Share

บทที่ 10

Penulis: สายลมไร้กาลเวลา
ภายในร้านตีเหล็ก เปลวไฟในเตาลุกโชน อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้เหล่าทหารผ่านศึกทั้งหมดต้องถอดเสื้อท่อนบนออก

ภายใต้การสอนของฉู่หนิง พวกเขานำเหล็กดิบในมือมาตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

ที่เรียกว่าร้อยหลอมกลายเป็นเหล็กกล้า ไม่ใช่แค่การตีเหล็กหนึ่งร้อยครั้ง แต่คือการตีเหล็กให้มีความแข็งแกร่งจนถึงมาตรฐานของเหล็กกล้า

หนึ่งร้อยครั้งเป็นเพียงแนวคิด การจะเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทำให้เหล็กกลายเป็นเหล็กกล้าได้นั้น เป็นกระบวนการที่ยาวนานอย่างยิ่ง

โชคดีที่สภาพร่างกายของเหล่าทหารผ่านศึกนั้นแข็งแกร่ง คนกว่าสามสิบคนแบ่งงานกันอย่างเป็นระบบ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง สถานการณ์ในร้านตีเหล็กเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย

ฉู่หนิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ด้วยความเร็วระดับนี้ อีกสามวันก็จะสามารถตีอาวุธออกมาได้หนึ่งชุด!”

มีผู้คุ้มกันแล้ว จะไม่มีอาวุธได้อย่างไร

การเดินทางไปแนวหน้าครั้งนี้ย่อมอันตรายอย่างยิ่ง การรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตนเองไว้คือสิ่งสำคัญที่สุด

ความสามารถของฉู่หนิงมีจำกัด ไม่สามารถจัดหาอาวุธเช่นนี้ให้แก่ทหารที่แนวหน้าได้ทั้งหมด แต่การติดอาวุธให้แก่ผู้คุ้มกันของตนเองนั้นยังไม่มีปัญหา

อย่างไรเสียร้านตีเหล็กแห่งนี้ก็เป็นของที่องค์ชายรองมอบให้ วัสดุที่จำเป็นสำหรับการตีเหล็กก็มีครบครัน ช่วยประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย

ทว่า จ้าวอวี่ที่อยู่ด้านข้างกลับกล่าวด้วยความกังวล “ท่านอ๋อง เรื่องในวันนี้ เกรงว่าทางฝั่งองค์ชายรองคงจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หนิงยักไหล่ “ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน รับมือแก้ไขไปตามสถานการณ์ หากพี่รองจะตำหนิจริง ๆ ก็ให้ข้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

จ้าวอวี่และกวนอวิ๋นสบตากัน บนใบหน้าปรากฏความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

จวิ้นอ๋องยอมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวก็เพื่อสหายเหล่านั้น!

แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว

หากเบื้องบนจะลงโทษจริง ๆ พวกเขายินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกับท่านอ๋อง

ขณะที่ทั้งสองกำลังตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ทันใดนั้นก็มีเสียงกีบม้าดังมาจากระยะไกล

พร้อมกับเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด กองกำลังกลุ่มหนึ่งก็ควบม้าจากถนนมุ่งหน้ามายังร้านตีเหล็ก

“กรมกลาโหมปฏิบัติหน้าที่ ผู้ไม่เกี่ยวข้องหลีกทางไป ผู้ใดขวางทาง ต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!”

บุรุษในชุดเกราะที่เป็นผู้นำตวาดลั่น ชาวบ้านบนถนนได้ยินก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด พากันหลีกทางให้

บนถนนที่ไร้สิ่งกีดขวาง เฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหม นำกองกำลังของกรมกลาโหมมาถึงร้านตีเหล็กด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ

“ทหาร ปิดล้อมที่นี่ไว้!” เฝิงอันกั๋วสะบัดบังเหียนในมือ ทหารของกรมกลาโหมก็เข้าล้อมร้านตีเหล็กไว้ในทันที

กวนอวิ๋นเป็นคนเลือดร้อน เมื่อเห็นสถานการณ์ก็โมโหอย่างยิ่ง แรงกดดันทั่วร่างพลันระเบิดออกมา พุ่งตัวเข้าไปยืนขวางอยู่ข้างหน้าฉู่หนิง

“บังอาจ กล้าดีอย่างไรมาล้อมเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

การชิงลงมือก่อนไม่ได้ทำให้เฝิงอันกั๋วถอย แต่กลับหัวเราะเยาะ “แค่ทหารรักษาพระองค์ตัวเล็ก ๆ ยังกล้ามาตะโกนโหวกเหวกต่อหน้าข้าอีกหรือ?”

“ทหาร คนผู้นี้เหิมเกริมต่อเบื้องสูง ล่วงเกินข้า จัดการเขาเสีย ณ ที่นี้!”

องค์ชายรองต้องการจะสั่งสอนเผิงไหลจวิ้นอ๋อง เช่นนั้นก็ต้องแสดงอำนาจข่มขวัญกันเสียหน่อย

เริ่มลงมือจากคนข้างกายของเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!

สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าทหารก็ถือหอกยาวพุ่งเข้าใส่กวนอวิ๋น

จ้าวอวี่สีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบตวัดหอกยาวในมือเข้าประจันหน้าทันที

ในขณะเดียวกัน ทหารผ่านศึกกว่าสามสิบคนก็รีบเข้าล้อมไว้ กองกำลังทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน

เฝิงอันกั๋วแอบหัวเราะในใจ

สู้กันเลยสิ อย่างไรเสียกรมกลาโหมก็มีคนเยอะกว่า อีกทั้งยังเป็นทหารชั้นยอดที่คัดเลือกมาจากกองทัพทั่วสารทิศ สู้กันไปก็ไม่มีทางเสียเปรียบแน่นอน

ขอเพียงจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย สร้างผลงานให้องค์ชายรองเห็น ต่อไปตำแหน่งเสนาบดีกรมกลาโหมก็พอจะแย่งชิงมาได้

วันนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องสั่งสอนเผิงไหลจวิ้นอ๋องที่ไม่มีทั้งอำนาจและบารมีผู้นี้ให้ได้!

ก็แค่องค์ชายขยะคนหนึ่ง ยังกล้ามาต่อกรกับองค์ชายรอง ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!

เมื่อมองคนกว่าสามสิบคนที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้า มุมปากของเฝิงอันกั๋วก็เผยรอยยิ้มเย็นชา “ดีนี่ ที่แท้เจ้าก็มีพรรคพวกด้วย!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ฆ่าพวกมันให้หมด!”

อย่างไรเสียองค์ชายขยะนั่นไปแนวหน้าก็เพื่อไปตาย คนพวกนี้ตามไปก็ตายเหมือนกัน

จะตายช้าหรือตายเร็ว สู้ตายด้วยน้ำมือเขา ให้เขาได้สร้างชื่อเสียงในหมู่ขุนนางของเมืองหลวงเสียยังจะดีกว่า

เหล่าทหารเมื่อได้ยินดังนั้นก็สบตากันแวบหนึ่ง เตรียมที่จะลงมือ

ในขณะนั้นเอง เสียงที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ

“ช้าก่อน!”

เฝิงอันกั๋วขมวดคิ้ว มองตามเสียงไป ก็พบว่าเป็นฉู่หนิง

ท่ามกลางวงล้อมของทุกคน ฉู่หนิงเดินมาอยู่ตำแหน่งตรงกลางระหว่างสองฝ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากัน

“ไม่ทราบว่าใต้เท้าท่านนี้แซ่อะไรหรือ?” ฉู่หนิงยิ้มพลางประสานมือคารวะเฝิงอันกั๋ว

เฝิงอันกั๋วขมวดคิ้ว

องค์ชายคารวะตนเอง หากไม่คารวะตอบ เรื่องแพร่ออกไปคนอื่นจะหาว่าตนเองไม่รู้จักขนบธรรมเนียม

แม้ว่าจะต้องสั่งสอนฉู่หนิง แต่ปัจจัยที่จะส่งผลเสียต่อตนเองก็ต้องกำจัดออกไป!

เฝิงอันกั๋วรีบลงจากม้า คารวะตอบพลางเอ่ยขึ้น “กระหม่อมเฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหม คารวะเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

“ที่แท้ก็คือรองเสนาบดีเฝิงนี่เอง”

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าเป็นมิตร เดินเข้าไปจับมือเฝิงอันกั๋ว ราวกับได้พบญาติสนิท

เฝิงอันกั๋วถึงกับตกตะลึง

เผิงไหลจวิ้นอ๋องผู้นี้โง่หรืออย่างไร?

ตนมาเพื่อหาเรื่องแท้ ๆ แต่เหตุใดเขาถึงทำท่าทางดีใจถึงเพียงนี้?

หรือว่าคิดจะมาตีสนิทกับตน แล้วจัดการเรื่องนี้แบบขอไปที?

ไม่ได้ ตนรับปากองค์ชายรองไว้แล้วว่า จะต้องสั่งสอนฉู่หนิงให้ได้!

สีหน้าเคร่งขรึม เฝิงอันกั๋วดึงมือที่ถูกฉู่หนิงจับไว้ออกอย่างแนบเนียน กล่าวเสียงเย็นชา “ท่านอ๋อง คนเหล่านี้คือคนของท่านหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าพวกเขากระทำความผิดอันใด ถึงกับทำให้ใต้เท้าเฝิงต้องยกทัพมากันมากมายถึงเพียงนี้?”

ฉู่หนิงพูดไปพลาง ยื่นมือชี้ไปยังเหล่าทหารที่ล้อมร้านตีเหล็กไว้

นี่คิดจะเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้ตนเอาความเรื่องที่คนของเขามาล่วงเกินเมื่อครู่นี่เอง!

เฝิงอันกั๋วหัวเราะเยาะในใจ

ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ ใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้รวบยอดทั้งสองเรื่อง คนพวกนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปได้สักคน!

ดวงตาหรี่ลง บนใบหน้าของเฝิงอันกั๋วปรากฏเจตนาสังหาร

“จวิ้นอ๋อง กระหม่อมได้รับแจ้งมาว่า มีคนลักลอบตีอาวุธอยู่ที่นี่!”

สีหน้าของฉู่หนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดึงเฝิงอันกั๋วไปด้านข้างแล้วกระซิบเสียงเบา “ใต้เท้าเฝิง เป็นข้าเองที่ให้พวกเขาตีอาวุธเพื่อใช้ป้องกันตัว ท่านน่าจะทราบดีว่าข้ากำลังจะไปแนวหน้า และคนเหล่านี้ก็เป็นผู้คุ้มกันของข้า หากไม่มีอาวุธ...”

“จวิ้นอ๋อง!”

เฝิงอันกั๋วไม่รอให้ฉู่หนิงพูดจบ สะบัดแขนเสื้อแล้วขัดจังหวะด้วยเสียงเย็นชา “ทุกเรื่องย่อมต้องมีกฎระเบียบ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนของท่านหรือไม่ และไม่ว่าพวกเขาจะตีอาวุธเพื่อไปใช้ที่แนวหน้าหรือไม่ พวกเขาก็ได้ลักลอบตีอาวุธ!

นี่เป็นความผิดมหันต์ หากท่านอ๋องคิดจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เกรงว่าแม้แต่ฝ่าบาทก็คงจะปกป้องท่านไม่ได้!”

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าจนปัญญาอย่างยิ่ง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความอ้อนวอน “ใต้เท้าเฝิง เรื่องนี้ไม่มีทางผ่อนปรนได้เลยหรือ? ข้ายินดีจะจ่ายเงินเพื่อไถ่โทษให้พวกเขา ได้หรือไม่?”

ในฐานะองค์ชาย กลับต้องมาทำตัวอ่อนน้อมอ้อนวอนรองเสนาบดีกรมกลาโหมคนหนึ่งถึงเพียงนี้ หากเรื่องแพร่ออกไป จะต้องกลายเป็นเรื่องตลกอย่างแน่นอน!

เฝิงอันกั๋วแอบรู้สึกสะใจอย่างยิ่ง

ต่อให้เจ้าฉู่หนิงจะเป็นองค์ชาย เป็นจวิ้นอ๋อง แล้วอย่างไรเล่า!

สุดท้ายก็ต้องมาอ้อนวอนขอให้ตนปล่อยคนอยู่ดี

แต่เมื่อมีจุดอ่อนอยู่ในมือแล้ว จะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?

มุมปากของเฝิงอันกั๋วยกยิ้มเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “จวิ้นอ๋อง เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับพวกเขา แต่ยังเกี่ยวข้องกับตัวท่านเองด้วย!

หากคิดจะแสดงความบริสุทธิ์ กระหม่อมแนะนำให้ท่านทอดทิ้งพวกเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้ กระหม่อมจะประหารพวกเขา ณ ที่แห่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ คนอื่นก็จะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่าน”

ฆ่าคนพวกนี้แล้ว ฉู่หนิงก็จะเหลือตัวคนเดียว ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นเรื่องตลก แต่ไปแนวหน้าก็ไม่มีผู้คุ้มกัน ย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

องค์ชายรอง ท่านโปรดดูให้ดีเถิด เรื่องนี้กระหม่อมจะจัดการให้ท่านอย่างงดงามแน่นอน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
กูไม่รู้ กูลืม
ดีมากรออ่านตอนต่อไป
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status