分享

บทที่ 8

作者: ปาเย่วเซิ่งเซี่ย
วันรุ่งขึ้น จ้านเป่ยว่างเข้าไปในพระราชวังตามคำสั่ง เดิมทีเขาคิดว่าพอเข้าไปในวังแล้วก็สามารถเจอกับฝ่าบาทได้ เพราะถึงยังไงตอนนี้เขาเป็นคนโดดเด่นในราชสำนัก

โดยไม่คาดคิด เขารออยู่นอกห้องหนังสือหลวงเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามเต็ม ก่อนที่อู๋ต้าปั้นจะออกมาและพูดว่า "ท่านแม่ทัพจ้าน ฝ่าบาทกำลังยุ่งอยู่ เขาบอกว่าให้ท่านกลับก่อน เดี๋ยวจะค่อยเรียกท่านมาใหม่ในวันอื่นขอรับ"

จ้านเป่ยว่างมีสีหน้าประหลาดใจ เขารออยู่นอกห้องหนังสือมานานขนาดนี้ ก็ไม่เห็นมีขารชาการคนใดเข้าออก แสดงว่าพระองค์ไม่ได้ทรงอภิปรายเรื่องการเมืองกับข้าราชบริพาร

เขาถามว่า "อู๋กงกง เดิมทีฝ่าบาททรงเรียกข้ามาเพื่ออะไรหรือ"

อู๋ต้าปั้นพูดด้วยรอยยิ้ม "ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยไม่รู้เรื่องนี้ขอรับ"

จ้านเป่ยว่างรู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่เขาไม่กล้าเข้าไปถามฝ่าบาทโดยตรง "รบกวนกงกงเตือนข้าสสัดหน่อยว่าใช่ข้าทำผิดอะไรหรือไม่?"

อู๋ต้าปั้นยังคงยิ้มและกล่าวว่า "ท่านแม่ทัพเพิ่งกลับมาอย่างมีชัย เป็นวีรบุรุษของบ้านเมือง จะมมีผิดที่ไหนกัน"

"แล้วฝ่าบาท..."

อู๋ต้าปั้นโค้งคำนับและพูดว่า "ท่านแม่ทัพ โปรดกลับก่อนเถอะขอรับ"

จ้านเป่ยว่างยังต้องการถามต่อ แต่อู๋ต้าปั้นได้หันกลับแล้วขึ้นบันไดหินไป ดังนั้นเขาจึงได้แต่จากไปด้วยความไม่สบายใจ

ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง ฝ่าบาททรงยกย่องเขากับยี่ฝางอย่างมาก ทำไมนี่เพิ่งผ่านไปวันเดียวเอง เขาถึงปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชาเพียงนี้?

เขาออกไปที่ประตูวังเพื่อไปเอาม้า แต่เขาได้ยินเสียงซุบซิบของทหารองครักษ์เฝ้าประตูพระราชวังที่อยู่หน้าประตูของตำหนักเจิ้งหยางกระซิบว่า "เมื่อวานฮูหยิงของแม่ทัพมา และยามนี้แม่ทัพก็เข้าวังด้วย หรือว่าเรื่องพระราชทานอภิเษกสมรสจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นมาเหรอ?"

"อย่าพูดไร้สาระ ฝ่าบาททรงอนุญาตต่อหน้าข้าราชการและประชาชน แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นได้อีกล่ะ?"

จ้านเป่ยว่างขมวดขึ้นและเขาก็เดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว "ฮูหยิงของข้าเข้าวังเมื่อวานนี้เหรอ?"

องครักษ์หลวงทั้งสองลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าแล้วพูดว่า "ขอรับ นางรออยู่ที่นี่ตั้งหนึ่งชั่วยามฝ่าบาทถึงยอมเรียกนางเข้าพบสักที"

เมื่อวาน จ้านเป่ยว่างอยู่ที่บ้านของตระกูลยี่ทั้งวัน เขาไม่รู้ว่าซ่งซีซีอยู่ที่ไหน แต่เขาไม่คากคิดว่านางจะเข้าวัง

มิน่าเล่าที่ทัศนคติของฝ่าบาทในวันนี้แตกต่างไปจากเมื่อก่อนกลับเป็นนางที่เข้าวังเพื่อขอร้องให้ฝ่าบาทเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาอภิเษกสมรส ช่างเป็นเจ้าเล่ห์จริงๆ!

อุตสาห์ที่ยี่ฝางช่วยพูดแทนให้นางตั้งมากมายเมื่อวานนี้ บอกว่าเป็นเรื่องปกติที่นางจะไม่ยอม โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงเป็นคนใจแคบอยู่แล้ว และไม่สามารถโทษนางได้

เขาขี่ม้าตรงกลับไปจวน หลังจากลงจากหลังม้า เขาก็โยนแส้ขี่ม้าไปที่คนเฝ้าประตู และตรงไปที่เรือนเหวินซี

"ซ่งซีซี!"

ทันทีที่เป่าจูได้ยินเสียงตะโกน นางก็ตกใจมากจนวิ่งไปอยู่ข้างหน้าซ่งซีซี มองดูเขาด้วยความตื่นตระหนก "ท่าน...ท่านอยากทำอะไรเจ้าคะ?"

"เป่าจู่!" ซ่งซีซีพูดช้าๆ "ออกไปเถอะ"

หลังจากฟังคำพูดของแม่นาง เป่าจูก็ถอยกลับไปยืนข้างแม่นาง แต่ก็ยังตื่นตัวเหมือนเสือตัวน้อย

จ้านเป่ยว่างมองไปยังซ่งซีซี ที่กำลังนั่งเงียบๆ บนเก้าอี้ เมื่อคิดว่านางเข้าวังเพื่อขอให้ฝ่าบาทเพิกถอนพระราชกฤษฎีกาของเขา ความรู้สึกผิดที่เขามีต่อนางเพียงเล็ดน้อยนั้นก็จางหายไปหมดเลย

ดวงตาที่เย็นชาของเขาสบกับดวงตาที่ะสงบของซ่งซีซี "เจ้าไปฟ้องต่อพระองค์ และขอร้องให้พระองค์ถอนพระราชกฤษฎีกาสมรสใช่หรือไม่"

ซ่งซีซีส่ายหัว "ไม่!"

"ไม่หรือ?"

เขาเหน็บแนม ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความรังเกียจ "เจ้ากล้าทำแต่ไม่กลับยอมรับ นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของลูกสาวที่เกิดในครอบครัวทหารสินะ ซ่งซีซี เจ้าหน้าซื่อใจคดมาก"

ซ่งซีซีมองชายผู้โกรธแค้นตรงหน้านาง นางรู้สึกแปลกหน้ามาก แปลกหน้าจนใจนางสั่นเทา

ขนาดนางสงสัยด้วยซ้ำว่านี่ไม่ใช่จ้านเป่ยว่างที่นางรู้จักมาก่อน หรือบางทีนางอาจไม่เคยรู้จักธาตุแท้ของเขามาก่อนมากกว่า

เมื่อจ้านเป่ยว่างเห็นว่านางเงียบ เขาก็คิดว่านางกำลังร้อนตัว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ "เจ้าพูดสิ เจ้าได้พูดอะไรกับพระองค์ พระองค์ตอบตกลงกับเจ้าหรือยัง จะเพิกถอนพระราชโองการหรือ? "

ซ่งซีซีลดสายตาลงแล้วพูดว่า "พระองค์ยังไม่ตอบตดลง การแต่งานของพวกท่านจะจัดขึ้นตามกำหนด"
在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP
評論 (8)
goodnovel comment avatar
Aphatsara Somphon
คำผิดเยอะมากกกกกกกก
goodnovel comment avatar
Syuk Badri
what kind of languange is this
goodnovel comment avatar
Kantitat
เอาแล้วววว
查看全部評論

最新章節

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1663

    เนื่องจากเสิ่นว่านจือกับพวกพักอยู่ที่จวน ฮูหยินซ่งจึงไม่ได้ลงโทษลูกสาวหนักนัก ยอมให้นางพาเหล่าสหายออกไปเที่ยวชมเมืองหลวงปีนี้ พอใกล้ถึงสิ้นปี ทุกบ้านต่างก็ออกมาจับจ่ายของปีใหม่ ม้าศึกตัวหนึ่งวิ่งตรงจากประตูเมืองเข้าสู่เขตพระราชวัง พลทหารป่าวร้องเสียงดังลั่น“ข่าวดี! เป่ยหมิงอ๋องยึดหนานเจียงคืนได้แล้ว! เป่ยหมิงอ๋องยึดหนานเจียงคืนได้แล้ว!”ซ่งซีซีอุ้มม้วนผ้าไหมสองพับ ยืนอยู่หน้าร้านผ้า ได้ยินเสียงร้องตะโกนกับหูตัวเองนางจำได้ว่าหลังจากศิษย์น้องออกไปรบที่หนานเจียง ก็ตีเมืองได้อย่างต่อเนื่องสิบกว่าหัวเมือง ทว่าติดพันอยู่ที่เมืองอีลี่และซีเมิ่งอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งซีจิงเข้ามาแทรกแซง สถานการณ์จึงล่าช้าตามลำดับเวลา ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายน่าจะยังรบกันอยู่ เหตุใดยึดคืนได้หมดแล้ว?นางเชื่อว่าเขาจะชนะ และจะยึดหนานเจียงกลับคืนมาได้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้จริงดังคาด หากไม่มีซีจิงเข้ามาแทรกแซง การยึดหนานเจียงคืนก็เป็นไปอย่างราบรื่นนางกลับไปแจ้งข่าวให้มารดาทราบ พร้อมจัดสำรับสุราอาหารเซ่นไหว้บิดาและพี่ชาย การยึดหนานเจียงครั้งนี้ ก็มีบุญคุณของพวกเขาร่วมอยู่ด้วย พวกเขาเคยถ่ายทอดประสบ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1662

    กลับถึงชายแดนเฉิงหลิง จ้านเป่ยว่างก็มีไข้สูง ตั้งแต่ระหว่างทางเขาก็แทบจะฝืนตัวไม่ไหว ความเจ็บปวดกัดกินจิตใจเขาจนถึงขั้นยามรู้สึกตัวก็ยังร้องขอให้หมั่นโถวใช้มีดปลิดชีพเสีย จะได้ไม่ต้องทนทรมานอีกหมอทหารเข้ามารับช่วงรักษา ล้างแผล ขูดเนื้อเน่าออก แน่นอนว่าเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทนไหวอีกครั้งต่อจากนั้นเขาก็ซมไปหลายวัน กินได้แค่น้ำข้าวเล็กน้อย ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัดศพของยี่ฝางไม่ได้ส่งกลับเมืองหลวง แต่ถูกฝังไว้ที่ชายแดนเฉิงหลิง เรื่องคุณความดีหรือความผิดของนาง ผู้บัญชาการเซียวจะเป็นผู้เขียนกราบทูลฝ่าบาทซีจิงในที่สุดก็ถอยทัพไป เพราะไร้ซึ่งเสบียงสนับสนุน กองทัพที่ซูลันซือนำมาก็ถึงจะอยากรบ ก็รบต่อไม่ได้ตามรายงานของสายสืบ ซูลันจีก็กลับเข้ากองทัพแล้ว เดิมทีเขาทราบว่าองค์รัชทายาทซีจิงเสด็จมาชายแดน ระหว่างทางที่มุ่งไปตามหา กลับถูกซุ่มโจมตีจนบาดเจ็บ ซูลันซือจึงฉวยโอกาสลงมือและนี่ก็เป็นแผนของพรรคพวกซูลันซือมาแต่แรก หากไม่มีแผนรองรับอย่างแน่นหนา พวกเขาคงไม่ส่งกำลังพลมายังชายแดนเฉิงหลิงมากเพียงนี้ รวมถึงลักลอบส่งเสบียงสนับสนุนด้วยในครานี้ ซูลันซือบุกโจมตีอย่างรุนแรง ละเมิดดินแดนแค

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1661

    ยี่ฝางบาดเจ็บสาหัส ขณะกุ้นเอ่อร์แบกนางอยู่ก็รู้สึกได้ว่านางแทบสิ้นลม พูดได้เพียงประโยคขาดห้วงอย่างยากเย็น “ช่วย…ข้า ข้าไม่อยากตาย…”เมื่อพวกเขากลับถึงกระท่อมร้าง ก็เร่งช่วยห้ามเลือดให้จ้านเป่ยว่างก่อน เพราะเขายังมีโอกาสรอดชีวิตทว่าสภาพของยี่ฝางนั้นย่ำแย่ เลือดไหลมากเกินไป แถมยังบาดเจ็บถึงอวัยวะภายใน การฝืนมาถึงตอนนี้นับเป็นปาฏิหาริย์ในดวงตานางเต็มไปด้วยแววสิ้นหวัง มือข้างหนึ่งยังคงพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายยึดแขนเสื้อของซ่งซีซีไว้แน่น ปากอยากจะร้องขอให้ช่วย ทว่ากลับไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ย มีเพียงเลือดที่ไหลทะลักจากปากดวงตานางพร่าเลือนแล้ว แต่ยังคงพยายามมองหาใครบางคน ทุกคนต่างนึกว่านางกำลังมองหาจ้านเป่ยว่าง ทว่าในตอนนั้นหมั่นโถวกำลังช่วยจ้านเป่ยว่างห้ามเลือด เย็บบาดแผล และกดจุดบนบ่าซ้ายเพื่อไม่ให้เลือดไหลออกอีกซ่งซีซีตรวจดูบาดแผลของนาง พร้อมทั้งใช้ผงห้ามเลือด ทว่าก็ไร้ผลในที่สุดดวงตานางก็จับโฟกัสได้ มองไปที่เสิ่นว่านจือ ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่ยินยอม ทว่าลมหายใจรวยรินจนเอ่ยคำใดไม่ออกซ่งซีซีรู้ว่านางอยากจะพูดอะไร จึงกล่าวขึ้นว่า “ข้าเคยบอกแล้ว ไม่มีใครมาช่วย มีเพียงพวกเ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1660

    เฉินเฉินกับหมั่นโถวพาพวกเขาออกไปได้แล้ว ก็กลับมาช่วยซ่งซีซีหลบหนียี่ฝางหามิได้อยากมีชีวิต อยู่ดีๆ ยังจะลอบกลับมา หากไม่เกรงว่านางจะทำให้ซ่งซีซีหลบหนีไม่สำเร็จ พวกเขาก็คงไม่ย้อนกลับมาจ้านเป่ยว่างแบกยี่ฝางไว้ พลางวิ่งสะเปะสะปะดั่งแมลงวันไร้หัว ไร้ซึ่งท่วงท่าในการต่อสู้ ยี่ฝางร่วงลงกับพื้น ยังไม่ทันตั้งหลักดี ดาบของทหารก็ฟันลงมาที่ขาของนางเสียงกรีดร้องโหยหวนสะท้านทั่วฟ้าเหนือคลังเสบียง จ้านเป่ยว่างที่รับมืออย่างยากลำบากหันกลับไปมอง เพียงแวบเดียวใบหน้าก็ซีดเผือด ยี่ฝางถูกฟันเข้าที่ขาซ้าย เลือดทะลักไม่หยุด“พี่จ้าน ช่วยข้าด้วย…” ยี่ฝางร้องเรียกเสียงแหลม หน้าซีดขาวจนไร้สีเลือด ไม่รู้ว่าเพราะเจ็บหรือเพราะกลัว ทั้งร่างสั่นระริกทหารเหล่านั้นดูท่าจะตั้งใจไว้ชีวิต จึงไม่ลงมือฆ่านางทันทีดาบเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของนาง มีคนลากนางลุกขึ้น ทหารที่โกรธเกรี้ยวพูดอะไรบางอย่างไม่ชัดถ้อย ก่อนจะมีคนถือเชือกเข้ามาจะมัดตัวนางในยามนั้นเอง พลทหารคนหนึ่งนำเหล่าทหารไม่กี่นายเดินตรงเข้ามา ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม แม้จะดูอ่อนล้าเพราะเดินทางมาไกล แต่ก็ยังไม่อาจบดบังอากัปกิริยาอันสูงศักดิ์ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1659

    ซ่งซีซีเห็นว่าทุกคนล้วนหลบหนีออกไปได้แล้ว จึงรอให้เพลิงลุกไหม้อีกครู่ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาบินไปยังคลังเสบียงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไปร่วมดับไฟ แต่คลังเสบียงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง จึงยังมีทหารเฝ้าอยู่สิบกว่าคน พวกเขาเห็นซ่งซีซีในคราบชาวเขาก็จะเข้ามาตรวจสอบซ่งซีซีรีบยกถังน้ำมันขึ้น ร้องตะโกนเป็นภาษาซีจิงว่า “ดับไฟ ดับไฟ…”นางร้องตะโกนพลางวิ่งไปยังกองเพลิงด้านตะวันออก ทำทีว่ากำลังจะไปช่วยดับไฟขณะเดียวกัน ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างก็รีบมาช่วยดับไฟ ซ่งซีซีที่วิ่งนำหน้ากลุ่มจึงดูไม่ผิดสังเกตนักบริเวณเพลิงไหม้วุ่นวายไปหมด บ้างใช้ผ้าหนาโบกดับไฟ บ้างหิ้วถังตักน้ำ บ้างใช้พลั่วตักทราย เรียกว่าทุกวิถีทางถูกนำมาใช้แต่เมื่อไม้ติดไฟแล้ว เพลิงก็รุนแรงเกินไป หากจะสกัดไม่ให้ไฟลามไปยังคลังเสบียง คงไม่ใช่เรื่องง่ายนักซ่งซีซีถือถังน้ำมันวิ่งวนอยู่รอบหนึ่ง แล้วฉวยจังหวะหลบพวกทหาร แอบเข้าไปในคลังเสบียงข้าวสารถูกบรรจุใส่กระสอบป่านวางซ้อนกันจนเต็มเกือบล้นคลัง เห็นได้ชัดว่าซูลันซือตั้งใจจะบุกตีด่านเฉิงหลิงให้แตกซ่งซีซีสาดน้ำมันใส่ แล้วจุดไฟโยนไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง มีคนตะโกนว่า “

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 1658

    ยี่ฝางไม่กล้ารับคำของซ่งซีซี ได้แต่กลืนความไม่พอใจลงคอ แล้วหันไปพูดกับจ้านเป่ยว่างว่า “พี่จ้าน ข้าไปกับท่านก็แล้วกัน”จ้านเป่ยว่างเหลือบตามองซ่งซีซีแวบหนึ่ง สีหน้าเรียบเฉย แล้วกล่าวว่า “เราฟังคำสั่งก็พอ จะได้ผลงานหรือไม่ก็ไม่สำคัญ สำคัญคือต้องทำภารกิจให้สำเร็จ แล้วกลับไปให้รอด”เขาย่อมไม่เชื่อว่าซ่งซีซีจะเข้าไปในคลังเสบียงเพียงคนเดียว เพราะเมื่อไม้รอบคลังถูกจุดไฟเผา คลังเสบียงย่อมกลายเป็นสถานที่อันตรายที่สุด แล้วยังจะต้องจุดไฟข้างในอีก ท่ามกลางเปลวเพลิง นางจะหนีออกมาได้อย่างไร?ฉะนั้นเขาคาดว่า ขณะที่พวกเขากำลังจุดไฟอยู่ด้านนอก ก็ต้องมีคนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในคลังเสบียงจุดไฟไว้แล้ว ซ่งซีซีเพียงแค่ทำทีเป็นคนลงมือเท่านั้นแรกเริ่ม จ้านเป่ยว่างรู้สึกไม่ยุติธรรมในใจนัก ยิ่งรู้สึกว่าระบบขุนนางเป็นสิ่งน่าเศร้า ตระกูลขุนนางใหญ่ผลัดกันส่งต่ออำนาจ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ขอเพียงบรรพชนมีผลงาน ก็สามารถไต่เต้าขึ้นไปได้โดยง่าย หรือมีโอกาสสร้างชื่อเสียง สืบทอดเกียรติภูมิของตระกูลต่อไปแต่คิดอีกที บิดาของเขาเองก็ไม่มีความสามารถนัก หากไม่ใช่เพราะท่านปู่มีผลงานในสนามรบ บิดาก็คงไม่ได้เป็นขุนนางด้วยซ้ำ อย่าว่า

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 507

    ภายใต้แสงสลัว มีร่างหนึ่งรีบเข้ามาที่ประตูและประคองนาง "เกิดอะไรขึ้น"หวังชิงหลูเห็นใบหน้าของจ้านเป่ยว่าง สามีของตนเองท่ามกลางน้ำตาที่พร่ามัว นางซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ร้องไห้ยิ่งดังขึ้นและเสียใจมากขึ้นจ้านเป่ยว่างไม่เคยเห็นนางนั่งบนพื้นและร้องไห้อย่างเสียท่าขนาดนี้ เขาคิดว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 435

    ในท้ายที่สุดข่าวเรื่องจ้านเป่ยว่างถูกลดตำแหน่งเป็นองครักษ์ระดับเก้าของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเมืองหลวงก็ไม่สามารถปกปิดจากฮูหยินผู้เฒ่าได้ หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่าทราบเรื่องนี้ นางก็ทุบหน้าอกของตนเองและร้องไห้อย่างขมขื่นนางสาปแช่งเสียงดัง โดยบอกว่าเป็นเพราะแต่งยี่ฝางผู้นำโชคร้ายเข้าจวน เลยทำให้จ

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 468

    เซี่ยหลูโม่พยักหน้าและมองดูซ่งซีซีด้วยความชื่นชมอย่างไม่หยุดยั้ง "ใช่ มีคนในครอบครัวทั้งหมดสิบสามคนรวมทั้งนางด้วย นางฆ่าไปสิบสองคน พ่อสามี สามีของนาง และบุตรชายสามคน ห้าคนนี้ล้วนเป็นคนแข็งแกร่ง และแม่สามี บุตรสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือน เหลือเพียงคนรับใช้ไม่กี่คน แต่ปัญหาติดที่ว่าคดีนี้เกิดขึ้นในตอนเย็น

  • สตรีขี่ม้าออกศึก   บทที่ 439

    แม่นมเกาส่งรายชื่อมาให้ ชื่อก่อนเข้าวัง ชื่อหลังเข้าวัง บ้านเกิด อายุ ปีที่เข้าวัง และวังที่เคยรับใช้บ้าง ล้วนเขียนไว้อย่างละเอียดเมื่อดูเผินๆ ไม่มีอะไรผิดปกติจริงๆ มีเพียงสามคนเท่านั้นที่เคยรับใช้ในตำหนักอื่น ได้แก่ หลานเยว่ จิ้งซิน และซู่หลานป้าหลานเยว่เคยรับใช้พระสนมหวั้นกุ้ยเฟยมา หลังจากพระสนมหว

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status