการความมั่นคง หากส่งรองเสนาบดีกรมกลาโหมอย่างตนไปจริง ๆ ตนจะกล้าขัดรับสั่งได้อย่างไร?

ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนรน เฝิงอันกั๋วไม่เหลือท่าทีหยิ่งผยองเมื่อครู่อีกต่อไป แรงกดดันบนร่างก็ลดฮวบลงไป

“จวิ้นอ๋องล้อเล่นแล้ว ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้ท่านไปแนวหน้า กระหม่อมจะกล้าล่วงเกินได้อย่างไร?”

เฝิงอันกั๋วยิ้มเจื่อน ๆ “ส่วนเรื่องที่นี่ คงจะเป็นการเข้าใจผิดเป็นแน่ ทหาร รีบถอนกำลังกลับ!”

เขาไม่กล้าพนัน!

หากพนันแพ้ จะต้องไปที่แนวหน้า

ทางที่ดีที่สุดคือการยอมสงบศึก แม้จะไม่สามารถไปรายงานองค์ชายรองได้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าการไปตายที่แนวหน้า!

สิ้นเสียงคำสั่ง ทหารของกรมกลาโหมก็รีบถอนกำลังทันที

กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่รวมถึงคนอื่น ๆ ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก

ทว่า ฉู่หนิงกลับไม่คิดจะปล่อยเฝิงอันกั๋วไปง่าย ๆ

คิดจะมาฆ่าคนของเขาฉู่หนิงต่อหน้าสาธารณชน ก็จะต้องชดใช้

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปาก ใบหน้าแสดงความใสซื่อดูไม่มีพิษมีภัย

“ใต้เท้าเฝิงจะไปทั้งอย่างนี้แล้วหรือ?”

เฝิงอันกั๋วที่กำลังจะหันหลังเดินจากไป สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มุมปากกระตุก เอ่ยขึ้นเสียงเบา “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องยังมีอะไรจะสั่งอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

ตนเองก็ไม่เอาความเรื่องลักลอบตีอาวุธแล้ว เจ้าฉู่หนิงยังจะต้องการอะไรอีก?

ฉู่หนิงชี้ไปยังกวนอวิ๋นและคนอื่น ๆ “เรื่องที่พวกเขาตีอาวุธ ใต้เท้าเฝิงไม่สืบสวนแล้วหรือ?”

“นี่...พวกเขาล้วนทำเพื่อบ้านเมือง แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จะต้องสืบสวนไปไย?”

“อย่างนั้นหรือ? แต่วันนี้ใต้เท้าเฝิงเป็นคนพาคนมาที่นี่ หากวันพรุ่งนี้เป็นใต้เท้าคนอื่นจากกรมกลาโหมนำคนมาสืบสวนที่นี่อีกเล่า?”

“เรื่องนี้ง่ายมาก ท่านนำป้ายคำสั่งของกระหม่อมไปที่กรมกลาโหมเพื่อขอหนังสือรับรองก็พอแล้ว มีหนังสือรับรอง ท่านจะตีอาวุธสักห้าร้อยชิ้นก็ยังได้!”

ฉู่หนิงยื่นมือไปรับป้ายคำสั่งที่เฝิงอันกั๋วยื่นให้ บนใบหน้าเผยความพึงพอใจออกมา

“ในเมื่อใต้เท้าเฝิงไม่เอาความแล้ว เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ให้จบลงเพียงเท่านี้ จ้าวอวี่ เจ้านำป้ายคำสั่งของใต้เท้าเฝิงไปเอาหนังสือรับรองที่กรมกลาโหม!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวอวี่รับป้ายคำสั่งแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังกรมกลาโหมทันที

เฝิงอันกั๋วถอนหายใจอย่างโล่งอก “หากท่านอ๋องไม่มีอะไรจะสั่งแล้ว กระหม่อมขอทูลลา”

ฉู่หนิงมองแผ่นหลังของคนผู้นี้ที่จากไปราวกับหนีตาย บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เรื่องอาวุธจัดการเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเมื่อเสด็จพ่อทรงทราบเรื่องนี้แล้วจะทรงมีความคิดเห็นเช่นไร”

เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ฮ่องเต้จะไม่รู้

ในตอนแรกที่อ่อนข้อให้เฝิงอันกั๋ว ก็เป็นเพียงการแสดงให้คนอื่นดูเท่านั้น

จุดประสงค์ที่แท้จริง ก็คือการทำให้ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้!

เมื่อฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้ ย่อมต้องมีการตอบโต้

ถึงแม้จะไม่ได้ใกล้ชิดกับฮ่องเต้ไร้ค่าผู้เป็นบิดามากนัก แต่ฮ่องเต้ไร้ค่าผู้นั้นก็เป็นคนรักหน้าตาอย่างยิ่ง วันนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น จะต้องทรงเรียกเขาไปเข้าเฝ้าเป็นแน่

ถึงตอนนั้น เขาจะมอบสิ่งประหลาดใจให้กับเฝิงอันกั๋ว!

คิดจะฆ่าเขาฉู่หนิง ก็จะต้องชดใช้!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status