เข้าสู่ระบบผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ
นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย
มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ
ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท
องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้
ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย






![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)