Share

บทที่ 10

Penulis: สายลมไร้กาลเวลา
ภายในร้านตีเหล็ก เปลวไฟในเตาลุกโชน อุณหภูมิที่ร้อนระอุทำให้เหล่าทหารผ่านศึกทั้งหมดต้องถอดเสื้อท่อนบนออก

ภายใต้การสอนของฉู่หนิง พวกเขานำเหล็กดิบในมือมาตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

ที่เรียกว่าร้อยหลอมกลายเป็นเหล็กกล้า ไม่ใช่แค่การตีเหล็กหนึ่งร้อยครั้ง แต่คือการตีเหล็กให้มีความแข็งแกร่งจนถึงมาตรฐานของเหล็กกล้า

หนึ่งร้อยครั้งเป็นเพียงแนวคิด การจะเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ทำให้เหล็กกลายเป็นเหล็กกล้าได้นั้น เป็นกระบวนการที่ยาวนานอย่างยิ่ง

โชคดีที่สภาพร่างกายของเหล่าทหารผ่านศึกนั้นแข็งแกร่ง คนกว่าสามสิบคนแบ่งงานกันอย่างเป็นระบบ ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง สถานการณ์ในร้านตีเหล็กเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีความวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย

ฉู่หนิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ด้วยความเร็วระดับนี้ อีกสามวันก็จะสามารถตีอาวุธออกมาได้หนึ่งชุด!”

มีผู้คุ้มกันแล้ว จะไม่มีอาวุธได้อย่างไร

การเดินทางไปแนวหน้าครั้งนี้ย่อมอันตรายอย่างยิ่ง การรักษาชีวิตน้อย ๆ ของตนเองไว้คือสิ่งสำคัญที่สุด

ความสามารถของฉู่หนิงมีจำกัด ไม่สามารถจัดหาอาวุธเช่นนี้ให้แก่ทหารที่แนวหน้าได้ทั้งหมด แต่การติดอาวุธให้แก่ผู้คุ้มกันของตนเองนั้นยังไม่มีปัญหา

อย่างไรเสียร้านตีเหล็กแห่งนี้ก็เป็นของที่องค์ชายรองมอบให้ วัสดุที่จำเป็นสำหรับการตีเหล็กก็มีครบครัน ช่วยประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย

ทว่า จ้าวอวี่ที่อยู่ด้านข้างกลับกล่าวด้วยความกังวล “ท่านอ๋อง เรื่องในวันนี้ เกรงว่าทางฝั่งองค์ชายรองคงจะไม่ยอมรามือง่าย ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หนิงยักไหล่ “ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน รับมือแก้ไขไปตามสถานการณ์ หากพี่รองจะตำหนิจริง ๆ ก็ให้ข้ารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

จ้าวอวี่และกวนอวิ๋นสบตากัน บนใบหน้าปรากฏความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

จวิ้นอ๋องยอมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวก็เพื่อสหายเหล่านั้น!

แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว

หากเบื้องบนจะลงโทษจริง ๆ พวกเขายินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกับท่านอ๋อง

ขณะที่ทั้งสองกำลังตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ทันใดนั้นก็มีเสียงกีบม้าดังมาจากระยะไกล

พร้อมกับเสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด กองกำลังกลุ่มหนึ่งก็ควบม้าจากถนนมุ่งหน้ามายังร้านตีเหล็ก

“กรมกลาโหมปฏิบัติหน้าที่ ผู้ไม่เกี่ยวข้องหลีกทางไป ผู้ใดขวางทาง ต้องถูกลงโทษอย่างหนัก!”

บุรุษในชุดเกราะที่เป็นผู้นำตวาดลั่น ชาวบ้านบนถนนได้ยินก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด พากันหลีกทางให้

บนถนนที่ไร้สิ่งกีดขวาง เฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหม นำกองกำลังของกรมกลาโหมมาถึงร้านตีเหล็กด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ

“ทหาร ปิดล้อมที่นี่ไว้!” เฝิงอันกั๋วสะบัดบังเหียนในมือ ทหารของกรมกลาโหมก็เข้าล้อมร้านตีเหล็กไว้ในทันที

กวนอวิ๋นเป็นคนเลือดร้อน เมื่อเห็นสถานการณ์ก็โมโหอย่างยิ่ง แรงกดดันทั่วร่างพลันระเบิดออกมา พุ่งตัวเข้าไปยืนขวางอยู่ข้างหน้าฉู่หนิง

“บังอาจ กล้าดีอย่างไรมาล้อมเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

การชิงลงมือก่อนไม่ได้ทำให้เฝิงอันกั๋วถอย แต่กลับหัวเราะเยาะ “แค่ทหารรักษาพระองค์ตัวเล็ก ๆ ยังกล้ามาตะโกนโหวกเหวกต่อหน้าข้าอีกหรือ?”

“ทหาร คนผู้นี้เหิมเกริมต่อเบื้องสูง ล่วงเกินข้า จัดการเขาเสีย ณ ที่นี้!”

องค์ชายรองต้องการจะสั่งสอนเผิงไหลจวิ้นอ๋อง เช่นนั้นก็ต้องแสดงอำนาจข่มขวัญกันเสียหน่อย

เริ่มลงมือจากคนข้างกายของเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!

สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าทหารก็ถือหอกยาวพุ่งเข้าใส่กวนอวิ๋น

จ้าวอวี่สีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบตวัดหอกยาวในมือเข้าประจันหน้าทันที

ในขณะเดียวกัน ทหารผ่านศึกกว่าสามสิบคนก็รีบเข้าล้อมไว้ กองกำลังทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน

เฝิงอันกั๋วแอบหัวเราะในใจ

สู้กันเลยสิ อย่างไรเสียกรมกลาโหมก็มีคนเยอะกว่า อีกทั้งยังเป็นทหารชั้นยอดที่คัดเลือกมาจากกองทัพทั่วสารทิศ สู้กันไปก็ไม่มีทางเสียเปรียบแน่นอน

ขอเพียงจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย สร้างผลงานให้องค์ชายรองเห็น ต่อไปตำแหน่งเสนาบดีกรมกลาโหมก็พอจะแย่งชิงมาได้

วันนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องสั่งสอนเผิงไหลจวิ้นอ๋องที่ไม่มีทั้งอำนาจและบารมีผู้นี้ให้ได้!

ก็แค่องค์ชายขยะคนหนึ่ง ยังกล้ามาต่อกรกับองค์ชายรอง ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!

เมื่อมองคนกว่าสามสิบคนที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้า มุมปากของเฝิงอันกั๋วก็เผยรอยยิ้มเย็นชา “ดีนี่ ที่แท้เจ้าก็มีพรรคพวกด้วย!”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ฆ่าพวกมันให้หมด!”

อย่างไรเสียองค์ชายขยะนั่นไปแนวหน้าก็เพื่อไปตาย คนพวกนี้ตามไปก็ตายเหมือนกัน

จะตายช้าหรือตายเร็ว สู้ตายด้วยน้ำมือเขา ให้เขาได้สร้างชื่อเสียงในหมู่ขุนนางของเมืองหลวงเสียยังจะดีกว่า

เหล่าทหารเมื่อได้ยินดังนั้นก็สบตากันแวบหนึ่ง เตรียมที่จะลงมือ

ในขณะนั้นเอง เสียงที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ

“ช้าก่อน!”

เฝิงอันกั๋วขมวดคิ้ว มองตามเสียงไป ก็พบว่าเป็นฉู่หนิง

ท่ามกลางวงล้อมของทุกคน ฉู่หนิงเดินมาอยู่ตำแหน่งตรงกลางระหว่างสองฝ่ายที่กำลังเผชิญหน้ากัน

“ไม่ทราบว่าใต้เท้าท่านนี้แซ่อะไรหรือ?” ฉู่หนิงยิ้มพลางประสานมือคารวะเฝิงอันกั๋ว

เฝิงอันกั๋วขมวดคิ้ว

องค์ชายคารวะตนเอง หากไม่คารวะตอบ เรื่องแพร่ออกไปคนอื่นจะหาว่าตนเองไม่รู้จักขนบธรรมเนียม

แม้ว่าจะต้องสั่งสอนฉู่หนิง แต่ปัจจัยที่จะส่งผลเสียต่อตนเองก็ต้องกำจัดออกไป!

เฝิงอันกั๋วรีบลงจากม้า คารวะตอบพลางเอ่ยขึ้น “กระหม่อมเฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหม คารวะเผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

“ที่แท้ก็คือรองเสนาบดีเฝิงนี่เอง”

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าเป็นมิตร เดินเข้าไปจับมือเฝิงอันกั๋ว ราวกับได้พบญาติสนิท

เฝิงอันกั๋วถึงกับตกตะลึง

เผิงไหลจวิ้นอ๋องผู้นี้โง่หรืออย่างไร?

ตนมาเพื่อหาเรื่องแท้ ๆ แต่เหตุใดเขาถึงทำท่าทางดีใจถึงเพียงนี้?

หรือว่าคิดจะมาตีสนิทกับตน แล้วจัดการเรื่องนี้แบบขอไปที?

ไม่ได้ ตนรับปากองค์ชายรองไว้แล้วว่า จะต้องสั่งสอนฉู่หนิงให้ได้!

สีหน้าเคร่งขรึม เฝิงอันกั๋วดึงมือที่ถูกฉู่หนิงจับไว้ออกอย่างแนบเนียน กล่าวเสียงเย็นชา “ท่านอ๋อง คนเหล่านี้คือคนของท่านหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าพวกเขากระทำความผิดอันใด ถึงกับทำให้ใต้เท้าเฝิงต้องยกทัพมากันมากมายถึงเพียงนี้?”

ฉู่หนิงพูดไปพลาง ยื่นมือชี้ไปยังเหล่าทหารที่ล้อมร้านตีเหล็กไว้

นี่คิดจะเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้ตนเอาความเรื่องที่คนของเขามาล่วงเกินเมื่อครู่นี่เอง!

เฝิงอันกั๋วหัวเราะเยาะในใจ

ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนี้ ใช้ไม่ได้ผลกับข้าหรอก

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้รวบยอดทั้งสองเรื่อง คนพวกนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปได้สักคน!

ดวงตาหรี่ลง บนใบหน้าของเฝิงอันกั๋วปรากฏเจตนาสังหาร

“จวิ้นอ๋อง กระหม่อมได้รับแจ้งมาว่า มีคนลักลอบตีอาวุธอยู่ที่นี่!”

สีหน้าของฉู่หนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดึงเฝิงอันกั๋วไปด้านข้างแล้วกระซิบเสียงเบา “ใต้เท้าเฝิง เป็นข้าเองที่ให้พวกเขาตีอาวุธเพื่อใช้ป้องกันตัว ท่านน่าจะทราบดีว่าข้ากำลังจะไปแนวหน้า และคนเหล่านี้ก็เป็นผู้คุ้มกันของข้า หากไม่มีอาวุธ...”

“จวิ้นอ๋อง!”

เฝิงอันกั๋วไม่รอให้ฉู่หนิงพูดจบ สะบัดแขนเสื้อแล้วขัดจังหวะด้วยเสียงเย็นชา “ทุกเรื่องย่อมต้องมีกฎระเบียบ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนของท่านหรือไม่ และไม่ว่าพวกเขาจะตีอาวุธเพื่อไปใช้ที่แนวหน้าหรือไม่ พวกเขาก็ได้ลักลอบตีอาวุธ!

นี่เป็นความผิดมหันต์ หากท่านอ๋องคิดจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เกรงว่าแม้แต่ฝ่าบาทก็คงจะปกป้องท่านไม่ได้!”

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าจนปัญญาอย่างยิ่ง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความอ้อนวอน “ใต้เท้าเฝิง เรื่องนี้ไม่มีทางผ่อนปรนได้เลยหรือ? ข้ายินดีจะจ่ายเงินเพื่อไถ่โทษให้พวกเขา ได้หรือไม่?”

ในฐานะองค์ชาย กลับต้องมาทำตัวอ่อนน้อมอ้อนวอนรองเสนาบดีกรมกลาโหมคนหนึ่งถึงเพียงนี้ หากเรื่องแพร่ออกไป จะต้องกลายเป็นเรื่องตลกอย่างแน่นอน!

เฝิงอันกั๋วแอบรู้สึกสะใจอย่างยิ่ง

ต่อให้เจ้าฉู่หนิงจะเป็นองค์ชาย เป็นจวิ้นอ๋อง แล้วอย่างไรเล่า!

สุดท้ายก็ต้องมาอ้อนวอนขอให้ตนปล่อยคนอยู่ดี

แต่เมื่อมีจุดอ่อนอยู่ในมือแล้ว จะยอมปล่อยไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?

มุมปากของเฝิงอันกั๋วยกยิ้มเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “จวิ้นอ๋อง เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับพวกเขา แต่ยังเกี่ยวข้องกับตัวท่านเองด้วย!

หากคิดจะแสดงความบริสุทธิ์ กระหม่อมแนะนำให้ท่านทอดทิ้งพวกเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้ กระหม่อมจะประหารพวกเขา ณ ที่แห่งนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ คนอื่นก็จะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่าน”

ฆ่าคนพวกนี้แล้ว ฉู่หนิงก็จะเหลือตัวคนเดียว ไม่เพียงแต่จะกลายเป็นเรื่องตลก แต่ไปแนวหน้าก็ไม่มีผู้คุ้มกัน ย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

องค์ชายรอง ท่านโปรดดูให้ดีเถิด เรื่องนี้กระหม่อมจะจัดการให้ท่านอย่างงดงามแน่นอน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
กูไม่รู้ กูลืม
ดีมากรออ่านตอนต่อไป
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status