แชร์

บทที่ 12

ผู้เขียน: สายลมไร้กาลเวลา
“ตีเหล็กต่อไป!”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สั่งการให้ทุกคนตีเหล็กต่อไป

และเรื่องนี้ ก็ได้แพร่ไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้อย่างรวดเร็ว

ภายในตำหนักอิงอู่ที่งดงามตระการตา ฮ่องเต้กำลังจะเสวยพระกระยาหารกลางวัน แต่ในขณะนี้องครักษ์เงาก็เข้ามารายงาน

“ฝ่าบาท เฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหมนำคนไปล้อมเผิงไหลจวิ้นอ๋องที่ร้านตีเหล็กพ่ะย่ะค่ะ!”

ฮ่องเต้ที่กำลังจะเสวยพระกระยาหารพลันมีสีพระพักตร์มืดมน แค่นเสียงเย็นคราหนึ่ง ตะเกียบในพระหัตถ์ถูกขว้างลงไปอย่างแรง หักเป็นสองท่อนในชั่วพริบตา

“ช่างบังอาจเสียจริง แค่รองเสนาบดีกรมกลาโหมคนหนึ่ง ยังกล้ามารังแกฉู่หนิง!”

ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ “แล้วฉู่หนิงรับมืออย่างไร?”

องครักษ์เงาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังคร่าว ๆ

เมื่อฮ่องเต้ฟังจบก็พิโรธอย่างยิ่ง ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน!

สะบัดแขนเสื้อ พระกระยาหารเลิศรสบนโต๊ะถูกปัดกระเด็นออกไปทั้งหมด จานชามแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เฝิงอันกั๋ว เจ้ากล้าดีอย่างไร!”

ฮ่องเต้ทรงกริ้วจนพระพักตร์แดงก่ำ

ถึงแม้ฉู่หนิงจะเป็นบุตรนอกสมรส ในมือไม่มีทั้งอำนาจและบารมี ในราชสำนักก็ไม่มีใครสนับสนุน แต่ก็เป็นถึงองค์ชาย!

เป็นโอรสของเรา!

แค่รองเสนาบดีกรมกลาโหมขุนนางระดับสามขั้นต่ำ ยังกล้ามารังแกฉู่หนิงเช่นนี้

ดูท่าว่าเรื่องที่เถ้าแก่ร้านตีเหล็กถูกฆ่าล้างตระกูลจะยังสั่งสอนคนพวกนี้ไม่ได้!”

“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

องครักษ์เงาและจ้าวหมิงเห็นฮ่องเต้ทรงพิโรธ ก็พากันคุกเข่าลงกับพื้น

“ระงับโทสะหรือ?”

ฮ่องเต้ทรงพระสรวลด้วยความกริ้ว “โอรสของเราถูกคนรังแก พวกเจ้ายังจะให้เราระงับโทสะอีกหรือ?”

“ไป ไปตามตัวฉู่หนิงมาพบเรา ครั้งนี้เราจะออกหน้าให้เขาเอง!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวหมิงรับคำแล้วรีบออกไปถ่ายทอดราชโองการทันที

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฉู่หนิงก็ติดตามจ้าวหมิงมาถึงพระราชวัง

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาถึงพระตำหนักที่ประทับของฮ่องเต้ ฉู่หนิงถึงกับตกตะลึงในความใหญ่โตโอฬารของพระราชวังแห่งนี้ ตลอดทางก็อดไม่ได้ที่จะมองซ้ายทีขวาทีเป็นระยะ ๆ

จ้าวหมิงรู้ที่มาที่ไปของฉู่หนิง จึงไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เมื่อมาถึงหน้าประตูตำหนักอิงอู่ จ้าวหมิงก็ยังคงกระซิบเตือนเบา ๆ

“จวิ้นอ๋อง ตอนนี้ฝ่าบาทอารมณ์ไม่ดีนัก เดี๋ยวตอนทูลตอบท่านโปรดระวังด้วย และก็อย่าได้มองซ้ายมองขวาอีกนะพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่หนิงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วจึงก้าวเข้าไปในตำหนัก

ภายในตำหนัก ฮ่องเต้ประทับอยู่บนที่นั่งหลักด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว ฉู่หนิงเดินเข้าไปทำความเคารพ “ลูกขอถวายบังคมเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ!”

ฮ่องเต้ทอดพระเนตรโอรสที่ถูกรังแกซึ่งอยู่ตรงหน้า เขาอยากจะด่าทอฉู่หนิงแรง ๆ สักที!

ในฐานะองค์ชาย เหตุใดถึงได้ไม่เอาไหนเช่นนี้?

เจ้าฉู่หนิงเหตุใดถึงไม่กล้าสู้กับเฝิงอันกั๋วสักตั้งเล่า?

แต่เมื่อนึกถึงชาติกำเนิดและสถานการณ์ในปัจจุบันของฉู่หนิง คำพูดที่มาถึงพระโอษฐ์ก็ถูกกลืนกลับลงไป

องค์ชายที่ไม่มีทั้งอำนาจและบารมี ทั้งยังกำลังจะไปแนวหน้า จะเอาอะไรไปสู้กับรองเสนาบดีกรมกลาโหมได้?

คำตำหนิในที่สุดก็กลายเป็นเสียงถอนหายใจยาว “ลุกขึ้นพูดเถอะ”

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!” ฉู่หนิงลุกขึ้นยืน ก้มหน้าไม่พูดอะไรต่อ

ฮ่องเต้เห็นท่าทีเช่นนี้ของฉู่หนิง ความรู้สึกผิดในใจก็ยิ่งเพิ่มพูน

เด็กคนนี้ เสียเปรียบขนาดนี้ หรือแม้แต่จะฟ้องก็ยังทำไม่เป็น?

ใช่แล้ว ฉู่หนิงคงจะอยากทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กกลายเป็นไม่มีอะไร ไม่อยากจะล่วงเกินผู้ใด

ท้ายที่สุดแล้ว ก็เพราะไม่มีทั้งอำนาจและบารมีนี่เอง

ฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์เล็กน้อย ตรัสถาม “ได้ยินว่าวันนี้เจ้ามีเรื่องขัดแย้งกับเฝิงอันกั๋วรองเสนาบดีกรมกลาโหมที่ร้านตีเหล็กหรือ?”

สีหน้าของฉู่หนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เผยท่าทีตื่นตระหนก แล้วรีบส่ายหน้า “ไม่มีเรื่องเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะไปมีเรื่องขัดแย้งกับใต้เท้าเฝิงได้อย่างไร”

ตื่นตระหนกถึงเพียงนี้ ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!

เจ้าเป็นถึงองค์ชาย กลับไปกลัวรองเสนาบดีกรมกลาโหมคนหนึ่ง

เจ้าไม่เอาความ เราจะเอาความเอง!

“เจ้าเด็กคนนี้ ก็ซื่อเกินไปแล้ว เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าที่นี่คือเมืองหลวง มีเรื่องอะไรที่จะรอดพ้นสายตาเราไปได้?”

สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เคร่งขรึม “เจ้าเป็นองค์ชาย เฝิงอันกั๋วเป็นขุนนาง เขาทำกับเจ้าเช่นนี้ก็คือการล่วงเกินผู้ที่สูงศักดิ์กว่า บอกมาเถิด เจ้าอยากให้เราจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”

ฉู่หนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กระซิบตอบ “เสด็จพ่อ เรื่องนี้จะปล่อยให้มันจบลงเพียงเท่านี้ไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“หืม?”

บนพระพักตร์ของฮ่องเต้ปรากฏความไม่พอใจ “มีเราหนุนหลังให้เจ้าอยู่ เจ้ายังจะกลัวคนอื่นมาแก้แค้นอีกหรือ?”

เจ้าเด็กนี่ ช่างขี้ขลาดเกินไปแล้ว

แต่ฉู่หนิงกลับเผยสีหน้าเมตตากรุณาออกมา “เสด็จพ่อ ยามนี้แนวหน้ากำลังวิกฤต เป็นช่วงเวลาที่ต้องการกำลังคน หากลูกเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านี้ ก็ทูลขอให้ท่านลงโทษใต้เท้าเฝิง จะไม่เป็นการเสียชาติเกิดที่เป็นองค์ชายหรือพ่ะย่ะค่ะ?

ลูกเจ็บช้ำน้ำใจบ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ต้าฉู่จะขาดขุนนางขั้นสามไปเพราะเรื่องนี้ไม่ได้!

บัดนี้สถานการณ์ที่แนวหน้าไม่สู้ดีนัก หากรองเสนาบดีกรมกลาโหมเกิดเรื่องขึ้น เกรงว่าจะทำให้ผู้คนแตกตื่น เสด็จพ่อโปรดไตร่ตรองด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”

ถึงขนาดนี้แล้ว ฉู่หนิงยังจะพูดแทนเฝิงอันกั๋วอีก

แต่ว่า ด้วยชาติกำเนิดของฉู่หนิง การที่สามารถพูดเช่นนี้ออกมาได้ แสดงว่าฉู่หนิงทำอะไรโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตน ทำเพื่อต้าฉู่อย่างแท้จริง

ในพระทัยของฮ่องเต้พลันรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย

หากองค์ชายทุกคนมองสถานการณ์โดยรวมของบ้านเมืองเหมือนกับฉู่หนิง ต้าฉู่ก็คงจะไม่กลายเป็นเช่นนี้

เจ้าลูกทรพีพวกนั้น ปกติก็เอาแต่ทำตัวกร่างวางอำนาจ พอถึงยามคับขัน กลับไม่มีใครสักคนยอมยืนหยัดเพื่อต้าฉู่เลยสักคน

สุดท้ายก็ยังต้องให้ฉู่หนิงไปที่แนวหน้า!

ความคิดเหล่านี้แวบผ่านเข้ามาในหัวของฮ่องเต้ ความรู้สึกผิดในพระทัยก็ยิ่งล้ำลึกขึ้น

แม้จะรู้ว่าในฐานะจักรพรรดิไม่ควรมีความรู้สึกเช่นนี้ แต่หลายปีมานี้ ราชสำนักถูกองค์ชายสิบเจ็ดคนปั่นป่วนจนวุ่นวายไปหมด การปรากฏตัวของฉู่หนิงทำให้ฮ่องเต้ทรงรู้สึกถึงความเป็นบิดาเป็นครั้งแรก

ครั้งนี้ จะต้องปกป้องลูกของตนเองให้ได้!

ถือเสียว่าเป็นการชดเชยความรู้สึกผิดที่กำลังจะส่งฉู่หนิงไปตายก็แล้วกัน!

เมื่อทอดพระเนตรฉู่หนิงที่กำลังขอความเมตตาให้เฝิงอันกั๋วอยู่ตรงหน้า ในแววตาของฮ่องเต้ก็เผยความรักใคร่ออกมา

“ในเมื่อเจ้ายืนกราน เราก็จะไม่บังคับ แต่เฝิงอันกั๋วนั่นต้องได้รับการลงโทษ มิเช่นนั้นต่อไปใคร ๆ ก็จะกล้ามารังแกโอรสของเรา!”

ฮ่องเต้ทรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตรัสว่า “เราจำได้ว่าตอนนี้เจ้ากำลังจัดตั้งกองกำลังคุ้มกัน แต่คนข้างกายที่ใช้การได้กลับมีน้อยเหลือเกิน เอาอย่างนี้แล้วกัน วันนี้ทหารของกรมกลาโหมที่ตามเฝิงอันกั๋วไปล้อมร้านตีเหล็กทั้งหมด ก็ให้พวกเขาไปเป็นผู้คุ้มกันของเจ้าเสีย”

แนวหน้ากำลังคับขัน กรมกลาโหมก็เสนอความเห็นดี ๆ ไม่ได้ คนพวกนี้ปล่อยไว้ที่กรมกลาโหมก็ไม่มีประโยชน์ สู้ไปรบอย่างกล้าหาญที่แนวหน้าเสียยังจะดีกว่า!

ถือโอกาสลงโทษเฝิงอันกั๋ว และข่มขวัญขุนนางคนอื่น ๆ ไปด้วย

เราจะทำให้ทุกคนรู้ว่า ต่อให้ฉู่หนิงจะเป็นตัวตายตัวแทน ก็ไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะแตะต้องได้!

ฉู่หนิงแอบยิ้มในใจ

เขาหมายตาเหล่าทหารของกรมกลาโหมที่อยู่ข้างกายเฝิงอันกั๋วไว้นานแล้ว

ทหารของกรมกลาโหม นั่นคือทหารที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุดจากกองทัพต่าง ๆ ทั่วสารทิศ พลังการต่อสู้สูงส่ง!

หากได้คนกลุ่มนี้มา ความปลอดภัยของเขาในเมืองหลวงถึงจะมีการรับประกัน

แน่นอนว่า ต่อหน้าฮ่องเต้ ก็ยังต้องแสร้งทำต่อไปสักหน่อย

“เสด็จพ่อ นี่...ไม่ดีกระมัง?”

“มีอะไรไม่ดี?”

ฮ่องเต้ถลึงพระเนตร “แนวหน้าวิกฤต กรมกลาโหมจะไม่มีความรับผิดชอบเลยหรือ? ทหารของกรมกลาโหมมีอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน ทั้งยังเป็นทหารชั้นยอดของกองทัพ ปล่อยไว้ในเมืองหลวงก็เป็นการสิ้นเปลือง สู้ให้ติดตามเจ้าไปแนวหน้าด้วยกันเสียยังจะดีกว่า!”

ไม่ลงโทษเฝิงอันกั๋ว แต่การลดทอนกำลังของเฝิงอันกั๋วก็ยังจำเป็น

เราลงมือเอง จะต้องทำให้เฝิงอันกั๋วนั่นรู้สึกเจ็บปวดใจ!

ฉู่หนิงถอนหายใจยาว “ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อเสด็จพ่อทรงแน่วแน่ถึงเพียงนี้ ลูกก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ลูกขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้พยักพระพักตร์เล็กน้อย “เจ้าต้องจำไว้ว่า เจ้าคือองค์ชาย หากได้รับความไม่เป็นธรรม จะต้องมาบอกเรา”

“ลูกเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ฉู่หนิงรับคำแล้วออกจากตำหนักไป

แต่ฮ่องเต้กลับทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงด้วยสีหน้าครุ่นคิด

โอรสที่ดีถึงเพียงนี้ ส่งไปแนวหน้าเช่นนี้ จะไม่น่าเสียดายไปหน่อยหรือ?

แต่นี่เป็นการตัดสินใจในท้องพระโรงแล้ว ตอนนี้จะกลับคำก็ไม่ทันแล้ว

แต่ว่า คนจะไป แต่เชื้อสายยังต้องอยู่!

ฮ่องเต้หรี่พระเนตรลง ทันใดนั้นก็ตะโกนออกไปนอกตำหนัก “จ้าวหมิง ไปสืบดูว่าจวนของใครมีหญิงสาววัยเหมาะสมบ้าง!”

“เราจะจัดการเรื่องการแต่งงานให้ฉู่หนิง!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status