เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม

เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม

بواسطة:  zueyمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
10
5 تقييمات. 5 المراجعات
102فصول
1.3Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เพื่อบุรุษที่ไม่มีใจ นางถึงกับทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง แต่แล้ว...จุดจบกลับกลายเป็นความตายที่เขามอบให้ นางยังจดจำน้ำเสียงเย็นชาและสายตาที่มองมาอย่างไม่ไยดี ครานี้รู้แล้ว ความรักหาใช่ทุกสิ่ง เซี่ยหรงเหยา บุตรีจากจวนโสวฝู่ สตรีที่ถูกขนานนามว่าเป็นอันธพาลน้อยแห่งเป่ยหมิง หลังถูกชายที่รักสังหาร นางจึงได้เกิดใหม่ และคิดจะถอยห่างจากตัวหายนะเหล่านั้น ใช้ชีวิตให้ดี...เพื่อจะได้ไม่ถูกถูกตีตายเหมือนชาติที่แล้วอีก ทว่า...พี่ชายของมู่หรงจ้าน ที่ได้ยินนางเล่นกู่ฉินครั้งแรก กลับตามติดนางไม่ห่าง คิดจะใช้ชีวิตไปวันๆ กลับต้องพัวพันกับเรื่องยุ่งยาก แต่หลังจากได้ใกล้ชิดชายหนุ่มผู้นั้น นางพบว่าเขาช่างแตกต่างจากน้องชาย และยามนี้ คนผู้นั้นได้เริ่มจริงจังกับนางแล้ว

عرض المزيد

الفصل الأول

สิ้นหวัง

“องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้าง

ส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก

“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

คำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอก

สืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ

“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน

“ข้าไม่มีทางเลือก”

เซี่ยหรงเหยาตอบกลับพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย

“หากพี่ชายของข้าเอาชนะตวนอ๋อง นั่นก็หมายความว่าสกุลเซี่ยทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้า แต่หากพ่ายแพ้...เจ้าคิดว่าคนอย่างหลินเสวี่ยถงจะไม่แก้แค้นข้าหรือ” ว่านหนิงอวิ๋นพยักหน้าเห็นด้วย

“เพราะอย่างนั้น เจ้าจึงใช้องค์รัชทายาทสั่งสอนตวนอ๋องสินะ”

“ก็พวกเขาเป็นพี่น้องกัน จะแพ้หรือชนะก็ไม่เกี่ยวกับคนนอกอย่างพวกเรา” เซี่ยหรงเหยาตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“เป่าหนิง! เจ้าฉลาดที่สุด!” ว่านหนิงอวิ๋นเผลอร้องออกมาด้วยความดีใจ จนลืมไปว่า...ตนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน

“เป่าหนิงหรือ...” เสียงทุ้มต่ำพึมพำแผ่วเบา มู่หรงฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เป่าหนิงของข้า...” แววตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปเรียบนิ่งดั่งเดิม น้ำเสียงของชายหนุ่มแม้จะแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนพอให้สืออีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเต็มสองหู

องครักษ์หนุ่มยกมือปิดปากตนเอง บัดนี้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกและจุดประสงค์ของนายเหนือหัว ที่พยายามเข้าใกล้หญิงสาวสกุลเซี่ยแล้ว

เมื่อเห็นรัชทายาทผู้เยือกเย็นในยามศึก เผยรอยยิ้มอ่อนโยนเพียงเพราะหญิงสาวนางหนึ่ง...เกรงว่าพี่น้องที่ชายแดน คงได้รีบจัดงานเลี้ยงเพื่อเฉลิมฉลองแล้ว

ทางด้านมู่หรงจ้านที่คิดว่าตนจะสามารถควบคุมเซี่ยหรงเหยาเอาไว้ในกำมือ กลับนึกไม่ถึงเลยว่า...พี่ชายต่างมารดาจะตอบตกลงเข้าร่วมการแข่งขันอย่างง่ายดายเช่นนั้น ยิ่งเมื่อนึกถึงภาพก่อนหน้านี้ ภาพที่มู่หรงฉางชิงโอบสตรีของตนไว้ในอ้อมแขน

ความรู้สึกขุ่นเคืองและความอยากเอาชนะก็พลันพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ร่างสูงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าพี่ชายผู้มีอำนาจเหนือกว่าตน แววตาคมยามนี้เต็มไปด้วยแรงกดดัน

“ถ้าท่านพ่ายแพ้ให้ข้าในวันนี้ จะต้องถูกเสด็จพ่อทรงตำหนิอย่างหนัก ฟังคำของข้าเถิด ถอนตัวไปซะ แล้วข้าจะถือว่าทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น”

ชายหนุ่มไม่มีท่าทีสุภาพหลงเหลืออยู่อีกแล้ว น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการข่มขู่ แต่กลับไม่อาจสั่นคลอนสีหน้าสงบนิ่งของมู่หรงฉางชิงได้แม้แต่น้อย

“ในยามปกติ...เจ้าใช้ปากยิงธนูหรือ” เพียงคำพูดเดียว กลับทำให้มู่หรงจ้านถึงกับหุบปากเงียบไปทันที

ความเยือกเย็นในน้ำเสียงนั้น ทำให้บรรยากาศรอบลานฝึกเงียบงันลง การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นโดยมีอาจารย์ฟ่านเป็นผู้ตัดสิน

สองเชื้อพระวงศ์หนุ่มก้าวออกมายืนประจันหน้า เบื้องหน้าเป็นเป้าธนูสองอันที่ตั้งห่างออกไปนับร้อยจั้ง

“ข้ายังคงจะพูดคำเดิม หากท่านถอยตอนนี้ เรื่องทั้งหมดในวันนี้จะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น” มู่หรงจ้านกล่าวอีกครั้งขณะน้าวสายธนู

“สืออี...” เสียงเรียกของมู่หรงฉางชิงดังขึ้นเบาๆ

องครักษ์คนสนิทก้าวออกมาพร้อมผ้าปิดตา ก่อนจะส่งให้เจ้านายของตน มู่หรงฉางชิงรับมาแล้วเดินมายังเซี่ยหรงเหยา เพื่อให้ฟ้นางช่วยผูกปิดดวงตาของตนเองอย่างไม่ลังเล

“นี่!...”

หญิงสาวตกใจต่อการกระทำของชายหนุ่ม ทว่ารอบด้านมีสายตาหลายคู่กำลังจับจ้อง นางจำใจต้องผูกผ้าปิดตาให้รัชทายาทหนุ่มอย่างไม่เต็มใจนัก

“ขอบคุณนะ...เป่าหนิง” เสียงกระซิบชื่อเล่นของตนทำหญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะรู้แม้กระทั่งชื่อเล่นที่พระนางไทเฮาทรงตั้งให้ตน

หลังมู่หรงฉางชิงถูกปิดดวงตา สืออีได้พาชานหนุ่มเดินมาหยุดยังที่เดิม เสียงสายธนูถูกดึงจนตึง ก่อนที่ลูกธนูจะถูกปล่อยออกไปในพริบตา เสียง “ฉึก!” ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

“สิบแต้ม!”

อาจารย์ฟ่านขานเสียงดัง ธนูดอกนั้นปักอยู่ตรงกลางเป้าอย่างแม่นยำ ทั้งที่ชายหนุ่มมิได้เล็งแม้แต่น้อย อีกทั้งยังถูกปิดตาอยู่

“ว้าว! ช่างเก่งกาจยิ่งนัก สมกับเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ!”

ว่านหนิงอวิ๋นร้องออกมาพร้อมตบมือเสียงดังด้วยความตื่นเต้น มู่หรงจ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกมือทั้งสองข้างสั่นเทา ธนูในมือถูกน้าวเอาไว้ แต่กลับไม่กล้าปล่อยออกไป

“อะไร...เจ้ากลัวแล้วรึ”

แม้ดวงตาของมู่หรงฉางชิงจะยังคงถูกปิดเอาไว้ ทว่าน้ำเสียงกลับเฉียบคม กระแทกลงกลางใจน้องชายต่างมารดาได้อย่างแม่นยำ

ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วลานฝึกอีกครั้ง เหล่าผู้ชมต่างกลั้นหายใจรอชมผลงานของตวนอ๋อง แต่จนแล้วจนรอด ลูกธนูดอกนั้นก็ไม่ถูกยิงออกไปเสียที

ยามนี้ในใจของทุกคน ต่างรู้ดีว่า ผู้ชนะ...อาจถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่ลูกธนูดอกแรกพุ่งออกจากสาย

มู่หรงจ้านพูดไม่ออก เขาผ่อนสายธนูลงช้าๆ ก่อนจะโยนมันลงพื้นอย่างแรง เสียงคันธนูกระทบพื้นดังสะท้อนก้อง

“ข้าจะจดจำความอัปยศในวันนี้ให้ขึ้นใจ” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความอาฆาต เขาหันหลังให้ทุกคนแล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีก

“ไชโย! เราชนะแล้ว!” เสียงโห่ร้องของว่านหนิงอวิ๋นดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะสดใสของเซี่ยหรงเหยา

สตรีทั้งสองจับมือกันกระโดดไปมาด้วยความดีใจ ท่าทางร่าเริงของทั้งคู่ทำให้เหล่าพี่ชายที่ยืนมองอยู่ ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Nattery
Nattery
สนุก ครบรส มีคำผิด มีตอนซ้ำ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2026-05-13 10:11:26
0
0
P JR
P JR
สนุกมากค่ะ แต่บทแรก "สิ้นหวัง" ลงผิดนะคะ ซ้ำกับบทแข่งยิงธนู เลยไม่รู้ว่า นางเอกสิ้นหวังยังงัยก่อนย้อนกลับมา
2026-05-12 09:51:32
0
0
pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
ติดตามทุกเรื่องสนุกค่ะ ไม่อัพต่อแล้วหรือคะ
2026-03-26 02:30:06
0
0
Zuey
Zuey
ขอฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ......
2026-03-01 02:13:34
2
0
pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
ยินดีค่ะ มาแล้วววว
2026-02-28 20:42:47
1
0
102 فصول
สิ้นหวัง
“องค์รัชทายาทเพคะ พระองค์ยินดีจะช่วยหม่อมฉันเอาชนะคนเหล่านั้นหรือไม่” เสียงของนางอ่อนหวานแต่มั่นคง ทุกสายตาในลานฝึกต่างหันมาจับจ้องยังหญิงสาว พี่ชายของนางที่ได้ยินน้องสาวแสดงความขวัญกล้า เขาถึงกับอ้าปากค้างส่วนมู่หรงฉางชิงทำเพียงยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ไม่มีใครอ่านออก“แน่นอน...เปิ่นไท่จื่อย่อมไม่ปฏิเสธคำขอของเจ้า” คำตอบนั้นทำให้คนที่อยู่ในลานฝึกต่างเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังขึ้นอีกครั้ง เพราะการแข่งขันครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ธรรมดาเสียแล้วคำพูดของชายหนุ่มแม้จะทำให้ใบหน้าของเซี่ยหรงเหยาร้อนผ่าว แต่หญิงสาวก็ยังคงรักษาท่าทีได้อย่างสง่างาม ดวงตาคู่งามนิ่งสงบ ริมฝีปากบางยกยิ้มราวกับไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่ในอก หัวใจกำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอกสืออีที่ยืนอยู่ด้านนอกลานฝึก มองภาพนั้นแล้วส่ายหน้าเบาๆ“ครั้งก่อนเป็นพี่ชายที่ใช้องค์รัชทายาทเพื่อจัดการกับตวนอ๋อง ครั้งนี้เป็นน้องสาว...คนสกุลเซี่ยนี่ช่างใจกล้ายิ่งนัก” แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกชื่นชมพวกเขาในใจ“เจ้ากล้าใช้เขาลงแข่งกับตวนอ๋องได้อย่างไร” ว่านหนิงอวิ๋นกระซิบถามเสียงเบา เพราะกลัวว่ารัชทายาทหนุ่มจะได้ยิน“ข
اقرأ المزيد
เกิดใหม่
ความเจ็บปวด ความหวาดกลัว และความสิ้นหวัง ความรู้สึกหลากหลายเริ่มประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ดวงวิญญาณโปร่งแสงหลับตาลงช้าๆความอบอุ่นสายหนึ่งพลันห่อหุ้มร่างกาย มันทั้งอบอุ่นและให้ความสงบ กระทั่งได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วเข้ามาในหู ดวงตาสองข้างพลันเปิดขึ้น“นี่...เราจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ หากว่านางเกิดจมน้ำขึ้นมาจริงๆ พวกเราคงไม่สามารถแบกรับความผิดเหล่านี้ได้หรอกนะ” นั่นเป็นประโยคพูดคุยที่คุ้นหูมาก คล้ายกับนางเคยได้ยินที่ใดมาก่อนเซี่ยหรงเหยาหันขวับไปยังสตรีที่กำลังกระซิบข้างหู“ว่านหนิงอวิ๋น!!...” หญิงสาวอุทานอย่างตกใจเพราะสหายร่วมสำนักศึกษาผู้นี้ของนาง ได้ตายไปแล้วเมื่อปีก่อน จากอุบัติเหตุรถม้าตกลงไปในหน้าผา แม้แต่ร่างของนางก็หาไม่พบอุบัติเหตุครั้งนั้น ทำเซี่ยหรงเหยาเสียใจจนล้มป่วยไปหลายวัน เพราะว่านหนิงอวิ๋น เป็นสหายที่สนิทกับนางที่สุดในสำนักศึกษา และครอบครัวของทั้งสองเอง ก็มีสัมพันธ์อันดีต่อกันเพราะสหายร่วมสำนักศึกษาผู้นี้ของนาง ได้ตายไปแล้วเมื่อปีก่อน จากอุบัติเหตุรถม้าตกลงไปในหน้าผา แม้แต่ร่างของนางก็หาไม่พบอุบัติเหตุครั้งนั้น ทำเซี่ยหรงเหยาเสียใจจนล้มป่วยไปหลายวัน เพราะว่านหนิงอวิ
اقرأ المزيد
พบสหายรักอีกครา
“ขอบคุณท่านอาจารย์เจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะท่านที่สั่งสอนและเข้มงวด แต่ฝีมืออ่อนด้อยของศิษย์ ยังต้องเรียนรู้จากท่านอาจารย์อีกมาก ไหนเลยจะกล้ารับคำชม”หญิงสาวยอบกายลงอย่างอ่อนน้อม ท่าทีถ่อมตนของนาง ทำอาจารย์อวี๋ซินนึกชื่นชมในใจ“นี่! เจ้ายังเป็นเซี่ยหรงเหยาอยู่หรือไม่ เหตุใดเล่นกู่ฉินได้ไพเราะเพียงนั้น” ว่านหนิงอวิ๋นเขย่าร่างเซี่ยหรงเหยาไปมาด้วยความตื่นเต้น“เจ้าโง่...คนที่เคยคลั่งรักราวกับคนบ้า เมื่อใดที่ตาสว่างก็มักเก่งกาจขึ้นเสมอ” หญิงสาวเชิดปลายคางขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยท่าทีโอ้อวด ทว่าว่านหนิงอวิ๋นกลับมองมาด้วยสีหน้างุนงง“เจ้าพูดอันใด! ข้าฟังไม่รู้เรื่อง”“เปล่าไม่มีอะไร ต่อไปเป็นทีของเจ้าแล้ว” หญิงสาวพยักพเยิดไปยังอาจารย์อวี๋ที่ชี้ไม้เรียวมาที่นาง“ข้าหรือ! ...ไม่นะ! สหายทรยศ! ข้าขอประณามเจ้า” หญิงสาวที่ถูกเลือกไปทดสอบฝีมือเป็นคนต่อไปคือ ว่านหนิงอวิ๋น และเป็นเซี่ยหรงเหยาที่ดันนางให้เดินออกไปยังด้านหน้าห้องทุกคนต่างหัวเราะสตรีทั้งสองที่กำลังยื้อยุดกันไปมา และเป็นไปตามคาด ว่านหนิงอวิ๋นถูกตีมือไปหนึ่งครั้ง เพราะนางเล่นได้ห่วยจริงๆ“เจ้าสหายทรยศ! ฝากไว้ก่อนเถอะ! ฮื่ออ! มือน้อยๆ ของข้า บว
اقرأ المزيد
หน้าไม่อาย
“เจ้าถามข้า ข้าก็ตอบ…แต่ไม่ได้รับปากว่าจะมอบเนื้อเพลงที่ข้าแต่งขึ้นมาเองให้กับเจ้า ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวก่อน”สตรีทั้งสองจูงมือกันเดินออกไปนอกสำนักศึกษา ที่มีรถม้าจอดรออยู่ และในเวลานั้นเอง...สำนักศึกษาชายที่อยู่ข้างกันก็ได้เปิดประตูพอดีทำให้มีชายหนุ่มมากมายก้าวออกมาด้านนอก รวมถึงพี่ชายของหลินเสวี่ยถง นามหลินจื่ออี้ ที่ยามนี้ เดินมาพร้อมสหายอีกสองคน“พี่รอง!...”หญิงสาวเอ่ยเรียกพี่ชายเสียงแผ่ว ดวงตาแดงก่ำราวกระต่ายน้อย และท่าทางน้อยใจของนาง ทำผู้เป็นพี่ชายปวดใจ เพราะคิดว่านางกำลังถูกผู้อื่นรังแก“น้องเล็ก เกิดอันใดขึ้นกับเจ้า”“พี่รอง! ข้า…เปล่า” ชายหนุ่มตวัดสายตาไปยังสองสตรีที่กำลังยืนทำหน้างงอยู่ตรงนั้น พร้อมกับชี้นิ้วมายังพวกนางด้วยท่าทีเดือดดาล“พวกนางรังแกเจ้าหรือ!!”“เจ้าพูดอะไร ปากหรือนั้น ถ้ามีแล้วพูดแต่เรื่องไร้สาระ เช่นนั้นก็เอามาใช้แทนกระโถนฉี่เถอะ” ว่านหนิงอวิ๋นเองก็ไม่คิดยอมแพ้ พวกตนอยู่เฉยๆ กลับตกเป็นจำเลยเสียอย่างนั้น“เจ้า! ว่านหนิงอวิ๋น!”“อะไร! ทำไม! หรือพวกเจ้าต้องการทำร้ายสตรี หลินเสวี่ยถง เจ้ามีพี่ชายคนเดียวหรือ รอข้าไปตามพี่ชายของเราสองคนมาก่อน ดูว่าใครจะแน่กว่า
اقرأ المزيد
การปรากฏตัวขององค์รัชทายาท
เมื่อได้ยินสรรพนามแทนตนเอง ทำทุกคนตกใจ ยกเว้นเซี่ยชิงสือและว่านอวิ๋นเซียวที่รู้ตัวตนของชายหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว ชายสวมหน้ากากเดินฝ่าพี่น้องเซี่ยและว่านเข้ามายืนตรงกลาง พร้อมกับเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง“ท่าน! ท่านคือพี่รองหรือ...”มู่หรงจ้านมีท่าทีลนลานอย่างเห็นได้ชัด คนผู้นี้แม้ไม่ปรากฏตัวนานนับสิบปี ทว่ากลับถูกให้ความสำคัญยิ่งกว่าองค์ชายคนอื่นในราชวงศ์ อีกทั้งแดนเหนือยังเป็นที่ตั้งกองกำลังอันแข็งแกร่งที่สุด ที่เขาสร้างขึ้นด้วยสองมือ ตั้งแต่อายุสิบสองหลายคนเล่าลือว่า องค์ชายรองกลายเป็นปีศาจที่ชอบกลืนเลือดเนื้อผู้คน และอีกหลายคนกล่าวว่า...เขาคลั่งสงครามจนเสียสติทว่าหลังได้พบในวันนี้ ต้องบอกว่า...แม้องค์ชายในราชวงศ์ล้วนรูปงาม แต่เมื่อเทียบกับองค์ชายรองที่ยังสวมหน้ากากครึ่งหน้าผู้นี้แล้ว...คนเหล่านั้นยังห่างไกลจากบุรุษตรงหน้าอยู่หลายส่วนเซี่ยหรงเหยาที่ยืนเงียบตั้งแต่ต้น แอบคิดในใจโดยไม่รู้ว่า สายตาของนาง ถูกชายหนุ่มอ่านออกทั้งหมดแล้ว“ท่านอยู่ที่ชายแดนเหนือมิใช่หรือ”“ทำไม...เจ้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตวนอ๋องแล้ว เปิ่นไท่จื่อจึงไม่สามารถกลับบ้านตนเองได้หรือ...”“ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าเพียงแปลก
اقرأ المزيد
กล่าวหา
เมื่อสองสตรีปรากฏตัว เสียงสนทนาในห้องที่เคยจอแจพลันเงียบลงในบัดดลสายตาของนักศึกษาหญิงทุกคู่ ต่างหันมาจับจ้องพวกนางเป็นตาเดียว บางคนกระซิบกระซาบ บางคนแสร้งก้มหน้าอ่านตำรา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น และอคติที่ซ่อนอยู่“มีอะไรก็พูดต่อหน้า ลับหลังนินทาผู้อื่นมันมีอะไรดีนักรึ” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงแรงกดดันอยู่ในที ก่อนพวกนางจะนั่งลงยังเก้าอี้ประจำตัวอย่างไม่ใส่ใจนักศึกษาหญิงหลายคนรีบก้มหน้าหลบสายตา กลัวว่าตนเองจะถูกหมายหัวโดยสตรีผู้มีอำนาจแห่งตระกูลเซี่ยและว่าน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมก้มหัวให้นาง“เจ้าสองคนรังแกถงเอ๋อ แล้วยังกล้าลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่อีกหรือ” ลู่หลานหลิง หลานสาวของราชครูลู่ผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนักออกหน้าเป็นคนแรกเพราะมีท่านอาเป็นพระสนมตำแหน่งเสียนเฟย นางจึงไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลของสตรีทั้งสอง หญิงสาวยืนกอดอกมองมา สายตาเต็มไปด้วยการท้าทาย“ตาไหนของเจ้าเห็นว่าเรารังแกนาง” เซี่ยหรงเหยาเลิกคิ้วถาม ด้วยท่าทีเย็นชา“แต่ถงเอ๋อบอกว่าเจ้าทำให้นางขายหน้าต่อหน้าตวนอ๋อง อีกทั้งยัง เจ้าใช้อำนาจของพี่ชายรังแกนางและพี่ชายของนาง” ไป๋เสี่ยวอิง บุตรสาวของรองราชเล
اقرأ المزيد
บทเพลงนี้ของผู้ใดกันแน่
อาจารย์หวงแม้จะชรา แต่สายตายังคงลึกล้ำ ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนาน มีหรือจะมองไม่ออกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องวุ่นวายนี้คือหลินเสวี่ยถง และสิ่งที่นางต้องการ หาใช่ความยุติธรรม หากแต่เป็นการใช้โอกาสนี้ทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น“ท่านอาจารย์เจ้าคะ” ลู่หลานหลิงเอ่ยขึ้น หลังจากเงียบอยู่นาน“แม้ตอนนั้นไท่จื่อจะอยู่ด้วย แต่นี่เป็นเรื่องระหว่างหลินเสวี่ยถงกับเซี่ยหรงเหยา ศิษย์ร้องขอให้นางคืนบทเพลงที่นางขโมยจากถงเอ๋อคืนมา และลงโทษให้นางล้างห้องน้ำในสำนักศึกษาเป็นเวลาหนึ่งเดือน”หญิงสาวกล่าววาจาราวกับได้ตัดสินผู้ผิดแล้ว ทั้งที่อาจารย์หวงยังมิได้เอ่ยคำตัดสินใดๆบรรยากาศภายในห้องเรียนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เสียงไม้เท้าของอาจารย์หวงเคาะพื้นดังเป็นจังหวะ เตือนให้ทุกคนรู้ว่า การพิจารณายังไม่สิ้นสุด และตัวเขานั้น...ยังมิได้ตัดสินใจว่าใครคือผู้ผิด“เจ้าบอกว่าเพลงที่ข้าเล่นเมื่อเช้าเป็นของนาง...” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยเสียงเรียบ มิได้มีท่าทีหวาดกลัวความผิดใดใด“นี่สินะที่เจ้าต้องการ หลินเสวี่ยถง ร้องแรกแหกกระเชิงว่าข้ารังแกเจ้า แต่เป้าหมายที่แท้จริงก็คือบทเพลงกู่ฉินที่ข้าเล่นเมื่อเช้า”“ข้า...เปล่
اقرأ المزيد
พิสูจน์
“อ้อ...เช่นนั้นแล้ว เจ้าแต่งเพลงนี้ขึ้นเมื่อใด” เซี่ยหรงเหยาเอ่ยถามเสียงเย็น“ข้า...จำไม่ได้ แต่ข้าทำหายไปจริงๆ เซี่ยหรงเหยาเจ้าคืนมันให้ข้าเถอะนะ ข้าขอร้อง มันคือชีวิตของข้าจริงๆ” ท่าทีอ่อนแอและทุกข์ใจของนาง รวมถึงความเกเรของเซี่ยหรงเหยาในอดีต ทำเหล่าศิษย์สตรีเชื่อไปเกินครึ่งแล้วว่า ที่นางเอ่ยเป็นเรื่องจริง“เมื่อเช้าเจ้ายังถามข้าอยู่เลยว่า เพลงนี้ชื่ออะไร ตอนนี้กลับมาร้องเรียนว่าข้าขโมยเพลงของเจ้า! หน้าไม่อายเกินไปแล้วหลินเสวี่ยถง!”เซี่ยหรงเหยาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เหตุใดตนเองไม่เคยรู้เลยว่า สตรีนางนี้จะทั้งหน้าด้านและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายเพียงนี้“ข้า!...” หลินเสวี่ยถงพูดไม่ออก“เจ้ามั่นใจหรือว่าเพลงนี้เป็นของเจ้า” อาจารย์อวี๋ถามขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงแรงกดดัน“เจ้าค่ะ ศิษย์ยังไม่เคยลองเล่นจริงจังสักครั้ง พึ่งแต่งขึ้นเมื่อไม่นานมานี้” นางก้มหน้าไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย“เจ้าจะบอกว่า เซี่ยหรงเหยามีพรสวรรค์ถึงเพียงนั้น ขโมยเพลงของเจ้ามาไม่นานก็สามารถบรรเลงได้อย่างชำนาญราวกับฝึกฝนมาหลายปี...แล้วเช่นนั้นเมื่อเช้า เหตุใดเจ้าไม่ทักท้วง”คำถามนั้นทำให้หลินเสวี่ยถงถึงกับสะอึกไป
اقرأ المزيد
งานเลี้ยงชมดอกเหมย
“ครั้งนี้...ถือเป็นบทเรียนให้พวกเจ้า ต่อไปเมื่อคิดใส่ร้ายผู้อื่นก็ต้องคิดด้วยว่า ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร” คำกล่าวนั้นคล้ายกำลังเอ่ยเตือนหลินเสวี่ยถงกลายๆหญิงสาวยามนี้มีแต่ความอับอาย นางก้มหน้างุดมิกล้าสบตาผู้ใด โดยเฉพาะเซี่ยหรงเหยาแต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ภายในใจของหลินเสวี่ยถงก็ยังไม่คิดยอมแพ้ เรื่องนี้นางจะจดจำเอาไว้ในใจ และครั้งหน้า...จะต้องหาทางทำให้เซี่ยหรงเหยาได้รับความอับอายยิ่งกว่าที่นางได้รับในวันนี้หลังเรื่องราววุ่นวายทั้งหลายจบลง อาจารย์หวงได้สั่งให้เหล่าศิษย์หญิงแยกย้ายกันไป เซี่ยหรงเหยาและว่านหนิงอวิ๋นรีบพุ่งออกจากห้องเรียนไปก่อนใคร ตามที่เคยทำอยู่เป็นประจำ“อีกไม่กี่วันก็ถึงงานเลี้ยงชมดอกเหมยแล้ว เจ้าคิดจะเข้าร่วมหรือไม่” ว่านหนิงอวิ๋นเดินเข้ามาคล้องแขนสหายรัก พร้อมสีหน้าอยากรู้อยากเห็นคำพูดของสหายทำนางคิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง ที่งานเลี้ยง นางตามติดมู่หรงจ้าน ทั้งยังทะเลาะกับหลินเสวี่ยถง ทำให้ถูกคนทั้งงานประณาม และมองมาด้วยสายตาดูแคลนรางบางถอนหายใจเบาๆ ตนเองช่างโง่เขลานัก หลงรักบุรุษผู้หนึ่งจนหน้ามือดตามัว ไม่สนเกียรติใดใด ทำครอบครัวต้องขายหน้า“ว่าอย่างไร...เพียงงานเล
اقرأ المزيد
นางหาเรื่องให้ข้าอีกแล้ว
ดวงตางามของเซี่ยหรงเหยามองไปยังเส้นทางเบื้องล่างที่ทอดยาว ไม่นานนัก...เสียงกีบเท้าม้าพลันดังขึ้นพร้อมกับรถม้าสีดำสนิทที่ประดับตราจวนแม่ทัพแล่นมาหยุดตรงหน้า สายลมหนาวพัดกลีบดอกเหมยปลิวว่อนราวกับต้อนรับผู้มาเยือนม่านรถม้าถูกเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นสองพี่น้องตระกูลว่าน ว่านหนิงอวิ๋นและว่านอวิ๋นเซียวบุตรชายคนที่ห้าของแม่ทัพใหญ่แววตาของเซี่ยหรงเหยาอ่อนลงเล็กน้อย เมื่อสบตากับสหายรัก ส่วนเซี่ยชิงสือเพียงยกยิ้มบางๆ พลางเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“พวกเจ้ามาช้า” เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางเบา“ไม่ช้าได้อย่างไร เจ้าตัวโง่งมของข้าถูกท่านแม่จับแต่งกายอยู่นาน กว่าจะถูกปล่อยออกจากจวน เวลาก็ล่วงเลยมาขนาดนี้” ว่านอวิ๋นเซียวเอ่ยแก้ตัว พร้อมกับหลบสายตาที่มองค้อนของน้องสาว“เอาเถอะ เรารีบขึ้นเขากันดีกว่า คนอื่นๆ ไปกันหมดแล้ว”เซี่ยชิงสือเหลือบมองเล็กน้อย และทันทีที่สายตาของทั้งสองสบกัน ใบหน้าของว่านหนิงอวิ๋นพลันแดงเรื่ออืมมม นางงามจริงๆ ชายหนุ่มแอบคิดในใจหลังสนทนาเล็กน้อย คนทั้งสี่ก้าวขึ้นไปตามบันไดช้าๆ โดยที่มีข้ารับใช้ติดตามด้านหลัง และเมื่อก้าวเข้าไปในงานเลี้ยงที่ถูกจัดเตรียมอย่างอลังกา
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status