Masuk“แต่งงานได้คืนเดียวก็กล้าขนาดนี้แล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำคล้ายกระซิบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
“ดูท่าว่าเมื่อคืน…เจ้าบ่าวของคุณคนนั้นจะใจดีกับคุณไปหน่อยนะ” สายตาคมกริบที่ทอดมองมาไม่ใช่เพียงตำหนิ หากแต่เป็นการข่มขู่เธออยู่กราย ๆ คล้ายกำลังบอกว่าคืนนี้เธอต้องไปทำหน้าที่ ‘เมียบนเตียง’ ให้ดีและต้องดียิ่งกว่าเมื่อคืน ใบหน้าของหญิงสาวผ่าวร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความซ่านสยิวแบบเดียวกับในตอนนั้นพุ่งทะยานลงไปยังกึ่งกลางลำตัวของเธอ ภาพตอนที่เธอกับภวินท์อยู่บนเตียงด้วยกันในค่ำคืนที่ผ่านมาฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง “คุณเด็ดกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะแต่แค่นี้ยังทำให้ผมพอใจไม่ได้หรอก” เขาใช้ปากงับใบหูเธอ ขบเลียอย่างเอร็ดอร่อยราวกับว่ารสชาติของมันหวานหอมไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ของเธอ เอวสอบกระแทกกระทั้นเข้าหาความคับแน่น เนื้อตัวของกุลจิราสั่นเทาเมื่อถูกความกระสันเสียวซัดสาดใส่อย่างหนักหน่วงตั้งแต่ครั้งแรก เธอกระตุกเกร็ง ส่วนอ่อนไหวตอดรัดท่อนเอ็นร้อนเป็นจังหวะ ชายหนุ่มเร่งความเร็วเข้าหาความคับแน่นหลายครั้งก่อนจะรูดดึงเกราะป้องกันที่เต็มไปด้วยน้ำสีขุ่นขาวปนสีแดงจาง ๆ ที่บ่งบอกว่ากุลจิรายังไม่เคยผ่านชายใดมาก่อนโยนไปที่พื้น ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง ร่างกายพากันแตกตื่นตอนที่เขาใช้ปากฉีกถุงยางอนามัยอันใหม่ ครั้งเดียวไม่พอเหรอ เธอจะรับไม่ไหวแล้วนะ ในขณะที่กุลจิรากำลังตื่นกลัว ซีอีโอหนุ่มก็สวมใส่เกราะป้องกันเข้าไปในความเป็นชายของตนเอง ความแข็งขืนประสานกับความนุ่มของกุลจิราในเสี้ยววินาทีนั้น เขาไม่รอให้เธอตั้งรับได้ก็ขยับร่างกายเข้าหาเธอด้วยจังหวะที่เร็วและรุนแรง “อ๊า อื้ออ” เมื่อไม่อาจกักเก็บเสียงครวญครางหวิวหวาม กุลจิราก็ปล่อยทุกอย่างไปตามธรรมชาติ มือเล็กทั้งสองข้างกำผ้าปูแน่นขณะรับแรงที่ภวินท์ถาโถมเข้าใส่ “คุณชอบให้ผมเอาแรงๆแบบนี้ใช่มั้ย หืมม” ภวินท์โน้มกายลงไป ซุกใบหน้าลงไปที่ภูเขาลูกโต ลิ้นร้อนระอุดูดกลืนยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อเข้าไปในปาก ร่างบางสั่นสะท้านเกร็งไปทั้งตัวแต่ไม่ยอมให้คำตอบแก่เขา “ตอบผมมาสิว่าคุณชอบให้ผมกระแทกแรงๆ” เขาเอ่ยถามเสียงพร่า แล้วยันกายขึ้นไปตอกตรึงความแข็งขึงเข้าไปในร่องคับ สายตาจ้องมองไปยังจุดเชื่อมต่อ แต่จนแล้วจนเล่ากุลจิราก็ยังไม่ยอมพูด นอกจากสีหน้าและแววตาลามกที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน เขาคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ได้เป็นเจ้าของชีวิตและร่างกายของเธอ เธอก็ควรจะเชื่อฟังเขา ไม่ใช่มาอวดดีแบบนี้ ตั๊บ ตั๊บ…!! ภวินท์กระแทกกระทั้นกายเข้าหาหญิงสาวอย่างไม่มีความปราณี เขาต้องสั่งสอนคนที่กล้าขัดคำสั่ง “ถ้าไม่อยากให้ผมเย…จนคุณต้องคลานลงจากเตียงก็ตอบมา…คุณ ชอบที่ผมกระแทกคุณแรงๆแบบนี้” สิ้นคำเขาก็ตอกสะโพกเข้าออกรัวเร็ว เสียงหัวเตียงตอนที่ชนเข้ากับผนังห้องดังเป็นจังหวะเดียวกัน เมื่อไม่อาจต้านทานไหวและรู้ว่าคนอย่างภวินท์ เมื่ออยากได้อะไรแล้วก็ต้องเอาให้ได้ สุดท้ายกุลจิราก็จำใจต้องให้คำตอบที่พอใจแก่เขา ทว่าน้ำเสียงของเธอก็แผ่วจนแทบจะไม่ได้ยิน “อืออ ชา…ชอบบบ” “พูดให้มันดังๆเหมือนเสียงครางของตัวเองหน่อยสิ” เขายกสะโพกเธอขึ้นแล้วกระแทกความเป็นชายเข้าใส่กึ่งกลางกายของกุลจิราแบบเน้น ๆ “อ๊าๆ ชะ…ใช่ ฉันชอบให้คุณกระ ทะ…แทกแรงๆ อื้อออ!” “ได้ยินที่ผมพูดไหม” เสียงทุ้มเย็นของเขาทำให้กุลจิราหลุดออกจากภวังค์ที่เผลอไปคิดถึงมันขึ้นมา ถึงอย่างนั้นใบหน้ายังร้อนผ่าวไม่หาย “เมื่อกี้คุณภวินท์พูดว่าอะไรนะคะ” เธอกะพริบตาถี่เล็กน้อย ตั้งสติกลับมา “ผมบอกว่าต่อไป…คุณไม่ต้องใส่ชุดนี้มาทำงานอีก” หญิงสาวก้มมองตัวเอง เธอมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้แต่งตัวผิดระเบียบ ใส่แบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน ไม่เห็นแผนกบุคคลจะว่าอะไร คำตอบนั้นทำให้คิ้วเรียวของเธอยกขึ้นโดยอัตโนมัติ “ทำไมล่ะคะ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ แต่แฝงความไม่พอใจไว้ในทุกรายละเอียดของสีหน้า ด้านหลัง คุณเมธีถอยห่างออกไปอีกอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งระยะให้ทั้งคู่พูดคุยกันตามลำพังมากขึ้น “ชุดนี้มันเห็นร่องอก อย่าลืมว่าตอนนี้ทุกคนในบริษัทรู้ว่าคุณกับผมแต่งงานกันแล้ว เพราะฉะนั้นการแต่งตัวของคุณ ก็คือหน้าตาของผม” “คะ?” ใบหน้าของเธอสะท้อนความประหลาดใจ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบอวดเรือนร่าง อีกอย่างชุดนี้ก็มองเห็นหน้าอกหน้าใจเธอแค่นิดเดียว “ผมสั่งคุณก็แค่ต้องทำตาม” น้ำเสียงที่ทุ้มเย็นของเขาทำให้กุลจิราได้แต่ต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือตอนที่อยู่บ้านเศรษฐวินิจ ทุกพื้นที่ที่เท้าเธอเหยียบบนโลกใบนี้ เธอก็ไม่อาจหนีจากเงาอำนาทของเขา ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม เขารู้จักกุลจิรามานาน บางทีระยะเวลาที่เขารู้จักเธออาจจะมากกว่าที่เธอรู้จักเขาเสียอีก ในสายตาของภวินท์ กุลจิราเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่เขาไม่เคยเห็นเธอไม่ยอมเสียเปรียบหรือให้ใครดูถูกได้ แต่ผู้หญิงฝีปากดีแบบกุลจิรา เขาย่อมมีวิธีจัดการอยู่แล้ว “รับทราบค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวโน้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเดินออกไป ไกลพอที่จะไม่ได้ยินบลบทสนทนาระหว่างภวินท์กับคุณเมธี “เรื่องที่จะให้หนูน้ำย้ายมาเป็นเลขาให้ลุงจัดการให้เลยไหม จะได้แจ้งให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการ”“ผมชอบคุณนะ” หัวใจเธอวูบไหวขึ้นมา เสี้ยวหนึ่งในอกเผลอสั่นไหวเขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดทับลงมาที่กลางอกเธออย่างจงใจ“ผมชอบที่คุณฉลาด” ปลายนิ้วร้อนระอุไล้ไปตามลำตัวของหญิงสาวอย่างแผ่วเบากุลจิราปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะ ตรงอกอวบอิ่มกระเพื่อมเล็กน้อย กำมือแน่น เล็กจิกฝ่ามือจนเจ็บ“ฉลาดพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร” นิ้วของเขาขยับต่ำลงมา ฝ่ามือใหญ่สัมผัสลงที่เนินอวบอูมใต้สะดือของเธอฝ่ามือนั้นขยับต่ำลงอีกนิด…“รู้ว่าไม่ควรคิดอะไร…เกินตัว” คำพูดนั้นตกกระทบลงกลางอกเธออีกครั้ง เหมือนว่าประโยคนั้นเพิ่งจะฟาดลงมาที่ใบหน้าของเธอมันชา…จนแทบจะไม่มีความรู้สึกกุลจิรามองตัวเองในกระจก รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย ในขณะที่พยายามกลั้นทุกความรู้สึกไม่ให้เผยออกมาภวินท์ถอนมือออกมา ร่างสูงถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเยียบเย็นจับจ้องที่ร่างระหง สายตาไม่บอกอารมณ์เหมือนเช่นทุกครั้ง“อีกสิบห้านาที ลงไปข้างล่าง” “ฉันขอดูความเรียบร้อยของตัวเองแล้วจะรีบลงไปนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามองเขาน้ำเสียงเฉยชาที่ลอยมาเข้าหูทำให้ภวินท์เกิดความไม่พอใจอยู่ลึก ๆดวงตาชั่วร้ายมืดดำลง…สงสัยเขาต้องสั่งสอนให้กุลจิรา
กระจกฝั่งเบาะด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ภวินท์นั่งอยู่ด้านในในชุดสูทสีเข้ม โดยมีคุณเมธีทำหน้าที่เป็นคนขับรถดวงตาลึกล้ำของประธานหนุ่มยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้าถึง แม้แต่คนที่อยู่ในสถานะภรรยาเช่นเธอสายตาเย็นเยียบคู่นั้นเลื่อนมาหยุดที่หญิงสาวร่างบาง ภวินท์ไม่ได้เอ่ยคำใด สีหน้าไม่บอกอารมณ์แต่เพียงเท่านั้น…ก็พอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดกว่าทุกครั้งกุลจิราสูดหายใจลึก บอกกับตัวเองว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องงานไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องส่วนตัว และไม่มีเหตุผลที่เธอจะรื้อฟื้นสิ่งที่ผ่านไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน…เธอได้ก้าวข้ามมันมาแล้วเธอไม่คิดจะเรียกร้องคำอธิบายใดและไม่คาดหวังคำขอโทษจากใครร่างบางเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลังเมื่อประตูรถคันหรูปิดลง เสียงจากโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดราวกับไม่เคยมีอยู่"ถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ถึงแล้วลุงจะปลุกเอง" คุณเมธีมองหญิงสาวผ่านกระจกส่องหลังด้วยสายตาอ่อนโยน ต่างจากอีกคนที่มองเธอเป็นอากาศธาตุ"ค่ะ" หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง ๆ แทนคำขอบคุณ จากนั้นภายในรถก็เงียบสนิท มีเพียงกลิ่นโคโลญจ์จาง ๆ จากชายหนุ่มที่
ฝนเมื่อคืนทิ้งเพียงความชื้นไว้ในอากาศท้องฟ้าหลังพายุฝนดูโปร่งใสกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานสูงตึกสูงใหญ่ที่ PSW Asset Group เป็นเจ้าของทั้งหมด ทอดตัวลงมากระทบพื้นหินขัดจนเกิดเงาสะท้อนจาง ๆเสียงพนักงานทักทายกัน เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้น กลิ่นกาแฟลอยอบอวลอยู่ตามโต๊ะทำงานทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติกุลจิรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ดวงตาจดจ่ออยู่กับตัวอักษรในแฟ้มไม่มีใครรู้ว่าวันหยุดที่ผ่านมาเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งเธอเองไม่ได้ต้องการให้ใครมารับรู้แววตาเย็นเยียบของชายหนุ่มในตอนที่ไล่เธอลงจากรถ…ยังวนเวียนอยู่ในความคิดเขาทิ้งเธอไว้ข้างถนนอย่างไม่ไยดีเมื่อคืนนี้ภวินท์ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เธอไม่รู้ว่าเขาไปค้างที่ไหนและนั่นก็เป็นเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้คำถามเหล่านั้น…ไม่ใช่หน้าที่ของภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมาเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น หญิงสาวตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วรีบรับสาย“ฮัลโหลค่ะ”“มีงานด่วนต้องให้น้ำไปทำ” จุฑามาศแจ้งเธอผ่านสายโทรศัพท์“อะไรเหรอคะ”“มีลูกค้ารายใหญ่ที่จังหวัดระยอง เป็นกลุ่มนักลงทุนด้านนิคมอุตสาหกรรมกับคลังสินค้าโลจิสต
"ลงไป" น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นยะเยือกกว่าทุกครั้ง หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ“อะไรนะคะ?” ภวินท์หันมามองเธอ ดวงตาคมคายวาวโรจน์คล้ายคนที่กำลังข่มอารมณ์บางอย่างเอาไว้"ผมบอกให้คุณลงไปจากรถ ไม่ได้ยินเหรอ" หญิงสาวนิ่งงันไปหลังได้เห็นแววตาเฉยชาของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางขยับเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาเขาจะปล่อยให้เธอลงตรงนี้จริง ๆ เหรอ?เธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองมือเล็กค่อย ๆ เอื้อมไปเปิดประตูรถ หน้าเธอไม่หนาพอจะให้เขาพูดจาดูถูกอะไรเธออีกเสียงฟ้าร้องคำรามขึ้นเหนือศีรษะราวกับส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าทันทีที่เท้าแตะพื้นถนน สายฝนก็กระหน่ำลงมา หยดน้ำเย็นเฉียบซัดใส่ร่างบางจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มในพริบตาเมอร์เซเดสคันหรูพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งกุลจิราไว้ข้างหลังขณะที่พายุฝนกำลังโหมกระหน่ำลงมาเจ้าของร่างบางยืนอยู่ที่ริมฟุตบาต สองเท้าเธอเปียกชุ่ม ใบหน้าเปียกชื้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นหยดฝน…หรือหยดน้ำตาเธอทำอะไรผิดนักหนา ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธอถึงเพียงนี้แท็กซี่สีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่จอดลงตรงหน้าของหญิงสาวที่โบกมือเรียกในสภาพที่ร่างกายเปียกปอนเธอเปิดประตูขึ้นไปนั่
“พี่ทิตย์?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทนตรงหน้าแต่งกายด้วยเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนอย่างเรียบง่าย กับกางเกงสแลคสีเข้ม แววตายามที่มองมายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนริมฝีปากของเขาทันทีที่สบตาเธอ“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะได้เจอน้ำที่นี่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเป็น ท่าทางที่ดูเป็นมิตรแบบที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรู้สึกสบายใจ“บ้านที่น้ำอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ค่ะ” อาทิตย์พยักหน้า ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆความเงียบช่วงสั้น ๆ แทรกตัวขึ้นระหว่างทั้งคู่แม้ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา แต่กุลจิรากลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แปลกไปเธอรู้จักอาทิตย์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มรับช่วงดูแลกิจการของครอบครัว ส่วนเธอยังเป็นนักศึกษาแม้จะสนิทสนมกันแต่ด้านความสัมพันธ์พวกเขาไม่เคยเกินเลย เป็นเพียงเพื่อน เป็นพี่น้องทื่ต่างก็หวังดีต่อกันหลังเรียนจบ เธอเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงลำพัง ส่วนอาทิตย์ก็ดูแลธุรกิจครอบครัวอยู่ทางภาคเหนือ ทั้งคู่ยังมีการติดต่อกันผ่านการแชดคุย โทรถามสารทุกข์สุกดิบเป็นครั้งคราวเมื่อใดที่อาทิตย์มีโอกาสม
“ผมไม่อนุญาต” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วกำเข้าหากันครู่เดียวก่อนจะคลายออก“เพราะอะไรคะ” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เมื่อต้องการคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่คำตอบสั้น ๆ แล้วเห็นเธอเป็นเพียงธาตุอากาศที่นี่คือบ้านของเขา เขาคือเจ้าชีวิตเธอ แต่การออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวเพียงแค่นี้ ไม่น่าจะต้องขออนุญาตราวกับนักโทษ“อยากได้อะไรก็ให้คนไปซื้อให้” น้ำเสียงห่างเหินดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เขาไม่ควรจะเสียเวลาอธิบายกุลจิรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามประนีประนอม“ของใช้ส่วนตัวบางอย่าง ฉันต้องไปซื้อเองค่ะ” ภวินท์พลิกหน้านิตยสาร เหมือนคนที่ไม่ต้องการสานต่อบทสนทนาท่าทีเพิกเฉยนั้นยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวหนักอึ้ง“ถ้างั้นให้พี่สมชายไปส่งฉันก็ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปรีบกลับ” กุลจิราพยายามต่อรอง ทั้งที่เขาไม่ควรจะทำให้เรื่องพวกนี้ยุ่งยากภวินท์ลดนิตยสารลงจนใบหน้าคมเข้มปรากฏชัด แววตาร้ายกาจฉายวาบขึ้น“สมชายไม่ใช่คนขับรถของคุณที่จะมาใช้ได้ตามอำเภอใจ” ประโยคนั้นทำให้กุลจิรานิ่งงันความรู้สึกแปลกแยกถาโถมเข้ามาในอก ราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญก้าวเข้ามาในบ้านหลั






![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
