Masuk"ข้าจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้..." เยว่จื่อพูดในใจ รู้สึกถึงความหนักหน่วงที่กำลังจะมาถึง แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
เหมยจิ้งจับมือของเยว่จื่อแน่นขึ้น รู้ดีว่าการสนับสนุนจากใครสักคนคือสิ่งเดียวที่สามารถทำให้เยว่จื่อผ่านพ้นจากความยากลำบากนี้ไปได้
"เจ้าค่ะ นายหญิงจือจื่อ"
ในยามที่ร่างกายอ่อนล้า ใจของเยว่จื่อยังคงแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร
เยว่จื่อพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหลับตาลง ทุกอย่างมันเหมือนกับภาพลวงตาแต่อย่างน้อย ร่างนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่...
หนึ่งเดือนผ่านไป
หลังจากการถูกเนรเทศมาที่ตำหนักร้างนั้น เต็มไปด้วยความเหน็บหนาวและความอดอยาก ตำหนักที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงศักดิ์ตอนนี้กลับกลายเป็นที่รกร้าง เต็มไปด้วยเถาวัลย์และฝุ่นเก่าทึม จนแทบไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาใกล้ รถม้านำทั้งสองคนมาทิ้งไว้ที่นี่
"ไม่มีอะไรกินได้เลยเจ้าค่ะ... โธ่...นายหญิงของเหมยจิ้งต้องหิวมากๆ เลยใช่ไหมเจ้าค่ะ..." เสียงของเหมยจิ้งแผ่วเบาด้วยความห่วงใย
จือจื่อลองยืนมองรอบๆ ตำหนักที่ถูกทิ้งร้าง บรรยากาศรอบๆ มืดมัวและเงียบสงัด เหมือนกับว่าไม่มีอะไรที่น่าพึงพอใจ
เยว่จื่อหรือจือจื่อหันมองไปที่เหมยจิ้งอย่างเหนื่อยล้าและท้อแท้ ร่างกายอ้วนท้วนของนางที่ซูบผอมลงไปบ้าง แต่ก็ยังอ้วนตุ๊ต๊ะดูยิ่งหนักอึ้งเมื่อเทียบกับที่เคยเป็นมา แม้ว่าเยว่จื่อจะเคยมีชีวิตที่เต็มไปด้วยสะดวกสบายแต่ตอนนี้กลับมีแค่ความโดดเดี่ยวรวมกับความหิวที่ทวีความรุนแรง
"เราจะต้องรอดสิน่าจะต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ ต้องมีสิน่าหากเราไม่ยอมแพ้" เยว่จื่อตอบเสียงแหบแห้งเบาๆ เหมือนคนที่หมดหวัง แต่พูดออกมาเพื่อเตือนตัวเองว่า แม้ตอนนี้ชีวิตจะยากลำบากแต่ยังคงต้องมีความหวังอยู่บ้าง
จือจื่อพยักหน้ารัวๆ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอเหมือนกำลังพยายามข่มความหิวเอาไว้
"ไปค้นดูในตำหนักร้างนั่นเถอะ...ว่าพอจะมีอะไรกินได้หรือมีอะไรมาปรุงเป็นอาหารได้บ้าง" จือจื่อแนะนำ
เหมยจิ้งมองไปที่ตำหนักร้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่าการใช้ชีวิตของทั้งสองคนจะมาถึงจุดนี้ จากที่เคยได้ยินถึงชีวิตของพระสนมที่หิวเมื่อไหร่ก็ได้กิน ตอนนี้กลับต้องมาค้นหาข้าวปลาอาหารจากที่ที่เต็มไปด้วยเศษซากแบบนี้
"ข้าจะไปค้นดูในนั้นเองเจ้าค่ะ..." เหมยจิ้งพูดเสียงเบา แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเดาได้แล้วในใจว่าไม่มีอะไรดีรออยู่ในนั้น เหมยจิ้งก็ต้องเดินไปที่ตำหนักร้างนั้นด้วยใจที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
จือจื่อเดินตามไปเงียบๆ ในขณะที่เหมยจิ้งเปิดประตูที่มีร่องรอยของเวลาผ่านไป ข้างในเต็มไปด้วยฝุ่นหนา พื้นห้องเก่าเต็มไปด้วยเศษไม้แตกและกระดาษที่พัดมาอยู่ตามมุมต่างๆ ทำให้บรรยากาศภายในดูมืดหม่นและแย่ลงไปอีก
"ไม่มีอะไรเลย...ไม่มีอะไรที่พอจะกินได้" เหมยจิ้งมองไปรอบๆ ไม่พบแม้แต่ร่องรอยของอาหารที่อาจจะเหลืออยู่ที่นี่
"มันแย่มากจริงๆ ...นายหญิง เราจะทำอย่างไรดี" เหมยจิ้งถามอย่างสิ้นหวัง
จือจื่อยืนนิ่งไม่ตอบ แต่ดวงตาของนางกับมองไปที่ความว่างเปล่าของห้อง ใจรู้สึกท้อแท้จนไม่สามารถจะรับความเป็นจริงนี้ได้ มันช่างโหดร้ายที่นางต้องตกมาอยู่ในที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถูกเนรเทศจากวังหรือแม้แต่ความหิวที่ไม่มีทางออกแบบนี้ นี่เหมือนถูกไล่มาอดตายช้าๆ เลย
"ไม่เป็นไร..." เสียงจือจื่อแผ่วเบา แต่กลับมีความมุ่งมั่นอยู่ในนั้น
"ไปหากันต่อเถอะ...มันจะต้องมีอะไรสักอย่างที่กินได้สิน่า เราจะต้องหาวิธีเอาตัวรอดให้ได้...ต้องทำให้ได้"
เหมยจิ้งมองไปที่จือจื่อด้วยความห่วงใย ในหัวของจือจื่อนั้นเต็มไปด้วยความคิดที่จะทำให้สถานการณ์นี้ดีขึ้น นางยังคงยิ้มให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะไม่มีอาหารและไม่มีอะไรที่น่าพอใจใดๆ เลย แต่การยิ้มของจือจื่อในตอนนี้ก็เหมือนกับการบอกให้ตัวเองและเหมยจิ้งมีกำลังใจที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งเลวร้ายต่อไป
"ไม่ต้องห่วง... เราจะไม่โชคร้ายตลอดไปหรอกน่า เจ้าอย่าพึ่งท้อไปเหมยจิ้ง" จือจื่อหันหลังกลับมาหาเหมยจิ้ง
แล้วเดินนำเข้าไปข้างในที่มืดมนและรกร้างหยากไหยที่ฟาดผ่านสร้างบรรยากาศชวนสยองหากเป็นเมื่อก่อนจือจื่อคงหรี๊ดร้อง แต่ตอนนี้ท้องหิวจนไม่สนใจเรื่องอื่นไปแล้ว
ลุงหนานซ่งเองก็ยืนกอดอกเงียบๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวลเหมยจิ้งเอาแต่ชะเง้อมองเข้าไปด้านในตลอดเวลาหานเย่ยืนพิงเสาอย่างนิ่งสงบส่วนโจวชวี่กับชูอวี่ที่บัดนี้สวมชุดขุนนางจอหงวนเต็มตัว ต่างยังทำตัวเหมือนเดิมไม่มีผิดชูอวี่เดินวนไปวนมาเร็วกว่าพ่อบ้านเสียอีก"ทำไมข้าตื่นเต้นกว่าตอนสอบจอหงวนเสียอีก"โจวชวี่ถอนหายใจ"เจ้าหยุดเดินก่อน ข้าเวียนหัว"ไม่ไกลกัน หลงเกอยืนอยู่ข้างถานถานที่ตอนนี้งดงามสง่าในฐานะไท่จือเฟยแห่งแคว้นเหลียงแต่พอได้ยินเสียงร้องของจื่อจือดังลอดออกมาจากด้านในถานถานก็รีบกำแขนเสื้อหลงเกอแน่นทันที"นายหญิงจะไม่เป็นไรใช่ไหม"หลงเกอลูบมือปลอบเบาๆ"ไม่เป็นไรหรอกน่าอีกเดี๋ยวเราจะต้องได้เห็นหน้าหลานชาย"แต่เขาเอง สีหน้ายังตึงไม่น้อยลุงเฉียวถงถอนหายใจยาว"ตอนสร้างรถยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้"ทุกคนต่างเงียบลงเมื่อเสียงร้องของเด็กทารกดังขึ้นกะทันหันอุแว้...ๆๆๆๆทั้งตำหนักหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่ประตูห้องจะเปิดออกหมอตำแยหญิงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง"ยินดีด้วยเพคะ"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความยินดี"ฮองเฮาประสูติองค์ชายอย่างปลอดภัย"เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกันทันทีชูอวี่กระโดดตัวลอยโจวชวี่ถึง
ยังไม่ทันได้ตรัสอะไร หยงชิงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ต่างจากทุกวันอย่างเห็นได้ชัดแววตาคมเต็มไปด้วยความยินดีจนปิดไม่มิดไทเฮาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง"เกิดเรื่องอันใด"หยงชิงเดินเข้าไปใกล้ ก่อนก้มศีรษะเล็กน้อย"เสด็จแม่"น้ำเสียงของเขาแฝงความตื่นเต้นชัดเจน“มีเรื่องเร่งด่วนใดกัน” ไทเฮาเอ่ยปากถามเมื่อเห็นหยงชิงนั่งลง"จื่อจือกำลังตั้งครรภ์"มือของไทเฮาชะงักทันที"อะไรนะ"นางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วหยงชิงยิ้มออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง"หมอหลวงเพิ่งตรวจเมื่อเช้า"ไทเฮานิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนใบหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นยินดีอย่างที่สุด"จริงหรือ"หยงชิงพยักหน้าเพียงเท่านั้น ไทเฮาก็หัวเราะออกมาทันที"ดี"นางตบพนักเบาๆ อย่างพอใจ"ดีเหลือเกิน"สายตาของนางเป็นประกายขึ้นทันที"ในที่สุดราชวงศ์ก็จะมีรัชทายาท"นางรีบหันไปทางขันทีข้างกาย"เร็ว"น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น"ส่งราชโองการออกไป"ขันทีรีบประสานมือ"พ่ะย่ะค่ะ"ไทเฮายิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น"จัดงานเลี้ยงฉลองทั่ววังหลวง เปิดคลังหลวงแจกข้าวสารและผ้าไหมแก่ประชาชน"และ...งดเก็บภาษีหัวเมืองต่างๆ สามปี"นางหยุดนิดหนึ่ง ก่อนตรัสเสียงดังชัดเจนขันที
ยามสายภายในตำหนักแปดสิบเจ็ดเงียบสงบผิดปกติ เหล่าขันทีและสาวใช้กำลังช่วยกันปิดประตูหน้าต่างตามคำสั่งของฮ่องเต้หยงชิงยืนกอดอกอยู่กลางห้อง สีหน้าดูพอใจอย่างเห็นได้ชัด"ดี"เขาพยักหน้าเบาๆ"ตั้งแต่วันนี้ ห้ามใครเข้ามารบกวน"หยวนเซียวก้มตัวรับคำสั่ง"ขอรับฝ่าบาท"จังหวะนั้นเองเสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านในห้อง"อุ..."ตามมาด้วยเสียงอาเจียนดังชัดหยงชิงชะงักทันที ก่อนรีบหันขวับ"จื่อจือ"เขาก้าวเร็วแทบจะทันทีเข้าไปด้านในก็พบจื่อจือนั่งอยู่ข้างเตียง มือหนึ่งกุมอก อีกมือยันขอบเตียงไว้ สีหน้าซีดลงเล็กน้อย"อุ๊บ..."นางโก่งคออาเจียนอีกครั้งหยงชิงถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ"จื่อจือ"เขารีบเข้าไปนั่งข้างๆ มือใหญ่ลูบหลังไหล่นางเบาๆ อย่างลนลาน"เป็นอะไร"จื่อจือหอบเบาๆ ยังตอบไม่ได้หยงชิงยิ่งขมวดคิ้วแน่น"หยวนเซียว"เสียงตวาดดังลั่นทันทีหยวนเซียวรีบวิ่งเข้ามา"ขอรับฝ่าบาท""รีบไปตามหมอหลวง"หยงชิงพูดเร็ว สีหน้าตึงเครียดชัดเจนหยวนเซียวชะงัก"แต่ฝ่าบาท..."เขากะพริบตาปริบๆ"ไหนบอกว่าจะปิดตำหนัก"หยงชิงหันมามองทันที"ไม่แล้ว"ตอบเร็วแทบไม่ต้องคิดเขาหันกลับไปประคองจื่อจืออย่างระวัง มือยังคอยลูบหลังให้นางไม่ห
แคว้นซีเป่ยภายในห้องทรงงานยามค่ำ แสงตะเกียงส่องสลัว หยงชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ สีหน้าดูเคร่งขรึมผิดปกติหยวนเซียวกับใต้เท้าหลินยืนอยู่เบื้องหน้า ต่างมองหน้ากันเลิ่กลักเล็กน้อยบรรยากาศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่หยงชิงจะวางพู่กันลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้น"ข้ามีเรื่องจะถาม"น้ำเสียงเรียบ แต่ทำให้ทั้งสองคนตั้งตัวทันที"ฝ่าบาทโปรดตรัส"หยวนเซียวรีบตอบหยงชิงนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจก่อนจะพูดออกมาตรงๆ"ทำอย่างไร..."เขาหยุดเล็กน้อย"จื่อจือจึงจะตั้งครรภ์"คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบกริบทันทีหยวนเซียวเบิกตากว้างใต้เท้าหลินไอแห้งๆ หนึ่งครั้ง"เอ่อ"ทั้งสองคนหันมองหน้ากันอีกครั้งอย่างทำอะไรไม่ถูกหยวนเซียวก้มหน้าลงทันที"เรื่องนี้..."เขาพูดเสียงเบา"ข้าน้อยไม่ถนัดขอรับ"ใต้เท้าหลินถอนหายใจเบาๆ ก่อนก้าวออกมาครึ่งก้าว"ฝ่าบาท อันนี้มันอยู่ที่ความสามารถของฝ่าบาท"น้ำเสียงพยายามนิ่ง"เรื่องนี้...เป็นเรื่องธรรมชาติของสามีภรรยา"หยงชิงขมวดคิ้วนิดหนึ่ง"ข้ารู้"เขาตอบสั้นๆ"แต่ข้าอยากรู้ให้ชัด"ใต้เท้าหลินถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่ออย่างระมัดระวัง"โดยทั่วไป...ต้องอาศัยเวลา และจังหวะที่เหมาะสม"หยงช
โจวชวี่ ชูอวี่ และหานเย่ยืนรวมกันอยู่ไม่ไกล พอเห็นถานถานเดินออกมาจากด้านใน ทั้งสามคนก็หันมองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างชูอวี่เป็นคนแรกที่ตบมือดังลั่น"โอ้ย ดีจริงๆ"โจวชวี่หัวเราะออกมา"ข้านึกว่าจะตึงเครียดกว่านี้"หานเย่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย"แต่ดูแล้ว ฮ่องเต้กับฮองเฮาแคว้นเหลียงไม่ได้รังเกียจนางเลย"ชูอวี่พยักหน้าแรงๆ"ไม่ใช่แค่ไม่รังเกียจ"เขายกมือทำท่าประกอบ"ข้าว่าทรงพอพระทัยด้วยซ้ำ"โจวชวี่ถึงกับยิ้มกว้างขึ้นมาทันที"โห แบบนี้พี่สาวถานถานของพวกเราจะได้เป็นไท่จือเฟยจริงๆ แล้วสิ"ชูอวี่ก็ยิ้มตามทันที"เฮ้อ ดีจังคาดไม่ถึงจริงๆ ลุงเฉียวถงจะต้องหายกังวลใจเป็นแน่"หานเย่แม้จะนิ่งกว่า แต่ก็ยกมุมปากขึ้นชัดเจน"นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี"ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกันเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามองถานถานที่เดินออกมาได้ยินพอดี ถึงกับชะงัก"พวกเจ้าพูดอะไรกัน"ชูอวี่หันไปยิ้มกว้าง"ก็ดีใจแทนท่านนะสิ"โจวชวี่พยักหน้า"ยินดีด้วย"ถานถานหน้าแดงขึ้นทันที"ยินดีอะไร"หานเย่มองนางนิ่งๆ ก่อนพูดเรียบๆ"อย่างน้อย วันนี้ก็ไม่มีใครปฏิเสธเจ้า"ชูอวี่รีบเสริม"แถมยังเกือบรับเข้าวังไปเป็นไท่จือเฟยอีกต่างหาก"โจวชวี่หัวเราะ"ห
ภายในตำหนักตะกายดาว โต๊ะเสวยถูกจัดเตรียมอย่างงดงาม อาหารหลากหลายวางเรียงกันอย่างประณีต กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วห้องฮ่องเต้หลงเฉิงเทียนและฮองเฮาซูเหวินเยว่นั่งอยู่ด้านบน สีหน้าสงบนิ่งแต่แฝงความสนใจขุนนางและคนของเมืองอี้ยืนอยู่สองข้างอย่างเรียบร้อย หนานซ่งยืนรอรีอยู่ข้างจังหวะนั้นเองเสียงฝีเท้าดังเข้ามาหลงเกอก้าวเข้ามาในห้อง สีหน้าดูสบายกว่าตอนก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดข้างกายเขา คือถานถานที่ถูกพามาด้วย นางก้มหน้าลงเล็กน้อย สีหน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิดสายตาหลายคู่หันมามองทันทีหลงเฉิงเทียนเลิกคิ้วนิดหนึ่งฮองเฮายิ้มบางๆ อย่างสนใจหลงเกอเดินตรงเข้ามา ก่อนหยุดยืนเบื้องหน้า แล้วประสานมือก้มศีรษะเล็กน้อย"ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่"ฮองเฮามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนสายตาจะเลื่อนไปที่หญิงสาวข้างกายที่ย่อกายลงงดงาม เลื่อนสายตาไปที่มือหลงเกอกำมือนางไว้ ถานถานรีบดึงมืออกจากมือหลงเกอทว่าอีกคนกลับไม่ยอมปล่อย"หญิงงามคนนี้คือ..."น้ำเสียงนุ่มแต่แฝงความหมาย ฮองเฮาเลิกคิ้วหลงเกอหันไปมองถานถานแวบหนึ่งก่อนยิ้มเล็กน้อย"หญิงงามคนนี้...คือผู้ที่ดูแลลูกของท่านตลอดเวลาที่อยู่ที่เมืองอี้"เขาพูดช้าๆ ชัดเจน
ลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่บานสะพรั่งยามเย็น บรรยากาศเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อทุกคนตัดสินใจว่าจะค้างคืนที่นี่ เพื่อสำรวจปล่องภูเขาไฟต่อในวันรุ่งขึ้น ทุกคนต่างมีภารกิจของตัวเองในการเตรียมที่พักและเสบียงสำหรับการเดินทางที่ยังคงดำเนินต่อไปหานเย่ยืนขึ้นจากการนั่งพักผ่อนและห
“หนีรักขมรักขำอะไร ข้าก็แค่เบื่อชีวิตสะดวกสบายในวังหลวงก็เท่านั้น ไม่เคย ข้าไม่เคยรักใคร ข้าไม่ใช่ฮ่องเต้หยงชิงคนั้น รักท้งรักแท้อะไรก่อน คิดได้อย่างไรว่าใครจะรักแท้สมัยนี้ใครๆ ก็ชอบเงินยิ่งที่ที่ข้าจากมาอะนะ ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงิน คนรวยเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้มีความสุข” หานเย่ยิ้มขำ อย่าง
"ข้าได้คิดว่า เราจะต้องเริ่มต้นจากการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ใช้พลังน้ำจากลำธารหรือแม่น้ำที่มีน้ำไหลตลอดปีเพื่อหมุนกังหันและผลิตพลังงาน ต่อมาเราจะใช้เครื่องแปลงพลังงานเพื่อเปลี่ยนพลังงานกลจากการหมุนเป็นไฟฟ้า แล้วนำไปเก็บในแบตเตอรี่ หรือส่งตรงไปยังหลอดไฟที่เราสร้างขึ้น…อันนี้ข้าคงต้องคิดอีกที ยังไงก็ตา
เหมยจิ้งกับถานถานเดินนำองค์ชายทั้งสอง หยางหลินและหยางจินไปยังห้องพักที่จือจื่อพูดถึง พวกเขาก้าวผ่านบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของตำหนักตะกายดาว ที่ที่มีระบบน้ำที่ทำจากรางไม้ไผ่ไหลเย็นตลอดเวลา ลงไปยังบ่อปลาคาร์ฟสีสันสดใสและสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่ง แม้ว่าอากาศข้างนอกจะร้อนระอุราวกับทะเลทราย แต่ในตำห







