Masukหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่สำหรับม่านไหม มันกลับเป็นเจ็ดวันที่ยาวนานราวกับเจ็ดปี
หลังจากคืนนั้นที่สปาลับ หญิงสาวกลับมาทำงานด้วยร่างกายที่เบาสบายอย่างเหลือเชื่อ อาการปวดร้าวที่บ่าและหลังหายเป็นปลิดทิ้ง แต่ทว่าในความสบายตัวนั้น กลับมีความทรมานรูปแบบใหม่เข้ามาแทนที่
ความทรมานที่เรียกว่า ‘ความโหยหา’
ทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพใบหน้าหล่อเหลาภายใต้กรอบแว่นและสัมผัสจาก มือร้อนของเทอราปิสคนนั้นก็จะผุดขึ้นมารบกวนจิตใจ โดยเฉพาะสัมผัสสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้บริเวณแก้มก้นและเฉียดผ่านจุดสงวน มันทำให้เธอนอนบิดเร่าด้วยความรุ่มร้อนที่ก่อตัวขึ้นกลางกายในเกือบจะทุกคืน
ความรู้สึกคั่งค้างที่เขาปลุกปั่นไว้แต่ไม่ได้สานต่อให้จบ มันเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ
และวันนี้... ก็ถึงเวลาที่เธอจะได้กลับไปปลดชนวนนั้นเสียที
“สวัสดีครับพี่ไหม... วันนี้สีหน้าดูสดชื่นขึ้นนะครับ”
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทายทันทีที่ม่านไหมก้าวเข้ามาในห้องรับรองส่วนตัว เพทายในชุดยูนิฟอร์มเดิมกำลังยืนรออยู่ รอยยิ้มของเขายังคงอบอุ่นและแพรวพราวเหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
“เพราะฝีมือของน้องเพทายนั่นแหละ ช่วยคลายเส้นได้เยอะ” ม่านไหมตอบกลับ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นไหวไปตามจังหวะหัวใจ
“ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นครับ แต่...” เขาเดินเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างกายเธออย่างถือวิสาสะ “ผมสังเกตว่าไหล่พี่ไหมยังเกร็งอยู่นิดหน่อยนะ ก้อนแข็งๆ ที่สะบักน่าจะยังละลายไม่หมด วันนี้เราต้องจัดการมันให้สิ้นซากครับ ไม่งั้นเดี๋ยวกลับมาปวดอีก”
“แล้ว... วันนี้ต้องทำอะไรบ้างคะ”
เพทายยิ้มมุมปาก เดินนำเธอเข้าไปในห้องวีไอพีห้องเดิม บรรยากาศภายในยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมลึกลับและแสงไฟสลัวที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม
“วันนี้ผมเตรียมคอร์สพิเศษไว้ให้ครับ เป็น Aroma Deep Flow เน้นการใช้ท่อนแขนและฝ่ามือรีดเส้นยาวต่อเนื่องทั้งตัว เพื่อกระตุ้นระบบน้ำเหลืองและคลายพังผืดชั้นลึก”
เขาหยุดยืนที่ข้างเตียง หันมาสบตาเธอด้วยแววตาจริงจัง
“แต่เทคนิคนี้... มีข้อแม้หน่อยนะครับ”
“ข้อแม้?” ม่านไหมทวนคำ เลิกคิ้วสงสัย
“การนวดแบบ Deep Flow เราต้องการความลื่นไหลของผิวสัมผัสแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งกีดขวางแม้แต่นิดเดียวอาจทำให้จังหวะสะดุดจนผิวถลอกได้” เขาเว้นจังหวะ ก้าวเข้ามาใกล้จนม่านไหมได้กลิ่นลมหายใจสะอาด “ดังนั้น... วันนี้พี่ไหมต้อง ‘ถอดหมด’ นะครับ”
“คะ!?” ม่านไหมตาโต ร้องเสียงหลง “ถอดหมด... หมายถึง...”
“หมายถึงไม่ใส่อะไรเลยครับ ไม่ใส่เสื้อผ้า รวมทั้งชุดชั้นในกระดาษด้วย
“ตะ... แต่ว่า... มันจะดีเหรอคะ แบบนั้นมัน...” เธอพูดไม่ออก ใบหน้าสวยหวานแดงซ่านขึ้นมาทันที ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่าง เมื่อจินตนาการถึงการต้องนอนเปลือยล่อนจ้อนต่อหน้าชายหนุ่มรุ่นน้อง
“พี่ไหมอายเหรอครับ” เพทายถามตรงๆ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เจือแววท้าทาย
“แหม น้องเพทาย พี่ก็ต้องอายเป็นธรรมดาสิคะ พี่เป็นผู้หญิงนะ แล้วเพทายก็เป็น...”
“ผมเป็นเทอราปิสครับ” เขาตอบสวนกลับมาอย่างหนักแน่น ตัดบทความกังวลของเธอ “สำหรับผม ร่างกายลูกค้าคือแผนที่ของกล้ามเนื้อที่ต้องได้รับการรักษาและบำบัด ขอบกางเกงในกระดาษมันมักจะบาดขาหนีบเวลาผมลากมือผ่าน แล้วมันก็มักจะซับน้ำมันเอาไว้ ทำให้ผิวพี่ไหมได้รับความชุ่มชื้นไม่เต็มที่”
เขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด จนปลายเท้าเกือบชนกัน มือหนาเอื้อมมาแตะที่ต้นแขนเธอเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจ
“เชื่อผมเถอะครับ ถ้าอยากหายขาด ต้องยอมแลก พี่ไหมไม่ต้องอายหรอกครับ ผมเห็นมาเยอะแล้ว และผมสัญญาว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด หรือ… พี่ไหมไม่ไว้ใจผม?”
ประโยคสุดท้ายกับสายตาตัดพ้อเล็กๆ นั่นทำให้ม่านไหมใจอ่อนยวบ เธอแพ้ทางผู้ชายขี้อ้อน โดยเฉพาะผู้ชายขี้อ้อนที่หล่อล่ำและน่ารักขนาดนี้
“กะ...ก็ได้ค่ะ” เธอกัดฟันตอบรับเสียงเบาหวิว
“ดีมากครับ...” เพทายยิ้มกว้าง ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบต้นแขนเธอลงมาช้าๆ “เชิญเปลี่ยนชุดหลังฉากกั้นได้เลยครับ”
หลังฉากกั้นไม้ไผ่ ม่านไหมยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้ากระจกบานยาว มือไม้สั่นขณะปลดเปลื้องเสื้อผ้าทีละชิ้น ชุดเดรสร่วงลงไปกองที่พื้น ตามด้วยบราลูกไม้สีครีม และสุดท้าย... แพนตี้ตัวจิ๋ว
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศปะทะผิวเนียนละเอียดจนขนลุกชัน เธอยืนเปลือยเปล่า มองตัวเองในกระจก รูปร่างของเธอในวัยสามสิบสองยังคงกระชับสมส่วน หน้าอกคัพซีอวบอิ่มชูชัน เอวเล็กคอดกิ่ว สะโพกผายกลมกลึง ผิวพรรณขาวอมชมพูเนียนลออตา
‘เอาวะ ม่านไหม! เพื่อสุขภาพ เพื่อคอบ่าไหล่ที่จะกลับมาเป็นปกติ’ เธอท่องมนตร์สะกดใจตัวเอง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเท้าออกมาจากฉากกั้น
ครั้งนี้เพทายไม่ได้เดินออกไป หากแต่กำลังจัดเตรียมน้ำมันอโรมาอยู่ตรงมุมห้อง เขาหันมามองเธอเมื่อได้ยินเสียงรองเท้าสลิปเปอร์ดังกระทบพื้น
...และวินาทีนั้น โลกทั้งใบก็เหมือนหยุดหมุน
แม้เขาจะบอกว่าเห็นมาเยอะ แต่ภาพตรงหน้าทำเอาเทอราปิสหนุ่มลมหายใจสะดุดขึ้นมาในทันใด
เรือนร่างของม่านไหมงดงามราวกับประติมากรรมชิ้นเอก ผิวขาวจัดตัดกับแสงไฟสีส้มสลัว โดยเฉพาะสองเต้าอวบอิ่มรูปทรงหยดน้ำที่โดดเด้งสู้สายตา ปลายยอดถันสีชมพูหวานหดตัวแข็งขืนจนเป็นไตเพราะต้องลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
มันชูชันตัดกับเนินอกขาวผ่องราวกับดอกบัวตูมที่รอวันเบ่งบานเมื่อถูกสัมผัส ถัดลงมาคือหน้าท้องแบนราบที่มีลอนกล้ามเนื้อจางๆ จากการดูแลตัวเองอย่างดี และ... เนินเนื้อสาวที่ได้รับการตกแต่งเรียบร้อยสะอาดตา
“คุณไปตกลงกับแม่แจงแบบนั้นได้ยังไงคะ แล้วดูสิ... คุณแม่เล่นใหญ่เตรียมจัดโต๊ะรอต้อนรับคุณซะขนาดนั้น แจงอายจัง”“อ้าว ก็ผมเป็นว่าที่ลูกเขยนี่นา ไปกราบฝากเนื้อฝากตัวกับแม่ยายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่ครับ” ธนนท์หัวเราะร่วน รวบร่างบางเข้ามากอด “อีกอย่าง... ผมเป็นผู้ชายที่ ‘โอเค ดูดี พอไปวัดไปวาได้’ ผมก็ต้องรีบไปทำคะแนนให้แม่ยายรักแม่ยายหลงสิครับ จะได้เอาชนะใจลูกสาวเขาได้”แจงจิตค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งหยิบยกเอาคำพูดของเธอมาล้อเลียน หญิงสาวหมั่นเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะหยิกเข้าที่เอวสอบไปหนึ่งที “อย่ามาขี้ตู่นะคะคุณนนท์ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะก็ยังไม่มี”“ปากบอกยังไม่มีสถานะ แต่เมื่อคืนครางเรียกผมว่าผัวขาซะลั่นห้องเลยน้า... แบบนี้เขาเรียกข้ามขั้นไปแล้วต่างหาก”ธนนท์กระตุกยิ้มร้ายกาจพลางรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะสดใสเคล้าไปกับเสียงครางประท้วงอย่างไม่จริงจังดังระงมไปทั่วห้องสวีตหรู ทั้งคู่หยอกล้อคลอเคลียกันบนเตียงกว้างอยู่เนิ่นนาน ทว่าอารมณ์รักที่ยังกรุ่นอยู่ในอกก็พาให้บทรักบทใหม่ปะทุขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง... กว่าจะได้เช็กเอา
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องสวีตสุดหรู ปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทราค่อยๆ รู้สึกตัว แจงจิตขยับเปลือกตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกแรกที่แล่นปราดเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวระบมไปทั้งร่างราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจกลับพองโตและอบอวลไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหญิงสาวกะพริบตาปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบและรอยเล็บจางๆ ฝีมือของเธอเอง แขนแกร่งของธนนท์ยังคงตระกองกอดรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหลดูผ่อนคลายและไร้พิษสง ผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงเมื่อคืนลิบลับแจงจิตลอบยิ้มบางๆ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเขาเบาๆครืด... ครืดดด...ทว่าความโรแมนติกยามเช้ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง เธอสะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปคว้ามันมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอคุณนายจงกล...ตายล่ะสิ! เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับไปนอนที่คอนโด แถมยังไม่ได้โทรรายงานแม่ด้วยซ้ำ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับน้ำเสีย
“อื้อออ... จะ...แจงเป็นของคุณนนท์แค่คนเดียว... อะ...อ๊าาา...”หญิงสาวครางไม่เป็นภาษา สองขาเรียวตวัดเกี่ยวรัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เล็บเจลสีนู้ดจิกฝังลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวนชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ ถอนแก่นกายออกจนเกือบสุด ก่อนจะพลิกตัวหญิงสาวให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว จับสะโพกผายให้ยกสูงขึ้นในท่าคลานเข่าภาพบั้นท้ายกลมกลึงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ผิวขาวเนียนที่ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม ทำเอาธนนท์แทบคลั่ง เขาฝาดฝ่ามือลงบนบั้นท้ายกลมกลึงนั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ก่อนจะจับรั้งเอวคอดไว้แน่น สอดแทรกความแข็งแกร่งสวนกลับเข้าไปจากทางด้านหลังอย่างดุดันทีเดียวมิดด้ามพรวด!“ซี้ดดดส์... ตอดผัวรัวๆ แบบนี้ เมียจ๋าชอบท่านี้มากเลยล่ะสิ”“อ๊ะๆๆ อ๊าาา... ท่านี้เสียวมาก... ผัวขา... เมียเสียวจะตายอยู่แล้ว”แจงจิตซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ครางเสียงอู้อี้ ท่านี้ทำให้เขาสามารถสอดใส่เข้าไปได้ลึกที่สุดและกระแทกได้รุนแรงที่สุด หัวหยักของเขากระทบเข้ากับจุดกระสันที่ลึกที่สุดของเธออย่างจังทุกครั้งที่โถมแรงเข้าใส่ชายหนุ่มเร่งจังหวะอัดกระแทกราวกับพายุที่บ้าคลั่ง สะโพกสอบซอ
ติ๊ด!คีย์การ์ดสีทองแตะลงบนเครื่องอ่านหน้าประตูห้องสวีตสุดหรูบนชั้นสูงสุดของโรงแรมระดับห้าดาว ทันทีที่บานประตูไม้เนื้อดีเปิดออกและปิดลง ระบบไฟอัตโนมัติภายในห้องก็สว่างขึ้นในระดับสลัว เผยให้เห็นการตกแต่งที่หรูหราโอ่อ่า โดยเฉพาะกระจกบานกว้างที่มองเห็นแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา แสงไฟระยิบระยับจากตึกระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับหมู่ดาวบนดินทว่าสิ่งที่น่าหลงใหลกว่าวิวหลักล้านตรงหน้า คือ... แรงดึงดูดทางเพศที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างคนสองคนธนนท์จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามตรงไปยังมินิบาร์ รินไวน์แดงชั้นเลิศที่ให้พนักงานเตรียมไว้ล่วงหน้าลงในแก้วคริสตัลทรงสูงสองใบ ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดซิงก์บลูทูธเข้ากับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ที่บิลต์อินอยู่ภายในห้องสวีตแห่งนี้เพียงเสี้ยววินาที ท่วงทำนองเพลงแจ๊ส แอนด์ โซลที่มีเสียงแซกโซโฟนเย้ายวนก็ดังคลอเคลียไปทั่วบริเวณ จังหวะดนตรีที่เชื่องช้าทว่าหนักแน่น สร้างบรรยากาศให้ห้องทั้งห้องอบอวลไปด้วยความโรแมนติกและเซ็กซี่อย่างถึงขีดสุดเขาเดินกลับมาหาแจงจิตที่ยืนใจสั่นอยู่กลางห้อง ยื่นแ
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันคะเนี่ย” แจงจิตเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ด้วยความโล่งอก ขาที่เคยเกร็งจนสั่นตอนนี้อ่อนเปลี้ยไปหมด “แล้วตกลงคุณเป็นใครกันแน่คะคุณนนท์ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นคุณชายเล็กของป้าศรีไปได้”ธนนท์เดินตามมานั่งลงฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มหล่อร้ายยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ชายหนุ่มรินน้ำเปล่าส่งให้เธอเพื่อดับกระหาย ก่อนจะเริ่มเฉลยความจริง“ผมเป็นลูกชายคนเล็กของ ตระกูลนรเศรษฐ์ ตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ” เขาเอ่ยชื่อตระกูลดังที่แจงจิตคุ้นหูดี “แต่ผมไม่ชอบออกงานสังคม ไม่ชอบบริหารงานบริษัทที่ต้องปั้นหน้าใส่กัน ผมเลยขอแยกตัวออกมาเทรดหุ้นเงียบๆ ปล่อยให้พี่ชายดูแลบริษัทไป ส่วนแม่ของผม... คุณนวลแขที่คุณไปนวดให้ประจำ เธอเป็นเพื่อนสนิทของป้าศรีน่ะครับ”แจงจิตยืนอึ้งตะลึงงันไปอีกระลอก ความบังเอิญที่แสนจะตลกร้ายนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในบทละครน้ำเน่าสักเรื่อง... ทว่าจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามยามสบตาเขา มันกลับยืนยันว่านี่คือความจริงที่แสบสันและเหนือชั้นยิ่งกว่านิยายเรื่องไหนๆ ที่เธอเคยอ่านมาทั้งชีวิต“แต่เดี๋ยวนะคะ” หญิงสาวหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “
และแล้ววันเสาร์ที่เธอเฝ้ารอก็มากถึง...หนึ่งทุ่มตรงใจกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แจงจิตก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวเข้ารูปสีไวน์แดงที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สวมรองเท้าส้นเข็มสูงห้านิ้ว แต่งหน้าทำผมจัดเต็มตามการสั่งการของคุณนายจงกล ที่ส่งช่างฝีมือหนึ่งมาเนรมิตให้ลูกสาวจนสวยประหารชนิดที่ใครเดินผ่านก็ต้องเหลียวมองทว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยหรูดูแพงนั้น หัวใจของเธอกลับห่อเหี่ยวและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเป้าหมายของเธอในคืนนี้ไม่ใช่การมาดินเนอร์สุดโรแมนติกตามที่แม่วาดฝันไว้ แต่เป็นการมาทำภารกิจ ปฏิเสธลูกชายเพื่อนป้าศรีให้จบๆ ไปเสียที‘น้องหนูอย่างนั้น น้องหนูอย่างนี้... ป้าศรีนะป้าศรี เรียกซะยังกับเรายังอยู่ประถม’ แจงจิตบ่นพึมพำในใจเมื่อนึกถึงคำพรรณนาของแม่สื่อจอมบงการ ป้าศรีเอาแต่ชมเธอให้คุณนายจงกลฟังว่า น้องหนูของป้าขยันอย่างนั้น น่ารักอย่างนี้ จนแม่เธอปลื้มปริ่ม ยอมตกลงรับนัดดูตัวโดยไม่ถามความเห็นลูกสาวสักคำ“เชิญทางนี้เลยครับคุณผู้หญิง ห้องอาหารไพรเวทที่คุณมารศรีจองไว้อยู่ด้านในสุดครับ” พนักงานต้อนรับของห้องอาหารบนรูฟท็อปโรงแรมห้าดาวผายมือเช







