Home / โรแมนติก / สถานะภรรยานอกหัวใจ / บทที่8 ผู้หญิงของภวินท์

Share

บทที่8 ผู้หญิงของภวินท์

last update Last Updated: 2025-12-01 13:48:08

“เรื่องที่จะให้หนูน้ำย้ายมาเป็นเลขาให้ลุงจัดการให้เลยไหม จะได้แจ้งให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการ” หากเป็นบริษัทอื่นหรือแม้แต่ PSW Asset Group แห่งนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พนักงานฝ่ายวางแผนและการตลาดจะข้ามขั้นมาทำตำแหน่งเลขาหน้าห้อง

ยกเว้นกรณีที่พนักงานคนนั้นจะถูกใจเจ้าของบริษัทถึงขั้นได้ตบแต่งเป็นภรรยา

“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ เอาไว้ผมค่อยบอกคุณลุงอีกทีนะครับ” ประตูลิฟต์ปิดลงช้า ๆ ทิ้งความเงียบงันระหว่างภวินท์กับคุณเมธีไว้เพียงครู่ ก่อนเสียงถอนหายใจหนัก ๆ ของเลขาคนสนิทจะดังขึ้นบ่งบอกถึงความหนักใจบางอย่าง

“ถ้าหนูน้ำย้ายมาทำตำแหน่งเลขา จะไม่ทำให้หนูน้ำยิ่งถูกคนอื่นมองไม่ดีเหรอ”

“นั่นมันเป็นปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของผม” เป็นคำตอบสั้น ๆ แต่ฟังดูใจร้ายพอสมควรจนคุณเมธีต้องหลุบตาลงเล็กน้อย

ภวินท์ไม่ใช่คนใจร้ายโดยกำเนิด

แต่ชีวิตที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็นคนจิตใจหยาบกระด้างแบบนี้

ในวันที่โชคชะตาพลิกผัน

วันที่คุณพิศาลและคุณกนกวรรณ ภรรยา เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางกลับจากเจรจาธุรกิจ

บ้านเศรษฐวินิจที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลายเป็นสถานที่ที่มีเพียงความเงียบงัน เมื่อสมาชิกในบ้านเหลือเพียงเขาคนเดียว

หลังจากงานศพผ่านพ้นไป…

เด็กหนุ่มวัยย่างยี่สิบต้องกลายมาเป็นผู้สืบทอดธุรกิจของครอบครัว

ทั้งที่ยังเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่ง ยังไม่ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น เขาต้องมานั่งเซ็นเอกสารที่ไม่เข้าใจ ต้องประชุมกับผู้บริหารที่มองเขาเป็นเพียง “เด็ก”

ภวินท์ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทุกฝ่าย ทั้งจากคู่ค้า หุ้นส่วน และคนในองค์กรที่ไม่มั่นใจว่าเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบอย่างเขาจะประคองธุรกิจและนำพาบริษัทไปได้ไกลสักแค่ไหน

ในวันที่หัวใจเขาอ่อนแรงที่สุด คนที่คอยยืนอยู่ข้างหลัง คอยสอนทุกอย่างให้กับเขา

คือคุณเมธี เพื่อนสนิทของคุณพิศาล และเป็นเพียงคนเดียวที่ภวินท์ให้การยอมรับ

เขาไม่มีโอกาสได้เลือกเส้นทางของตัวเอง

ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป

และไม่เคยมีสิทธิ์อ่อนแอแม้เพียงครั้งเดียว

ดังนั้น…ความเย็นชา หยาบกระด้างที่ทุกคนเห็น

เปรียบเป็นเกราะแข็งแกร่งที่ทำให้เขาขึ้นมายืนอยู่จุดนี้ได้

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเขาได้ผ่านความผิดหวัง สูญเสีย และความโดดเดี่ยวมามากมายเพียงใด

ประตูบานเหล็กเปิดออกที่ชั้นสูงระฟ้าของตึก เผยให้เห็นโถงสำนักงานส่วนตัวที่เงียบสงบแต่แฝงไปด้วยอำนาจของผู้ครอบครอง เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนไปตามโถงทางเดิน คุณเมธีเดินตามหลังชายหนุ่มอย่างรู้จังหวะ

ประตูของห้องผู้บริหารถูกผลักออก ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกเต็มบาน เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งทุกชิ้นผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน

จากตรงนี้สามารถมองเห็นวิวศิวิไลของเมืองกรุงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แสงแดดยามสายส่องผ่านเข้ามากระทบขอบโต๊ะทำงานสีเข้มที่สั่งทำพิเศษ ชั้นหนังสือด้านหลังเรียงรายไปด้วยแฟ้มโครงการ อาคารจำลอง และแบบแปลนอสังหาริมทรัพย์ที่ชายหนุ่มเป็นคนลงนามอนุมัติมาแทบทั้งหมด

PSW Asset Group วางรากฐานไว้โดยคุณพิศาล บิดาของเขา

ทุกอย่างที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า คือภาระที่เขารับมาในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเศรษฐวินิจ

คุณเมธีเดินตามเข้า วางเอกสารลงบนโต๊ะข้างโซฟาที่ชายหนุ่มเพิ่งจะทิ้งตัวลงไป ราวกับต้องการปลดภาระบางส่วนออกจากบ่า

เสียงถอนหายใจจของชายวัยกลางคนดังขึ้นเบา ๆ แต่ก็เพียงพอให้ดึงสายตาของภวินท์ขึ้นมามอง

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”

“เปล่าหรอก ลุงแค่คิดว่าถ้าตอนนี้พ่อของหนูน้ำยังอยู่…หนูน้ำคงไม่ต้องลำบากแบบนี้” ความกังวลที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น ภวินท์พอเข้าใจได้

กุลจิราไม่ใช่แค่ลูกสาวของคนรู้จัก แต่ยังเป็นคนที่คุณเมธีเห็นเธอเติบโตอยู่ในบริษัทมาตลอดหลลายปีนี้ จะมีความห่วงใยให้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพียงแต่คำว่า ‘ลำบาก’ ที่หลุดออกมาทำให้คิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย

ความลำบากของกุลจิราที่ทำให้คนที่งานล้นมืออย่างคุณเมธีต้องมานั่งกลุ้มใจ คือการแต่งงานเป็นภรรยาเขาอย่างนั้นหรือ

“ลุงไม่ได้ว่าอะไรเรานะ ลุงแค่อดเป็นห่วงหนูน้ำไม่ได้ ในฐานะที่ก็ถือลุงก็ว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของหนูน้ำคนหนึ่ง”

“ผมเข้าใจครับ ผู้หญิงคนนั้นเก่งเรื่องทำให้คนอื่นสงสารแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” เสียงถอนหายใจของชายวัยกลางคนแว่วดังขึ้นอีกครั้ง

กับผู้หญิงคนอื่น ไม่เห็นภวินท์จะพูดจาค่อนขอดแบบนี้เลย

“เอาเถอะ ไหนๆก็มาถึงวันนี้แล้ว ลุงหวังแค่ว่าเราจะปฏิบัติกับหนูน้ำอย่างดี อย่างที่เราเคยรับปากคุณเกียรติเขาเอาไว้” ถ้อยคำนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงัก ราวกับถูกแตะต้องจุดที่เขาไม่ค่อยเปิดให้ใครเห็น

ก้องเกียรติ ไม่ใช่แค่พ่อของผู้หญิงที่เขาเอาเรื่องแต่งงานเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะเรื่องเงินทอง

หากแต่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่บิดาของเขาชื่นชม

“คุณเกียรติสร้างโรงงานมาด้วยน้ำพักน้ำแรง เขาทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์จนคนในวงการพากันให้ความเคารพนับถือ เป็นคนที่รักลูกน้อง ไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร…เหมือนกับพ่อของเราไม่มีผิดเลย” ภวินท์ไม่ได้ออกความเห็น แววตาที่ทอดมองออกไปนอกกระจกสูงนั้นสะท้อนความคิดบางอย่างโดยไม่คิดจะปิดบัง

ตอนนั้นคุณพิศาลเห็นแววในตัวคุณก้องเกียรติ จึงให้คุณเมธีเข้าไปติดต่อทำธุรกิจด้วย

จากคู่ค้า กลายเป็นเพื่อน ร่วมงานกันหลายโปรเจกต์

“วันที่พ่อกับแม่ของเราประสบอุบัติเหตุ…”

น้ำเสียงของคุณเมธีแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด

“จากวันนั้นผ่านมาไม่กี่ปี ใครจะนึกว่าคนที่ยังดูแข็งแรงดีอยู่อย่างคุณเกียรติจะมาจากไปเร็วแบบนี้”

เมื่อปลายปีที่แล้ว โรงงานผลิตยานยนต์ของก้องเกียรติถูกหุ้นส่วนโกงจนประสบปัญหาการเงิน ต้องไปกูหนี้ยืมสิน

หนี้สินโรงงานพอกพูนจนแตะหลักหลายล้าน จนไม่สามารถประคับประคองธุรกิจเอาไว้ได้ สุดท้ายก็ถูกธนาคารฟ้องล้มละลาย

ก้องเกียรติรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ ล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล

อาการทรุดลงเรื่อง ๆ จนแพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้และจากไปในที่สุด

ความเงียบเข้าปกคลุมทุกพื้นที่ภายในห้อง เมื่อต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง

“ไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้เราดึงหนูน้ำเข้ามาในชีวิตคืออะไร ลุงก็ขอแค่เรารักษาคำพูดที่ให้ไว้กับคุณเกียรติเขาก็พอ” ภวินท์ยังคงเงียบ

ไม่ว่าคนอื่นจะมองหรือเข้าใจเช่นไร เขาไม่แคร์เลยด้วยซ้ำ

หนึ่งในเหตุผลที่เขาตัดสินใจใช้หนี้สินให้ครอบครัวของกุลจิรา เป็นเพราะมิตรภาพระหว่างคุณพิศาล บิดาของเขากับก้องเกียรติ ที่เป็นทั้งผู้ใหญ่และนักธุรกิจที่เขาให้ความนับถือ

หากยังมีเหตุผลอื่นอยู่จริง ๆ เขาก็มองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมานั่งอธิบายให้ใครฟัง

รู้เพียงว่าตอนนี้กุลจิราเป็นผู้หญิงของเขา เป็นสิ่งของที่เขาใช้เงินซื้อมาก็พอแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   สิ่งที่ไม่ได้ร้องขอ

    “ผมชอบคุณนะ” หัวใจเธอวูบไหวขึ้นมา เสี้ยวหนึ่งในอกเผลอสั่นไหวเขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบกดทับลงมาที่กลางอกเธออย่างจงใจ“ผมชอบที่คุณฉลาด” ปลายนิ้วร้อนระอุไล้ไปตามลำตัวของหญิงสาวอย่างแผ่วเบากุลจิราปรับลมหายใจให้เป็นจังหวะ ตรงอกอวบอิ่มกระเพื่อมเล็กน้อย กำมือแน่น เล็กจิกฝ่ามือจนเจ็บ“ฉลาดพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นใคร” นิ้วของเขาขยับต่ำลงมา ฝ่ามือใหญ่สัมผัสลงที่เนินอวบอูมใต้สะดือของเธอฝ่ามือนั้นขยับต่ำลงอีกนิด…“รู้ว่าไม่ควรคิดอะไร…เกินตัว” คำพูดนั้นตกกระทบลงกลางอกเธออีกครั้ง เหมือนว่าประโยคนั้นเพิ่งจะฟาดลงมาที่ใบหน้าของเธอมันชา…จนแทบจะไม่มีความรู้สึกกุลจิรามองตัวเองในกระจก รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่อกข้างซ้าย ในขณะที่พยายามกลั้นทุกความรู้สึกไม่ให้เผยออกมาภวินท์ถอนมือออกมา ร่างสูงถอยหลังหนึ่งก้าว สายตาเยียบเย็นจับจ้องที่ร่างระหง สายตาไม่บอกอารมณ์เหมือนเช่นทุกครั้ง“อีกสิบห้านาที ลงไปข้างล่าง” “ฉันขอดูความเรียบร้อยของตัวเองแล้วจะรีบลงไปนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันมามองเขาน้ำเสียงเฉยชาที่ลอยมาเข้าหูทำให้ภวินท์เกิดความไม่พอใจอยู่ลึก ๆดวงตาชั่วร้ายมืดดำลง…สงสัยเขาต้องสั่งสอนให้กุลจิรา

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   อยากหนีก็หนีไม่พ้น 2

    กระจกฝั่งเบาะด้านหลังเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคย ภวินท์นั่งอยู่ด้านในในชุดสูทสีเข้ม โดยมีคุณเมธีทำหน้าที่เป็นคนขับรถดวงตาลึกล้ำของประธานหนุ่มยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ใครเข้าถึง แม้แต่คนที่อยู่ในสถานะภรรยาเช่นเธอสายตาเย็นเยียบคู่นั้นเลื่อนมาหยุดที่หญิงสาวร่างบาง ภวินท์ไม่ได้เอ่ยคำใด สีหน้าไม่บอกอารมณ์แต่เพียงเท่านั้น…ก็พอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัดกว่าทุกครั้งกุลจิราสูดหายใจลึก บอกกับตัวเองว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องงานไม่มีพื้นที่สำหรับเรื่องส่วนตัว และไม่มีเหตุผลที่เธอจะรื้อฟื้นสิ่งที่ผ่านไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน…เธอได้ก้าวข้ามมันมาแล้วเธอไม่คิดจะเรียกร้องคำอธิบายใดและไม่คาดหวังคำขอโทษจากใครร่างบางเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลังเมื่อประตูรถคันหรูปิดลง เสียงจากโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดราวกับไม่เคยมีอยู่"ถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ ถึงแล้วลุงจะปลุกเอง" คุณเมธีมองหญิงสาวผ่านกระจกส่องหลังด้วยสายตาอ่อนโยน ต่างจากอีกคนที่มองเธอเป็นอากาศธาตุ"ค่ะ" หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง ๆ แทนคำขอบคุณ จากนั้นภายในรถก็เงียบสนิท มีเพียงกลิ่นโคโลญจ์จาง ๆ จากชายหนุ่มที่

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   อยากหนีก็หนีไม่พ้น

    ฝนเมื่อคืนทิ้งเพียงความชื้นไว้ในอากาศท้องฟ้าหลังพายุฝนดูโปร่งใสกว่าทุกวัน แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านกระจกบานสูงตึกสูงใหญ่ที่ PSW Asset Group เป็นเจ้าของทั้งหมด ทอดตัวลงมากระทบพื้นหินขัดจนเกิดเงาสะท้อนจาง ๆเสียงพนักงานทักทายกัน เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้น กลิ่นกาแฟลอยอบอวลอยู่ตามโต๊ะทำงานทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติกุลจิรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของตัวเอง ดวงตาจดจ่ออยู่กับตัวอักษรในแฟ้มไม่มีใครรู้ว่าวันหยุดที่ผ่านมาเธอผ่านอะไรมาบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งเธอเองไม่ได้ต้องการให้ใครมารับรู้แววตาเย็นเยียบของชายหนุ่มในตอนที่ไล่เธอลงจากรถ…ยังวนเวียนอยู่ในความคิดเขาทิ้งเธอไว้ข้างถนนอย่างไม่ไยดีเมื่อคืนนี้ภวินท์ไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน เธอไม่รู้ว่าเขาไปค้างที่ไหนและนั่นก็เป็นเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้คำถามเหล่านั้น…ไม่ใช่หน้าที่ของภรรยาที่เขาใช้เงินซื้อมาเสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้น หญิงสาวตั้งสติอย่างรวดเร็วแล้วรีบรับสาย“ฮัลโหลค่ะ”“มีงานด่วนต้องให้น้ำไปทำ” จุฑามาศแจ้งเธอผ่านสายโทรศัพท์“อะไรเหรอคะ”“มีลูกค้ารายใหญ่ที่จังหวัดระยอง เป็นกลุ่มนักลงทุนด้านนิคมอุตสาหกรรมกับคลังสินค้าโลจิสต

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   ตอกย้ำ ซ้ำเติม

    "ลงไป" น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นยะเยือกกว่าทุกครั้ง หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ“อะไรนะคะ?” ภวินท์หันมามองเธอ ดวงตาคมคายวาวโรจน์คล้ายคนที่กำลังข่มอารมณ์บางอย่างเอาไว้"ผมบอกให้คุณลงไปจากรถ ไม่ได้ยินเหรอ" หญิงสาวนิ่งงันไปหลังได้เห็นแววตาเฉยชาของชายหนุ่ม ริมฝีปากบางขยับเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาเขาจะปล่อยให้เธอลงตรงนี้จริง ๆ เหรอ?เธอมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองมือเล็กค่อย ๆ เอื้อมไปเปิดประตูรถ หน้าเธอไม่หนาพอจะให้เขาพูดจาดูถูกอะไรเธออีกเสียงฟ้าร้องคำรามขึ้นเหนือศีรษะราวกับส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าทันทีที่เท้าแตะพื้นถนน สายฝนก็กระหน่ำลงมา หยดน้ำเย็นเฉียบซัดใส่ร่างบางจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มในพริบตาเมอร์เซเดสคันหรูพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ทิ้งกุลจิราไว้ข้างหลังขณะที่พายุฝนกำลังโหมกระหน่ำลงมาเจ้าของร่างบางยืนอยู่ที่ริมฟุตบาต สองเท้าเธอเปียกชุ่ม ใบหน้าเปียกชื้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นหยดฝน…หรือหยดน้ำตาเธอทำอะไรผิดนักหนา ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธอถึงเพียงนี้แท็กซี่สีฟ้ากลางเก่ากลางใหม่จอดลงตรงหน้าของหญิงสาวที่โบกมือเรียกในสภาพที่ร่างกายเปียกปอนเธอเปิดประตูขึ้นไปนั่

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   พายุที่ก่อตัวขึ้น

    “พี่ทิตย์?” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทนตรงหน้าแต่งกายด้วยเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนพับแขนอย่างเรียบง่าย กับกางเกงสแลคสีเข้ม แววตายามที่มองมายังคงอบอุ่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนรอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนริมฝีปากของเขาทันทีที่สบตาเธอ“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะได้เจอน้ำที่นี่” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเป็น ท่าทางที่ดูเป็นมิตรแบบที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรู้สึกสบายใจ“บ้านที่น้ำอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ค่ะ” อาทิตย์พยักหน้า ราวกับเข้าใจในสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆความเงียบช่วงสั้น ๆ แทรกตัวขึ้นระหว่างทั้งคู่แม้ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา แต่กุลจิรากลับรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แปลกไปเธอรู้จักอาทิตย์ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยตอนนั้นเขาเพิ่งเริ่มรับช่วงดูแลกิจการของครอบครัว ส่วนเธอยังเป็นนักศึกษาแม้จะสนิทสนมกันแต่ด้านความสัมพันธ์พวกเขาไม่เคยเกินเลย เป็นเพียงเพื่อน เป็นพี่น้องทื่ต่างก็หวังดีต่อกันหลังเรียนจบ เธอเข้ามาทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงลำพัง ส่วนอาทิตย์ก็ดูแลธุรกิจครอบครัวอยู่ทางภาคเหนือ ทั้งคู่ยังมีการติดต่อกันผ่านการแชดคุย โทรถามสารทุกข์สุกดิบเป็นครั้งคราวเมื่อใดที่อาทิตย์มีโอกาสม

  • สถานะภรรยานอกหัวใจ   สิ่งที่ซ่อนอยู่

    “ผมไม่อนุญาต” หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ปลายนิ้วกำเข้าหากันครู่เดียวก่อนจะคลายออก“เพราะอะไรคะ” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ เมื่อต้องการคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ไม่ใช่คำตอบสั้น ๆ แล้วเห็นเธอเป็นเพียงธาตุอากาศที่นี่คือบ้านของเขา เขาคือเจ้าชีวิตเธอ แต่การออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวเพียงแค่นี้ ไม่น่าจะต้องขออนุญาตราวกับนักโทษ“อยากได้อะไรก็ให้คนไปซื้อให้” น้ำเสียงห่างเหินดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เขาไม่ควรจะเสียเวลาอธิบายกุลจิรานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามประนีประนอม“ของใช้ส่วนตัวบางอย่าง ฉันต้องไปซื้อเองค่ะ” ภวินท์พลิกหน้านิตยสาร เหมือนคนที่ไม่ต้องการสานต่อบทสนทนาท่าทีเพิกเฉยนั้นยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวหนักอึ้ง“ถ้างั้นให้พี่สมชายไปส่งฉันก็ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปรีบกลับ” กุลจิราพยายามต่อรอง ทั้งที่เขาไม่ควรจะทำให้เรื่องพวกนี้ยุ่งยากภวินท์ลดนิตยสารลงจนใบหน้าคมเข้มปรากฏชัด แววตาร้ายกาจฉายวาบขึ้น“สมชายไม่ใช่คนขับรถของคุณที่จะมาใช้ได้ตามอำเภอใจ” ประโยคนั้นทำให้กุลจิรานิ่งงันความรู้สึกแปลกแยกถาโถมเข้ามาในอก ราวกับเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญก้าวเข้ามาในบ้านหลั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status