Masukวินาทีนั้น... ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นวูบไหวรุนแรง ประกายไฟบางอย่างลุกโชนขึ้นในแววตานั้นเพียงชั่ววูบ ก่อนจะถูกซ่อนกลับลงไปภายใต้ความสงบนิ่งอย่างรวดเร็ว จนยากจะเดาว่าภายใต้ท่าทีสุภาพนั้น เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“พี่ไหมนอนคว่ำได้เลยครับ” เขาบอกเสียงพร่ากว่าปกติเล็กน้อย
ม่านไหมยกมือหนึ่งขึ้นปิดหน้าอกที่แทบจะปิดไม่มิด ส่วนอีกมือปิดจุดสงวนกลางกายเอาไว้ ก่อนรีบก้าวไปที่เตียงด้วยความขัดเขิน เธอรู้สึกได้ถึงสายตาร้อนแรงที่ไล่มองตามทุกจังหวะการก้าวเดิน
หลังจากที่เธอจัดท่าทางนอนคว่ำหน้าลง คราวนี้เพทายไม่ได้ใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมกายเธอเหมือนคราวที่แล้ว แต่เขาเลือกใช้ผ้าผืนเล็กพาดปิดไว้เพียงแค่ช่วงก้นกบหมิ่นเหม่เท่านั้น ปล่อยให้แผ่นหลัง ขาอ่อน และส่วนอื่นๆ เปลือยเปล่าท้าทายสายตา
“ผมจะลงน้ำมันแล้วนะครับ...”
เพทายเทน้ำมันอุ่นจัดลงบนฝ่ามือ แล้วนาบลงไปที่กลางหลังของเธอทันที
“อ๊ะ!” ม่านไหมสะดุ้งสุดตัวเมื่อผิวเนื้อเปล่าเปลือยสัมผัสกับความลื่นและความร้อนโดยไร้สิ่งขวางกั้น
ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไปจากคราวก่อน เพทายใช้น้ำมันปริมาณมาก ทำให้มือของเขาลื่นไหลไปบนผิวเธอได้อย่างอิสระ เขาใช้ท่อนแขนแกร่งรีดเส้นตั้งแต่ต้นคอ ลากยาวลงมาผ่านกระดูกสันหลัง ผ่านเอวคอด แล้วแยกออกไปโอบรอบสะโพกกลมกลึงทั้งสองข้าง บีบเคล้นแก้มก้นนุ่มเด้งเต็มไม้เต็มมืออย่างมันเขี้ยว
“ผิวพี่ไหม ลื่นมือมาก” เขากระซิบชมเชยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สร้างความเสียวซ่านให้แล่นปราดไปทั่วร่างของหญิงสาว
ยิ่งไม่มีเสื้อผ้า ความรู้สึกหวิวโหวงมันทบเท่าทวีคูณ
เพทายเริ่ม เขาเปลี่ยนมายืนที่ข้างเตียง แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับข้อเท้าเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างลากไล้จากน่องเรียว ขึ้นมาที่ข้อพับเข่า และ... ต้นขาด้านใน
“ตรงนี้เส้นตึงมากนะครับ ต้องคลาย...”
เขาอ้างเหตุผลทางกายภาพ แต่การกระทำกลับสวนทาง นิ้วแกร่งกรีดไล่ขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงโคนขาหนีบ เฉียดผ่านกลีบกุหลาบที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ร่มผ้าผืนจิ๋วไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
“อื้อ... เพทาย...” ม่านไหมครางเสียงสั่น เผลอหนีบขาเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ
“อย่าหนีบครับ ยิ่งหนีบมันยิ่งตึงนะครับ” เขาออกคำสั่งเสียงดุแต่อ่อนโยน มือหนาจับขาเธอแยกออกกว้างกว่าเดิม แทรกตัวเข้าไปยืนตรงกลางระหว่างขาเรียวทั้งสองข้าง
ท่าล่อแหลมนี้ทำให้ม่านไหมแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ความวาบหวามที่จุดกึ่งกลางกายกลับเต้นตุบๆ เรียกร้องสัมผัสจากเขา
เพทายย่อตัวลง ใช้สันมือรีดเส้นที่ต้นขาด้านใน ขึ้นลงเนิบนาบ แต่ทุกจังหวะที่มือเขาดันขึ้น ปลายนิ้วจะ ‘บังเอิญ’ ไปปัดโดนเนินเนื้อสาวเบาๆ แผ่วๆ เหมือนหยอกเอิน
เขาจงใจ? หรือว่าเขากำลังทดสอบเธอ?
“พี่ไหมรู้สึกวูบวาบหรือยังครับ” คำถามกำกวมเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาจ้องมองปฏิกิริยาของเธอชนิดที่ไม่วางตา
“ระ... รู้สึกค่ะ... มัน... เอ่อ…” ม่านไหมสารภาพเสียงกระเส่า ความอายมลายหายไป เหลือเพียงความต้องการที่ถูกปลุกเร้า
เพทายยกยิ้มพอใจ เขาโน้มตัวลงไปจนหน้าผากแทบจะชนกับแผ่นหลังเธอ กระซิบเสียงแผ่วเบา ปล่อยลมหายใจร้อนกระทบผิว
“เลือดลมมันกำลังเดินครับ...” เพทายกระซิบตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ ที่ม่านไหมไม่มีวันได้เห็น “อาการวูบวาบแบบนี้แสดงว่าเส้นเลือดใหญ่บริเวณขาหนีบกำลังขยายตัว... มันเป็นสัญญาณที่ดีนะครับ”
เขาอ้างทฤษฎีการนวดได้อย่างลื่นไหล แต่การกระทำกลับจงใจปั่นป่วนหัวใจลูกค้าสาวให้เตลิดเปิดเปิง
นิ้วหัวแม่มือแกร่งที่ชุ่มไปด้วยน้ำมันอุ่นจัดค่อยๆ กดคลึงวนย้ำที่โคนขาด้านใน ลากไล้ผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่สั่นระริกขึ้นมาทีละนิด... ทีละนิด... จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับเส้นเอ็นเส้นสุดท้าย ที่กั้นขวางระหว่างเรียวขากับเนินเนื้อสาวที่กำลังฉ่ำเยิ้ม
“ตรงนี้สำคัญมาก...” เขาพึมพำ ลมหายใจอุ่นเป่ารดแผ่นหลังจนขนลุกชัน “ถ้าเปิดประตูลมตรงนี้ได้... พี่ไหมจะตัวเบาหวิวเหมือนลอยอยู่บนฟ้าเลยล่ะครับ”
ไม่รอให้เธออนุญาต เพทายกดน้ำหนักนิ้วลงไปที่จุดชีพจรตรงขาหนีบอย่างแม่นยำและหนักหน่วง
“อ๊าาา!”
ม่านไหมกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกร็งแอ่นโค้งขึ้นจากเตียงโดยอัตโนมัติ ความเสียวซ่านรุนแรงแล่นพล่านจากจุดที่เขากดกระจายไปทั่วท้องน้อย วิ่งลงไปที่ปลายนิ้วเท้า และพุ่งย้อนกลับขึ้นมาปะทุที่กลางกายสาวจนบีบรัดรุนแรง
มันไม่ใช่ความเจ็บ... แต่มันคือความกระสันซ่านที่รุนแรงจนแทบขาดใจ
เพทายไม่ยอมผ่อนแรง เขายังคงกดแช่นิ่งไว้แบบนั้น ตรึงเธอไว้ใต้ร่างของเขา รับรู้ถึงแรงตอดรัดตุบๆ จากกล้ามเนื้อภายในของหญิงสาวที่ส่งผ่านมาถึงปลายนิ้วเขาได้อย่างชัดเจน
ถูกรุกรานด้วยสัมผัสอันตรายขนาดนี้... เธอจะต้านทานไฟราคะที่กำลังแผดเผาจนกายสาวร้อนรุ่มแทบระเบิดได้ยังไงกัน!
“คุณไปตกลงกับแม่แจงแบบนั้นได้ยังไงคะ แล้วดูสิ... คุณแม่เล่นใหญ่เตรียมจัดโต๊ะรอต้อนรับคุณซะขนาดนั้น แจงอายจัง”“อ้าว ก็ผมเป็นว่าที่ลูกเขยนี่นา ไปกราบฝากเนื้อฝากตัวกับแม่ยายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ครับ” ธนนท์หัวเราะร่วน รวบร่างบางเข้ามากอด “อีกอย่าง... ผมเป็นผู้ชายที่ ‘โอเค ดูดี พอไปวัดไปวาได้’ ผมก็ต้องรีบไปทำคะแนนให้แม่ยายรักแม่ยายหลงสิครับ จะได้เอาชนะใจลูกสาวเขาได้”แจงจิตค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งหยิบยกเอาคำพูดของเธอมาล้อเลียน หญิงสาวหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าที่เอวสอบไปหนึ่งที “อย่ามาขี้ตู่นะคะคุณนนท์ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะก็ยังไม่มี”“ปากบอกยังไม่มีสถานะ แต่เมื่อคืนครางเรียกผมว่าผัวขาซะลั่นห้องเลยน้า... แบบนี้เขาเรียกข้ามขั้นไปแล้วต่างหาก”ธนนท์กระตุกยิ้มร้ายกาจพลางรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะสดใสเคล้าไปกับเสียงครางประท้วงอย่างไม่จริงจังดังระงมไปทั่วห้องสวีตหรู ทั้งคู่หยอกล้อคลอเคลียกันบนเตียงกว้างอยู่เนิ่นนาน ทว่าอารมณ์รักที่ยังกรุ่นอยู่ในอกก็พาให้บทรักบทใหม่ปะทุขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง... กว่าจะได้เช็กเอา
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องสวีตสุดหรู ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราค่อยๆ รู้สึกตัว แจงจิตขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งร่างราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับพองโตและอบอวลไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวกะพริบตาปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบและรอยเล็บจางๆ ฝีมือของเธอเอง แขนแกร่งของธนนท์ยังคงตระกองกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงเมื่อคืนลิบลับแจงจิตลอบยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาเบาๆครืด... ครืดดด...ทว่าความโรแมนติกยามเช้ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคุณนายจงกล...ตายล่ะสิ! เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด แถมยังไม่ได้โทรรายงานแม่ด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสีย
“อื้อออ... จะ...แจงเป็นของคุณนนท์แค่คนเดียว... อะ...อ๊าาา...”หญิงสาวครางไม่เป็นภาษา สองขาเรียวตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เล็บเจลสีนู้ดจิกฝังลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุด ก่อนจะพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว จับสะโพกผายให้ยกสูงขึ้นในท่าคลานเข่าภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ผิวขาวเนียนที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม ทำเอาธนนท์แทบคลั่ง เขาฝาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะจับรั้งเอวคอดไว้แน่น สอดแทรกความแข็งแกร่งสวนกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างดุดันทีเดียวมิดด้ามพรวด!“ซี้ดดดส์... ตอดผัวรัวๆ แบบนี้ เมียจ๋าชอบท่านี้มากเลยล่ะสิ”“อ๊ะๆๆ อ๊าาา... ท่านี้เสียวมาก... ผัวขา... เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว”แจงจิตซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ครางเสียงอู้อี้ ท่านี้ทำให้เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุดและกระแทกได้รุนแรงที่สุด หัวหยักของเขากระทบเข้ากับจุดกระสันที่ลึกที่สุดของเธออย่างจังทุกครั้งที่โถมแรงเข้าใส่ชายหนุ่มเร่งจังหวะอัดกระแทกราวกับพายุที่บ้าคลั่ง สะโพกสอบซอ
ติ๊ด!คีย์การ์ดสีทองแตะลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาว ทันทีที่บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกและปิดลง ระบบไฟอัตโนมัติภายในห้องก็สว่างขึ้นในระดับสลัว เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า โดยเฉพาะกระจกบานกว้างที่มองเห็นแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับหมู่ดาวบนดินทว่าสิ่งที่น่าหลงใหลกว่าวิวหลักล้านตรงหน้า คือ... แรงดึงดูดทางเพศที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนสองคนธนนท์จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงไปยังมินิบาร์ รินไวน์แดงชั้นเลิศที่ให้พนักงานเตรียมไว้ล่วงหน้าลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดซิงก์บลูทูธเข้ากับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่บิลต์อินอยู่ภายในห้องสวีตแห่งนี้เพียงเสี้ยววินาที ท่วงทำนองเพลงแจ๊ส แอนด์ โซลที่มีเสียงแซกโซโฟนเย้ายวนก็ดังคลอเคลียไปทั่วบริเวณ จังหวะดนตรีที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่น สร้างบรรยากาศให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและเซ็กซี่อย่างถึงขีดสุดเขาเดินกลับมาหาแจงจิตที่ยืนใจสั่นอยู่กลางห้อง ยื่นแ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย” แจงจิตเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาที่เคยเกร็งจนสั่นตอนนี้อ่อนเปลี้ยไปหมด “แล้วตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะคุณนนท์ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคุณชายเล็กของป้าศรีไปได้”ธนนท์เดินตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มหล่อร้ายยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มรินน้ำเปล่าส่งให้เธอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะเริ่มเฉลยความจริง“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของ ตระกูลนรเศรษฐ์ ตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ” เขาเอ่ยชื่อตระกูลดังที่แจงจิตคุ้นหูดี “แต่ผมไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบบริหารงานบริษัทที่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ผมเลยขอแยกตัวออกมาเทรดหุ้นเงียบๆ ปล่อยให้พี่ชายดูแลบริษัทไป ส่วนแม่ของผม... คุณนวลแขที่คุณไปนวดให้ประจำ เธอเป็นเพื่อนสนิทของป้าศรีน่ะครับ”แจงจิตยืนอึ้งตะลึงงันไปอีกระลอก ความบังเอิญที่แสนจะตลกร้ายนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในบทละครน้ำเน่าสักเรื่อง... ทว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามยามสบตาเขา มันกลับยืนยันว่านี่คือความจริงที่แสบสันและเหนือชั้นยิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ที่เธอเคยอ่านมาทั้งชีวิต“แต่เดี๋ยวนะคะ” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “
และแล้ววันเสาร์ที่เธอเฝ้ารอก็มากถึง...หนึ่งทุ่มตรงใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แจงจิตก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีไวน์แดงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้ว แต่งหน้าทำผมจัดเต็มตามการสั่งการของคุณนายจงกล ที่ส่งช่างฝีมือหนึ่งมาเนรมิตให้ลูกสาวจนสวยประหารชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมองทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรูดูแพงนั้น หัวใจของเธอกลับห่อเหี่ยวและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเป้าหมายของเธอในคืนนี้ไม่ใช่การมาดินเนอร์สุดโรแมนติกตามที่แม่วาดฝันไว้ แต่เป็นการมาทำภารกิจ ปฏิเสธลูกชายเพื่อนป้าศรีให้จบๆ ไปเสียที‘น้องหนูอย่างนั้น น้องหนูอย่างนี้... ป้าศรีนะป้าศรี เรียกซะยังกับเรายังอยู่ประถม’ แจงจิตบ่นพึมพำในใจเมื่อนึกถึงคำพรรณนาของแม่สื่อจอมบงการ ป้าศรีเอาแต่ชมเธอให้คุณนายจงกลฟังว่า น้องหนูของป้าขยันอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ จนแม่เธอปลื้มปริ่ม ยอมตกลงรับนัดดูตัวโดยไม่ถามความเห็นลูกสาวสักคำ“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง ห้องอาหารไพรเวทที่คุณมารศรีจองไว้อยู่ด้านในสุดครับ” พนักงานต้อนรับของห้องอาหารบนรูฟท็อปโรงแรมห้าดาวผายมือเช







